ANMELDENบัวเกี๋ยงประสบอุบัติเหตุและฟื้นขึ้นมาในร่างของคนอื่น ซึ่งอยู่คนละช่วงเวลากัน เขาได้เจอกับเจ้าลูก
Mehr anzeigenท่ามกลางเศษซากของสิ่งก่อสร้างที่ถูกทำลายด้วยระเบิดจนศูนย์วิจัยลัยแห่งนี้พังทลายจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม บริเวณรอบ ๆ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพผสมกับกลิ่นไหม้ที่ลอยคละคลุ้งไปทั่ว
กึก กึก
ท่ามกลางซากปรักหักพังมีสิ่งมีชีวิตหนึ่งกำลังขยับเขยื้อนเพื่อขึ้นมาสู่ด้านบน ก่อนที่จะมือข้างหนึ่งโผล่ออกมา มืออีกข้างที่อยู่ข้างใต้ก็พยายามดันชิ้นส่วนกำแพงปูนออกไป
เฮือก
บัวเกี๋ยงสูดหายในเข้าปอดลึก ๆ ทันทีที่เขาโผล่ศีรษะขึ้นมา ทั้งที่คิดว่าตัวเองจะตกน้ำตายไปเสียแล้ว ตอนนี้ก็คงจะอยู่ในโลกวิญญาณ ไม่คิดว่าเขาจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
เดิมทีเขาเป็นบ่าวในเรือนของท่านเจ้าคุณ ด้วยรูปโฉมที่งามเกินบุรุษ อีกทั้งเป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาไพเราะน่าฟังจึงเป็นที่ชื่นชอบแลเอ็นดูของบ่าวที่เป็นบุรุษในเรือน สร้างความไม่พอใจให้บ่าวที่เป็นอิสตรีที่หมายปองบ่าวหนุ่ม ๆ
จึงได้หลอกให้บัวเกี๋ยงไปเก็บสายตัวเป็นมาแกงให้เจ้านายกิน ระหว่างที่นั่งเรือเก็บสายตัวจู่ ๆ เรือที่นั่งก็มีน้ำรั่ว เขาพยายามตักน้ำออกพร้อมกับส่งเสียงเรียกให้คนมาช่วย
ทว่าตรงนี้ห่างไกลจากเรือนมากโขทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงของบัวเกี๋ยงเลย บ่าวทุกคนรู้อยู่แล้วว่าบัวเกี๋ยงว่ายน้ำไม่เป็น ยามมาเก็บสายบัวก็จะมีคนมาเป็นเพื่อน
แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ชวนคนอื่นมาด้วย เพราะเห็นว่าทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน เนื่องจากอีกไม่กี่วันที่เรือนนี้จะมีงานมงคลของคุณหนู
เรือค่อย ๆ จมลงในน้ำพร้อมกับร่างของบัวเกี๋ยง ก่อนที่จะจมลงสายตาก็เหลือบไปเห็นพี่อิ่มที่เป็นแม่ครัวและบ่าวอีกสองคนยืนอยู่ข้างต้นมะพร้าวทั้งยังมองมาทางนี้
ในใจก็คิดสงสัย ในเมื่อเห็นแล้วเหตุใดจึงไม่คิดช่วย ปล่อยให้เขาจมดิ่งลงสู่ก้นสระน้ำอย่างช้า ๆ
เขาลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในช่องแคบ ๆ และกำลังจะขาดหายใจ จึงรีบดันสิ่งที่ทับอยู่ด้านบนออก จนในที่สุดเขาก็สามารถผลักมันออกไปได้
สายตากลมโตหันมองไปรอบ ๆ ที่ไม่คุ้นเคย เกิดอะไรขึ้น แล้วเขามาที่นี่ได้ยังไง
“ ที่นี่คือที่ไหน… ”
ไม่มีใครให้คำตอบกับบัวเกี๋ยงได้
“ โอ๊ย! ”
