เข้าสู่ระบบออกัสไม่สนใจคำพูดของรุ่นพี่พวกนั้นและเดินหนีออกมา พร้อมบอกตัวเองว่าควรจำให้ขึ้นใจจะไม่มีทางไปจอดรถแถวตึกนั้นอีกเด็ดขาด
ณ ตึกนักศึกษาภาคอินเตอร์ คณะเศรษฐศาสตร์
“อ้าว กัสหน้าไปโดนอะไรมาแดงขนาดนั้น มีเลือดไหลด้วย” เสียงของไข่มุก เพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มของออกัส เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นบาดแผลบนใบหน้าของเขา
“โดนรุ่นพี่เตะบอลใส่หน้า หน้าชาเลยเนี่ย”
“เป็นอะไรมากหรือเปล่า ให้เราพาไปห้องพยาบาลไหม” ไข่มุกถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร แล้วนี่วายุไปไหน”
กลุ่มเพื่อนสนิทของออกัสมีกันอยู่สามคน คือ ตัวเขาเอง ไข่มุก แล้วก็วายุ เขาเป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยคบกับใครเรื่อยเปื่อยที่มาคบกับไข่มุกและวายุได้ เพราะทั้งสามคนต่างเป็นลูกหลานของตระกูลดังด้วยกันทั้งนั้น จึงสนิทกันตั้งแต่เรียนมัธยมปลายแล้วพอขึ้นมหาลัยเลยอยู่ด้วยกันแค่นี้
“ไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวก็มา”
หลังจากนั้นไม่นานวายุก็กลับมา เราทั้งสามคนจึงรีบขึ้นห้องเรียน เมื่อนักศึกษามาครบทุกคนการสอบก็เริ่มขึ้น
ออกัสเป็นคนอยู่ในกลุ่มพวกหัวกลาง ไม่เก่งไม่ฉลาดแต่ก็ไม่โง่ อาศัยว่าขยันมากกว่า ผลการเรียนของเขา จึงอยู่ในระดับที่ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ไม่เสียชื่อลูกชายเจ้าของตระกูลดัง
แต่วันนี้ไม่รู้ว่าเพราะความหงุดหงิดตั้งแต่เหตุการณ์ตอนเช้าหรือเปล่าที่เป็นเหตุผลหลัก เลยส่งผลให้ออกัสแทบไม่มีสมาธิทำข้อสอบ กว่าจะเสร็จเกือบออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย
“มึงดูไม่ค่อยมีสมาธิเลยนะกัส เป็นอะไรหรือเปล่า เห็นไข่มุกบอกเมื่อเช้ามีเรื่องมาด้วยเหรอ” วายุถามหลังจากออกัสเดินออกมาจากห้องสอบ
“เออ รุ่นพี่มันเตะบอลมาโดนเต็ม ๆ หน้า นี่ก็ยังปวด ๆ จมูกอยู่เลยกะว่าเดี๋ยวสอบเสร็จจะไปหาหมอสักหน่อย” เขายกมือขึ้นจับตรงสันจมูกดู น่าจะมีอาการบวมจากการถูกกระแทก
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหพวกรุ่นพี่พวกนั้น ยกมือขึ้นสาธุในใจว่าขออย่าให้ได้เจอกันอีกเลย เมื่อคิดได้แบบนั้น เห็นทีเขาควรต้องจัดการอะไรสักอย่าง
“กัสฝากแม่จัดการด้วยนะครับ”
“…”
“เร็วมากเท่าไรก็ยิ่งดีครับ”
“…”
“ขอบคุณครับแม่”
ออกัสต่อสายหาแม่เพื่อฝากจัดการเรื่องสำคัญก่อนจะแยกตัวจากกลุ่มเพื่อน เพราะตั้งใจว่าจะไปโรงพยาบาล คงต้องไปตรวจให้ละเอียดสักหน่อยว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก
ในขณะที่ออกัสเดินไปเอารถที่จอดไว้เมื่อเช้า บังเอิญได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านข้างของตึกบริหารพอดี
“เรื่องอะไรวะเนี่ย”
“มีอะไรกันวะ ไอ้เดย์”
