Masuk# วันต่อมา
Rrrrr~ ฉันงัวเงียขึ้นมาพร้อมกับควานหามือถือที่ดังอยู่ที่ไหนสักแห่ง พอหาเจอฉันก็ถ่างตามองที่หาจอ ดูว่าใครช่างกล้าโทรมารบกวนเวลานอน " ว่า " ฉันกรอกเสียงไปเมื่อรู้ว่าปลายสายคือยียพีช (ยังไม่ตื่นอีกเหรอ รู้มั๊ยว่ากี่โมงกี่ยามแล้วจ๊ะ) " โทรมาแค่นี้เหรอ " ฉันถามออกไปทั้งๆที่ตายังหลับอยู่ (ไปช็อปชุดสวยกัน วันนี้รวย) ฟังจากน้ำเสียงแล้ว นางน่าจะได้ตังค์มาจากผู้ชายไม่ใช่น้อยเลย " ฟันมากี่ล้านหล่ะ " (ไม่เยอะหรอก แต่ก็พอค่าช็อปปิ้งตลอดทั้งเดือนอะ) " จ้า..ไม่เยอะเลยนะ " ฉันกระแนะกระแหนออกไปพร้อมกับดันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ ..แต่พอตั้งสติได้ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืน ฉันพายัยอายกลับมาด้วย แต่นางไม่ได้นอนกับฉันหรอกนะ พอจะเดาออกป่ะ? ว่านางนอนกับใคร " ฉันไปแต่งตัวก่อน เสร็จแล้วจะทักไป " (โอเคร) หลังจากวางสายยัยพีช ฉันก็ลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำทันที ฉันใช้เวลาในการอาบน้ำแต่งตัวไม่นานหรอกนะ แต่มันจะนานตรงเลือกเสื้อผ้าแล้วก็แต่งหน้าทำผมนี่แหละ ... หลังจากใช้เวลาแต่งหน้าทำผมไปชั่วโมงกว่า ฉันก็หยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมาจากห้องนอนทันที แต่ก่อนที่ฉันจะก้าวลงบรรได ฉันก็เหลือบไปมองห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามห้องของฉัน ซึ่งเป็นห้องของเตชิน ‘ยัยอายกลับหรือยังนะ’ฉันนึกสงสัย ทั้งๆที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขาที่จะทำอะไรก็ได้ พวกเขาโตพอที่จะรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้ว ส่วนฉันก็แค่รับผิดชอบชีวิตตัวเองก็พอ ฉันเดินลงมาด้านล่างแล้วตรงไปยังห้องครัวเพื่อหาน้ำส้มดื่มสักหน่อย รู้สึกคอแห้งยังไงก็ไม่รู้ " อยู่ต่อสักชั่วโมงสิ เดี๋ยวพี่ไปส่ง " เสียงของเตชินดังออกมาจากในครัว ซึ่งไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าหมอนั่นอยู่กับใคร " ไม่ได้หรอกค่ะ คุณแม่โทรตามแล้ว " ตามมาด้วยเสียงของยัยอาย เข้าใจหาทางออกนะ..แม่โทรตามงั้นเหรอ พูดเลยว่าปลอมมาก เพราะคนอย่างนางไม่มีใครบังคับได้ " ห้องไม่มีหรือไง " ฉันพูดออกขณะที่เดินตรงไปยังตู้เย็น โดยไม่สนใจสองคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร ลืมบอกไปว่าตอนนี้ยัยอายใส่เสื้อเชิ้ตของเตชิน เหอะ! หมอนี่กะฟันเพื่อนฉันหมดทุกคนเลยหรือไง ยัยพีชก็คนหนึ่งแล้ว ยังจะมาฟันยัยอายอีก ไม่อยากจะเชื่อเลย! " ไปส่งฉันหน่อยนะ แม่โทรตามแล้ว " ยัยอายบอกฉัน ขณะที่ฉันหยิบขวดน้ำส้มออกมาจากตู้ " อืม! " และฉันก็ตอบไปอย่างขัดไม่ได้ แต่ก็นะ! แค่ไปส่ง.. ไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉันอยู่แล้ว " ขอยืมชุดด้วย " " อืม " " อายไปเปลี่ยนชุดก่อน แล้วเจอกันนะคะ! ฟอด! " ไม่ต้องบอก ทุกคนคงจะรู้ว่ายัยอายทำอะไรกับเตชิน เสียงหอมแก้มดังฟอดขนาดนั้น " เพื่อนเธอโคตรเด็ดเลย! ขนาดเมานะ ยังขย่มจนฉันเสร็จไปตั้งหลายรอบ " เตชินพูดขึ้นมาด้วยท่าทางพอใจหลังจากอายตาเดินออกไป ก็บอกแล้วว่าหมอนี่มันร้าย แถมยังหื่นอีกด้วย " จะกินเพื่อนฉันทุกคนเลยหรือไง " " ใช่..