LOGIN“โลกแม่งก็โหดร้าย ผู้ชายแม่งก็เหี้ย”
“อ้าวเฮ้ย! เมาก็กลับไปนอนอย่ามาแหกปากด่าคนอื่นแบบนี้เป็นผู้หญิงอะไรวะ”
“เสือกไรด้วยล่ะ ผู้ชายมันก็เฮงซวยเหมือนกันหมดนั่นแหละ”
“ปากดี”
“เอ่อ...ขอโทษนะคะพี่เพื่อนหนูเมามากแล้วขอโทษจริง ๆ ค่ะ”
“ไปขอโทษมันทำไมผู้ชายเลว ๆ แบบนั้น”
“นี่! สายธารแกเงียบปากหน่อยได้ไหม เมาแล้วพล่ามด่าคนอื่นไปทั่วเลยจะโดนกระทืบอยู่แล้วเนี่ย”
“พะแพงเพื่อนรักอยู่กับฉันไม่มีใครทำอะไรเธอได้หรอก คิกคิก ไปเข้าห้องน้ำกัน”
“เฮ้อ!! แกนี่มันจริง ๆ เลยมา! ฉันจะพาไปเข้าห้องน้ำเอง”
แสง สี เสียงในตอนนี้ไม่ได้ช่วยคลายความรู้สึกในใจฉันได้เลยสักนิด แต่ก็ช่วยลืมความเจ็บได้ไปชั่วขณะ
“เสร็จแล้วเจอกันตรงนี้นะ ฉันจะเข้าห้องน้ำเหมือนกัน” และนี่คือเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยินก่อนสติจะดับวูบไป...
เช้าวันใหม่
“อื้อ... ทำไมหนักหัวแบบนี้นะ”
“...”
“นะ...นี่มันอะไรกัน”
ตื่นขึ้นมาพร้อมความมึนงงขณะเดียวกันก็กวาดสายตาไปรอบบริเวณ เศษซากเสื้อผ้ากระจัดกระจายไปทั่วรวมไปถึงความรู้สึกบางอย่างตรงส่วนนั้นด้วย จำได้ว่าก่อนหน้านี้ยังอยู่กับพะแพงอยู่เลยแล้วทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
“บ้าฉิบ! ทำไมฉันสะเพร่าแบบนี้นะ”
ก่นด่าตัวเองก่อนจะค่อย ๆ ก้าวลงจากเตียงให้เงียบที่สุด นี่ฉันทำอะไรลงไปเพราะความไม่ระวังตัวของฉันแท้ ๆ เลยถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ รีบใส่เสื้อผ้าแล้วออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด ส่วนคนที่ฉันนอนด้วยสงสัยจะอยู่ในห้องน้ำมั้งคะ ช่างเถอะ! ฉันต้องรีบกลับแล้วป่านนี้แม่กับพะแพงคงเป็นห่วงแย่ โชคดียังมีเงินติดตัวอยู่นิดหน่อย ไม่อย่างนั้นคงได้เดินกลับบ้านแทน
“ไปไหนมา ทำไมเมื่อคืนแกไม่กลับบ้าน” แม่เอ่ยถามเมื่อฉันมาถึง
“...”
“สายธาร!”
“แม่จะยุ่งอะไรนักหนาหนูโตแล้วนะ เลิกเซ้าซี้สักทีเหอะ”
“โตอะไร โตแบบไหนยังแบมือขอเงินแม่อยู่เลย ลูกคนอื่นเขาไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย”
“ทีแม่ไม่เหมือนแม่คนอื่นหนูยังไม่พูดเลย อะไร ๆ ก็คนนั้นดีคนนี้ดี มีหนูคนเดียวแหละที่ไม่ดี”
“ฉันเป็นแม่แกนะสายธาร แกพูดแบบนี้กับแม่เหรอ”
“น่าเบื่อ!” แม่ก็คือแม่เป็นคนที่ไม่เคยเข้าใจอะไรฉันเลย เอะอะก็ลูกคนอื่นดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ทีกับฉันตรงข้ามไปซะทุกอย่าง
กลับเข้ามาในห้องก็ทิ้งตัวลงที่นอนเลยค่ะ ปวดหัวเป็นบ้าเลยแถมยังต้องมาต่อปากต่อคำกับแม่แต่เช้าอีก
ครืด...ครืด...
