Mag-log inจากที่ตั้งใจจะแวะไปหาหมอ ตอนนี้ออกัสรู้สึกหงุดหงิดเลยตัดสินใจกลับบ้านแทนที่จะไปโรงพยาบาล อันที่จริงผมเป็นคนค่อนข้างติดบ้าน ติดครอบครัว เวลาว่างส่วนใหญ่จะอยู่บ้านพักผ่อน หรือใช้เวลาว่างในการเล่นกับลูก ๆ สัตว์เลี้ยงของเขาที่ชื่อ ล็อตเต้ เป็นสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ตัวสีขาวน่ารัก
ออกัสขับรถมาถึงบ้าน เมื่อลงจากรถก็เจอเข้ากับหัวหน้าพ่อครัวและสาวรับใช้ ที่ยืนรอต้อนรับอยู่
“ยินดีต้อนรับกลับครับคุณหนู”
“ป๊ากลับมาหรือยังครับ” ออกัสพยักหน้ารับแล้วเอ่ยถามกลับไป
“ยังค่ะคุณหนู คุณหนูจะรับของว่างไหมคะ”
“ก็ดีครับงั้นเดี๋ยวเอาไปให้ผมที่ห้องฉายภาพยนตร์แล้วกันนะครับ วันนี้ผมขอเครื่องดื่มเป็นน้ำแอปเปิลนะ” ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อเปลี่ยนชุดนักศึกษานี้ออกเสียที
วันนี้ออกัสตั้งใจคุยกับป๊าเรื่องคนขับรถ แต่ป๊ายังไม่กลับบ้าน เขาจึงฆ่าเวลาด้วยการมานั่งดูหนังผ่อนคลายสมองที่ห้องฉายภาพยนตร์ที่พ่อสั่งทำเป็นพิเศษ นับเป็นอีกหนึ่งห้องที่เป็นมุมโปรดของคนในครอบครัว
ภายในเขตอาณาจักรพื้นที่ของครอบครัว สิริโชคอำนาจ จะมีบ้านอยู่ทั้งหมด 4 หลัง หลังหนึ่งเป็นบ้านใหญ่ที่พ่อกับแม่แล้วก็ธันวา น้องชายคนสุดท้องของตระกูลพักอยู่ด้วยกัน แต่จะมีห้องเดิมของทุกคนอยู่ด้วยถ้าเกิดไม่อยากกลับบ้านตัวเอง
อีกสองหลังเป็นบ้านพี่สาวทั้งสอง คือเมษาพี่คนโตและจูนพี่คนรอง ส่วนอีกหนึ่งหลังที่อยู่ติดกับบ้านใหญ่ก็คือบ้านของออกัส เขาได้บ้านหลังนี้มาเป็นของขวัญ เข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งเช่นเดียวกับพี่สาวทั้ง 2 คน
พ่อกับแม่ของครอบครัวนี้ ค่อนข้างจะเข้าใจลูก ๆ ว่าเด็กแต่ละคนอยากก็มีพื้นที่ส่วนตัว ก็เลยสร้างบ้านให้คนละหลัง แต่ส่วนใหญ่ออกัสจะชอบมานั่งเล่นที่บ้านใหญ่ เพราะเขาเองยังติดพ่อกับแม่พอสมควร แล้วในอนาคตก็คงจะต้องมีอีกหนึ่งหลังที่เป็นของขวัญสำหรับน้องชายคนสุดท้องของบ้าน
ส่วนคนรับใช้จะมีอีกอาณาเขตที่อยู่ติดกับพื้นที่สิริโชคอำนาจโดยมีรั้วกั้นปิดเอาไว้เวลาจะเข้าออกต้องผ่านประตูเล็กใกล้ ๆ บ้านออกัสและเข้าออกทางประตูหลักของตระกูลเท่านั้น
ครอบครัวของผมมีธุรกิจมากมายที่ต้องคอยดูแล แต่อย่างหนึ่งที่เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวันของคนในบ้านที่ทำร่วมกัน คือทุกคนจะต้องได้กินข้าวเย็นด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
พวกเขาเชื่อว่าการที่สมาชิกได้ใช้เวลาร่วมกันในทุก ๆ มื้ออาหารจะทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเหนียวแน่น นั่นก็คงจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลหนึ่งที่บ้านของออกัสกลายเป็นครอบครัวที่อบอุ่น จนหลาย ๆ ครอบครัวพากันอิจฉา
“ไงคุณลูกชาย ได้ข่าวว่าให้แม่จัดการซื้อที่ทำลานจอดรถเลยหรือไง”
