Mag-log inฉันมองหน้าจอด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ เพราะอะไรฉันถึงทำเหมือนไม่ชอบขี้หน้ายัยอายตาหน่ะเหรอ เพราะนางเป็นนางมารร้ายยังไงหล่ะ เห็นฉันร้ายแบบนี้นะ จริงๆแล้วฉันสู้ยัยอายไม่ได้เลย
(ไม่คิดจะชวนเลยเหรอ)อายตาพ่นเสียงน่ารำคาญออกมาทันทีที่ฉันกดรับสาย ฉันหล่ะเบื่อน้ำเสียงนี้จริงๆเลย " ก็เห็นไปทานข้าวกับครอบครัว" ฉันตอบไปด้วยน้ำเสียงปกติ ที่ฉันรู้การเคลื่อนไหวของนาง ไม่ใช่ว่าตามติดชีวิตนางหรอกนะ แค่เลื่อนไปเจอโพสต์ที่นางเช็คอินที่ร้านอาหารกับครอบครัวพอดี (ก็ไม่ได้ไปกินนานขนาดนั้นป่ะ?)นางกระแนะกระแหนด้วยน้ำเสียงน่ารำคาญ " บาร์ร็อค จะมาก็รีบมา " ฉันบอกไปให้จบๆ จะมาก็มา ถ้าไม่มาก็ยิ่งดี (เธอนั่นแหละมาหาฉัน เพราะฉันมีเรื่องให้เธอช่วย) ช่วยอย่างนั้นเหรอ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นคำสั่งมากกว่าขอความช่วยเหลือนะ " จะให้ฉันทิ้งยัยพีชไปหรือไง " (ทูไนท์ วีไอพี1 รีบมาหล่ะ) นางตัดสายทันทีที่พูดจบ เหอะ! โคตรเอาแต่ใจ! . . @ TWO NIGHT CLUB ฉันเดินเข้ามาในทูไนท์ด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ เพราะฉันเป็นคนที่เกลียดการโดยบังคับเอามากๆ แต่ที่ฉันต้องมาตามคำสั่งของนาง เพราะนางกุมความลับบางอย่างของฉันไว้ จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉันโดยตรงหรอกนะ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวฉันมากกว่า เล่าแบบง่ายๆ แต่ได้ใจความละกันนะ ตอนนั้นครอบครัวของฉันมีปัญหาเรื่องเงิน พ่อของฉันเอาเงินบริษัทไปเล่นหุ้น และก็ขาดทุนจนไม่มีเงินหมุนบริษัท จนบริษัทเกือบจะโดนยึด แต่พอของฉันก็ยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ท่านจึงตัดสินใจไปขอยืมเงินเพื่อนสนิทที่เป็นพ่อของอายตา ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก มากจนท่านหาเงินไปคืนไม่ได้ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ท่านหนีไป และเป็นเหตุผลที่ฉันต้องยอมให้อายตากดขี่ เพราะฉันไม่อยากโดนบลูลี่ ทุกคนคงจะรู้ว่ามหาลัยที่เรียนเป็นมหลัยชื่อดังที่มีแต่ลูกคนรวยไปเรียน และเป็นพวกที่ชอบกดขี่คนที่ด้อยกว่า ซึ่งฉันไม่ยอมโดนมองด้วยสายตารังเกียจแน่นอน พรึบ! ฉันนั่งลงที่ว่างตรงข้ามยัยอายที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว แล้วนางก็สั่งเครื่องดื่มมาแล้วด้วย ท่าจะให้เดาคงไม่พ้นมีปัญหากับว่าที่คู่หมั้นแน่ๆ ลืมบอกไปว่านางมีคู่หมั่นแล้ว แต่หมอนั่นเป็นผู้ชายที่โคตรจะไม่แคร์ใคร รวมถึงคู่หมั้นด้วย พูดแล้วก็สงสารนางอยู่เหมือนเดิมนะ " ตกลงมีเรื่องอะไร " ฉันเข้าเรื่องทันที " รีบเหรอ ดื่มก่อนสิ " แต่ยัยอายกลับสั่งเด็กเสริฟชงเหล้าให้ฉันแทน คงต้องดื่มสินะ! เรานั่งดื่มสักพัก ก่อนที่ยัยอายจะเริ่มพูดเรื่องที่นางจะให้ช่วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉันโคตรจะเบื่อเลย " ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ " ฉันถามออกไปด้วยท่าทางไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ ก็นางจะให้ฉันเอายาปลุกเซ็กส์ให้ยัยเด็กเรียนกิน แบบนี้มันฆ่ากันทางอ้อมชัดๆ เพราะถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูพอตเตอร์ ที่เรียนมา4ปี คงศูนย์เปล่าแน่ๆ ต้องบอกก่อนว่าพอตเตอร์คือคู่หมั้นของยัยอาย และเป็นว่าที่เจ้าของมหาลัยที่ฉันเรียนอยู่ เรียกง่ายๆว่าลูกชายเจ้าของมหาลัยนั่นแหละ ก็อย่างที่บอกว่าหมอนั่นเป็นคนที่ไม่แคร์ใคร แต่ก็น่าแปลกใจที่หมอนั่นแคร์ยัยเด็กเรียนมากๆ มากจนถอนหมั้นยัยอายที่โคตรจะเหมาะสมกัน (เรื่องฐานะอะนะ) แล้วถ้าหมอนั่นจับได้ว่าฉันวางยาผู้หญิงของเขา ฉันต้องโดนไล่ออกแน่ๆ " จะไม่ช่วยเหรอ? " " ก็อยากช่วย แต่เรื่องนี้มันร้ายแรงไป " ถึงขั้นวางยาปลุกเซ็กส์เพื่อให้นางคลั่งไปมีอะไรกับคนอื่น มันไม่เลวไปหน่อยเหรอ ถึงฉันจะร้าย แต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะทำอะไรเลวๆแบบนั้นหรอกนะ ยอมในความร้ายกาจของนางจริงๆ " ถือซะว่าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะไม่ได้เจอกันอีกก็แล้วกัน เพื่อนรัก! " หึ! ถ้าจะกระแนะกระแหนกันขนาดนี้ คงจะปฏิเสธไม่ได้แล้วสินะ เพราะฉันรู้ความร้ายกาจของนางดี . . เวลาต่อมา... " ปายยย..หายัยพีชที่บาร์ร็อกกัน ฉ้านนน..เลี้ยงเอง! " ยัยอายพูดออกมาเสียงยานตามสไตล์คนเมาที่ไม่ดูสภาพตัวเอง ขนาดเดินยังต้องให้ฉันช่วยประคองเลย ยังจะอวดเก่งไปต่ออีก เฮ้อ..ไม่รู้จะดื่มอะไรนักหนา " เที่ยงคืนแล้ว จะไปทำไม " ฉันบอกไปพร้อมกับเปิดประตูรถของฉัน ดูสภาพนางแล้ว สงสัยต้องไปส่ง ปัง! ฉันปิดประตูรถก่อนจะเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับ บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมฉันต้องดูแลนาง ทั้งๆที่นางกดขี่ฉัน ไม่รู้สิ! คงเป็นเพราะฉันสงสารนางมั้ง ถ้าตัดเรื่องที่นางชอบเอาเรื่องนั้นมาขู่ฉันออกไป นางก็เป็นเพื่อนที่ดีนหนึ่งเลยหล่ะ แต่ก็ติดตรงเอาแต่ใจอยู่ดี งงป่ะ? ฉันก็งงเหมือนกัน หรือว่าฉันก็เมา เหอะ! " ไปบ้านหรือคอนโด " ฉันหันไปถามคนเมาที่คอพับคอเหวี่ยงอยู่เบาะข้างๆ " ปายยย..บาร์ร็อค " เหอะ! สภาพนี้เหรอจะไปบาร์ร็อค ถ้าไปสภาพนี้ มีหวังโดนผู้ชายหิ้วไปสอยแน่ๆ " ไปคอนโดละกัน! " ฉันสรุปให้เอง เพราะฉันขี้เกียจตอบคำถามของพ่อแม่นาง ... " ม๊ายกลับคอนโด! " ยัยอายพรึมพรำออกมาตลอดทาง จนฉันต้องหอบนางกลับมาที่บ้านด้วย เพราะว่านอกจากจะไม่กลับคอนโดแล้ว นางยังไมากลับบ้านอีกด้วย อะไรก็ไม่รู้! " ลงมาได้แล้ว " ฉันเหมือนคนรับใช้ขึ้นไปทุกวัน เพราะตอนนี้ฉันกำลังเปิดประตูรถให้นาง และดูท่าทางจะต้องประคองกันเข้าบ้านอีกด้วย " ที่ไหนเหรอ? " ยัยอายถามขึ้นมาด้วยท่าทางสงสัย นี่เมาคนเพี้ยนเลยเหรอ " บ้านฉันเอง ทำอย่างกับไม่เคยมา " ฉันมองบนกับสภาพของยัยอาย แล้วค่อยๆประคองกันมาตามทางเดิน อย่างทุลักทุเล เพราะฉันเองก็รู้สึกมึนๆหัวขึ้นมาแล้ว " ให้ช่วยป่ะ? " แต่แล้วก็มีเสียงใครบางคนดังขึ้นมา ฉันไม่ต้องมองดู ก็รู้ว่าเจ้าของเสียงคือใคร " ถอยไปเลย! " ฉันบอกไปเมื่อรู้ว่าหมอนั่นกำลังคิดอะไรอยู่ " ใครเหรอ? หล่อจัง! " ยัยอายถามออกมาด้วยน้ำเสียงยั่วยวน เหอะ! หล่อแต่ร้าย ทางที่ดีไม่ควรเข้าใกล้ " ให้พี่ช่วยมั๊ยครับ พี่เป็นพี่ชายทิชา " เหอะ! พี่ชายอย่างนั้นเหรอ ดูสายตาก็รู้ว่าหมอนี่กำลังมีแผนอะไรบางอย่าง " ค่ะ " ยัยอายก็ร้ายไม่เบา เมาแล้วเป็นแบบนี้ตลอด เห็นผู้ชายหล่อไม่ได้ ..