“ว่าไงพะแพงโทรมาแต่เช้าเลย”
(เมื่อคืนแกหายไปไหนมาโทรไปก็ไม่รับฉันบอกให้รอไง)
“ไม่รู้อ่ะ ตื่นมาอีกทีฉันก็อยู่ที่บ้านแล้ว ขอโทษนะทำให้แกเป็นห่วง”
(เป็นแบบนั้นค่อยโล่งใจหน่อย คราวหน้าฉันไม่พาแกไปดื่มแล้วด้วย)
“ฮ่า ๆ ขอโทษนะเพื่อนรักทำให้แกเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย”
(ดีขึ้นบ้างหรือยัง เขาโทรมาง้อแกบ้างหรือเปล่า)
“ไม่อ่ะ พี่เวย์เขาหายหน้าไปเลยไม่พูดไม่อธิบายอะไรกับฉันเลยสักนิด”
(แล้ว...แกจะเอาไงต่อ จะให้โอกาสเขาไหม)
“ไม่รู้สิ ฉันไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไง”
(เกิดอะไรขึ้นกันแน่ แกยังไม่เล่าให้ฉันฟังเลยนะสายธาร)
“พี่เวย์เขามีคนอื่นน่ะ”
(แกรู้ได้ยังไง เห็นกับตาตัวเองหรือเปล่า)
“แล้วถุงยางที่ใช้แล้วในถังขยะมันหมายความว่าไงล่ะ ฉันไม่เคยมีอะไรกับเขาสักหน่อย ถามอะไรเขาก็เอาแต่เงียบ”
(เพื่อนเขามาใช้ห้องหรือเปล่า ทำไมแกไม่คุยกันก่อน)
“ก็เขาไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำแล้วแกจะให้ฉันคุยกับใคร”
(เฮ้อ... สายธารเอ้ยมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้)
“ถ้าไม่มีเขาคงรีบแก้ตัวหรืออธิบายกับฉันแล้ว ไม่ใช่เงียบแบบนั้น”
(เออ ๆ ใจเย็นก่อนแล้วกัน คืนนี้ไม่ออกไปเมากับแกแล้วนะฉันยังไม่สร่างดีเลย หนักหัวชะมัด)
“โอเค พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียน”
พี่เวย์คือแฟนของฉันเอง เขาอยู่ปีหนึ่งส่วนฉันกำลังจะจบมอปลาย ฉันเข้าใจว่าเขาต้องเจอผู้คนมากหน้าหลายตา แต่ไม่คิดว่าจะทำกับฉันแบบนี้ได้ลงคอ ทั้งที่ผ่านมาเขาดีมาตลอด
เช้าอีกวันก็แต่งตัวมาเรียนตามปกติ ออกจากห้องมาไม่เห็นแม่แล้วค่ะ มีเพียงเงินที่วางไว้ให้เห็นต่างหน้าเท่านั้นเอง
ฉันเรียนสายวิทย์คณิตค่ะเทอมนี้ก็จบแล้ว เพื่อนสนิทก็มีแค่พะแพงคนเดียวที่เหลือก็คุยกันได้แต่ไม่สนิทเท่าไหร่
“นั่นขอบตาแกเหรอเนี่ย” มาถึงมันก็เอ่ยแซวทันที
“อย่าแซวดิแกก็ไม่ต่าง”
“ฮ่า ๆ”
วันทั้งวันก็เรียนตามปกติเหมือนทั่ว ๆ ไปแหละค่ะ แต่ที่ไม่ปกติคงจะเป็นผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้มากกว่า
“...”
“เดี๋ยวสิ”
“พี่มีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะธารจะกลับบ้านแล้ว” ฉันเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าที่มาดักรอฉันหลังเลิกเรียน
“พี่อยากขอโทษ”
“ขอโทษเรื่องอะไรล่ะคะ”
“...”
