ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)

ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)

last updateDernière mise à jour : 2024-12-25
Par:  Champeehom En cours
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
24Chapitres
3.2KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ยุคสมัยที่การแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีไม่จำกัดอยู่เพียงหญิงชาย เพศเดียวกันก็สามารถแต่งงานกันได้ถ้าผลประโยชน์ต้องกัน ฟ่านลู่อีถูกแต่งตั้งเป็นองค์ชายไปแต่งงานกับอ๋องต่างแคว้นเพื่อเป็นบรรณาการของการสงบศึก กับอ๋องที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในแผ่นดิน! เนื้อเรื่องไม่มีอะไรแปลกใหม่ค่ะ เดินเรื่องแบบสูตรสำเร็จพระเอกนายเอกเก่งเทพ

Voir plus

Chapitre 1

1

แคว้นเสิ่ง

"มีพระราชสาสน์มาจากฮ่องเต้แคว้นเจี๋ยพ่ะย่ะค่ะ" หานกงกงประคองสาส์นในถาดทองคำถวายให้ฮ่องเต้ถางจงฮ่วน

 ฮ่องเต้มองสาส์นประดุจเผือกร้อนกองหนึ่งแต่มิอ่านก็มิได้ พระองค์ไม่เข้าใจแคว้นเจี๋ยแม้แต่น้อย สงครามพิพาทระหว่างชายแดนของสองแคว้นยืดเยื้อมาได้ห้าปี จนมาถึงฤดูใบไม้ผลิแคว้นเสิ่งกำลังจะเพลี่ยงพล้ำแต่กองทัพแคว้นเจี๋ยกลับมิได้ตามมาบดขยี้ เพียงเข้ายึดเมืองชายแดนแล้วอยู่เฉยๆ มิได้รุกคืบ สร้างความกดดันให้กับทางเมืองหลวงยิ่ง พระองค์เพียรส่งพระราชสาส์นไปหลายครั้งแต่มิได้รับสาส์นตอบแต่อย่างใด ขุนนางก็แบ่งแยกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งต้องการสงบศึกฝ่ายหนึ่งต้องการให้ส่งกองทัพไปบดขยี้ เฮอะ เจ้าพวกไร้สมอง มีแต่ทางเราจะถูกบดขยี้สิไม่ว่า แถมนี่ยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยว พระองค์ไม่สามารถรีดภาษีหรือหาเสบียงได้ทันการเคลื่อนทัพเป็นแน่

ฮ่องเต้ถอนพระปัสสาสะหนักๆแต่สาส์นยังคงต้องอ่าน เมื่อกวาดสายตาอ่านจนจบ หานกงกงที่คอยมองสีหน้าอยู่ยังมิสามารถอ่านสีหน้าของฮ่องเต้ยามนี้ได้

"มิทราบว่าทางแคว้นเจี๋ยยื่นข้อเสนอใดมาหรือพ่ะย่ะค่ะ"

"ข้ามิเข้าใจ เหตุใดทางแคว้นเจี๋ยจึงยื่นข้อเสนอที่เสียเปรียบนี้มา"

"ข้อเสนออันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ"

"แต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี"

ฮ่องเต้ยังขบคิดข้อเสนอจากแคว้นเจี๋ยอยู่ แม้ยามค่ำคืนที่พระองค์อยู่กับสนมคนโปรด หว่างคิ้วยังคงมิคลาย

"ฝ่าบาท มิทราบว่ากังวลพระทัยเรื่องใดอยู่หรือเพคะ สนมทราบว่าปัญญาต้อยต่ำแต่ยังคงอยากช่วยแบ่งเบาภาระของพระองค์นะเพคะ" เซี่ยกุ้ยเฟยใช้หน้าอกอิ่มเบียดแขนฮ่องเต้อย่างออดอ้อน นับว่าสนมผู้นี้ฉลาดพูดจานัก แถมคนยังงามสะพรั่งในวัยใกล้สี่สิบ ถึงแม้ว่าให้กำเนิดเชื้อสายมังกรแก่องค์ฮ่องเต้แล้ว

"ทางแคว้นเจี๋ยยื่นข้อเสนอแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี ข้ายังคิดไม่ตกว่าจะส่งผู้ใดไปจึงจะเหมาะสม เจ้าก็รู้ว่าเราไม่มีองค์หญิงที่อยู่ในวัยออกเรือน" ฮ่องเต้เล่าให้สนมรักฟังโดยหว่างคิ้วยังมิคลาย