“ก็กัสเบื่อที่ต้องคอยไปแย่งลานจอดรถกับคนอื่นแล้วนี่ครับป๊า”
สิงหาเดินมาหาลูกชายที่ห้องฉายภาพยนตร์หลังจากได้รับแจ้งว่าออกัสมารอเขาอยู่สักพักใหญ่แล้ว
“แล้วแบบนั้นคนที่เขาอยู่ที่หอเขาไม่เดือดร้อนเหรอลูก หอนั้นก็มีแต่นักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันกับลูกไม่ใช่หรือไง” ออกัสรู้อยู่แล้วว่าสิงหาจะต้องมาพูดแบบนี้
เพราะพ่อของเขาเป็นคนใจอ่อน ขี้เกรงใจ ขี้สงสาร แต่สุดท้ายความเป็นลูกชายคนโปรดก็คงชนะเหมือนทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา
“ป๊าครับ ป๊าดูผลจากการที่กัสไปวนหาที่จอดรถนะครับ” ออกัสชี้ไปที่รอยแดงบนจมูกให้พ่อดู
“หน้ากัสไม่พังก็ดีแค่ไหนแล้ว อีกอย่างก็ให้ทางหอจ่ายเงินชดเชยให้คนที่เขาพักด้วย มันก็มากพอที่จะให้เขาไปหาหอพักใหม่ได้สบาย ๆ” ออกัสพูดจบก็หันไปดูจอภาพยนตร์ต่อ
“ป๊าก็ไม่ได้ว่าอะไร ดีกันแล้วกันนะลูก แล้วนี่ทำแผลหรือยังบวมเขียวขนาดนั้น ให้ป๊าตามลุงหมอมาที่บ้านไหม” คนเป็นพ่อเมื่อเห็นท่าทีของลูกที่ไม่สนใจตนก็คิดว่าออกัสงอนเลยพูดออกมาแบบนั้น และถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นรอยบนใบหน้าของเขา
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวกัสจัดการเอง” เหตุผลที่ใคร ๆ ต่างก็พากันเอาอกเอาใจออกัสมากเป็นพิเศษ เพราะความเป็นลูกรักของบ้านนี้และจะเป็นทายาทรุ่นต่อไปที่ครอบครัวตั้งใจจะยกกิจการทั้งหมดให้เขาเป็นคนดูแลต่อทั้งหมด
“ป๊าครับ แล้วเรื่องคนขับรถของกัสละครับ” ออกัสถามในขณะที่สายตายังจับจ้องภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่
“ป๊ากำลังหาให้อยู่ เดี๋ยวยังไงป๊าบอกลูกอีกที แล้วนี่ยังไงลงไปกินข้าวไหม แม่กับพี่ ๆ น้อง ๆ รอแย่แล้ว” เมื่อสิงหาเห็นลูกชายสนใจแต่ภาพยนตร์ จึงเอ่ยถามขึ้น
“ไปครับ” พูดจบออกัสรีบลุกขึ้น เพื่อไปยังห้องอาหารพร้อมกับสิงหา
เวลาของมื้อค่ำผ่านไปอีกคืน พรุ่งนี้ออกัสมีเรียนแต่เช้า คืนนี้ก็คงต้องนอนไวกว่าปกติ
“กัส พี่ได้ยินแม่บอกว่าแกให้แม่ซื้อหอพักข้างมหาวิทยาลัยไปทุบทำลานจอดรถเหรอ
เมษา แวะมาหาน้องชายที่บ้านพักส่วนตัวแล้วเดินขึ้นมายังห้องนอน
ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังให้ความสนใจเรื่องลานจอดรถของออกัสมากจริง ๆ เพราะปกติพี่เมษา ผู้ซึ่งไม่เคยมาถามเรื่องอะไรเลยของน้องชายแบบเขา แต่ครั้งนี้เธอกลับตามมาคุยถึงในห้องนอนได้
“ครับพี่เม กัสแค่เบื่อที่คอยไปแย่งที่จอดกับคนอื่นเขา”
“มันไม่เกินไปเหรอกัส นักศึกษาตั้งกี่คนที่พักในหอนั้น เขาเดือดร้อนนะ”
“กัสก็ไม่ได้ให้เขาย้ายออกกะทันหันนะครับ กัสมีเวลาให้ตั้ง 7 วัน แถมจ่ายเงินชดเชยให้เขาด้วย มันมากพอกับการที่พวกเขาจะไปหาหอใหม่ได้สบาย ๆ”
“เฮ้อ กัส แกนี่มันเกินเยียวยาจริง ๆ” เสียงถอนหายใจอย่างเอือมระอาจากพี่สาว ที่ไม่รู้จะแก้เรื่องความเอาแต่ใจของน้องชายยังไงดี สุดท้ายจึงทำได้แค่เดินหนีไปจัดการตัวเอง
