로그인เช้าของการมามหาวิทยาลัยวันแรกดูท่าจะไม่ได้สดใสอย่างที่ออกัสคาดหวัง
ทั้ง ๆ ที่มหาวิทยาลัยก็ใหญ่โต ค่าเทอม ๆ หนึ่งก็ได้จากนักศึกษาไปตั้งไม่รู้เท่าไร แต่ที่จอดรถกลับมีน้อยนิดเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในมหาลัย โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาภาคอินเตอร์ที่จ่ายค่าเทอมมากกว่าภาคปกติถึง 3 เท่า แต่ที่จอดรถมีเพียงหยิบมือ
ออกัสพยายามวนหาอยู่หลายรอบด้วยความหงุดหงิด พลางคิดอยู่ในใจ ถ้าลำบากขนาดนี้บางทีเขาควรจะทุ่มเงินสักนิดทำที่จอดรถของตัวเองมันเสียเลยจะได้จบปัญหานี้ไปสักที
และผลจากการวนหาที่จอดรถเลยทำให้วันนี้ออกัสกำลังจะไปเข้าเรียนสายถึง 30 นาที เพราะฝั่งที่ออกัสเรียนอยู่เต็มทั้งหมดก็เลยได้ที่จอดข้าง ๆ ตึกคณะบริหารของนักศึกษาภาคปกติแทน
ซึ่งจากคณะนี้ไปภาคอินเตอร์ที่เขาเรียนอยู่นั้น ด้วยการเดินเท้าแล้วถือเป็นระยะทางที่ไกลมาก ไกลจนออกัสคิดอยากจะขับรถกลับบ้านให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ติดตรงที่ว่าวันนี้เขาดันมีทดสอบวิชาหลัก จึงจำใจต้องจอดที่นั่นและมาจัดการเรื่องเรียนก่อน ส่วนเรื่องอื่นเขาคงต้องหาวิธีทำอะไรสักอย่างเพื่อจะได้ไม่ต้องมาเจอปัญหาอะไรแบบนี้อีก
และตอนนี้สิ่งที่ออกัสต้องทำคือรีบเดินให้เร็วที่สุด เพื่อไปยังห้องเรียนของตัวเอง โชคดีที่เพื่อนของเขาส่งข้อความมาบอกว่าคาบแรกอาจารย์ยกคลาสเลยยังพอมีเวลา
“ระวัง!!!!” เสียงตะโกนของใครสักคนดังขึ้น ทำให้ออกัสหันหน้าไปตามเสียงตะโกนนั้น
ตุบ!
“โอ๊ย อะไรวะเนี่ย” ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เดินอยู่ดี ๆ มีบอลลูกหนึ่งพุ่งมาใส่หน้าออกัส แรงกระแทกทำเอาหน้าเขาชาไปหมด ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่น ๆ ที่ตอนนี้ค่อย ๆ ไหลออกมาจากรูจมูกทั้งสองข้างพร้อมกัน
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับน้อง ขอโทษที” เสียงของคนในกลุ่มที่กำลังวิ่งมาหาออกัสเอ่ยถามขึ้น แต่ออกัสคงต้องใช้เวลาตั้งสติอีกสักหน่อย
“มึงอะ ไม่รับบอลให้ดี ๆ” เสียงชายในกลุ่มพูดคุยกัน ในขณะที่เขาพยายามตั้งสติอยู่
“เฮ้ย ๆ ๆ เลือดไหล ๆ ใครมีผ้าเช็ดหน้าเอาให้น้องมันหน่อย” กลุ่มชายฉกรรจ์รุ่นพี่ในชุดนักฟุตบอลสีขาวที่ตอนนี้มันไม่ค่อยขาวสักเท่าไร แต่ละคนเหงื่อไคลท่วมเต็มตัวและตอนนี้คนพวกนั้นก็กำลังยืนล้อมรอบออกัสอยู่