ภาพความทรงจำของเจ้าของร่างแวบเข้ามาในหัวของบัวเกี๋ยงจนรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ เขาเห็นภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ผู้คนวิ่งไล่กัดกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย สถานที่แปลกตา อาคารบ้านเรือน และผู้คนมากมายที่บัวเกี๋ยงไม่เคยเห็นมาก่อน
เมื่อความทรงจำจบลงบัวเกี๋ยงก็สลบไปอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลีย เนื่องจากร่างนี้นอนอยู่ในตู้กระจกเป็นเวลานาน
ร่างนี้ชื่อมิลินอายุ 17 ปี เป็นลูกชายของนักวิจัยคนหนึ่ง เขาถูกซอมบี้ตัวหนึ่งกัดที่แขน ด้วยความที่พ่อรักลูกมากถึงนำร่างของลูกมาแช่เย็นไว้
ศูนย์วิจัยแห่งนี้ไมค์ได้ซื้อไว้อย่างลับ ๆ โดยที่ใครไม่รู้ เขาพาลูกมาที่นี่พร้อมกับนักวิจัยอีก 5 คน พวกเขามือเจาะเลือดของมิลินมาตรวจดู แล้วก็เริ่มทำการทดลองต่าง ๆ เพื่อหวังว่าวันหนึ่งลูกของตัวเองจะกลับมาเป็นคนปกติอีกครั้ง
แต่ไม่ว่าการทดลองครั้งไหนก็ล้มเหลว ทว่าไมค์ก็ไม่เคยย่อท้อ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ อาหารที่ซื้อมาจักตุนก็ร่อยหรอแล้ววันหนึ่ง จู่ ๆ ที่นี่ก็มีสัตว์ซอมบี้บุกเข้ามาในขณะที่ไมค์กำลังฉีกวัคซีนใส่ในร่างของลูกชาย
พวกสัตว์ซอมบี้พังอุปกรณ์ในห้องทดลองของไมค์ตกแตกกระจาย ก่อนจะพุ่งมาฉีกร่างของเขาและนักวิจัยคนอื่น ๆ น่าเสียดายที่พวกเขาตายก่อนที่จะได้เห็นความสำเร็จของตัวเอง
วงจรไฟฟ้าถูกกัดจนพัง ก่อนที่สายไฟนั้นจะเกิดประกายไฟแล้วลุกลามไปรอบ ๆ จนในที่สุดก็ระเบิดออกมา นักวิจัยและสัตว์ซอมบี้รวมทั้งเอกสารการทดลองถูกทำลายจนหมดสิ้น
“ เฮ้อ ” ถึงกระนั้นคนที่ฟื้นขึ้นมาก็ไม่ใช่มิลินตัวจริงอยู่ดี
บัวเกี๋ยงเคยคิดว่าคนที่ตายไปแล้วก็ควรจะอยู่ในโลกของคนตาย ชดใช้กรรมแล้วจึงจะไปเกิดใหม่ ไม่คิดว่าตัวเองจะมาเกิดใหม่ในร่างของผู้อื่น อีกทั้งยังอยู่ในช่วงเวลาที่ต่างกันอีกด้วย
โชคดีที่บัวเกี๋ยงมีความทรงจำของร่างเดิมอยู่ ทำให้เด็กหนุ่มปรับตัวกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างรวดเร็ว
ยกมือพนมที่หน้าอกพร้อมกับพูดว่า “ คุณมิลินยกโทษให้ฉันด้วยนะจ๊ะ ฉันไม่ได้อยากแย่งร่างของคุณเลยหนา ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ แต่คุณไม่ต้องห่วงหนา ฉันจะดูร่างของคุณให้เป็นอย่างดี ”
สายลมเอื่อย ๆ พัดผ่านร่างของเด็กหนุ่มไปราวกับรับรู้สิ่งที่เขาพูดออกไป
“ อย่างแรกก็ต้องสำรวจป่าแถวนี้ดูก่อนว่าพอจะมีอะไรกินได้บ้าง ”
เพราะตอนนี้เขารู้สึกหิวมาก ๆ เหมือนว่าไม่ได้กินอะไรมานาน แต่ก็ไม่ได้กินอะไรจริง ๆ นั่นแหละก็ร่างนี้นอนนิ่งอยู่ในตู้กระจกตั้งหลายปี