พี่สาวทั้งสองคนของออกัสไม่ได้ทำธุรกิจกับที่บ้าน ทั้งสองต่างก็มีธุรกิจเป็นของตัวเอง พ่อกับแม่ก็เลยจะไม่ค่อยอะไรกับพี่เมษาและพี่จูนมากเท่าไร
และหลังจากพี่เมษาออกไป ออกัสก็มานั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองดูเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่
จมูกยังคงมีอาการบวมอยู่นิดหน่อย แต่ไม่ได้เจ็บอะไรมาก เมื่อเย็นหลังกินข้าว แม่เอายาแก้ปวดกับแก้อักเสบให้กินกันมีไข้ขึ้นเรียบร้อยแล้วพรุ่งนี้เช้าอาการคงจะดีขึ้น
“พี่เป็นคนขโมยล็อตเต้มาเหรอครับ” วันเดย์ถึงกับหน้าเหวอ เมื่อออกัสเอ่ยถามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วไหนจะความบังเอิญที่เราทั้งสองเจอกันบ่อย ๆ อีก“ที่ถามคือคิดมาแล้วใช่ไหม ถ้าจะขโมยจริงจะมานั่งอยู่ตรงนี้หรือไง” วันเดย์ถามกลับมา แทนการตอบคำถามของออกัส“ก็ไม่แน่ ล็อตเต้ค่าตัวไม่ใช่ถูก ๆ”“หมาตัวนี้มันมาจากไหนไม่รู้ มันโดนหมาเจ้าถิ่นใต้ตึกไล่หนีมานอนซึมอยู่ใต้ต้นไม้ พี่สงสารเลยอุ้มมันมาตรงนี้ กลัวว่าจะถูกหมาใหญ่กัดตาย” วันเดย์พยายามอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ออกัสไม่ได้สนใจฟังเท่าไร“ผมเอาใส่กระเป๊าไว้อย่างดี มันจะมาเองได้ไงถ้าพี่ไม่ได้ขโมยมา”“นี่น้องครับ!!! คราวหน้า ถ้ารู้ว่าไม่มีปัญญาดูแลก็ควรเอามันไว้ที่บ้าน ในมหาวิทยาลัยหมาเจ้าถิ่นมันเยอะ แล้วดูตัวมันก็กระเปี๊ยกเดียว โดนกัดทีก็จมเขี้ยวตายแล้ว” วันเดย์สุดจะทนจึงตะโกนใส่ออกัสที่พูดกล่าวหาเขาไม่หยุด“หมาผม!! พี่ไม่ต้องยุ่ง ไปค่ะล็อตเต้กลับบ้านเรากันดีกว่า” ออกัสตรงเข้าไปอุ้มล็อตเต้ขึ้นมา เนื้อตัวลูกสาวเต็มไปด้วยฝุ่นจนน่าสงสาร“อย่าให้ผมรู้แล้วกันว่าพี่จงใจทำอะไรหมาผม เพราะคิดจะเอาคืนเรื่องที่ร้านไอศกรีม
ออกัสเลิกสนใจในตัวคนขับรถคนใหม่ก่อนจะเรียกให้คนไปยกของของลูกสาวขึ้นรถและขับออกมา วันนี้ฟ้าฝนเป็นใจ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง รถก็ไม่ติด เขาใช้เวลาไม่นานก็ถึงมหาวิทยาลัย“กัส ทางนี้” เสียงไข่มุกเรียกออกัสดังขึ้น“รอนานไหม พอดีตื่นสายไปหน่อย” ออกัสตอบไข่มุก เมื่อเห็นว่าตอนนี้เลยเวลานัดมา 15 นาทีแล้ว“เพิ่งมาถึงเหมือนกัน นี่ก็รอวายุอยู่ ว่าแต่วันนี้พาลูกสาวมาด้วยเหรอ” ไข่มุกตอบออกมาตามจริงก่อนจะหันไปสนใจลูกสาวตัวน้อยที่เขาพามาด้วย“ล็อตเต้คิดถึงพี่มุกไหมคะ” เพื่อน ๆ ของออกัสต่างพากันเอ็นดูลูกสาวของเขาด้วยกันทั้งนั้นทั้งสองนั่งรอวายุกันอยู่พักใหญ่ ๆ ทันทีที่สมาชิกครบ เราทั้งสามก็รีบพากันไปหาหนังสือที่ต้องใช้ทำรายงานทันทีแต่ออกัสดันลืมคิดไปว่าห้องสมุดมีกฎห้ามพาสัตว์เลี้ยงเข้า เขาเลยจำเป็นต้องวางกระเป๊าที่ใส่ล็อตเต้เอาไว้ข้างนอก โชคดีว่ากระเป๊าใบนี้เป็นแบบสั่งทำพิเศษมีเครื่องปรับอุณหภูมิอัตโนมัติเลยตัดความกังวลเรื่องอากาศร้อนออกไปได้เราทั้งสามใช้เวลาไม่นานก็ได้หนังสือที่จะต้องใช้ครบตามต้องการและออกจากห้องสมุด เพื่อไปหาที่สงบ ๆ นั่งทำรายงานกัน“ไอ้กัส!!!! กระเป๊าลูกมึง” เสียงวาย