"หม่อมฉันเคยอ่านพงศาวดารว่าสมัยก่อนมีการแต่งตั้งองค์หญิงโดยเลือกจากบุตรีของขุนนางที่มีชาติตระกูลดี ความประพฤติดีเพคะ"

"จริงสิ ยังมีวิธีที่เจ้าว่าอยู่" ฮ่องเต้คลายกังวล รับการปรนเปรอจากสนมรักจนใกล้สาง

ณ ท้องพระโรง

"ฮ่องเต้เสด็จแล้ว" เสียงขันทีขานดังก้องกังวาน

"ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆปี" เหล่าขุนนางคุกเข่าส่งเสียงกระหึ่มท้องพระโรงให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธ์ชนิดหนึ่ง

"ลุกขึ้น" ฮ่องเต้ประทับบนบัลลังก์มังกรแล้วกล่าวอนุญาตแก่เหล่าขุนนาง

หลังจากฟังรายงานจากขุนนางแล้วพระองค์เริ่มกล่าวถึงถึงพระราชสาส์นจากแคว้นเจี๋ย

"ทางแคว้นเจี๋ยเสนอการแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี แต่พวกเจ้าก็รู้ว่าเรามีองค์หญิงเพียงองค์เดียวและเพิ่งอายุสี่ขวบ ไม่ใกล้เคียงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำ" ใช่แล้ว พระองค์มีสนมมากมายมีลูกถึงสิบคน แต่ชะตาช่างเล่นตลก องค์ชายที่มาประสูติได้ยากนักในรัชกาลก่อนกลับมาประสูติแต่พระองค์มากมาย กว่าพระองค์จะได้องค์หญิงน้อยมาแทบจะต้องบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์ มีหรือจะยอมส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการต่างเมือง

เสียงเหล่าขุนนางปรึกษากันกระหึ่มท้องพระโรง รัชกาลนี้ไม่มีองค์หญิงเป็นที่รู้กันทั่ว ทางแคว้นเจี๋ยย่อมมิอยากได้เด็กทารกไปเป็นเครื่องบรรณาการแน่

"ถ้าพระองค์ทรงแต่งตั้งบุตรีของใครสักคนเป็นองค์หญิงล่ะพ่ะย่ะค่ะ" เจ้ากรมกลาโหมเสนอขึ้น

"เจิ้นคิดถึงข้อนี้ไว้แล้ว จึงมาถามความสมัครใจของพวกเจ้าว่าผู้ใดมีบุตรสาวที่ยังไม่มีพันธะหมั้นหมายเสนอตัวรับใช้แผ่นดินบ้าง"

เสียงขุนนางเถียงกันดังเซ็งแซ่ เป็นเรื่องธรรมดาที่มิมีผู้ใดอยากส่งเลือดเนื้อเชื้อไขของตนไปเป็นเครื่องบรรณาการยังแดนไกลที่มีแต่ความหนาวเหน็บเยี่ยงนั้น ทุกคนอย่างเกี่ยงกันและเสนอชื่อของบุตรีผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตนเอง

"คุณหนูตระกูลฟ่านจึงเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของแผ่นดิน แถมยังอยู่ในวัยออกเรือน มิทราบว่าท่านเจ้ากรมคลังมีความเห็นประการใด"

เจ้ากรมคลังที่เงียบมาตลอดสบถในใจ อำมาตย์จวงที่คอยขัดแย้งกับเขามาตลอด ม้นกล้าพูดเพราะมีแต่บุตรชายจึงกล้าหาเรื่องเขา ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าบุตรีของเขาคือไท่จื่อเฟยในอนาคต มารดาของนางเป็นน้องของฮองเฮา สองพี่น้องตั้งใจว่าจะให้สองตระกูลเป็นทองแผ่นเดียวกัน ถึงยังมิได้หมั้นหมายแต่ความสัมพันธ์ย่อมไม่ธรรมดา