ซึ่งจากคำพูดและท่าทางไม่รู้ว่าจะมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือจะทำร้ายซ้ำกันแน่ เพราะพวกเขากำลังทำให้ออกัสหายใจไม่ออก
“พวกมึงไปยืนล้อมขนาดนั้นเดี๋ยวน้องมันก็ขาดอากาศตายห่ากันพอดี” สิ้นเสียงของใครสักคนทั้งวงก็กระจายตัวออก มันทำให้ออกัสเริ่มรู้สึกหายใจสะดวกขึ้นมาได้บ้าง
แล้วรุ่นพี่อีกคนก็แหวกกลุ่มนักบอลทั้งหลายเข้ามานั่งยอง ๆ มองหน้าออกัสนิ่ง ๆ เขาเลยเงยหน้ามองกลับไป ทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะหยุดลงชั่วขณะ เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้า
“น้องเลือดไหลจะเข้าปากแล้วครับ เช็ดหน่อย” รุ่นพี่คนนั้น เอื้อมมือมาจะเช็ดเลือดให้ออกัสด้วยมือเปล่า แต่เขารีบปัดมันออกทันที
“ไม่ต้อง ผมเช็ดเองได้ครับ” จากนั้นออกัสก็รีบล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๊าและจัดการเช็ดเลือดของตัวเองออก
“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า พอดีพี่ตั้งใจจะเตะแกล้งเพื่อน แต่มันดันรับไม่ทัน เราก็เลยมารับแทนไปเต็ม ๆ”
ออกัสอุตส่าห์นึกขอบคุณในใจที่มาช่วยแหวกกลุ่มนักบอลออกไป
“สรุปนี่เป็นฝีมือของพี่เหรอ” แท้จริงแล้วรุ่นพี่คนนี้ก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องเจ็บตัว และคำสารภาพของคนตรงหน้ากำลังทำให้ออกัสรู้สึกไม่พอใจมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า
“ใช่พี่เอง แต่พี่ไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษนะ ให้พี่พาไปห้องพยาบาลไหม” คนตรงหน้าเอื้อมมือจะมาจับแขน แต่ออกัสสะบัดแขนออกและขยับตัวถอยหลังเล็กน้อย สีหน้ารุ่นพี่ดูจะไม่พอใจกับท่าทางรังเกียจที่เขาแสดงออก แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา
“ไม่ต้อง!! คราวหน้าพี่จะทำอะไร หัดมีความระมัดระวังบ้าง เพราะคนอื่นเขาต้องมาเจ็บตัวแทน เพียงเพราะการเล่นอะไรประสาท ๆ ของกลุ่มพวกพี่” พูดจบออกัสไม่คิดจะอยู่ฟังอะไรต่อทั้งสิ้น
“อ้าว คนอุตส่าห์ขอโทษดี ๆ นะ รู้แบบนี้น่าจะเตะลูกบอลให้กระแทกปากแทน”
“พี่เป็นคนขโมยล็อตเต้มาเหรอครับ” วันเดย์ถึงกับหน้าเหวอ เมื่อออกัสเอ่ยถามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วไหนจะความบังเอิญที่เราทั้งสองเจอกันบ่อย ๆ อีก“ที่ถามคือคิดมาแล้วใช่ไหม ถ้าจะขโมยจริงจะมานั่งอยู่ตรงนี้หรือไง” วันเดย์ถามกลับมา แทนการตอบคำถามของออกัส“ก็ไม่แน่ ล็อตเต้ค่าตัวไม่ใช่ถูก ๆ”“หมาตัวนี้มันมาจากไหนไม่รู้ มันโดนหมาเจ้าถิ่นใต้ตึกไล่หนีมานอนซึมอยู่ใต้ต้นไม้ พี่สงสารเลยอุ้มมันมาตรงนี้ กลัวว่าจะถูกหมาใหญ่กัดตาย” วันเดย์พยายามอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ออกัสไม่ได้สนใจฟังเท่าไร“ผมเอาใส่กระเป๊าไว้อย่างดี มันจะมาเองได้ไงถ้าพี่ไม่ได้ขโมยมา”“นี่น้องครับ!!! คราวหน้า ถ้ารู้ว่าไม่มีปัญญาดูแลก็ควรเอามันไว้ที่บ้าน ในมหาวิทยาลัยหมาเจ้าถิ่นมันเยอะ แล้วดูตัวมันก็กระเปี๊ยกเดียว โดนกัดทีก็จมเขี้ยวตายแล้ว” วันเดย์สุดจะทนจึงตะโกนใส่ออกัสที่พูดกล่าวหาเขาไม่หยุด“หมาผม!! พี่ไม่ต้องยุ่ง ไปค่ะล็อตเต้กลับบ้านเรากันดีกว่า” ออกัสตรงเข้าไปอุ้มล็อตเต้ขึ้นมา เนื้อตัวลูกสาวเต็มไปด้วยฝุ่นจนน่าสงสาร“อย่าให้ผมรู้แล้วกันว่าพี่จงใจทำอะไรหมาผม เพราะคิดจะเอาคืนเรื่องที่ร้านไอศกรีม
ออกัสเลิกสนใจในตัวคนขับรถคนใหม่ก่อนจะเรียกให้คนไปยกของของลูกสาวขึ้นรถและขับออกมา วันนี้ฟ้าฝนเป็นใจ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง รถก็ไม่ติด เขาใช้เวลาไม่นานก็ถึงมหาวิทยาลัย“กัส ทางนี้” เสียงไข่มุกเรียกออกัสดังขึ้น“รอนานไหม พอดีตื่นสายไปหน่อย” ออกัสตอบไข่มุก เมื่อเห็นว่าตอนนี้เลยเวลานัดมา 15 นาทีแล้ว“เพิ่งมาถึงเหมือนกัน นี่ก็รอวายุอยู่ ว่าแต่วันนี้พาลูกสาวมาด้วยเหรอ” ไข่มุกตอบออกมาตามจริงก่อนจะหันไปสนใจลูกสาวตัวน้อยที่เขาพามาด้วย“ล็อตเต้คิดถึงพี่มุกไหมคะ” เพื่อน ๆ ของออกัสต่างพากันเอ็นดูลูกสาวของเขาด้วยกันทั้งนั้นทั้งสองนั่งรอวายุกันอยู่พักใหญ่ ๆ ทันทีที่สมาชิกครบ เราทั้งสามก็รีบพากันไปหาหนังสือที่ต้องใช้ทำรายงานทันทีแต่ออกัสดันลืมคิดไปว่าห้องสมุดมีกฎห้ามพาสัตว์เลี้ยงเข้า เขาเลยจำเป็นต้องวางกระเป๊าที่ใส่ล็อตเต้เอาไว้ข้างนอก โชคดีว่ากระเป๊าใบนี้เป็นแบบสั่งทำพิเศษมีเครื่องปรับอุณหภูมิอัตโนมัติเลยตัดความกังวลเรื่องอากาศร้อนออกไปได้เราทั้งสามใช้เวลาไม่นานก็ได้หนังสือที่จะต้องใช้ครบตามต้องการและออกจากห้องสมุด เพื่อไปหาที่สงบ ๆ นั่งทำรายงานกัน“ไอ้กัส!!!! กระเป๊าลูกมึง” เสียงวาย
“นี่แม่ยังทำเรื่องลานจอดรถให้น้องอีกเหรอคะ เมนึกว่าแม่จะไม่เห็นด้วย”“ก็ไม่มีอะไรที่ต้องไม่เห็นด้วยนะลูก แค่ลานจอดรถเอง น้องอยากได้แม่ก็ไม่เห็นว่ามันจะใหญ่โตอะไร”“ป๊ากับแม่ก็แบบนี้ทุกที ตามใจจนน้องเสียนิสัยไปแล้ว”“ไม่เอาสิเมษา ไม่ว่าน้องนะลูก มาช่วยแม่เตรียมกับข้าวมา วันนี้แม่จะทำกับข้าวเองเลยนะ” ออกัสเดินเข้ามาในบ้านใหญ่ก็ได้ยินเสียงเมษากำลังงอแงเรื่องลานจอดรถของเขาอยู่ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะทำให้คนในบ้านไม่พอใจสักเท่าไรพี่เมษานิสัยค่อนข้างคล้ายกับผู้เป็นพ่อ คือขี้สงสาร ขี้เห็นใจ จนมีหลายครั้งที่มักจะทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน เพราะความสงสารเหล่านั้นส่วนพี่จูนพี่คนรอง รายนั้นไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไร ยิ่งช่วงนี้เพิ่งเปิดธุรกิจใหม่ก็เลยวุ่นวายอยู่แต่กับงานของตัวเอง“พี่เมเลิกบอกให้แม่เปลี่ยนใจเลยครับ ทีตอนพี่ขอให้แม่ซื้อสนามกอล์ฟกัสยังไม่ขัดพี่เลย ฉะนั้นเรื่องลานจอดรถนี้กัสขอ” ออกัสมองคนเป็นพี่ด้วยสายตาอ้อน ๆ พร้อมกับเข้าไปเกาะแขน จนเมษาถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว“อ้อนเก่งไปแล้วนะตัวแสบ” เมษาว่าพร้อมกับเอามือมายีหัวออกัสจนฟู“คริคริ” ออกัสหัวเราะออกมาด้วยความจั๊กจี้เมื่อพี่เ
“ฮะ!!! อะไรนะครับ” จากออเดอร์ลูกค้าอย่างออกัสเหมือนว่าตอนนี้วันเดย์จะหันมาสนใจเขาได้สักทีไอศกรีมชุดที่ออกัสสั่งถือว่าเป็นชุดที่ราคาสูงที่สุดในร้าน ใน 1 บ็อกซ์เซตจะมีทั้งหมด 4 กระปุก ซึ่ง 2 กระปุกแรกเป็นไอศกรีมที่ต้องตักสด ๆ ตามที่ลูกค้ารีเควสต์หน้าร้าน อีก 1 กระปุกเป็นท็อปปิงที่เป็นผลไม้สดและกระปุกสุดท้ายเป็นท็อปปิงขนมตกแต่งและแยม แน่นอนว่าเป็นใครก็คงต้องตกใจด้วยทั้งนั้นที่ได้ยินออกัสสั่ง“นี่นาย!!!!” วันเดย์ชี้หน้าออกัสทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าใครสั่งออเดอร์“นาย นายอะไรเหรอครับคุณพนักงาน ตอนนี้ผมอยู่ในฐานะลูกค้านะครับ คุณอยากตกงานหรือไง” ออกัสพยายามใช้เสียงให้เบาที่สุด ยิ่งได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดของวันเดย์เขาก็ยิ่งรู้สึกสะใจ เพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่สามารถแม้แต่จะเอ่ยปากเถียงได้ด้วยซ้ำ“เร็วหน่อยนะครับ ผมมีธุระต้องไปทำต่อ”“รีบมากไม่เสือกมาสั่งตั้งแต่เมื่อวานวะ ไอศกรีมร้อยชุดนะ ไม่ใช่สองลูก”“พี่ว่าอะไรนะครับ ผมได้ยินไม่ถนัด สงสัยต้องลองถามผู้จัดการร้าน”“สักครู่นะครับคุณลูกค้า” วันเดย์กัดฟันพูดก่อนจะก้มทำออเดอร์ที่ออกัสสั่งออกัสยืนกอดอกพลางหัวเราะกับท่าทางข