“นี่แม่ยังทำเรื่องลานจอดรถให้น้องอีกเหรอคะ เมนึกว่าแม่จะไม่เห็นด้วย”“ก็ไม่มีอะไรที่ต้องไม่เห็นด้วยนะลูก แค่ลานจอดรถเอง น้องอยากได้แม่ก็ไม่เห็นว่ามันจะใหญ่โตอะไร”“ป๊ากับแม่ก็แบบนี้ทุกที ตามใจจนน้องเสียนิสัยไปแล้ว”“ไม่เอาสิเมษา ไม่ว่าน้องนะลูก มาช่วยแม่เตรียมกับข้าวมา วันนี้แม่จะทำกับข้าวเองเลยนะ” ออกัสเดินเข้ามาในบ้านใหญ่ก็ได้ยินเสียงเมษากำลังงอแงเรื่องลานจอดรถของเขาอยู่ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะทำให้คนในบ้านไม่พอใจสักเท่าไรพี่เมษานิสัยค่อนข้างคล้ายกับผู้เป็นพ่อ คือขี้สงสาร ขี้เห็นใจ จนมีหลายครั้งที่มักจะทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน เพราะความสงสารเหล่านั้นส่วนพี่จูนพี่คนรอง รายนั้นไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไร ยิ่งช่วงนี้เพิ่งเปิดธุรกิจใหม่ก็เลยวุ่นวายอยู่แต่กับงานของตัวเอง“พี่เมเลิกบอกให้แม่เปลี่ยนใจเลยครับ ทีตอนพี่ขอให้แม่ซื้อสนามกอล์ฟกัสยังไม่ขัดพี่เลย ฉะนั้นเรื่องลานจอดรถนี้กัสขอ” ออกัสมองคนเป็นพี่ด้วยสายตาอ้อน ๆ พร้อมกับเข้าไปเกาะแขน จนเมษาถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว“อ้อนเก่งไปแล้วนะตัวแสบ” เมษาว่าพร้อมกับเอามือมายีหัวออกัสจนฟู“คริคริ” ออกัสหัวเราะออกมาด้วยความจั๊กจี้เมื่อพี่เ
“ฮะ!!! อะไรนะครับ” จากออเดอร์ลูกค้าอย่างออกัสเหมือนว่าตอนนี้วันเดย์จะหันมาสนใจเขาได้สักทีไอศกรีมชุดที่ออกัสสั่งถือว่าเป็นชุดที่ราคาสูงที่สุดในร้าน ใน 1 บ็อกซ์เซตจะมีทั้งหมด 4 กระปุก ซึ่ง 2 กระปุกแรกเป็นไอศกรีมที่ต้องตักสด ๆ ตามที่ลูกค้ารีเควสต์หน้าร้าน อีก 1 กระปุกเป็นท็อปปิงที่เป็นผลไม้สดและกระปุกสุดท้ายเป็นท็อปปิงขนมตกแต่งและแยม แน่นอนว่าเป็นใครก็คงต้องตกใจด้วยทั้งนั้นที่ได้ยินออกัสสั่ง“นี่นาย!!!!” วันเดย์ชี้หน้าออกัสทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าใครสั่งออเดอร์“นาย นายอะไรเหรอครับคุณพนักงาน ตอนนี้ผมอยู่ในฐานะลูกค้านะครับ คุณอยากตกงานหรือไง” ออกัสพยายามใช้เสียงให้เบาที่สุด ยิ่งได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดของวันเดย์เขาก็ยิ่งรู้สึกสะใจ เพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่สามารถแม้แต่จะเอ่ยปากเถียงได้ด้วยซ้ำ“เร็วหน่อยนะครับ ผมมีธุระต้องไปทำต่อ”“รีบมากไม่เสือกมาสั่งตั้งแต่เมื่อวานวะ ไอศกรีมร้อยชุดนะ ไม่ใช่สองลูก”“พี่ว่าอะไรนะครับ ผมได้ยินไม่ถนัด สงสัยต้องลองถามผู้จัดการร้าน”“สักครู่นะครับคุณลูกค้า” วันเดย์กัดฟันพูดก่อนจะก้มทำออเดอร์ที่ออกัสสั่งออกัสยืนกอดอกพลางหัวเราะกับท่าทางข
“เดี๋ยวก่อน สิริโชคอำนาจ นี่ นามสกุลมึงใช่ไหม” เสียงของวันเดย์เอ่ยรั้งออกัสไว้“จะใช่หรือไม่ใช่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่”“กูก็แค่ไม่แปลกใจ ว่าต้องเป็นคนประเภทไหนที่จู่ ๆ ก็มาซื้อหอพักนักศึกษาเอาไปทุบทำลานจอดรถของตัวเอง”“ก็คนรวยแบบผมนี่แหละ แค่นี้ใช่ไหม ผมขอตัว” ออกัสรีบเดินออกมาจากตรงนั้น เพราะเหนื่อยที่จะต้องไปเสียเวลาต่อปากต่อคำด้วย ยิ่งได้เห็นท่าทางคำพูดคำจาที่ไม่ดีของวันเดย์ ยิ่งทำให้เขาไม่ชอบหน้ารุ่นพี่กลุ่มนั้นมากขึ้นไปอีก“กัสคิดอะไรอยู่หรือเปล่า” ไข่มุกเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าขบคิดอะไรสักอย่างของเพื่อนตน“เกลียดขี้หน้าไอ้รุ่นพี่คนเมื่อกี้ เรากำลังคิดอยู่ว่าจะเอาคืนยังไงดี”“เราว่าอย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยดีกว่านะ”“มุกคิดว่าคนอย่างเราจะยอมให้ใครหรือไง ไอ้รุ่นพี่วันเดย์อะไรนั้นต้องโดนเอาคืนสักวัน คอยดูนะ” ออกัสเดินมาส่งไข่มุกขึ้นรถ ก่อนที่ทั้งสองคนจะแยกย้ายกันกลับบ้านวันนี้มีเรียนแค่วิชาเดียวเลยตั้งใจว่าจะไปเดินซื้อขนมกับของเล่นให้ล็อตเต้สักหน่อย ส่วนรถคันที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อเช้า สิงหาได้ส่งรถคันใหม่มาเปลี่ยนให้เรียบร้อย เพราะไม่อยากให้ลูกชายต้องใช้รถที
ออกัสภาวนาว่าอย่าให้มหาวิทยาลัยแคบไปกว่านี้เลย…แม้จะไม่อยากเจอรุ่นพี่คนนั้นมากแค่ไหน แต่สุดท้ายคงหนีไม่พ้น เพราะเขามีความจำเป็นต้องตามหาเจ้าของกระเป๊าสตางค์ให้เจอในตอนนี้หลังจากที่เข้าเรียนเสร็จ ออกัสชวนไข่มุกกับวายุมาด้วย ตอนแรกตั้งใจว่าจะมากันสามคน แต่วายุดันมีธุระต้องรีบกลับบ้านด่วน เขาเลยต้องมากับไข่มุกแทนซึ่งพอข้ามมาฝั่งของเขตนักศึกษาภาคปกติ ออกัสชักเริ่มไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือเปล่าที่ชวนเพื่อนสาวคนสวยมาด้วย เพราะทันทีที่ไข่มุกปรากฏตัว สายตาหลายคู่ก็พากันจับจ้องมาที่ทั้งสองคนโดยอัตโนมัติ แต่สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากคนที่เดินข้าง ๆ เขาเสียมากกว่า ไข่มุกเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งแถมมีตำแหน่งดาวคณะคอยการันตีอีกต่างหากจริง ๆ ไข่มุกควรเป็นดาวของหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ เพราะเธอเกิดอุบัติเหตุเลยทำให้ประกวดไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ลดความน่าสนใจของเธอลงเลย เธอเป็นผู้หญิงผิวขาวลูกเสี้ยว ไทย จีนและเยอรมัน ใบหน้าสวยคมได้จากไทยผสมเยอรมัน ผิวขาวเนียนแบบคนเชื้อสายจีนแท้ เส้นผมสีน้ำตาลธรรมชาติยาวสลวย เพราะได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดี บวกกับความสูง 170 เซนติเมตรของเธอยิ่งน่าดึงดูดมากขึ