“ทางหอพักแจ้งให้ทุกคนย้ายออกภายใน 7 วัน เพราะจะทุบตึกทิ้งทำลานจอดรถ แถมยังจะจ่ายค่าเสียหายชดเชยให้กับผู้เช่าทุกคนด้วย”
“ก็ยังดีที่มันยอมจ่ายเงินค่าชดเชย”
“ใช่ แต่มึงก็รู้ว่าหอพักแถวนี้มันเต็มหมด ไอ้หอที่ไม่เต็มก็โคตรแพงกูจ่ายไม่ไหวไม่อยากรบกวนพ่อด้วย ถ้าไปอยู่ไกล ไหนจะค่ารถ ค่าเดินทางอีกนี่กูไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
“เฮ้อ” ออกัสอดไม่ได้ขยับเข้าไปยืนหลบมุมแอบฟังอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินเรื่องราวที่รุ่นพี่คุยกัน
“อย่าให้กูรู้นะ ไอ้ตัวไหนมันซื้อตึกไปทำลานจอดรถปัญญาอ่อนนั่น กูจะตามไปเผารถทิ้งให้หมด ทำคนอื่นเขาเดือดร้อน พวกคนรวยมีแต่เงิน ไม่มีสมอง”
พอยืนฟังถึงตรงนี้ออกัสก็พอจะรู้ว่ารุ่นพี่กลุ่มนั้นกำลังคุยกันเรื่องอะไร ซึ่งมันคงไม่พ้นเรื่องที่เขาให้แม่จัดการซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับมหาวิทยาลัย แล้วเอามาทำลานจอดรถส่วนตัวให้ เพื่อจะได้ไม่ต้องมาคอยวนรถแย่งที่จอดรถกับคนอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัย
สำหรับออกัสคิดแค่เพียงว่าคนเรามันต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด จะทำให้ตัวเองได้รับความสบายที่สุด ในเมื่อสถานะของเขามีพร้อมแล้วทุกอย่าง ส่วนคนที่ไม่พร้อมก็ต้องยอมรับในส่วนตรงนั้นไป
เรื่องแบบนี้มันคงช่วยอะไรกันไม่ได้ ออกัสจึงหันหลังเพื่อจะเดินออกไป แต่กลับมีเสียงเรียกเอาไว้ก่อน
“น้อง…น้องภาคอินเตอร์คนนั้นอะ” เสียงเรียกเอะอะดังออกมาจากกลุ่มรุ่นพี่
“จมูกเป็นยังไงบ้าง” รุ่นพี่ที่เรียกออกัสถามขึ้น
“ก็ไม่เป็นอะไรครับ” ไม่เห็นหรือไงวะ
“แต่พี่ว่ามันยังแดง ๆ อยู่นะ เหมือนจะบวมด้วยให้พี่พาไปหาหมอหน่อยไหม” ก็เห็นแล้ว จะถามทำไมก่อน เขาได้แต่คิดในใจ
“ไม่เป็นไร ผมไปเองได้” ออกัสชักสีหน้าหงุดหงิดใส่ รู้สึกไม่ชอบหน้ารุ่นพี่คนนี้สักเท่าไร อีกอย่างคนคนนี้ก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาเจ็บตัว จึงอยากอยู่ให้ห่างมากที่สุดคงจะเป็นผลดีมากกว่า
“มีอะไรหรือเปล่า ไอ้เดย์”
“ก็รุ่นน้องคนเมื่อเช้าที่โดนกูเตะบอลใส่ไง”
“อ๋อ ที่มึงบอกว่ามันปากดีใส่มึงใช่ไหม เอาไงอะ ไม่จบเหรอ” ออกัสมองรุ่นพี่สองคนคุยกันไปมาก่อนจะหันมาพูดหาเรื่องเขา
“มึงก็ใจเย็น น้องมันเจ็บตัวมันก็ต้องโมโหเป็นธรรมดา กูผิดเองที่เตะไม่ดู” แล้วกลุ่มรุ่นพี่นักบอลก็เดินมาล้อมออกัสอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มาในแบบที่ดีกว่าตอนที่เจอตอนเช้า เพราะทุกคนอยู่ในชุดนักศึกษาดูสะอาดตา แต่มันไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นจากการกระทำของพวกเขาเลยสักนิด
“ช่วยหลีกทางด้วยครับ ผมจะกลับบ้าน” ออกัสจ้องตากับคนที่ยืนบังเขาอย่างไม่ยอมแพ้จนรุ่นพี่ที่เตะบอลใส่หน้าเขาเอ่ยห้ามแล้วไล่ให้ทุกคนแยกย้าย