“เดี๋ยวก่อน สิริโชคอำนาจ นี่ นามสกุลมึงใช่ไหม” เสียงของวันเดย์เอ่ยรั้งออกัสไว้“จะใช่หรือไม่ใช่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่”“กูก็แค่ไม่แปลกใจ ว่าต้องเป็นคนประเภทไหนที่จู่ ๆ ก็มาซื้อหอพักนักศึกษาเอาไปทุบทำลานจอดรถของตัวเอง”“ก็คนรวยแบบผมนี่แหละ แค่นี้ใช่ไหม ผมขอตัว” ออกัสรีบเดินออกมาจากตรงนั้น เพราะเหนื่อยที่จะต้องไปเสียเวลาต่อปากต่อคำด้วย ยิ่งได้เห็นท่าทางคำพูดคำจาที่ไม่ดีของวันเดย์ ยิ่งทำให้เขาไม่ชอบหน้ารุ่นพี่กลุ่มนั้นมากขึ้นไปอีก“กัสคิดอะไรอยู่หรือเปล่า” ไข่มุกเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าขบคิดอะไรสักอย่างของเพื่อนตน“เกลียดขี้หน้าไอ้รุ่นพี่คนเมื่อกี้ เรากำลังคิดอยู่ว่าจะเอาคืนยังไงดี”“เราว่าอย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยดีกว่านะ”“มุกคิดว่าคนอย่างเราจะยอมให้ใครหรือไง ไอ้รุ่นพี่วันเดย์อะไรนั้นต้องโดนเอาคืนสักวัน คอยดูนะ” ออกัสเดินมาส่งไข่มุกขึ้นรถ ก่อนที่ทั้งสองคนจะแยกย้ายกันกลับบ้านวันนี้มีเรียนแค่วิชาเดียวเลยตั้งใจว่าจะไปเดินซื้อขนมกับของเล่นให้ล็อตเต้สักหน่อย ส่วนรถคันที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อเช้า สิงหาได้ส่งรถคันใหม่มาเปลี่ยนให้เรียบร้อย เพราะไม่อยากให้ลูกชายต้องใช้รถที
ออกัสภาวนาว่าอย่าให้มหาวิทยาลัยแคบไปกว่านี้เลย…แม้จะไม่อยากเจอรุ่นพี่คนนั้นมากแค่ไหน แต่สุดท้ายคงหนีไม่พ้น เพราะเขามีความจำเป็นต้องตามหาเจ้าของกระเป๊าสตางค์ให้เจอในตอนนี้หลังจากที่เข้าเรียนเสร็จ ออกัสชวนไข่มุกกับวายุมาด้วย ตอนแรกตั้งใจว่าจะมากันสามคน แต่วายุดันมีธุระต้องรีบกลับบ้านด่วน เขาเลยต้องมากับไข่มุกแทนซึ่งพอข้ามมาฝั่งของเขตนักศึกษาภาคปกติ ออกัสชักเริ่มไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือเปล่าที่ชวนเพื่อนสาวคนสวยมาด้วย เพราะทันทีที่ไข่มุกปรากฏตัว สายตาหลายคู่ก็พากันจับจ้องมาที่ทั้งสองคนโดยอัตโนมัติ แต่สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากคนที่เดินข้าง ๆ เขาเสียมากกว่า ไข่มุกเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งแถมมีตำแหน่งดาวคณะคอยการันตีอีกต่างหากจริง ๆ ไข่มุกควรเป็นดาวของหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ เพราะเธอเกิดอุบัติเหตุเลยทำให้ประกวดไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ลดความน่าสนใจของเธอลงเลย เธอเป็นผู้หญิงผิวขาวลูกเสี้ยว ไทย จีนและเยอรมัน ใบหน้าสวยคมได้จากไทยผสมเยอรมัน ผิวขาวเนียนแบบคนเชื้อสายจีนแท้ เส้นผมสีน้ำตาลธรรมชาติยาวสลวย เพราะได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดี บวกกับความสูง 170 เซนติเมตรของเธอยิ่งน่าดึงดูดมากขึ