"ฟ่านปิงปิงเป็นคู่หมายองค์ไท่จื่อ แต่ที่อำมาตย์จวงกล่าวมาก็เป็นเรื่องดีอยู่ เจ้ากรมคลังยังมีบุตรชายที่งดงามอยู่อีกคนมิใช่หรือ" เป็นฮองเฮาที่หาทางออกสวยๆให้ นางรู้ว่าบุตรชายผู้งดงามของเจ้ากรมคลังเป็นหนามยอกอกน้องสาวนางมานานแล้ว บุตรชายที่ถือกำเนิดจากฮูหยินรองที่ใบหน้าประพิมพ์พายคล้ายฟ่านปิงปิงถึงแปดส่วน เพราะเด็กทั้งสองหน้าเหมือนท่านย่าที่เคยเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้น อีกสองส่วนที่ไม่เหมือนนั้นคือส่วนที่งดงามกว่า ครั้งนี้ถือว่าช่วยน้องสาวของนางและทำให้หนทางสู่บัลลังก์มังกรของบุตรชายนางมั่นคงยิ่งขึ้น ทรัพย์สินของตระกูลฟ่านก็มีมิใช่น้อย หากเด็กนั่นอยู่ผู้เป็นบุตรชายย่อมได้สืบทอด หากน้องสาวนางรู้ย่อมขอบคุณนางเป็นแน่

"เจ้ากรมคลังท่านมีความคิดเห็นอย่างไร"  สุรเสียงทรงอำนาจถามขึ้น

"เอ่อ.... กระหม่อม"

"เจ้ากรมคลังคงตื่นเต้นจนพูดไม่ออกเพคะฮ่องเต้" ฮองเฮาพูดด้วยเสียงหยาดเยิ้มแต่สายตาจิกร่างของเจ้ากรมคลังจนพรุน คนแม้ทำท่าลำบากใจแต่เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างลูกชายผู้สืบทอดกับตำแหน่งพระสัสสุระแล้ว น้ำหนักในใจย่อมเทมาฝ่ายหลังแน่ เขาก็แค่รับอนุเพิ่มอีกซักสองสามคน พยายามทำบุตรชายสักหน่อย

"กระหม่อมรับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ" เจ้ากรมคลังฟ่านแอบกระหยิ่มอยู่ในใจ

"ข้าขอแต่งตั้งบุตรชายของเจ้ากรมคลังเป็นองค์ชายสันติสุขเพื่อไปเจริญสัมพันธไมตรียังแคว้นเจี๋ย ประทานผ้าร้อยผืน ทองคำยี่สิบหีบ เครื่องประดับทองและเพชรอย่างละสิบหีบ อาชาห้าสิบตัว นางกำนัลและขันทีอย่างละยี่สิบคน เจ้ากรมคลังจงบอกให้ลูกของเจ้าเตรียมตัวอีกเจ็ดวันขบวนรับเจ้าสาวของแคว้นเจี๋ยจะเดินทางมาถึง เลิกประชุมได้" ฮ่องเต้ลุกขึ้นเดินออกจากท้องพระโรงทิ้งให้เหล่าขุนนางวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่พร้อมกับมาแสดงความยินดีกับเจ้ากรมคลัง

