LOGINสนามบินSW🛬
อาร์เดลใช้เวลาเดินทางมาจากเยอรมนีถึงสนามบิน sw ของประเทศไทยไปราว ๆ เกือบ 15 ชั่วโมง เป็นการตัดสินใจมาเรียนแลกเปลี่ยน 1 ปี เพราะต้องการอยากเปลี่ยนบรรยากาศ เขาเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตประจำวันเดิม ๆ ในเยอรมนี ประกอบกับที่เขามีญาติอยู่ประเทศไทยทำให้เรื่องเอกสาร ที่พัก สถานศึกษาลดภาระความยุ่งยากไปได้เยอะ “ว่าไงไอ้น้องชาย หล่อขึ้นเยอะเลยว่ะ” ลูเซียโน่อ้าแขนเตรียมกอดอาร์เดลลูกพี่ลูกน้องที่เติบโตมาด้วยกัน ถึงอาร์เดลจะมีอายุห่างกับเขาถึงเจ็ดปี แน่นอนว่าเขารู้นิสัยของน้องชายดีว่าไม่มีทางที่จะยอมให้เขากอดง่าย ๆ “สบายดีใช่ไหม” อาร์เดลเดินหลบออกมายืนด้านข้างไม่ยอมให้ลูเซียโน่กอด หันหน้าเอ่ยถามผู้เป็นพี่ชาย “ก็ยุ่งดี แต่คิดถูกแล้วนะที่มึงมาพักผ่อนที่ไทย” หมับ! ลูเซียโน่ถอนหายใจเบา ๆ เปลี่ยนเอามือมาพาดบ่ากอดคอลูกพี่ลูกน้อง ชวนคุยเรื่องมาเรียนแลกเปลี่ยนกับพักผ่อนไปในตัว “มีอะไรสนุก ๆ ให้มึงทำเยอะเลยล่ะน้องชาย” “แค่ไม่ต้องเจอเรื่องวุ่นวายก็พอ” อาร์เดลเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบนิ่ง “หึ” “ต้องมาดูกันว่ามึงจะเผลอเอาตัวเองไปอยู่ในความวุ่นวายนั้นหรือเปล่า” ลูเซียโน่มั่นใจว่าการมาไทยหนึ่งปีของอาร์เดลต้องเปลี่ยนชีวิตลูกพี่ลูกน้องเขาอย่างแน่นอน “.. แล้วจะอยู่กับผมทั้งวันเลย?” อาร์เดลเปลี่ยนเรื่องคุย “ไม่ แล้วก็กูคงไปส่งมึงไม่ได้ด้วย” ถึงมาเฟียหนุ่มจะไม่ค่อยมีเวลาแต่เขาก็ไม่ลืมจะแบ่งเวลาอันน้อยนิดของตัวเองมาเจอลูกพี่พี่น้องที่เขารักมากอีกคน “อ่อไม่เป็นไร พี่ไปทำงานเถอะครับ” อาร์เดลกำลังจะเดินไปลากกระเป๋าเพื่อออกจากสนามบิน แต่ต้องหยุดการกระทำนั้นลงหลังได้ยินประโยคต่อมาของลูเซียโน่ “แต่กูจะให้ไอ้เจฟกับไอ้ภูมิมาคอยดูแลมึง มึงใช้พวกมันได้เต็มที่ระหว่างที่อยู่ไทย” ลูเซียโน่ตบบ่าอาร์เดลเบา ๆ สองสามครั้ง “ไม่เป็นไรหรอกพี่ ผมดูแลตัวเองได้” อาร์เดลเพียงแค่อยากใช้ชีวิตสงบ ๆ ในประเทศไทย แต่ลูเซียโน่ไม่ได้คิดเหมือนกับเขา “ไม่ได้ ยังไงมึงก็คนในตระกูลริซโซโต้” “กูไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหน” “เข้ามาแตะต้องคนในครอบครัวเราเป็นครั้งที่สอง” มาเฟียหนุ่มกดเสียงพูดต่ำทำให้นึกถึงการสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับพ่อเขาและพ่ออาร์เดล เครื่องบินตกเมื่อหลายสิบปีก่อน ฟังดูเป็นอุบัติเหตุธรรมดาแต่มันไม่ใช่.. “ตามใจพี่ละกัน” “อืม ไว้เจอกัน” “ส่วนมึงสองคน ต้องดูแลน้องชายกูให้ดี!” “จากนี้อาร์เดลคือเจ้านายพวกมึง” ลูเซียโน่ออกคำสั่งอย่างชัดเจน บอดี้การ์ดทั้งสองคนโค้งก้มหัวลงน้อมรับคำสั่ง เมื่อมาเฟียหนุ่มเอ่ยคำสั่งและร่ำลาเสร็จแล้ว