ตุบ
ขาไม่ทันได้ก้าวไปไหนไกลก็สดุดตอไม้ล้มหน้าฟาดไปกับพื้นดิน ทั้งที่รับปากว่าจะดูแลร่างนี้ให้ดีไม่ทันได้ข้ามวัน บัวเกี๋ยงก็สร้างบาดแผลให้ร่างนี้เสียแล้ว
“ ซี้ด เจ็บจัง ”
ปัดมือที่มีเศษกิ่งไม้กับดินออกเผยให้เห็นรอยถลอกมีเลือดซึมนิด ๆ ไม่ได้เจ็บมากแต่ก็รู้สึกแสบ ๆ บัวเกี๋ยงก้มมองเท้าข้างที่เจ็บ ตรงนิ้วโป้งมีเลือดออกด้วยความที่เท้าเปล่าจึงไม่มีอะไรมาป้องกัน เท้าของเขาจึงไปฉุดกับต่อไม้เข้าเต็ม ๆ
บัวเกี๋ยงเดินกระเผลกไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้ทิศทาง ด้วยความที่ร่างนี้นอนนิ่ง ๆ เป็นเวลานานเดินไปได้ไม่ไกลก็ขาสั่น หอบหายใจเหนื่อยเสียแล้ว
เด็กหนุ่มหยุดนั่งพักที่ใต้ต้นไม้พอหายเหนื่อยก็เดินต่อไป แต่เหมือนจะไม่มีอะไรที่กินได้เลย เพราะต้นไม้ส่วนใหญ่ที่เขาเห็นยืนต้นตายแทบจะไม่มีพืชใบเขียวเลย สัตว์สักตัวก็ไม่เห็น
“ แปลกจัง ”
ในความทรงจำของเจ้าของร่างตอนที่ยังไม่ถูกกัด สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายขนาดนี้ กระนั้นต้นไม้ต้นหญ้ายังมีให้เห็น พอได้เก็บกินประทังชีวิตได้
ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าหลังจากที่ตัวเองกลายเป็นซอมบี้ทุกอย่างก็เลวร้ายมากขึ้น พืชและสัตว์เกิดการกลายพันธุ์ บางอย่างก็สูญพันธุ์ไป
เดินมาได้สักพักก็เจอกับลำธาร นับว่าโชคดีที่น้ำยังใสอยู่เพราะตั้งแต่วันสิ้นโลกเกิดขึ้นน้ำสะอาดก็เป็นสิ่งที่หายาก
แม่น้ำลำคลองเต็มไปด้วยขยะและสิ่งสกปรก ยากที่จะเห็นน้ำใสแจ๋วแล้วมีปลาแหวกว่ายไปมาอย่างนี้
ดวงตากลมเปร่งประกายพร้อมกับยิ้มกว้างทันทีด้วยความดีใจเมื่อเห็นปลาตัวอวบ ๆ
“ วันนี้ย่างปลากินก็แล้วกัน ”
ปลาตัวหนึ่งว่ายไปตามซอกหินที่เป็นแอ่งน้ำตื้นเล็ก ๆ พอจะว่ายกลับทางเดิมก็ทำไม่ได้เพราะขนาดตัวที่ใหญ่ เท้าเล็กค่อย ๆ เหยียบบนหินอย่างเงียบเชียบ แล้วกางมือทั้งสองข้างออกก่อนจะจับที่ลำตัวของปลาจนมันดิ้นไปมา
พอจับปลาได้แล้วบัวเกี๋ยงก็รีบเดินขึ้นฝั่งทันที เขาเก็บเศษกิ่งไม้แห้งและใบไม้ที่อยู่รอบ ๆ มากองไฟ จากนั้นก็ใช้ไม้สองอันมาถูจนเกิดประกายไฟ กิ่งไม้แห้งติดไฟอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่รอในกิ่งไม้กลายเป็นถ่าน บัวเกี๋ยงก็มาจัดการปลา เขาดึงเครื่องในของปลาออกแล้วก็นำไม้มาเสียบปลาเพื่อง่ายต่อการนำมาย่าง
กลิ่นหอมของปลาย่างดึงดูดบางอย่างที่อันตรายให้เข้ามาโดยที่เด็กหนุ่มไม่รู้ตัว มันค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าหาอย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีทองอำพันทอประกายแวววับ ลำตัวหมอบลงต่ำราบกับพื้นพร้อมที่จะกระโจมใส่ศัตรู
“ หืม ” บัวเกี๋ยงรู้สึกถึงบางสิ่งกำลังจ้องมองมาที่เขา พอเงยหน้าขึ้นก็สบตากับสัตว์ตัวจ้อยตัว
เด็กหนุ่มไม่เคยเห็นสัตว์ชนิดนี้มาก่อน ตัวของมันเหมือนลูกแมวสีขาวขนปุกปุยแต่สีปีเหมือนนก มันจ้องปลาในมือของเขาตาไม่กระพริบ
เขาเดินอยู่ตั้งนานไม่ยักกะเห็นสัตว์สักตัวคาดว่ามันคงได้กลิ่นหอมของปลา
“ มานี่สิเจ้าตัวเล็ก ” ท่าทางเป็นมิตรและน้ำเสียงของบัวเกี๋ยงทำให้สัตว์ตัวขาวค่อย ๆ เดินเข้ามาหามนุษย์ด้วยความระแวงพร้อมกับส่งเสียงในลำคอขู่เบา ๆ
“ นี่อย่าขู่กันสิ บัวไม่ใช่ศัตรูนะ ”
แม้จะพูดอย่างนั้นแต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกว่าสัตว์ตรงหน้าจะทำร้ายเขา ท่าทางนั้นออกจะน่าเอ็นดูเสียด้วยซ้ำ สัตว์อะไรน่ารักมาก ๆ
“ อะ กินสิ ”
เขาหยิบเนื้อปลาชิ้นเล็ก ๆ แล้วยื่นไปด้านหน้า จมูกสีชมพูดมกลิ่นหอมที่อยู่ในมือมนุษย์ก่อนจะค่อยกินเนื้อขาว ๆ พอเห็นว่ามันกินแล้วเขาก็กินบ้าง
บัวเกี๋ยงกินสลับกับป้อนเจ้าแมวขาวไปด้วย พอได้กินของอร่อยสัตว์ตัวน้อยลดเกราะป้องกันลงแล้วขยับเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้นั่งชิดกันราวกับสนิทกันมานาน
ไม่นานปลาย่างก็เหลือแต่ก้าง บัวเกี๋ยงลุกขึ้นเดินไปล้างมือที่ลำธาร หันกลับมาก็เห็นเจ้าแมวขาวกำลังนอนเลียขนอย่างสบายอกสบายใจ
วันนี้บัวเกี๋ยงไม่คิดจะเดินต่อแล้ว เขาไม่อยากฝืนร่างกายจึงตัดสินใจพักที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ เด็กหนุ่มเก็บกิ่งไม้เพิ่มเพื่อใช้ก่อไฟในตอนค่ำ ไม่รู้ว่าที่แห่งนี้จะมีสัตว์มีพิษหรือไม่ หวังว่าเปลวไฟสีแดงจะช่วยขับไล่พวกมันไม่ให้เข้าใกล้เขา อีกทั้งยังให้ความอบอุ่น
เนื่องจากไม่มีใบไม้ไว้รองนอน เขาจึงไปลอกเปลือกไม้มาทำเป็นที่นอนในคืนนี้
“ โอ๊ย เลือดออกอีกแล้ว ” ด้วยความไม่ระวังจึงถูกเสี้ยมตำนิ้ว เลือดหยดหนึ่งหยดลงพื้นใต้โคนต้นไม้แล้วซึมลงพื้นอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเองต้นไม้ที่ยืนต้นตายก็ค่อย ๆ แตกใบสีเขียวอ่อนคล้ายกับมีชีวิตอีกครั้ง สร้างความตกใจให้กับบัวเกี๋ยงไม่น้อย พุ่มไม้ใหญ่ขึ้นเป็นร่มเงา
ดวงตากลมเบิกกว้างกับช่อผลไม้สีชมพูอมแดงของต้นไม้ตรงหน้า ทำให้รู้ว่ามันคือต้นลิ้นจี่ป่านั่นเอง ไม่รอช้ามือเรียวเอื้อมไม่เด็ดลูกลิ้นจี่มากัด ลิ้นของเขาสัมผัสถึงรสหวานฉ่ำของลิ้นจี่ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเปร่งประกายชอบใจ