รวมถึงเธอด้วย " เตชินตอบโดยไม่คิดเลย แถมยังทำหน้ายียวนแล้วเดินเข้ามาประชิดตัวฉันที่กำลังดื่มน้ำส้มอยู่ ความสูงของเตชิน ทำให้ฉันต้องเงยหน้ามองเขา " ฝันเหอะ!" ฉันก็ตอบแบบไม่คิดเหมือนกัน ก็อย่างที่บอก ให้ผู้ชายหมดโลกซะก่อน ฉันถึงจะรับหมอนี่มาพิจารณา ... @ ห้างสรรพสินค้า " ยัยอายไปนอนบ้านแกเหรอ " ยัยพีชถามขึ้นมาขณะที่เรากำลังเดินเข้าไปในห้างดัง " อืม " ฉันตอบไปตามตรง เพราะไม่มีความจำเป็นอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว " นางนอนห้องแกเหรอ? " แต่ยัยพีชยังคงสงสัยไม่เลิก " ถามทำไม " ฉันเริ่มถามออกไปด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ " ตอบแบบนี้ แสดงว่าไม่ใช่สินะ " รู้ดีไปซะทุกเรื่องจริงๆเพื่อนฉัน " นางนอนกับพี่เตชินใช่มั๊ย " เดาเก่งไปอีก สาบานว่าฉันไม่ได้เล่าอะไรให้นางฟังเลย ทุกคนเข้าใจคำว่าผีเห็นผีใช่มั๊ย นั่นแหละ! สิ่งที่ยัยพีชกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ " อิจฉานางอะ! คงจะฟินทั้งคืนเลยหล่ะสิ แกรู้มั๊ยว่าพี่เตชินโคตรแซ่บ! ฉันยังจำลีลาอันเร่าร้อนของเขาได้เลย " " เลิกบ้าผู้ชายสักที หิวข้าวจะแย่แล้ว " ฉันเดินนำเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นทันที ก่อนที่ยัยพีชจะถามไปมากกว่านี้ ที่ไม่อยากพูดเรื่องคนอื่น ไม่ใช่ว่าฉันเป็นคนดีหรอกนะ แค่ขี้เกียจพูดแล้วก็หิวข้าว . . หลังจากทานข้าวเสร็จ เราก็มาช็อปปิ้งหาชุดว่ายน้ำแซ่บๆไปทริปพรุ่งนี้ พรุ่งนี้โลกจะต้องได้เห็นรูปร่างสุดเซ็กซี่ของฉัน " สีเลิศมากจ้า " ยัยพีชแซวฉันเมื่อฉันหยิบทูพีชสีแดงสดขึ้นมา ก็แค่จับดูเฉยๆป่ะ แต่ก็สวยดีนะ " จัดไปเลย ไปตั้งสามวัน ได้ใส่แน่นอน " ยัยพีชแย่งทูพีชจากมือฉันไปจ่ายตังค์ทันที เพราะก่อนหน้านี้เราได้กันหลายตัวแล้ว " ปะป๊า! ไปร้านนั้น น้องครีมอยากกินเค้ก " ขณะที่ฉันกับยัยพีชกำลังเดินออกมาจากร้าน เด็กน้อยกับปะป๊าก็เดินมาทางนี้พอดี และคนที่กำลังอุ้มเด็กน้อยอยู่คือเฮียร็อค เจ้าของบาร์ร็อคที่ฉันเคยบอกไปแล้ว แต่เด็กที่เรียกเฮียว่าป๊านั้นไม่ใช่ลูกของเฮียหรอกนะ เป็นลูกของน้องสาวของเฮีย แต่ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าทำไมเฮียถึงรับเด็กคนนี้เป็นลูก " เฮีย! พาลูกมาเที่ยวเหรอคะ " ยัยพีชทักทายเสียงดังลั่นจนคนที่อยู่แถวนี้มองมาที่เรากันหมด แต่คนอย่างยัยพีชไม่ได้สนใจสายตาของคนพวกนั้นเลยสักนิด " ครับ วันนี้เด็กอยากกินเค้ก สวัสดีพี่คนสวยหน่อยสิครับ " เฮียบอกลูกสาวด้วยเสียงที่ไม่ค่อยจะได้ยินสักเท่าไหร่ " สวัสดีค่ะพี่คนสวย " เด็กน้อยที่น่าจะชื่อชูครีมยกมือไหว้เราสองคนด้วยท่าทางน่าเอ็นดู แต่มันไม่มีผลกับคนไม่รักเด็กอย่างฉัน " น่ารักอ่า เห็นแล้วอยากเป็นแม่น้องขึ้นมาเลย " หึ! ฉันมองบนให้กับมุขจีบผู้ชายของยัยพีช นางแอบชอบเฮียร็อคมานานแล้ว เฮียแกตรงสเปคยางทุกอย่าง หล่อแบดๆ แต่มันก็ติดตรงที่เฮียแกเป็นเพื่อนกับแฟนของนาง (ก็เลยอดแซ่บ! )แฟนในที่นี้คือแฟนตัวจริง ไม่ใช่คู่นอนหรือคู่ควงชั่วคราว เข้าใจตรงกันนะ " ฟังดูเข้าท่านะ ถ้าไม่ติดว่าแฟนหนูเป็นเพื่อนเฮีย " " งั้นไปคุยกับคนโสดเลยค่ะ " ยัยพีชแกล้งทำหน้างอนแล้วมองมาทางฉัน คืออะไร? โยนมาแบบนี้ก็ได้เหรอ " แล้วคนโสดหิ้วอะไรเยอะแยะเลย " เฮียมองที่ถุงในมือของฉัน " ชุดสวยค่ะ " ฉันตอบไปด้วยท่าทางทะเล้นตามสไตล์ แล้วเราก็เดินคุยกันไปจนถึงร้านเค้ก จากนั้นก็แยกกัน เพราะเฮียจะพาลูกไปกินเค้ก ส่วนฉันกับยัยพีชก็จะไปช็อปปิ้งตามปะสาสาวโสด2 เดือนต่อมา ..ทิชาตื่นมาในอ้อมกอดอันอบอุ่นของชายที่รักเฉกเช่นทุกวัน สองเดือนกว่าแล้วที่เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านกับเธอโดยที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็รับรู้ เธอกับเขาใช้ชีวิตร่วมกันราวกับสามีภรรยาทั้งๆที่ยังไม่แต่งงาน แต่เรื่องนั้นทิชากับครอบครัวไม่ได้ซีเรียสหรอกนะ แม่ให้อิสระกับเธอตัดสินใจเองได้เลย เพราะฉะนั้น…เธอจึงเลือกที่จะอยู่แบบนี้ ใช้ชีวิตด้วยกันแบบสงบสุขไม่ต้องมีพิธีอะไรมากมาย แค่ซื่อสัตย์ต่อกันก็พอ แต่สองเดือนคงไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ ต้องใช้ชีวิตด้วยกันไปนานๆ และปรับตัวเข้าหากันในหลายๆด้าน Rrrrr~ขณะที่ทิชากำลังนอนคิดอะไรเพลินๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นมา เจ้าของเครื่องที่ยังหลับสนิทจนเธอต้องเขย่าแขนปลุกขึ้นมารับสาย เขางอแงไม่ยอมลุกไปรับจนเธอตั้งท่าจะลุกขึ้นไปรับให้ "ไม่ต้องลุก เดี๋ยวไปเอง "พอเห็นเธอจะลุกขึ้นไปรับสายเขาก็บอกเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนที่จะเดินโทงเทงไปหยิบมือถือที่ชาร์จอยู่ตรงมุมห้อง ทิชาก็ได้แต่มองตามร่างอันสมบูรณ์แบบอย่างหลงใหล ผู้ชายอะไรเพอร์เฟคไปทุกส่วนเลย โดยเฉพาะเจ้าแท่งใหญ่ที่ตื่นตัวในทุกเช้ายิ่งเพอร์เฟคสมเป็นชายชาตรี "คราบบบบ "ชายหนุ่มก
คำว่าอ่อนโยนหาไม่ได้จากผู้ชายชื่อภีม ทุกครั้งที่เขาขอมีอะไรกับเธอ เขาก็เผลอจัดหนักจนเธอเพลียไปหลายวัน ดูเหมือนว่าสภาพร่างกายของเธอมันไม่พร้อมจะสนองความต้องการให้เขาเหมือนที่ผ่านมา จนเธอเองก็เริ่มวิตกกังวล กลัวว่าสักวันเขาจะเบื่อและไปทำกับคนอื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอควรจะทำยังไงดีนะ?เฮ้อ…ทิชาถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยใจ ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความหนักใจจนคนที่อยู่ด้วยสังเกตเห็น หลายวันมานี้เธอรู้สึกกังวลไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นอาการคนท้องหรือเป็นเพราะตัวเธอเองที่เริ่มงี่เง่าไร้เหตุผล"เป็นอะไร ฉันเห็นแกถอนหายใจแบบนี้ตั้งแต่ฉันมาถึงแล้วนะ " ลูกพีชเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าจะมีปัญหากับพ่อของลูก "มีเรื่องให้เครียดนิดหน่อย " ทิชาบอกไปตามตรง เพราะรู้สึกอึดอัดใจมาหลายวันแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้ระบายออกไป ความเครียดที่มีคงส่งผลไปถึงลูกในท้องแน่ๆ "เรื่องอะไร? " ลูกพีชเลิกสนใจมือถือแล้วหันมามองหน้าเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ถึงเธอจะไม่เคยมีลูกและช่วยอะไรไม่ได้เลย แต่ก็สามารถรับฟังความทุกข์ของเพื่อนได้ เหมือนที่ทิชาเคยรับฟังเธอตอนที่เธอเศร้าจากอดีตแฟน"…." พอจะระบายก็ไม่รู้จะเริ่มตร