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Pisamai Chavatanont
Pisamai Chavatanont
ภาษาอ่านเข้าใจง่าย อ่านเพลิน ไม่ซับซ้อน
2024-12-24 23:42:19
0
0
24
1
แคว้นเสิ่ง"มีพระราชสาสน์มาจากฮ่องเต้แคว้นเจี๋ยพ่ะย่ะค่ะ" หานกงกงประคองสาส์นในถาดทองคำถวายให้ฮ่องเต้ถางจงฮ่วน ฮ่องเต้มองสาส์นประดุจเผือกร้อนกองหนึ่งแต่มิอ่านก็มิได้ พระองค์ไม่เข้าใจแคว้นเจี๋ยแม้แต่น้อย สงครามพิพาทระหว่างชายแดนของสองแคว้นยืดเยื้อมาได้ห้าปี จนมาถึงฤดูใบไม้ผลิแคว้นเสิ่งกำลังจะเพลี่ยงพล้ำแต่กองทัพแคว้นเจี๋ยกลับมิได้ตามมาบดขยี้ เพียงเข้ายึดเมืองชายแดนแล้วอยู่เฉยๆ มิได้รุกคืบ สร้างความกดดันให้กับทางเมืองหลวงยิ่ง พระองค์เพียรส่งพระราชสาส์นไปหลายครั้งแต่มิได้รับสาส์นตอบแต่อย่างใด ขุนนางก็แบ่งแยกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งต้องการสงบศึกฝ่ายหนึ่งต้องการให้ส่งกองทัพไปบดขยี้ เฮอะ เจ้าพวกไร้สมอง มีแต่ทางเราจะถูกบดขยี้สิไม่ว่า แถมนี่ยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยว พระองค์ไม่สามารถรีดภาษีหรือหาเสบียงได้ทันการเคลื่อนทัพเป็นแน่ฮ่องเต้ถอนพระปัสสาสะหนักๆแต่สาส์นยังคงต้องอ่าน เมื่อกวาดสายตาอ่านจนจบ หานกงกงที่คอยมองสีหน้าอยู่ยังมิสามารถอ่านสีหน้าของฮ่องเต้ยามนี้ได้"มิทราบว่าทางแคว้นเจี๋ยยื่นข้อเสนอใดมาหรือพ่ะย่ะค่ะ""ข้ามิเข้าใจ เหตุใดทางแคว้นเจี๋ยจึงยื่นข้อเสนอที่เสียเปรียบนี้มา""ข้อเสนออันใดหรือพ่ะ
Read More
2
"ท่านอ๋อง เสด็จล่วงหน้าขบวนมาแบบนี้จะดีหรือพ่ะย่ะค่ะ" ชายร่างใหญ่ใบหน้าเหี้ยมเกรียมถามขึ้น แต่เสียงกลับทุ้มหล่อขัดกับหน้าตา"ข้าอยากดูหน้าเจ้าสาวจนทนไม่ไหวไงล่ะ ข่าวว่าเป็นคุณหนูที่มีดีแค่ความงามมิใช่รึ" คนพูดเป็นชายหนุ่มหนวดเครารกครึ้มในชุดผ้าเนื้อหยาบแต่มิอาจปกปิดเค้าหน้างามสง่าและบุคลิกสูงส่งได้"มิใช่พ่ะย่ะค่ะ เป็นคุณชายคนน้องพ่ะย่ะค่ะ""แคว้นเสิ่งหาสตรีมิได้แล้วหรือถึงส่งบุรุษมาแต่งงาน" คนพูดเสียงเยาะหยัน"ก็อาจเป็นได้พ่ะย่ะค่ะ แม้แต่ฮ่องเต้ก็มีแต่องค์ชาย มีองค์หญิงเพียงพระองค์เดียวชันษาสี่ขวบ""ข้ามิใช่คนวิปริตที่จะแต่งงานกับทารกหรอกนะ" คนทำหน้านิ่ง"จึงมีการแต่งตั้งองค์ชายจากบุตรขุนนางไงพ่ะย่ะค่ะ เพราะบุตรีมีน้อยและต่างมีพันธะหมั้นหมายกันหมดแล้ว""หึ" คนแค่นเสียงคำหนึ่งก่อนที่จะกระตุ้นม้าวิ่งเต็มฝีเท้า ทิ้งให้ผู้ติดตามกระตุ้นม้าตามทางจวนเจ้ากรมคลัง"ฟ่านลู่อี่รับราชโองการ" ทหารประกาศดังก้องจวนคนทั้งจวนฟ่านคุกเข่าที่ลานด้านหน้า"สงครามชายแดนยืดเยื้อมาหลายปี ทางแคว้นเจี๋ยต้องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีขอแต่งตั้งฟ่านลู่อี่เป็นองค์ชายสันติสุขไปแต่งงานกับอ๋องพยัคฆ์ยังแคว้นเจี๋ย พ