“ อื้อ หวานมาก ”
ลิ้นจี่ต้นไม้ทั้งหวานและลูกใหญ่น่ากินมาก ดูเหมือนว่าเย็นนี้เขาจะมีอาหารเย็นกินแล้ว
บัวเกี๋ยงหักลิ้นจี่ช่อโตมานั่งกิน เจ้าสัตว์ขนปุยตัวขาวได้กลิ่นหอม ๆ ก็ลุกขึ้นเดินหามาเขาแล้วใช้จมูกดุนลูกลิ้นจี่ที่อยู่ในมือก่อนจะเงยหน้ามองด้วยสายตาออดอ้อน
พอเห็นแบบนั้นเขาก็ปอกเปลือกลิ้นจี่พร้อมกับเอาเมล็ดข้างในออกให้เหลือแต่เนื้อลิ้นจี่ก่อนจะยื่นไปให้เจ้าแมวขาว มันทำจมูกฟุดฟิดจากนั้นก็อ้าปากงับ
บัวเกี๋ยงมองว่ามันจะคายลิ้นจี่ออกมาไหม แต่นอกจากจะไม่คายแล้วยังส่ายหางไปมาเพื่อขอกินอีก เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดูก่อนจะส่งลิ้นจี่ลูกต่อไปให้มันกิน
เมื่อตะวันตกดินความมืดก็ปกคลุมไปทุกหนแห่ง แสงไฟจากกองไฟช่วยให้บัวเกี๋ยงยังมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวแต่ไม่ไกลนัก
ในเปลือกไม้ขนาดใหญ่มีร่างของเด็กหนุ่มร่างบางแล้วก็มีเจ้าแมวขาวนอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขน ตอนนี้พวกเราสนิมกันแล้วสามารถกอดกันได้
บังเกี๋ยงชอบเจ้าแมวขาวตัวนี้มาก ๆ เขาตั้งชื่อให้มันว่ามะลิเพราะสีของมันขาวเหมือนดอกมะลิ
“ ตัวของมะลิอุ่นจังเลย น่าเสียดายที่มะลิยังเด็กอยู่ถ้าโตกว่านี้คงจะกอดอุ่น อ่า ตอนกลางคืนนี่หนาวชะมัดเลย ”
เจ้ามะลิที่บัวเกี๋ยงพูดถึงไม่ได้เป็นสัตว์ธรรมดาแต่มันเป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่ฉลาดมากกว่าสัตว์ทั่วไป อีกทั้งยังฟังสิ่งที่มนุษย์พูดได้ด้วย เมื่อได้ยินอีกฝ่ายบ่นว่าหนาว มันจึงขยายตัวให้โตขึ้น
ขนาดของมันใหญ่กว่าบัวเกี๋ยงหลายเท่า จากเจ้าแมวขาวก็กลายเป็นสิงโตขาวตัวเต็มวัยสูงสองเมตร
“อะ มะลิแกขยายตัวได้ด้วยเหรอ ”
โฮก
มะลิส่งเสียงตอบกลับ ก่อนจะหลับตาลงแล้วนอนต่อไม่สนใจมนุษย์ตัวจ้อยที่มองมาด้วยความตื่นเต้น
“ ว้าว ขนของมะลินุ่มจังเลย ” เด็กหนุ่มซุกตัวไปนอนตรงหน้าท้องของแมวใหญ่ พอโตแล้วก็รู้สึกอุ่นกว่าเมื่อครู่อีก ไม่นานมนุษย์ตัวขาวก็พล็อยหลับไปด้วยความง่วง
“ กินสิจ๊ะ ” บัวเกี๋ยงนำอาหารมาแบ่งให้พี่ชายคนใหม่กินอย่างไม่นึกตระหนี่“ ขอบใจนะ ถ้าไม่ได้หนูบัวพี่คงตายไปแล้ว ” บาดแผลของเขาฉกรรจ์มาก ผ่านเมื่อคืนเลวร้ายนี้ไปได้ก็ไม่รู้ว่าเขาจะมีชีวิตรอดได้อีกกี่วันลุครู้สึกโชคดีจริง ๆ ที่ได้เจอกับบัวเกี๋ยง ไม่ใช่สิ บัวเกี๋ยงต่างหากที่เป็นฝ่ายมาเจอเขาแล้วก็ช่วยเขาเอาไว้ชายหนุ่มมองอาหารตรงหน้าที่คนตัวเล็กเอามาให้เขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความรู้สึกประหลาดใจ ซึ้งใจ ขอบคุณ ไม่เข้าใจ สผมปนเปกันไปหมดดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี่สิ สียังสดใหม่และน่ากินมาก ๆเจ้าตัวไม่รู้หรือว่าอาหารที่นำมาให้คนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงวันนั้นมีค่ามากขนาดไหนหนูบัวจะใจดีกับคนอื่นเกินไปแล้วนะ ถ้าฝ่ายตรงข้ามเป็นคนไม่ดีจะทำยังไงเห็นทีเขาจะปล่อยให้เด็กน้อยที่แสนบริสุทธิ์คนนี้ต้องเผชิญหน้ากับโลกที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและอันตรายคนเดียวไม่ได้เสียแล้ว บัวเกี๋ยงไม่ได้รับรู้ถึงความคิดของคนตัวโต ใบหน้าหวานส่ายหน้าแล้วคลี่ยิ้มอ่อน ๆ ออกมา “ ถ้าคนอื่นมาเจอพี่ลุคที่นอนบาดเจ็บก็ต้องช่วยพี่เหมือนที่บัวช่วยอยู่แล้ว ”ลุคที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาโชกโชนอยากจะเถียงกลับไ
ภาพโดรนสำรวจตัวหนึ่งถ่ายเจอจุดสีเขียวขนาดเล็กจิ๋วที่ป่าแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของเมือง N พอซูบเข้าไปดูใกล้ ๆ พบว่าเป็นต้นไม้สูงแผ่กิ่งก้านใบเป็นพุ่มใบเขียวสดในลักษณะที่สมบูรณ์ภาพนี้ถูกส่งไปยังริสต์แบนด์ของเจ้าบ้านเมือง W เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นที่ริสต์แบนด์บนข้อมือของ ไวท์ นิวตัน ผู้เป็นเจ้าบ้านอยู่ในขณะนี้ชายหนุ่มเปิดดูข้อความที่ส่งมาทันที คลิปถ่าย 3 มิติฉายขึ้นตรงหน้า ดวงตาของเจ้าบ้านเบิกว้างกับภาพที่เห็น“ น…นี่มัน ” เจ้าบ้านไวท์ตรวจสอบที่มาของคลิปภาพและดูจนมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้มานั้นถูกต้อง“ รอย ”“ ครับ เจ้าบ้าน ” เลขาคนสนิทขานรับ“ เรียกประชุมสมาชิกทุกคนด่วน ฉันมีเรื่องที่จะมีแจ้งให้ทราบ บอกพวกเขาฉันให้เวลา 5 นาที ”เป็นที่ทราบกันดีว่าเจ้าบ้านเป็นคนเคร่งครัดเรื่องเวลาเป็นอย่างมาก ประตูห้องประชุมจะปิดล็อกทันทีเมื่อเจ้าบ้านกล่าวคำว่าเริ่มประชุมได้ส่วนคนที่มาสายถูกทิ้งไว้หน้าห้อง แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เข้าประชุมพร้อมกับสมาชิกคนอื่น ๆ ก็ไม่มีสิทธิ์เดินไปไหน สมาชิกผู้นั้นจะต้องยืนรอจนกว่าการประชุมจะจบลงและจะถูกหักเงินเดือนในการมาสายแต่ละครั้ง 100 เหรียญเงิน ซึ่งเงินเดือนที่ได้คือ 20 เหร