ตึกตักๆ เสียงหัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะและรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมากเมื่อโดนสายตาคมจับจ้องอยู่ตลอดเวลาในตอนที่เธอกำลังพยายามเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้า จะไม่ให้เธอรู้สึกอะไรได้ยังไงหล่ะ ก็เขาเอาแต่จ้องมองเธออย่างไม่ละสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียวแต่ก็น่าแปลกเหมือนกันนะที่เธอไม่รู้สึกรำคาญหรือหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ปกติเธอมักจะหงุดหงิดและอารมณ์เสียทุกครั้งที่มีคนจ้องมอง เป็นความรู้สึกเขิลซะมากกว่า " ต้องเช็ดแบบนี้ตลอดเลยเหรอ " ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะที่จัดการถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายอย่างไม่อาย หลังจากถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เขาก็นำมันไปทิ้งลงตะกร้ารวมกับเสื้อผ้าของเธอก่อนที่จะเดินโทงเทงมาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้ากระจกด้วยท่าทางปกติต่างหากอีกฝ่ายที่รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวที่เห็นร่างเปลือยเปล่าแบบเต็มๆตา " ต้องค่อยๆเช็ดจนกว่าจะหมดเหรอ "เขายังคงถามอย่างใส่ใจและสนใจในสิ่งที่เธอทำ"…. "ทิชามัวแต่มองร่างกายอันสมบูรณ์จนไม่ได้ฟังคำถามของเขาเลย เธอรู้สึกสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกในตอนที่เขาเข้ามาใกล้ จนกระทั่งชายหนุ่มได้หยิบขวดโทนเนอร์ในมือของเธอไปดูด้วยความสงสัย จึงทำให้สติของเธอกลับมา
ผมยาวสลวยปลิวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน โชว์ให้เห็นใบหน้าเรียวสวยน่าหลงใหล เช่นเดียวกับบรรยากาศยามค่ำคืนที่งดงามเกินบรรยาย โดยเฉพาะตอนที่ได้มองจากชั้นบนสุดของตึกใหญ่ยิ่งมองเห็นความสวยงามอย่างชัดเจน ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นเพื่อสูดเอาบรรยากาศดีๆที่ไม่ค่อยได้สัมผัสสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เธอมักจะไปผับกับเพื่อนมากกว่ามานั่งในร้านอาหารหรูแบบนี้ บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมามันช่างไร้ค่าไร้จุดหมายเสียจริง ทิชาถอนหายใจให้กับช่วงชีวิตที่ผ่านมา ที่หมดไปกับการเที่ยวเล่นไปวันๆ ไม่เคยคิดถึงอนาคตเลยสักครั้ง แต่ทว่าตอนนี้ความคิดของเธอนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เธออยากทำงาน อยากมีเงินเก็บ อยากจะสร้างอนาคตให้มั่นคงเพื่อเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นมาบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่อยู่ในท้อง เธอค่อยๆเลื่อนมือไปวางที่หน้าท้องเบาๆด้วยความรู้สึกรัก โดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนจ้องมองทุกการกระทำของเธอพร้อมรอยยิ้มเช่นกัน เขานั่งมองเธอด้วยความคิดที่เปลี่ยนไป จริงๆแล้วผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ร้ายอย่างที่เขาเคยกล่าวหา เธอมีความอ่อนหวานและอ่อนโยนซ่อนอยู่ "มองอะไร " ทิชาเอ่ยถามคนตรงห