Read More
3
ขบวนทหารม้าจากแคว้นเจี๋ยชักแถวเดินเข้าเมืองอย่างองอาจ ผู้นำขบวนเป็นถึงรองแม่ทัพมือขวาของอ๋องพยัคฆ์มีไท่จื่อเป็นผู้แทนพระองค์มาต้อนรับขี่ม้าตีคู่มาตามด้วยรถม้าหรูหราสองคัน คันหนึ่งมีพยัคฆ์สีดำปลอดยืนอยู่บนหลังคาสายตาสอดส่ายไปรอบๆอย่างสนใจ เสียงชาวบ้านซุบซิบกันถึงพยัคฆ์ดำต่างพากันเดาว่าเป็นของอ๋องพยัคฆ์ เหล่าชาวเมืองมีทั้งสายตาชื่นชมมีบ้างบางคนที่หวาดกลัวรถม้าที่ทำจากไม้เนื้อดีอีกยี่สิบคันเทียมด้วยอาชาพ่วงพี กองทหารม้าอีกห้าสิบปิดท้ายขบวน ทุกคนท่าทีองอาจข่มขวัญผู้คน แต่ก็อยู่ในระเบียบกองทัพมิได้ข่มเหงผู้ใดกองกำลังพยัคฆ์ดำมาถึงตั้งแต่เมื่อวาน พวกเขาตั้งค่ายอยู่นอกเมืองรอจนเช้าวันใหม่เมื่อผู้แทนพระองค์ไปรับที่ประตูเมืองจึงจัดขบวนเข้าเมืองอย่างองอาจไทจื่อก้าวนำรองแม่ทัพโจวหงเจินมายังท้องพระโรง"ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี" ปากบอกเคารพแต่ท่าทียังองอาจมิยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อยฮ่องเต้ถางจงฮ่วนได้แต่กล้ำกลืนก้อนเลือดลงคอ จำต้องเอ่ยคำปฏิสันถารตามมารยาท"พวกท่านเดินทางมาเหนื่อยๆ เชิญไปพักก่อนดีหรือไม่ ข้าให้คนจัดที่พักไว้แล้ว""เรื่องนั้นไว้ทีหลังได้ ข้าเป็นตัวแทนแคว้นเจี๋ยเดินทางมารับ
Read More
4
ลู่อี่บังคับให้เสี่ยวถงนั่งลงร่วมรับประทานน้ำชาด้วย ทั้ง 4 คนคุยกันอย่างเพลิดเพลินจนเย็น ส่วนพยัคฆ์ดำได้เนื้อสดก้อนใหญ่ที่เสี่ยวถงไปนำมาให้นอนพุงป่องอยู่ด้านข้าง"นี่ก็ใกล้เวลาเริ่มงานเลี้ยงแล้วพระชายามิต้องไปเตรียมตัวก่อนหรือกระหม่อม" โจวหงเจินรู้สึกตัวก่อนว่าใกล้ถึงเวลางานเลี้ยง"ข้าไม่อยากไป" ฟ่านลู่อี่ปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด"งั้นก็ไม่ต้องไป เรากลับแคว้นเจี๋ยกันเลยเถอะ" ซือเย่ามองฟ่านลู่อี่"นั่นอาจจะเป็นความคิดที่ดีก็ได้ งานเลี้ยงนั่นพวกเขาจัดกันก็ให้เขาสนุกกันเองก็แล้วกัน" ฟ่านลู่อี่ยิ้มออกมาได้"ให้ข้าไปช่วยพระชายาขนสัมภาระเถิดกระหม่อม" ซือเย่าออกปาก"รบกวนท่านแล้ว" ฟ่านลู่อี่พยักหน้า"ข้าจะไปช่วยเสี่ยวถง" โจวหงเจินแยกไปกับเสี่ยวถง ปล่อยให้ซือเย่าตามลู่อี่ไปลู่อี่กวาดตามองรอบๆห้องนอน เขาผ่านอะไรมามากเหลือเกินจนรู้สึกว่าตัวเองแก่ชรากว่าอายุจริง ถึงแม้ไม่มีเรื่องดีๆให้จดจำมากนักแต่พอจะไปจริงๆก็อดอาลัยมิได้ซือเย่ากวาดตามองไปรอบๆ ทั้งที่เห็นห้องนี้แล้วเมื่อครั้งที่ลอบเข้ามา แต่เมื่อดูอย่างเปิดเผยอีกครั้งก็พบว่าห้องนี้แทบไม่มีอะไรเลย"เราไปกันเถอะ" เสียงลู่อี่ปลุกซือเย่าจากภวังค์ เขาถ
Read More
5