จึงเดินออกไปกับกลุ่มบอดี้การ์ดที่คอยคุ้มกันไม่ให้ผู้ปองร้ายเข้าถึงตัวเขาได้ “ไปเพนท์เฮ้าส์กันเลยไหมครับนายน้อย” “หรืออยากไปที่ไหนก่อนไหมครับ” เจฟเอ่ยถามมือข้างหนึ่งยกกระเป๋าเดินทางให้อาร์เดลนายน้อยตระกูลริซโซโต้ ไม่ต่างกับภูมิที่เตรียมลากกระเป๋าเดินทางอีกใบของอาร์เดลไปเก็บที่รถ “พาไปมหาลัย อยากเช็กอะไรนิดหน่อย” “ได้เลยครับ” ฝากคอมเมนต์ให้นักเขียนตัวน้อยด้วยนะคะ 🌕พรหมลิขิตจะเริ่มทำงานยังน้า..🌕“เหี้ย! แม่ง!” อาร์เดลเผลอสบถคำหยาบคายออกมาเมื่อแก่นกายใหญ่ที่ตั้งใจใส่เข้าไปสุด มันกลับใส่ไปได้แค่เพียงครึ่งเดียว ช่องทางรักของเธอมันคับแคบมากบีบรัดแก่นกายเขาแน่น“ฮึก มันเจ็บมากเลยค่ะ” เธอน้ำตาไหลซึม จิกมือลงบนผ้าห่มที่ปูลองอยู่ด้านล่างระบายความเจ็บที่ถูกของแข็งกระแทกเข้ามา“ชู่ว~ อย่าเกร็งสิครับ” ไม่ใช่แค่เธอหรอกนะที่เจ็บเขาก็ทรมานจนจะเป็นบ้าแล้ว อยากจะตอกเอ็นอุ่น ๆ ใส่รูเล็กรัว ๆ “ฮึก ก็หนูเจ็บ อื้อ” ความเจ็บแผ่ซ่านมาถึงหัว มันทั้งแสบทั้งจุกและแน่นจนเธอต้องเกร็งหน้าท้อง“โอเค งั้นจะให้พี่หยุดไหมครับ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“พี่หยุดให้ได้นะ ถ้าใยไหมไม่อยากทำต่อแล้ว” แม้จะเข้าไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วแต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ต้องการเขาก็ไม่ได้อยากบีบบังคับเธอ แต่จะให้เขาเชื่อว่าเธอยังไม่เคย ก็ยังจะตอบเหมือนเดิมว่า ‘ไม่’“..ไม่ค่ะ พี่อาร์เดลทำต่อได้เลย แต่ช่วยกระแทกมันเข้ามาทีเดียวเลยนะคะ..” เธอเงียบไปสักพักก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดลึกมาก ๆ แล้วผ่อนลมหายใจออกมาแล้วตอบออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจแม้จะยังมีสีหน้าเจ็บปวดปนกังวล เธอหลับตาสนิทเม้มริมฝีปากรอรับความจริงที่จะเข้ามาอีกครึ่ง..ที่บอกให้เขาทำ
เมื่ออาร์เดลเอ่ยพูดจบประโยคเขาก็ช้อนคนตัวเล็กขึ้นอุ้มพาเดินออกจากห้องอาบน้ำด้วยร่างกายเปลือยเปล่าทั้งคู่ เดินผ่านโถงทางห้องรับรองตรงกลางไปยังห้องนอนรับแขก เขาวางเธอลงบนเตียงนอนขนาดประมาณ 5 ฟุต ถูกปูด้วยผ้าสีขาวดึงเรียบตึงจัดเข้ามุมอย่างเป็นระเบียบ วางทับด้วยผ้านวมหนานุ่มสีขาวจากนั้นวิศวะหนุ่มรุ่นพี่พลิกตัวกลับหลังหันไปแตะสัมผัสชั้นเก็บของติดผนังห้องระบบดิจิทัล เมื่อนิ้วแตะโดนเบา ๆ ชั้นเด้งเปิดออก เผยให้เห็นว่าในนั้นเป็นที่จัดเก็บกล่องคอนดอมสีดำเงาเรียงเป็นระเบียบมากกว่า 20 กล่อง เรียกได้ว่าเขาสามารถหยิบใช้ได้แบบ Unlimited ทั้งคืนอย่างไม่ต้องหวาดหวั่นว่าถุงยางอนามัยจะหมดกลางคันแควก! เขาฉีกซองคอนดอมยี่ห้อ Durexx Kingterr XXL เป่าลมออกจากปากใส่ถุงยางให้พองเล็กน้อยก่อนสวมใส่เข้ากับแก่นกายใหญ่ ที่มีรอบวงประมาณ 60 mm. ท่อนเอ็นร้อนที่ขยายตัวยาวถึง 19 cm. แก่นกายตั้งชูชันจนเห็นเส้นเลือดแสดงว่าเขาพร้อมจะกระแทกมันใส่ร่องสวาทของคนตัวเล็กส่วนคนตัวเล็กทำได้แค่เพียงนอนรอบนเตียงเงียบ ๆ สองแขนเรียวเล็กโอบกอดบดบังเต้านมเต่งตึงใหญ่ของเธอที่เด้งสะท้อนกับไฟบนเพดาน พร้อมกับหันหน้าออกไปทางประตูห้องนอนเพ
“ไม่ต้องเขินหรอก ยังไงก็ต้องเห็นทั้งหมดอยู่แล้ว”“พี่อาร์เดลละลายพฤติกรรมเร็วไปไหมคะ!?”“แล้วมันไม่ดีเหรอครับ แบบนั้นยิ่งทำให้เราสนิทกันมากขึ้น” มือหนาลูบไล้ต้นแขนเลื่อนลงมากุมมือและยกมือน้อยขึ้นมาแล้วก้มไปจูบลงบนหลังมือของใยไหม อาร์เดลจูงมือเธอเดินเข้าไปในเพนท์เฮาส์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมไรแลนด์ ราวกับที่นี่ถูกแยกตัวออกจากโลกด้านล่างภายในเงียบงันไม่มีใคร มีเพียงแสงไฟสีขาวนวลที่ซ่อนตัวอยู่ตามเพดาน และมีแชนเดอเลียร์เพชรสะท้อนกับพื้นหินอ่อนขาวลายเทา โถงกลางเปิดโล่งสูงถึงสองชั้น โซฟาหนังสีดำทรงใหญ่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ โต๊ะกลางผิวเงาวางแก้วคริสตัลข้างขวดแชมเปญ บันไดลอยทำขึ้นมาจากหินอ่อนสีดำส่วนราวจับเป็นกระจกทอดตัวยาวขึ้นไปชั้นบน การตกแต่งที่ดูเรียบหรูไม่ต้องใช้ลูกเล่นเกินจำเป็น เพราะอำนาจไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเอง..“ได้มองเมืองหลวงจากข้างบนสวยขนาดนี้เลยเหรอคะ” กระจกใสเผยให้เห็นแสงไฟของเมืองยามค่ำคืนที่กะพริบอยู่ไกลลิบ โลกภายนอกที่ใยไหมเห็นตอนนี้ดูเล็กลงเมื่อเธอได้ยืนมองจากจุดที่สูงสุดของเมือง“พี่อาร์เดลอยู่ที่นี่คงไม่รู้สึกเบื่อเลยใช่ไหม..”“ใครว่าล่ะ ออกจะเหงาด
Ryland Penthouse | ไรแลนด์ เพนท์เฮาส์“มีอะไรหรือเปล่าคะ.. หรือว่าเขาไม่ให้คนนอกเข้า..”“ไม่มีอะไรหรอกครับ ใยไหมไม่ต้องใส่ใจเรื่องอื่น”“..” เมื่อไม่ได้รับคำตอบเธอจึงเลือกเงียบ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาคุยอะไรกัน แล้วเธอพาตัวเองมาตรงนี้โดยไม่รู้กลัวอะไรเลยได้ยังไง เจอเขานับครั้งได้ แถมวันนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ได้พูดคุย แต่เพราะความเชื่อเรื่องพรหมลิขิตทำให้เธอตัดสินใจอย่างรวดเร็วแบบไม่เผื่อใจ‘มันต้องใช่สิ คนนี้แหละ’อาร์เดลหันมองคนตัวเล็กด้านข้างที่ยืนก้มหน้าเงียบยืนและถอยห่างออกไปจากเขาสองก้าว คาดเดาได้เลยว่าเธอคงกำลังคิดมากเรื่องก่อนหน้านี้ที่บอดี้การ์ดของเขากระทำหยาบคายเรื่องการตรวจเช็กกระเป๋าและเขายังพูดภาษาเยอรมันแทนภาษาไทยทำให้เธอไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดหมับ! อาร์เดลคว้าเอวเล็กดึงเข้ามาแนบชิดข้างกายพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอแล้วเอ่ยเสียงโทนทุ้มต่ำไม่ว่าผู้หญิงคนไหนได้ยินก็ต้องเคลิบเคลิ้ม“สนใจแค่เรื่องที่เราจะทำกันข้างบนดีกว่านะครับ :)”“พี่อาร์เดลพูดว่าไงนะคะ!!!” พรึบ!เธอเงยหน้ามองคนตัวสูงเป็นจังหวะเดียวกับที่อาร์เดลก้มหน้าลงมา ทำให้สายตาเธอได้สบเข้ากับนัยน์ตาสีเทาอ