“ถ้าพี่ไม่มีอะไรจะพูดก็หลีกทางหน่อย”
“ไอ้เวย์ไปคุยที่อื่นเหอะ คนมองเยอะแยะไปหมดแล้วเนี่ย” เพื่อนเขาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าพวกเรากำลังตกเป็นเป้าสายตา
“มานี่...” แขนข้างหนึ่งถูกรั้งไปอย่างถือวิสาสะจนหยุดอยู่มุมหนึ่งของตึก “พูดดี ๆ ได้ไหมพี่มาหาเราถึงโรงเรียนก็เพราะว่าอยากปรับความเข้าใจกันนะ”
“พี่อยากให้ธารเข้าใจแบบไหนก็รีบพูดมาเถอะ”
“ขอโทษ” ไม่อธิบายแต่ก็ไม่ปฏิเสธ มันก็ยอมรับดี ๆ นี่เอง เขาจะรู้บ้างไหมว่าฉันรู้สึกยังไง ว่าฉันจะเป็นยังไงบ้าง “พี่ไม่ได้ตั้งใจ”
“ค่ะ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไร ขานรับอย่างเข้าใจไปอย่างนั้นแหละน้ำตาก็พาลจะไหลออกมาให้ได้เลย
“อย่าร้อง” พี่เวย์เอ่ยก่อนจะยื่นมือมาเกลี่ยน้ำตาให้ฉัน
“อย่า... อย่ายุ่งกับธาร อย่าแตะต้องตัวธารด้วย ฮึก!”
“อย่าร้องดิวะ” ฉันร้องไห้ออกมาไม่อายใคร มันผิดหวัง เสียใจ ความรู้สึกตีกันมั่วไปหมด
“แค่นี้ใช่ไหมคะ ฮึก! ที่พี่จะพูด”
“...”
“ขอบคุณนะคะที่ทำให้เข้าใจว่าความจริงคืออะไร จากนี้ไปก็ขอให้พี่โชคดี เจอแต่สิ่งดี ๆ อยู่กับคนที่ตัวเองรัก”
“สายธาร ไม่เอาแบบนี้”
“พี่คิดว่าตัวเองเป็นใครคะ? ถึงได้กล้าทำร้ายความรู้สึกธารมากขนาดนี้ ไหนบอกว่ารักกันไง รักแบบไหนล่ะคะ ฮือ...”
หมับ!
“แค่อารมณ์ชั่ววูบน่ะ พี่ขอโทษ พี่ยับยั้งตัวเองไม่ได้เอง”
ฉันยังคงนิ่งในอ้อมกอดของเขา มันขยะแขยงและอบอุ่นในเวลาเดียวกันแต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยอมรับไม่ได้อยู่ดี
“พี่เลิกพูดคำนี้เถอะ ฟังแล้วยิ่งรู้สึกแย่ คนจะเอากันมันไม่ตั้งใจยังไงวะ”
“สายธาร...”
“ใครรับได้ก็รับไปเถอะ แล้วไม่ขอรับรู้ด้วยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ที่แน่ ๆ พี่คงรักเธอไปแล้ว”
“...” เงียบเท่ากับว่าไม่ปฏิเสธ ถึงจะเสียใจร้องไห้เหมือนคนบ้าฉันก็ไม่กอดขาอ้อนวอนให้เขากลับมารักฉันเหมือนเดิมอีกแน่นอนฉันรับไม่ได้
“เราจบกันแค่นี้นะคะ พี่ไปตามทางของพี่เถอะ” ฉันว่าพลางปาดน้ำตาทิ้งลวก ๆ แล้ววิ่งออกมาจากตรงนั้นทันที พี่เวย์พูดอะไรฉันฟังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำทุกอย่างมันเงียบไปหมด
คบกันมาตั้งสองปีฉันไม่มีค่าให้เขารักษาบ้างเลยงั้นเหรอ ทำไมเขาถึงไม่นึกบ้างว่าฉันจะรู้สึกยังไง หรือถ้าความจริงไม่รักกันแล้วก็น่าจะบอกกันดี ๆ อย่างน้อยพวกเราก็คงจบกันด้วยดีไม่ใช่แบบนี้