"เหตุใดพระชายาจึงมิต่อต้าน ทั้งที่รู้ว่าต้องไปแต่งงานต่างแคว้นแถมยังแต่งงานกับบุรุษ" ซือเย่าถามคนงามหลังรับประทานอาหารเสร็จ"ต่อต้านแล้วอย่างไรไม่ต่อต้านแล้วอย่างไร ฮ่องเต้มีพระราชโองการมาเยี่ยงนั้นข้าต่อต้านได้หรือ เมื่อทำสิ่งใดมิได้ก็ย่อมต้องทำใจ หากข้าหักใจหนีไปอาจโดนประหารทั้งตระกูลบ่าวไพร่ที่ไม่มีความผิดจะเดือดร้อนไปด้วย ข้าฟังข่าวลือเรื่องท่านอ๋องพยัคฆ์จากนักเดินทางที่แวะมาที่ร้านน้ำชาของข้ามามากมาย แต่ข้ายังไม่เคยได้ยินว่าท่านอ๋องเป็นผู้นิยมบุรุษ ข้าจึงคิดว่าถึงแต่งไปก็คงไม่เป็นไรต่างคนต่างอยู่ก็คงได้กระมัง" คนงามพูดด้วยความไม่แน่ใจในตอนท้ายซือเย่าแอบยกนิ้วให้ในใจ พระชายาช่างมีความคิดอ่านเยือกเย็นนัก แต่มีเรื่องจริงเพียงแค่ส่วนเดียวว่าท่านอ๋องไม่เคยนิยมบุรุษแต่ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่นิยมบุรุษอาหลานเดินออกมาจากเงามืด ปากคาบกระต่ายป่าสีขาวมาตัวหนึ่ง มันวางกระต่ายลงหน้าลู่อี่"ให้ข้าหรือขอบใจเจ้ามากนะ" ฟ่านลู่อี่ตบหัวมันเบาๆ ในรถม้าเกิดเหตุใดขึ้นกันแน่ ปกติอาหลานที่แสนเย่อหยิ่งมิยอมให้ผู้ใดลูบศีรษะนอกจากท่านอ๋องลู่อี่หยิบกระต่ายโชคร้ายขึ้นมาดู มันนอนนิ่งเหมือนตายแล้วดูจากภา
Read More
6
ซือเย่านำลู่อี่มาถึงจวนเจ้าเมือง เป็นหมู่ตึกที่ดูโออ่ามิใช่น้อย"คืนนี้เราจะพักกันที่นี่พ่ะย่ะค่ะ"ลู่อี่มองชายวัยกลางคนร่างท้วมที่ยืนหัวแถวรวมกับผู้คนรออยู่หน้าจวนอย่างกระวนกระวายใจ พอเขาเห็นลู่อี่ก็ทำความเคารพและแนะนำตัวอย่างนอบน้อม"เชิญองค์ชายด้านในพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็นเจ้าเมืองกังได้เตรียมที่พักและงานเลี้ยงพร้อมทั้งอาหารรสเลิศไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ""ต้องลำบากท่านแล้ว รบกวนส่งอาหารมาที่เรือนพักของข้าด้วย ข้าเหนื่อยต้องการพักผ่อน และรบกวนท่านจัดหาสุราอาหารให้ทหารของข้าด้วย" ลู่อี่กล่าวแล้วเดินตามซือเย่าไปอย่างไม่แยแสงานเลี้ยงที่เจ้าเมืองเตรียมไว้ บรรดาสาวงามที่แต่งตัวมารอต้อนรับหน้าบึ้งไปตามๆกัน เพราะนางหวังจะแสดงความงดงามโดดเด่นจับใจชายหนุ่มที่มาร่วมงานเลี้ยงแต่งานกลับถูกยกเลิก แถมเมื่อองค์ชายผู้งดงามมาถึงยังมีสายตาผู้ใดเหลือมาเหลือบแลพวกนางเล่า"ขอบคุณท่าน เชิญท่านไปพักผ่อนเถิด" ลู่อี่ออกปาก ซือเย่าจึงจำต้องถอยออกมา สวนกับบ่าวที่ยกอ่างน้ำเข้าไปในห้อง เขารอจนบ่าวออกมาให้แน่ใจว่ามีเพียงเสี่ยวถงคอยปรนนิบัติลู่อี่จึงวางใจได้ แต่ก็ยังมีองครักษ์เงาถึงสี่คนคอยอารักขา ส่วนอาหลานเข้าห้องไปรอ
Read More
7