“พวกมึงก็อย่าไปแกล้งน้องมัน ถอย ๆ ไป ๆ แยกย้าย ๆ” ว่าจบกลุ่มรุ่นพี่ก็เดินออกไป
“…”
“พี่ขอโทษแทนพวกเพื่อน ๆ พี่ด้วยนะ มันชอบแกล้งไร้สาระอย่าไปถือสาพวกมันเลยนะ” รุ่นพี่ที่เตะบอลอัดหน้าออกัสหันมาพูดด้วยท่าทีสุภาพ
“ครับ ผมคงไม่ถือสาเพราะคงจะไม่มีโอกาสมาเจออะไรแบบนี้อีกบ่อย ๆ คงเป็นครั้งเดียวและก็ครั้งสุดท้าย ผมขอตัว” ออกัสนับเลขอยู่ในใจและบอกกับตัวเองว่าเขาควรเลิกสนทนากับรุ่นพี่พวกนี้สักที
“พี่เป็นคนขโมยล็อตเต้มาเหรอครับ” วันเดย์ถึงกับหน้าเหวอ เมื่อออกัสเอ่ยถามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วไหนจะความบังเอิญที่เราทั้งสองเจอกันบ่อย ๆ อีก“ที่ถามคือคิดมาแล้วใช่ไหม ถ้าจะขโมยจริงจะมานั่งอยู่ตรงนี้หรือไง” วันเดย์ถามกลับมา แทนการตอบคำถามของออกัส“ก็ไม่แน่ ล็อตเต้ค่าตัวไม่ใช่ถูก ๆ”“หมาตัวนี้มันมาจากไหนไม่รู้ มันโดนหมาเจ้าถิ่นใต้ตึกไล่หนีมานอนซึมอยู่ใต้ต้นไม้ พี่สงสารเลยอุ้มมันมาตรงนี้ กลัวว่าจะถูกหมาใหญ่กัดตาย” วันเดย์พยายามอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ออกัสไม่ได้สนใจฟังเท่าไร“ผมเอาใส่กระเป๊าไว้อย่างดี มันจะมาเองได้ไงถ้าพี่ไม่ได้ขโมยมา”“นี่น้องครับ!!! คราวหน้า ถ้ารู้ว่าไม่มีปัญญาดูแลก็ควรเอามันไว้ที่บ้าน ในมหาวิทยาลัยหมาเจ้าถิ่นมันเยอะ แล้วดูตัวมันก็กระเปี๊ยกเดียว โดนกัดทีก็จมเขี้ยวตายแล้ว” วันเดย์สุดจะทนจึงตะโกนใส่ออกัสที่พูดกล่าวหาเขาไม่หยุด“หมาผม!! พี่ไม่ต้องยุ่ง ไปค่ะล็อตเต้กลับบ้านเรากันดีกว่า” ออกัสตรงเข้าไปอุ้มล็อตเต้ขึ้นมา เนื้อตัวลูกสาวเต็มไปด้วยฝุ่นจนน่าสงสาร“อย่าให้ผมรู้แล้วกันว่าพี่จงใจทำอะไรหมาผม เพราะคิดจะเอาคืนเรื่องที่ร้านไอศกรีม
ออกัสเลิกสนใจในตัวคนขับรถคนใหม่ก่อนจะเรียกให้คนไปยกของของลูกสาวขึ้นรถและขับออกมา วันนี้ฟ้าฝนเป็นใจ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง รถก็ไม่ติด เขาใช้เวลาไม่นานก็ถึงมหาวิทยาลัย“กัส ทางนี้” เสียงไข่มุกเรียกออกัสดังขึ้น“รอนานไหม พอดีตื่นสายไปหน่อย” ออกัสตอบไข่มุก เมื่อเห็นว่าตอนนี้เลยเวลานัดมา 15 นาทีแล้ว“เพิ่งมาถึงเหมือนกัน นี่ก็รอวายุอยู่ ว่าแต่วันนี้พาลูกสาวมาด้วยเหรอ” ไข่มุกตอบออกมาตามจริงก่อนจะหันไปสนใจลูกสาวตัวน้อยที่เขาพามาด้วย“ล็อตเต้คิดถึงพี่มุกไหมคะ” เพื่อน ๆ ของออกัสต่างพากันเอ็นดูลูกสาวของเขาด้วยกันทั้งนั้นทั้งสองนั่งรอวายุกันอยู่พักใหญ่ ๆ ทันทีที่สมาชิกครบ เราทั้งสามก็รีบพากันไปหาหนังสือที่ต้องใช้ทำรายงานทันทีแต่ออกัสดันลืมคิดไปว่าห้องสมุดมีกฎห้ามพาสัตว์เลี้ยงเข้า เขาเลยจำเป็นต้องวางกระเป๊าที่ใส่ล็อตเต้เอาไว้ข้างนอก โชคดีว่ากระเป๊าใบนี้เป็นแบบสั่งทำพิเศษมีเครื่องปรับอุณหภูมิอัตโนมัติเลยตัดความกังวลเรื่องอากาศร้อนออกไปได้เราทั้งสามใช้เวลาไม่นานก็ได้หนังสือที่จะต้องใช้ครบตามต้องการและออกจากห้องสมุด เพื่อไปหาที่สงบ ๆ นั่งทำรายงานกัน“ไอ้กัส!!!! กระเป๊าลูกมึง” เสียงวาย