ตึก ... ตึก ... เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นพร้อมกับร่างบางที่เดินนวยนาดเข้ามาหาธีรฉัตรถึงบริษัท เนื่องจากตอนนี้ชายหนุ่มได้เข้ามาช่วยผู้เป็นพ่อบริหารงานแล้ว“คุณธีร์อยู่ไหมคะ” ริมฝีปากบางเอ่ยถามเลขาคนสวยอย่างเป็นกันเอง“ท่านประธานประชุมอยู่ค่ะ คุณสายธารเชิญนั่งรอในห้องได้เลยนะคะ”“ค่ะ นี่ขนมหนูซื้อมาฝาก” “ขอบคุณนะคะ”หลังจากเข้ามาในห้องเธอก็จัดการเอกสารงานค้างของผู้เป็นสามีทันที กระทั่งมีใครคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ“คุณเป็นใคร ทำไมถึงมานั่งที่โต๊ะทำงานของคุณธีร์ได้” สายธารจ้องมองนักศึกษาฝึกงานตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ดูท่าทางแล้วเธอคงจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร “ถามไม่ได้ยิน?”“แล้วคุณเป็นใครคะ เข้าห้องท่านประธานทั้งทีไม่เคาะประตูหน่อยเหรอ หรือไม่มีมารยาท?”“หนูเป็นคนที่ท่านประธานรับเข้ามาฝึกงานค่ะ เลขาด้วยนะคะเพราะอีกเดี๋ยวคุณเลขาคนเก่าเธอจะลาคลอดแล้ว” น้ำเสียงเย้ยหยันเอ่ยอย่างมั่นใจ“พี่ธีร์น่าจะเลือกคนที่มีมารยาทมากกว่านี้นะคะ”“พี่ธีร์งั้นเหรอ... คุณเป็นน้องสาวคุณธีร์เหรอคะ” “เมีย!” น้ำเสียงห้วนเอ่ยก่อนที่ร่างสูงจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้า“คะ คุณธีร์ ขอโทษค่ะแคทไม่ได้ตั้งใจ”
“เรามาทำอะไรที่นี่” เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่ธีร์พามาที่สำนักงานเขต“จดทะเบียนสมรส”“จดทะเบียนสมรสงั้นเหรอ” ฉันเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง“ไม่ดีใจเหรอเธอจะได้ครอบครองฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเชียวนะ” ฉันแค่แปลกใจ ไม่คิดว่าเขาจะให้สิทธิ์ฉันมากขนาดนี้ไง “เข้าไปข้างในกันเถอะ” เขาว่าก่อนจะจูงมือฉันเข้าไปด้านใน“สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” เจ้าหน้าที่เอ่ย“จดทะเบียนสมรสครับ”“เชิญด้านนี้ค่ะ” ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่นานกระดาษสีสวยก็ถูกวางลงตรงหน้าเราสองคน เมื่อใดก็ตามที่ฉันจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนี้นั่นหมายความว่าฉันกับพี่ธีร์เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว“เซ็นตรงนี้นะคะ” “ครับ” พี่ธีร์เซ็นชื่อตัวเองโดยไม่ลังเลสักนิด “คุณผู้หญิงเซ็นตรงนี้นะคะ” “...” มองหน้าพี่ธีร์นิ่ง ๆ เขาเองก็มองฉันอยู่เหมือนกัน “ระหว่างพวกเราจะมีอะไรเปลี่ยนไปอีกไหมคะ”“ไม่มี ถ้าฉันทำผิดต่อเธอ เธอยิงฉันทิ้งได้เลย” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มให้ฉัน “ไม่หรอก หนูจะหอบสมบัติหนีแล้วมีผัวใหม่”“ไม่มีวันนั้นหรอก” ฉีกยิ้มให้เขาก่อนจะบรรจงเขียนชื่อตัวเองลงไปในแผ่นกระดาษ...“เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอให้ม