ฟ่านลู่อี่เรียกโจวหงเจินมาถามถึงเส้นทางข้างหน้าได้ความว่าจากนี้จะเร่งเดินทาง โดยปกติแล้วระยะทางระหว่างเมืองหลวงของแคว้นเสิ่งไปถึงชายแดนแคว้นเจี๋ยต้องใช้เวลาเดินทางถึง 1 เดือน แต่ขบวนของพวกเขาจะเดินทางออกจากทางหลวงเป็นบางช่วงเพื่อตัดตรงทะลุป่าเขาบ้างจะทำให้เดินทางได้เร็วขึ้น ทำให้จากนี้ไปอาจจะต้องนอนกลางป่ากันบ้างเป็นบางคืน"ท่านอ๋องอยากให้พระชายาเดินทางถึงแคว้นเจี๋ยให้เร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ" ซือเย่าบอก "เกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือ" ฟ่านลู่อี่ถาม"ฤดูเหมันต์ของแคว้นเจี๋ยจะมาถึงก่อนแคว้นเสิ่งหนึ่งเดือนพ่ะย่ะค่ะและกินระยะเวลายาวนานถึงหกเดือน โหรหลวงทำนายว่าปีนี้จะหนาวรุนแรงที่สุดในรอบยี่สิบปีและอาจยาวนานถึงแปดเดือน ท่านอ๋องเป็นห่วงสุขภาพของพระชายาจึงอยากให้เร่งเดินทาง" ซือเย่าลอบร้องย่ำแย่ในใจ พระชายาเอ่ยปากก็ถามได้ตรงจุด แคว้นเสิ่งช่างโง่จริงๆที่ปล่อยเพชรเม็ดนี้มาให้แคว้นเจี๋ย"งั้นหรือ แต่อย่าได้หักโหมจนเกินไปทุกคนย่อมมีครอบครัวรออยู่" ฟ่านลู่อี่บอก เขาไม่ใส่ใจว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางนานเท่าใดทั้งสี่คนรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันบนรถม้าจากนั้นโจวหงเจินและซือเย่าก็ออกไปขี่ม้านำขบวนเหมือนเดิมยา
Read More
8
ฟ่านลู่อี่หมดอารมณ์จะชมเมืองเขานั่งนิ่งอยู่บนรถม้าโดยไม่เอ่ยคำใดแม้แต่เสี่ยวถงยังมิกล้าเปิดปาก อาหลานพยายามเอาหัวมาดุนมือคนงามแบบที่เคยใช้ได้ผลแต่ยังไม่ได้รับความสนใจจากฟ่านลู่อี่ รถม้าหยุดยั้งลงประตูถูกเปิดออกโดยอ๋องพยัคฆ์ ฟ่านลู่อี่มีสีหน้าเรียบเฉย ก้าวลงมาจากรถม้าโดยไม่รับมือของท่านอ๋องที่ส่งมาให้ "คารวะท่านอ๋อง คารวะพระชายา" ทหารและชาวเมืองที่ออกมาต้อนรับส่งเสียงดังกระหึ่มพร้อมกันทุกคนทราบข่าวตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนว่าท่านอ๋องได้รับองค์ชายสันติสุขเป็นพระชายาเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีและสงบศึกเหล่าชาวเมืองที่เผชิญสงครามมาหลายปีย่อมยินดียิ่งถึงแม้ทางแคว้นเสิ่งจะแพ้สงครามแต่นอกจากส่งทหารมาควบคุมความเรียบร้อยแล้วก็มิได้มีการทารุณชาวเมืองแต่อย่างใดคนจึงไม่ต่อต้านมากนักแถมทหารที่มาส่งข่าวเฝ้าโม้ถึงความงามของพระชายาฟ่านลู่อี่จนเลิศเลอจึงมีคนมารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่น ฟ่านลู่อี่คลี่ยิ้มไปรอบๆ ผงกศีรษะเป็นเชิงทักทายทำเอาหลายคนตะลึง บ้างถูกความงามมอมเมาจนเผลอจส่งสายตาเคลิ้มฝันมาให้ "เชิญท่านอ๋องกับพระชายาทางนี้พ่ะย่ะค่ะ" จ้าวอี้หานรีบเชิญเสด็จก่อนที่จะมีเหตุการณ์นองเลือดเกิดขึ้นเมื่อดูจา
Read More
9