บัวเกี๋ยงเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อคอกลมสีชมพูโอเวอร์ไซซ์สบาย ๆ ความยาวของชายเสื้อยาวจนถึงหัวเข่าปิดกางเกงสีดำตัวสั่นที่อยู่ข้างในจนมิดพอได้อาบน้ำก็รู้สึกสบายตัว แต่รู้สึกไม่สบายท้องเพราะวันนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาเลย เด็กหนุ่มลูบท้องพลางเดินไปที่ห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าเจ้ามะลิย้ายมานอนขดตัวอยู่ข้างคนเจ็บ เขาจึงเดินเลี่ยงออกไปข้างนอกเขาเดินสำรวจรอบ ๆ ดูเหมือนว่าบ้านนี้จะเคยปลูกผักไว้กินเองเพราะมีร่องรอยของต่อไม้และรากของต้นไม้ที่ตายไปแล้ว ข้าง ๆ ก็มีอุปกรณ์ทำสวนวางทิ้งไว้อยู่ข้างกำแพงบ้านเด็กหนุ่มคิดว่าจะใช้เลือดของตัวเองให้เป็นประโยชน์อีกครั้งเหมือนกับที่เคยใช้ตอนอยู่ในป่า โดยไม่รู้ว่าอีกไม่นานจะมีเรื่องวุ่นวายตามเขามาแต่จะให้เขาให้กรีดเลือดตัวเองทุกครั้งที่หิวก็คงไม่ไหว ถ้าทำแบบนั้นเลือดได้หมดตัวแน่ ก่อนจะได้กินก็คงตายเสียก่อนไม่รู้ว่าเอาเลือดผสมกับน้ำแล้วจะได้ผลเหมือนกันหรือเปล่า เอาะเถอะลองดูก็ไม่เสียหายจำได้ว่าในบ้านมีกระบอกน้ำอยู่ในตู้เย็นหลายขวด คิดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มก็เดินกลับเข้าบ้านอีกครั้งก่อนจะออกมาพร้อมกับกระบอกน้ำเปล่าในมือเขาแกะสะเก็ดแผลเก่าที่แห้งแล้วใช้นิ้ว
ณ สถานที่ลับบนเกาะแห่งหนึ่งมีปราสาทหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางของเกาะที่รายล้อมไปด้วยน้ำทะเลสีฟ้า ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอก หากจะเดินทางออกจากเกาะแห่งนี้ก็ต้องใช่เรือเท่านั้น ตระกูลเฮนรีที่เป็นเชื่อพระวงศ์และเป็นผู้ถือครองเกาะมายาแห่งนี้ เจ้าชายเลียมกับแอนนาหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาแสนสวยที่กุมหัวใจของชายผู้สูงศักดิ์ได้หลบหนีสงครามแห่งการแย่งชิงมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้พร้อมกับผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง เจ้าชายเลียมไม่มีความคิดที่จะแย่งบัลลังก์กับพวกพี่น้องคนอื่น ๆ แต่ก็มีคนอยากกำจัดเขาอยู่ดี พระองค์กลัวว่าลูกน้อยที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลกจะได้รับอันตราย จึงวางแผนกับคนสนิทว่าจะหนีออกจากประเทศของตัวเอง ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเจ้าชายเลียมก็ขอติดตามไปรับใช้ผู้เป็นนาย พวกเขาได้ใช้ชีวิตและมีครอบครัวอยู่ที่เกาะแห่งนี้ เป็นเวลาสองร้อยกว่าปีแล้วที่ตระกูลเฮนรีได้มาตั้งถิ่นฐานที่เกาะแห่งนี้ เมื่อบุตรชายของเจ้าชายเลียมโตเป็นหนุ่มก็ได้ส่งมอบตำแหน่งผู้นำให้เจ้าชายปีเตอร์ดูแลต่อ ไม่นานหลังจากที่รับตำแหน่งโซเฟียคนรักของเจ้า





![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