“ง่วงเหรอ” ธีรฉัตรเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งตาปรืออยู่ข้าง ๆ“ค่ะ”“ขึ้นมานอนข้างฉันสิ”“พี่ธีร์นี่มันเตียงผู้ป่วยนะคะ หนูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”“แล้วไง ฉันไม่ถือ”“แต่หนูถือค่ะ”“เธอได้คุยกับไอ้เวย์บ้างไหม?”“คุยค่ะ เขาแค่แวะมาทักทายเฉย ๆ” สายธารตอบไปตามความจริง“อ๋อ...”“พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นแค่คนรู้จักเท่านั้นเอง”“...”“อย่ามองแบบนี้สิคะ”“แล้วจะให้มองแบบไหน?”“แบบตอนที่พี่ถามว่า ไอ้ธัญมึงพาใครมา! แบบนี้ก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงกระแนะกระแหนเอ่ยพลางเลียนแบบท่าทางให้สมจริงที่สุด“แล้วยังไงต่อ”“แล้วพี่ธัญก็ตอบว่าเมียกูเอง”“เมีย?”“ใช่ค่ะ!!”“เธอบังอาจไปเป็นเมียคนอื่นได้ยังไงกัน ฉันยังอยู่ตรงนี้ทั้งคน”“ไม่รู้ค่ะ”“หืม!” มือหนาเอื้อมไปดึงแก้มนวลด้วยความมันเขี้ยว“อื้อ เจ็บ...”“เหนื่อยไหม”“เหนื่อยอะไรคะ”“ที่ฉันเป็นแบบนั้นและเธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียว”“เหนื่อยค่ะ แต่ไม่ได้เหนื่อยเลี้ยงลูกหรอกนะ เหนื่อยที่ต้องคอยถามหาพี่จากคนอื่นซึ่งทุกครั้งทุกคนมักจะปฏิเสธเสมอ”“พ่อคงอยากให้เธอกับลูกปลอดภัยที่สุดเท่านั้นเอง”“แล้วทำไมคนที่ได้ดูแลพี่ถึงเป็นลูกปลาล่ะคะ ก็แค่บาดเจ็บสาหัส
“จะจ้องกันอีกนานไหม?” เสียงคุณลุงพูดขึ้นทำให้เราสองคนละสายตาจากกันตอนนี้พวกเรากำลังทานมื้อเช้ากันอยู่ค่ะ แต่พี่ธีร์กลับเอาแต่จ้องหน้าฉันอยู่นั่นแหละ“วันนี้พ่อให้ไอ้ธัญไปประชุมด่วนไม่ใช่เหรอครับ”“ใช่... ทำไม?”“แล้วเธอล่ะ” เธอที่เขาว่าก็คงหมายถึงฉันสินะ“แกก็ไปส่งสิ” ฉันมองหน้าคุณลุงทันที หาเรื่องให้ฉันปวดหัวอีกแล้ว“ก็ได้ครับ ผมอยากรับขวัญหลานอยู่เหมือนกัน” ให้ตายเถอะ ฉันต้องรับมือยังไง พี่ธีร์คนนี้เหมือนจะขี้สงสัยไปหมดซะทุกอย่างแถมยังเจ้าเล่ห์ไม่เงียบขรึมเหมือนคุณธีรฉัตรอีกด้วย“แต่คุณลุงคะ...” ปากกำลังจะปฏิเสธพอเห็นสายตาดุ ๆ เข้าให้ทำเอาคำพูดพวกนั้นกลืนหายไปแทบจะทันที “ก็ได้ค่ะ”หลังจากมื้อเช้าจบลงฉันก็เตรียมตัวจะกลับบ้านและแน่นอนว่าพี่ธีร์มาส่งค่ะ เขาขับรถด้วยตัวเอง บรรยากาศในรถมันน่าอึดอัดเอามาก ๆ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่พวกเราได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ฉันกับลูกกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา“แวะห้างสรรพสินค้าก่อนละกันฉันอยากซื้อของให้เขา” พี่ธีร์พูดขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน“ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องลำบากก็ได้”“มันเป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยคคำถามโอเคนะ”“เผด็จกา
“มึงมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่?”“สักพักแล้วล่ะ”“ทำไมกูไม่เห็นรู้เลย”“ความลับว่ะ กูเป็นพวกไม่ค่อยให้ใครรู้เรื่องส่วนตัวสักเท่าไหร่”“ใช่เหรอ?” พี่ธีร์ยังคงเอ่ยถามอย่างต่อเนื่อง พลางมองหน้าฉันกับน้องชลสลับกันไปมา “แล้วเด็กคนนี้...”“ลูกกูเองแหละ”“...” เขาเงียบไปเมื่อได้ยินพี่ธัญพูดแบบนั้น“เฮ้! สวัสดีเพื่อนรัก สุขสันต์วันเกิดเว้ย” พี่ริวตะโกนมาแต่ไกลก่อนจะยื่นกล่องของขวัญให้พี่ธีร์ วันนี้เป็นวันเกิดเขาสินะ“ขอบใจ ให้อะไรกูเนี่ย”“สิ่งที่มึงอยากได้”“คือ?”“ไม่ใช่ถุงยางเหมือนปีที่แล้วแน่นอน”“กูไม่จำเป็นต้องใช้”“พูดอะไรน่ะพี่ธีร์” ลูกปลาพูดขึ้นอย่างเขินอายก่อนจะเดินเลี่ยงไปจากตรงนี้ แล้วฉันล่ะ? ฉันควรรู้สึกยังไง“น้องสายธารรบกวนมาช่วยพี่ถือถุงขนมหน่อยสิ” พี่ริวเอ่ยก่อนจะขยิบตาให้ฉันคล้ายกับส่งสัญญาณบางอย่าง เห็นแบบนั้นฉันจึงเดินตามไป“ค่ะ ดูลูกด้วยนะคะเดี๋ยวหนูมา” ประโยคหลังนี้ฉันหันไปบอกพี่ธัญที่อุ้มน้องชลอยู่ค่ะ ก็เขาบอกเองนี่ว่าต้องเรียนรู้ให้เป็นเดินตามพี่ริวออกมาด้านนอกเขาก็พูดขึ้น“พี่ขอโทษแทนลูกปลาด้วยนะ พี่เตือนแล้วมันก็ยังดื้อรั้นอยู่”“หนูไม่เข้าใจ”“ไอ้ธีร์มันจำอะไรไม่ได้ ไม
ภายในห้องแคบ ๆ กลับกว้างมากสำหรับฉันในตอนนี้ การเฝ้ารอใครสักคนมันนานมากเลยค่ะ ทั้งที่เวลาเราก็มีเท่ากัน“สายธาร”“คะ?”“...”“คุณน้ามีอะไรเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามเมื่อเห็นคุณนาเงียบไป“เปล่าจ้ะ” ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่เหมือนว่าท่านมีอะไรอยากพูดกับฉันมากกว่า “คือว่าคุณฉัตรเขาอยากเจอน้องชลน่ะ”“ค่ะ หนูไม่ติดอะไรอยู่แล้ว” ฉันตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่จะว่าไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุฉันยังไม่เจอพ่อพี่ธีร์เลยนะคะ รู้แค่ว่าท่านเป็นคนให้ฉันมาอยู่ที่นี่เท่านั้นเอง ส่วนแม่พวกเราโทรคุยกันทุกวันอยู่แล้วค่ะ“งั้นน้าพาน้องชลไปเดินเล่นนะ”“ค่ะ”พออยู่คนเดียวมันกลับรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่ทุกคนก็ยืนยันคำตอบเดียวกันว่าพี่ธีร์ปลอดภัยแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันต้องมีอะไรมากกว่านี้ทำไมฉันถึงรู้ไม่ได้อยู่คนเดียวครืด... ครืด...“สวัสดีค่ะ”(สายธารนี่เราเองนะ)“แอล...”(แกเป็นยังไงบ้าง เรารู้เรื่องหมดแล้วนะ)“ไม่รู้สิ เราก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน”(อดทนไว้นะ รอพี่ธีร์ให้ได้นะสายธาร)“แกก็รู้ใช่ไหมว่าพี่ธีร์อยู่ที่ไหน”(เราไม่รู้... แต่พี่แชมป์รู้)“...”(เราจะแอบสืบให้นะแกไม่ต้องห่วง)“ขอบใจนะแอล”ในแต