ดูจากสายตาของทั้งคู่แล้ว ฉันคงพูดอะไรไม่ได้แล้วสินะ เพราะเสือกับสิงห์มันร้ายพอกัน .2 เดือนต่อมา ..ทิชาตื่นมาในอ้อมกอดอันอบอุ่นของชายที่รักเฉกเช่นทุกวัน สองเดือนกว่าแล้วที่เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านกับเธอโดยที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็รับรู้ เธอกับเขาใช้ชีวิตร่วมกันราวกับสามีภรรยาทั้งๆที่ยังไม่แต่งงาน แต่เรื่องนั้นทิชากับครอบครัวไม่ได้ซีเรียสหรอกนะ แม่ให้อิสระกับเธอตัดสินใจเองได้เลย เพราะฉะนั้น…เธอจึงเลือกที่จะอยู่แบบนี้ ใช้ชีวิตด้วยกันแบบสงบสุขไม่ต้องมีพิธีอะไรมากมาย แค่ซื่อสัตย์ต่อกันก็พอ แต่สองเดือนคงไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ ต้องใช้ชีวิตด้วยกันไปนานๆ และปรับตัวเข้าหากันในหลายๆด้าน Rrrrr~ขณะที่ทิชากำลังนอนคิดอะไรเพลินๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นมา เจ้าของเครื่องที่ยังหลับสนิทจนเธอต้องเขย่าแขนปลุกขึ้นมารับสาย เขางอแงไม่ยอมลุกไปรับจนเธอตั้งท่าจะลุกขึ้นไปรับให้ "ไม่ต้องลุก เดี๋ยวไปเอง "พอเห็นเธอจะลุกขึ้นไปรับสายเขาก็บอกเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนที่จะเดินโทงเทงไปหยิบมือถือที่ชาร์จอยู่ตรงมุมห้อง ทิชาก็ได้แต่มองตามร่างอันสมบูรณ์แบบอย่างหลงใหล ผู้ชายอะไรเพอร์เฟคไปทุกส่วนเลย โดยเฉพาะเจ้าแท่งใหญ่ที่ตื่นตัวในทุกเช้ายิ่งเพอร์เฟคสมเป็นชายชาตรี "คราบบบบ "ชายหนุ่มก
คำว่าอ่อนโยนหาไม่ได้จากผู้ชายชื่อภีม ทุกครั้งที่เขาขอมีอะไรกับเธอ เขาก็เผลอจัดหนักจนเธอเพลียไปหลายวัน ดูเหมือนว่าสภาพร่างกายของเธอมันไม่พร้อมจะสนองความต้องการให้เขาเหมือนที่ผ่านมา จนเธอเองก็เริ่มวิตกกังวล กลัวว่าสักวันเขาจะเบื่อและไปทำกับคนอื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอควรจะทำยังไงดีนะ?เฮ้อ…ทิชาถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยใจ ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความหนักใจจนคนที่อยู่ด้วยสังเกตเห็น หลายวันมานี้เธอรู้สึกกังวลไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นอาการคนท้องหรือเป็นเพราะตัวเธอเองที่เริ่มงี่เง่าไร้เหตุผล"เป็นอะไร ฉันเห็นแกถอนหายใจแบบนี้ตั้งแต่ฉันมาถึงแล้วนะ " ลูกพีชเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าจะมีปัญหากับพ่อของลูก "มีเรื่องให้เครียดนิดหน่อย " ทิชาบอกไปตามตรง เพราะรู้สึกอึดอัดใจมาหลายวันแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้ระบายออกไป ความเครียดที่มีคงส่งผลไปถึงลูกในท้องแน่ๆ "เรื่องอะไร? " ลูกพีชเลิกสนใจมือถือแล้วหันมามองหน้าเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ถึงเธอจะไม่เคยมีลูกและช่วยอะไรไม่ได้เลย แต่ก็สามารถรับฟังความทุกข์ของเพื่อนได้ เหมือนที่ทิชาเคยรับฟังเธอตอนที่เธอเศร้าจากอดีตแฟน"…." พอจะระบายก็ไม่รู้จะเริ่มตร