00:55เวลาผ่านไปนานเกือบชั่วโมงนับจากที่อาร์เดลทิ้งท้ายคำพูดนั้นไว้เขาก็นั่งมองคนตัวเล็กเพลิดเพลินกับเสียงดนตรีจนเธอหมดแรง อาร์เดลยกแก้วเหล้าที่มีปริมาณเหลือเพียงก้นแก้วขึ้นมาดื่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเอ่ยถามคนตัวเล็กที่ดื่มไม่มากกว่าสิบแก้ว จากที่เธอมีอาการเคอะเขินไม่กล้าเข้าใกล้เขาเกินไป กลับกำลังนั่งพิงที่ไหล่เขา ซึ่งอาร์เดลไม่ได้ต่อว่าหรือผลักออก แต่รู้สึกชอบด้วยซ้ำ“ได้คำตอบหรือยังครับ”“ได้แล้วค่ะ ใยไหมจะกลับไปกับพี่อาร์เดล”“เป็นคำตอบที่พี่พอใจมากเลยครับ”ระหว่างนั้นใยไหมก็เดินออกมาเพราะคำชวนของอาร์เดล... มาเจอเพื่อนสนิทกำลังนั่งก้มหน้ารัวแชต ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครคือผู้รับข้อความพวกนั้น“ยัยดาว” ใยไหมเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนสนิทเบา ๆ“จะกลับแล้วเหรอ” “ใช่...”“ดาว โอเคไหม” ใยไหมถามแววตาบ่งบอกว่าสงสารเพื่อน“ยังไหว รู้แค่ว่าจะต้องไม่ยอม”เงยหน้าตอบเพื่อน แต่เมื่อเห็นว่ามีคนเดินออกมาด้วยก็รู้เลยว่าวันนี้ใยไหมคงไม่กลับไปนอนกับเธอแล้ว“ให้อยู่เป็นเพื่อนไหม”ใยไหมสองจิตสองใจไม่รู้ว่าจะต้องเลือกเดินออกไปเลยไหมเพราะอาร์เดลก็ยืนรอ แต่ก็เป็นห่วงความรู้สึกเพื่อนมากเช่นกัน‘เพื่อนกับแฟนในอนา
sozone club“ลองเรียก ‘พี่’ สิครับ”หัวใจดวงน้อยรู้สึกพองโตขึ้นมาเมื่อได้รับความอ่อนโยนจากเพศตรงข้ามครั้งแรกในชีวิต สาบานได้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจนอายุ 19 ปี ใยไหมไม่เคยได้รับการแสดงออกที่อบอุ่นใจอย่างนี้มาก่อน มันยิ่งตอกย้ำในความเชื่อว่าเขาคือ ‘คุณเนื้อคู่’ ของเธอจริง ๆ แค่ได้คุย ได้นั่งใกล้ เธอก็รับรู้ได้ถึงความใส่ใจของเขาที่ออกมาจากคำพูดและการกระทำ..“พี่อาร์เดล..”“ถ้าเจอกันข้างนอกก็เรียกพี่แบบนี้ได้เลยนะครับ” อาร์เดลโน้มลงไปกระซิบข้างใบหูเล็ก ทำให้ปลายจมูกโด่งสันคมราวกับแกะสลักของเขาเฉียดโดนข้างแก้มเนียนด้วยความตั้งใจ“คะ..ได้ค่ะ พี่อาร์เดล”“แล้ววันนี้กลับยังไงครับ” คำถามที่ชวนให้คนที่ได้ยินรู้สึกคิดไปไกลว่าเขากำลังเอ่ยจะไปส่งเธอหรือเปล่า..“น่าจะกลับกับเก็บดาวค่ะ” เอ่ยตอบแล้วเม้มริมฝีปากแน่น พลางสะกดความคิดในหัวไม่ให้คิดไปเอง เขาอาจจะเพียงแค่ถามเธอเฉย ๆ‘อย่าคิดเข้าข้างตัวเองสิใยไหม’“อืม..” ตอบรับพลางยกแก้วเหล้าด้านหน้าขึ้นมาจิบ เพราะต้องขับรถกลับเพนท์เฮ้าส์เองเขาเลยไม่สามารถดื่มได้มากกว่าสองแก้ว“แล้วพี่อาร์เดลกลับยังไงคะ” คนตัวเล็กรีบเอ่ยถามเขากลับ ไม่อยากให้บทสนทนาระหว่าง