ไม่นานภีมกับทิชาก็มาถึงโรงพยาบาลที่พอลเข้ารักษาตัว ทันทีที่รถจอดสนิท ภีมก็ลงไปเปิดประตูรถให้ทิชา พร้อมกับผายมือเชิญเธอลงจากรถด้วยท่าทางทะเล้นตามสไตล์ แต่ที่ทำไปก็เพราะอยากให้เธอยิ้มเท่านั้น "เชิญครับคนสวย " ไม่พูดเปล่า เขายังช่วยประคองร่างของเธออีกด้วย "กวนประสาท " ทิชาดุคนขี้แกล้งผ่านสายตา แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน มิหนำซ้ำยังคว้ามือเธอเข้าไปกุมไว้แล้วเดินไปด้วยกันท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย โดยไม่สนใจว่าเขากำลังนินทาพวกเขาอยู่ มันช่างเป็นภาพที่ชวนเมาท์มอยจริงๆ เมื่อท่านประธานหนุ่มไฟแรงที่เคยเปิดตัวว่ามีคู่หมั้นแล้ว แต่ตอนนี้กลับควงผู้หญิงอีกคน หญิงสาวบางคนถึงกับยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อส่งให้เพื่อนดูอีกด้วยถ้าเป็นเมื่อก่อน ทิชาคงไม่รู้สึกอะไรกับสายตาพวกนั้น แต่ตอนนี้ฮอร์โมนคนท้องมันทำให้เธอคิดมากขึ้นมาเสียอย่างนั้น หมับ!เมื่อเห็นว่าทิชากำลังประหม่ากับสายตาของผู้คน ภีมจึงยกแขนขึ้นมาโอบคอของเธอ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและประกาศให้โลกรู้ไปในตัว จนกระทั่งมาถึงห้องที่พอลพักอยู่ แอดดด~ภีมเปิดประตูเข้าไปทันที แล้วก็พบพอลที่นอนอยู่บนเตียงและมีเบสท์นั่งอยู่ข้างๆ " เละเหมือนหมา! " ภี
หลังกลับมาจากห้าง ทิชาก็รีบกลับมาจัดการกับสภาพของตัวเองแบบเร่งด่วนก่อนที่พ่อของลูกจะกลับมาถึง เพราะเธอไม่อยากจะให้เขากลับมาเห็นเธอในสภาพนี้ "ดูให้หน่อย เนียนหรือยัง " ทิชาถามลูกพีชหลังจากใช้เครื่องสำอางปกปิดรอยแดงบนใบ้หน้าที่ได้จากการสู้รบในห้องน้ำ โชคดีที่เธอกับลูกพีชเก่งพอตัว จึงไม่มีใครเป็นอะไรมาก มีแค่รอยช้ำที่แก้มเท่านั้น ส่วนพวกนังเด็กปากดีนั้น โดนตบจนเลือดกลบปาก น่าจะได้หยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวันเลยหล่ะ"ก็ดี แต่ก็ยังไม่เนียนเท่าไหร่ เอามานี่ เดี๋ยวทำให้ " ลูกพีชวางของในมือแล้วมาสนใจหน้าของเพื่อนแทน เพราะเพื่อนรักของเธอต้องไปเดทกับพ่อของลูกในคืนนี้ จะไปสภาพบอบช้ำไม่ได้เด็ดขาด "เอาให้เนียนเลยนะ " ทิชานั่งนิ่งให้ลูกพีชแต่งหน้าให้ แต่ยังไม่ทันได้แต่งเสร็จ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวตรงมายังห้องของเธอ แน่นอนว่าเธอจำเสียงฝีเท้าของเขาได้ดี "เขากลับมาแล้ว " ทิชาบอกลูกพีชด้วยท่าทางตื่น เพราะไม่คิดว่าพ่อของลูกจะกลับมาเร็วขนาดนี้ " ไหนแกบอกว่าหมอนั่นจะมาสองทุ่มไง " ลูกพีชเองก็ตื่นเต้นไม่ต่างกัน กลัวว่าเพื่อนจะโป๊ะแตก โดนจับได้ว่าไปมีเรื่องมา "ไม่รู้...เดี๋ยวฉันทำเอง แกรับหน้าไปก่อน แล้ว