“นี่แม่ยังทำเรื่องลานจอดรถให้น้องอีกเหรอคะ เมนึกว่าแม่จะไม่เห็นด้วย”“ก็ไม่มีอะไรที่ต้องไม่เห็นด้วยนะลูก แค่ลานจอดรถเอง น้องอยากได้แม่ก็ไม่เห็นว่ามันจะใหญ่โตอะไร”“ป๊ากับแม่ก็แบบนี้ทุกที ตามใจจนน้องเสียนิสัยไปแล้ว”“ไม่เอาสิเมษา ไม่ว่าน้องนะลูก มาช่วยแม่เตรียมกับข้าวมา วันนี้แม่จะทำกับข้าวเองเลยนะ” ออกัสเดินเข้ามาในบ้านใหญ่ก็ได้ยินเสียงเมษากำลังงอแงเรื่องลานจอดรถของเขาอยู่ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะทำให้คนในบ้านไม่พอใจสักเท่าไรพี่เมษานิสัยค่อนข้างคล้ายกับผู้เป็นพ่อ คือขี้สงสาร ขี้เห็นใจ จนมีหลายครั้งที่มักจะทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน เพราะความสงสารเหล่านั้นส่วนพี่จูนพี่คนรอง รายนั้นไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไร ยิ่งช่วงนี้เพิ่งเปิดธุรกิจใหม่ก็เลยวุ่นวายอยู่แต่กับงานของตัวเอง“พี่เมเลิกบอกให้แม่เปลี่ยนใจเลยครับ ทีตอนพี่ขอให้แม่ซื้อสนามกอล์ฟกัสยังไม่ขัดพี่เลย ฉะนั้นเรื่องลานจอดรถนี้กัสขอ” ออกัสมองคนเป็นพี่ด้วยสายตาอ้อน ๆ พร้อมกับเข้าไปเกาะแขน จนเมษาถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว“อ้อนเก่งไปแล้วนะตัวแสบ” เมษาว่าพร้อมกับเอามือมายีหัวออกัสจนฟู“คริคริ” ออกัสหัวเราะออกมาด้วยความจั๊กจี้เมื่อพี่เ
“ฮะ!!! อะไรนะครับ” จากออเดอร์ลูกค้าอย่างออกัสเหมือนว่าตอนนี้วันเดย์จะหันมาสนใจเขาได้สักทีไอศกรีมชุดที่ออกัสสั่งถือว่าเป็นชุดที่ราคาสูงที่สุดในร้าน ใน 1 บ็อกซ์เซตจะมีทั้งหมด 4 กระปุก ซึ่ง 2 กระปุกแรกเป็นไอศกรีมที่ต้องตักสด ๆ ตามที่ลูกค้ารีเควสต์หน้าร้าน อีก 1 กระปุกเป็นท็อปปิงที่เป็นผลไม้สดและกระปุกสุดท้ายเป็นท็อปปิงขนมตกแต่งและแยม แน่นอนว่าเป็นใครก็คงต้องตกใจด้วยทั้งนั้นที่ได้ยินออกัสสั่ง“นี่นาย!!!!” วันเดย์ชี้หน้าออกัสทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าใครสั่งออเดอร์“นาย นายอะไรเหรอครับคุณพนักงาน ตอนนี้ผมอยู่ในฐานะลูกค้านะครับ คุณอยากตกงานหรือไง” ออกัสพยายามใช้เสียงให้เบาที่สุด ยิ่งได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดของวันเดย์เขาก็ยิ่งรู้สึกสะใจ เพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่สามารถแม้แต่จะเอ่ยปากเถียงได้ด้วยซ้ำ“เร็วหน่อยนะครับ ผมมีธุระต้องไปทำต่อ”“รีบมากไม่เสือกมาสั่งตั้งแต่เมื่อวานวะ ไอศกรีมร้อยชุดนะ ไม่ใช่สองลูก”“พี่ว่าอะไรนะครับ ผมได้ยินไม่ถนัด สงสัยต้องลองถามผู้จัดการร้าน”“สักครู่นะครับคุณลูกค้า” วันเดย์กัดฟันพูดก่อนจะก้มทำออเดอร์ที่ออกัสสั่งออกัสยืนกอดอกพลางหัวเราะกับท่าทางข