ฟ่านลู่อี่ตื่นมาก็ไม่เห็นอาหลานแล้ว นอกจากที่นอนที่ยังอุ่นอยู่บ่งบอกว่ามันนอนกับเขาตลอดคืน หารู้ไม่ว่าเมื่อคืนมีเหตุใดเกิดขึ้นบ้างเมื่อคืน"จับมุสิกได้กี่ตัว" อ๋องพยัคฆ์เดินช้าๆมาดูคนชุดดำที่ถูกจับมัดดังสุกรกลิ้งอยู่ที่พื้น"ห้าพ่ะย่ะค่ะ ช่างมีขวัญเทียมฟ้ากล้าบุกจวนทั้งที่รู้ว่าอยู่ในความดูแลของเรา" จ้าวอี้หานเตะนักฆ่าผู้หนึ่งกระเด็นไปอัดต้นไม้แน่นิ่ง เพราะเห็นมันทำท่าจะสลัดอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ในรองเท้า"เจ้าจงรีดความจริงว่าใครส่งมันมา ข้าคาดว่าพวกมันคงมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่พระชายาเจ้าจงวางกำลังให้รัดกุม" อ๋องพยัคฆ์สั่งแล้วหมุนกายกลับไปหาลู่อี่ไปถึงก็เขี่ยอาหลานลงจากเตียง มันส่งเสียงหงุดหงิดแต่ยอมกระโดดลงจากเตียงไปนอนที่พรมกลางห้องฟ่านลู่อี่ขดกายเข้าหากันเพราะเริ่มหนาว อ๋องพยัคฆ์รีบเข้าไปนอนแทนที่อาหลานกอดคนงามเข้ามาในวงแขน เมื่อความอบอุ่นกลับมาลู่อี่ก็ขยับกายหาที่เหมาะๆ แล้วหลับอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้างดงามยิ้มน้อยๆ"ข้าจะทนจนถึงพิธีสยุมพรไม่ไหวถ้าเจ้ายั่วกันแบบนี้" คนจูบหน้าผากเกลี้ยงเกลาเนิ่นนานก่อนจะหลับตามไปอ๋องพยัคฆ์ตื่นก่อนฟ่านลู่อี่แล้วออกไปฝึกซ้อมตอนเช้า เขารู้ดีว่าถ้าคนงามตื่น
Read More
10
ลู่อี่ทราบว่าท่านอ๋องทิ้งอาหลานไว้เฝ้าเชลยศึกเพราะมีข่าวว่าจะมีการชิงตัวนักโทษจึงทิ้งเจ้าพยัคฆ์ดำไว้ที่ค่าย โดยที่คนงามไม่ทราบความจริงว่านี่เป็นเพียงข้ออ้างของท่านอ๋องที่จะกีดกันเจ้าพยัคฆ์ดำออกจากตนเอง"ข้าขอไปเยี่ยมนักโทษเหล่านั้นได้หรือไม่" คนงามออกปากเผลอใช้แววตาออดอ้อนจนท่านอ๋องใจอ่อน"ก็ได้ แต่หงเจินต้องไปกับเจ้าด้วยห้ามอยู่ห่างจากเขา ห้ามรับของจากคนแปลกหน้า ห้ามฯลฯ" อ๋องพยัคฆ์สั่งห้ามยาวเหยียดเหมือนฟ่านลู่อี่เป็นเด็กไม่ถึงสิบหนาวกว่าจะสั่งจบก็ผ่านไปสองเค่อ หลังจากส่งท่านอ๋องล่วงหน้าไปที่ค่ายทหารแล้ว คนงามก็รีบไปสั่งให้พ่อครัวเตรียมอาหารจำนวนมากสำหรับไปให้เชลยสงคราม เน้นอาหารที่รับประทานง่ายเช่นซาลาเปาหลากไส้ พร้อมผลไม้ที่พอหาได้ ตัวเขาทำขนมโก๋กลิ่นดอกโมลี่พอเสร็จก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปรอโจวหงเจินที่หน้าจวน โดยมีเสี่ยวถงและบ่าวถืออาหารทั้งหมดเดินตัวเอียงตามมารองแม่ทัพรีบเข้าไปรับตะกร้าอาหารมาถือ พร้อมส่งสองนายบ่าวขึ้นรถม้าตัวเองขึ้นม้าขี่ตีคู่ไปเดินทางเพียงสามเค่อก็ถึงประตูค่าย"เชิญพระชายาทางนี้พ่ะย่ะค่ะ" โจวหงเจินเดินนำสองนายบ่าวไปส่วนลึกของค่าย มีโรงเรือนปลูกสร้างอย่างหยา
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status