“เดี๋ยวก่อน สิริโชคอำนาจ นี่ นามสกุลมึงใช่ไหม” เสียงของวันเดย์เอ่ยรั้งออกัสไว้“จะใช่หรือไม่ใช่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่”“กูก็แค่ไม่แปลกใจ ว่าต้องเป็นคนประเภทไหนที่จู่ ๆ ก็มาซื้อหอพักนักศึกษาเอาไปทุบทำลานจอดรถของตัวเอง”“ก็คนรวยแบบผมนี่แหละ แค่นี้ใช่ไหม ผมขอตัว” ออกัสรีบเดินออกมาจากตรงนั้น เพราะเหนื่อยที่จะต้องไปเสียเวลาต่อปากต่อคำด้วย ยิ่งได้เห็นท่าทางคำพูดคำจาที่ไม่ดีของวันเดย์ ยิ่งทำให้เขาไม่ชอบหน้ารุ่นพี่กลุ่มนั้นมากขึ้นไปอีก“กัสคิดอะไรอยู่หรือเปล่า” ไข่มุกเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าขบคิดอะไรสักอย่างของเพื่อนตน“เกลียดขี้หน้าไอ้รุ่นพี่คนเมื่อกี้ เรากำลังคิดอยู่ว่าจะเอาคืนยังไงดี”“เราว่าอย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยดีกว่านะ”“มุกคิดว่าคนอย่างเราจะยอมให้ใครหรือไง ไอ้รุ่นพี่วันเดย์อะไรนั้นต้องโดนเอาคืนสักวัน คอยดูนะ” ออกัสเดินมาส่งไข่มุกขึ้นรถ ก่อนที่ทั้งสองคนจะแยกย้ายกันกลับบ้านวันนี้มีเรียนแค่วิชาเดียวเลยตั้งใจว่าจะไปเดินซื้อขนมกับของเล่นให้ล็อตเต้สักหน่อย ส่วนรถคันที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อเช้า สิงหาได้ส่งรถคันใหม่มาเปลี่ยนให้เรียบร้อย เพราะไม่อยากให้ลูกชายต้องใช้รถที
ออกัสภาวนาว่าอย่าให้มหาวิทยาลัยแคบไปกว่านี้เลย…แม้จะไม่อยากเจอรุ่นพี่คนนั้นมากแค่ไหน แต่สุดท้ายคงหนีไม่พ้น เพราะเขามีความจำเป็นต้องตามหาเจ้าของกระเป๊าสตางค์ให้เจอในตอนนี้หลังจากที่เข้าเรียนเสร็จ ออกัสชวนไข่มุกกับวายุมาด้วย ตอนแรกตั้งใจว่าจะมากันสามคน แต่วายุดันมีธุระต้องรีบกลับบ้านด่วน เขาเลยต้องมากับไข่มุกแทนซึ่งพอข้ามมาฝั่งของเขตนักศึกษาภาคปกติ ออกัสชักเริ่มไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือเปล่าที่ชวนเพื่อนสาวคนสวยมาด้วย เพราะทันทีที่ไข่มุกปรากฏตัว สายตาหลายคู่ก็พากันจับจ้องมาที่ทั้งสองคนโดยอัตโนมัติ แต่สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากคนที่เดินข้าง ๆ เขาเสียมากกว่า ไข่มุกเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งแถมมีตำแหน่งดาวคณะคอยการันตีอีกต่างหากจริง ๆ ไข่มุกควรเป็นดาวของหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ เพราะเธอเกิดอุบัติเหตุเลยทำให้ประกวดไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ลดความน่าสนใจของเธอลงเลย เธอเป็นผู้หญิงผิวขาวลูกเสี้ยว ไทย จีนและเยอรมัน ใบหน้าสวยคมได้จากไทยผสมเยอรมัน ผิวขาวเนียนแบบคนเชื้อสายจีนแท้ เส้นผมสีน้ำตาลธรรมชาติยาวสลวย เพราะได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดี บวกกับความสูง 170 เซนติเมตรของเธอยิ่งน่าดึงดูดมากขึ