ตึกตักๆ เสียงหัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะและรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมากเมื่อโดนสายตาคมจับจ้องอยู่ตลอดเวลาในตอนที่เธอกำลังพยายามเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้า จะไม่ให้เธอรู้สึกอะไรได้ยังไงหล่ะ ก็เขาเอาแต่จ้องมองเธออย่างไม่ละสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียวแต่ก็น่าแปลกเหมือนกันนะที่เธอไม่รู้สึกรำคาญหรือหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ปกติเธอมักจะหงุดหงิดและอารมณ์เสียทุกครั้งที่มีคนจ้องมอง เป็นความรู้สึกเขิลซะมากกว่า " ต้องเช็ดแบบนี้ตลอดเลยเหรอ " ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะที่จัดการถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายอย่างไม่อาย หลังจากถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เขาก็นำมันไปทิ้งลงตะกร้ารวมกับเสื้อผ้าของเธอก่อนที่จะเดินโทงเทงมาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้ากระจกด้วยท่าทางปกติต่างหากอีกฝ่ายที่รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวที่เห็นร่างเปลือยเปล่าแบบเต็มๆตา " ต้องค่อยๆเช็ดจนกว่าจะหมดเหรอ "เขายังคงถามอย่างใส่ใจและสนใจในสิ่งที่เธอทำ"…. "ทิชามัวแต่มองร่างกายอันสมบูรณ์จนไม่ได้ฟังคำถามของเขาเลย เธอรู้สึกสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกในตอนที่เขาเข้ามาใกล้ จนกระทั่งชายหนุ่มได้หยิบขวดโทนเนอร์ในมือของเธอไปดูด้วยความสงสัย จึงทำให้สติของเธอกลับมา
ผมยาวสลวยปลิวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน โชว์ให้เห็นใบหน้าเรียวสวยน่าหลงใหล เช่นเดียวกับบรรยากาศยามค่ำคืนที่งดงามเกินบรรยาย โดยเฉพาะตอนที่ได้มองจากชั้นบนสุดของตึกใหญ่ยิ่งมองเห็นความสวยงามอย่างชัดเจน ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นเพื่อสูดเอาบรรยากาศดีๆที่ไม่ค่อยได้สัมผัสสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เธอมักจะไปผับกับเพื่อนมากกว่ามานั่งในร้านอาหารหรูแบบนี้ บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมามันช่างไร้ค่าไร้จุดหมายเสียจริง ทิชาถอนหายใจให้กับช่วงชีวิตที่ผ่านมา ที่หมดไปกับการเที่ยวเล่นไปวันๆ ไม่เคยคิดถึงอนาคตเลยสักครั้ง แต่ทว่าตอนนี้ความคิดของเธอนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เธออยากทำงาน อยากมีเงินเก็บ อยากจะสร้างอนาคตให้มั่นคงเพื่อเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นมาบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่อยู่ในท้อง เธอค่อยๆเลื่อนมือไปวางที่หน้าท้องเบาๆด้วยความรู้สึกรัก โดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนจ้องมองทุกการกระทำของเธอพร้อมรอยยิ้มเช่นกัน เขานั่งมองเธอด้วยความคิดที่เปลี่ยนไป จริงๆแล้วผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ร้ายอย่างที่เขาเคยกล่าวหา เธอมีความอ่อนหวานและอ่อนโยนซ่อนอยู่ "มองอะไร " ทิชาเอ่ยถามคนตรงห
ไม่นานภีมกับทิชาก็มาถึงโรงพยาบาลที่พอลเข้ารักษาตัว ทันทีที่รถจอดสนิท ภีมก็ลงไปเปิดประตูรถให้ทิชา พร้อมกับผายมือเชิญเธอลงจากรถด้วยท่าทางทะเล้นตามสไตล์ แต่ที่ทำไปก็เพราะอยากให้เธอยิ้มเท่านั้น "เชิญครับคนสวย " ไม่พูดเปล่า เขายังช่วยประคองร่างของเธออีกด้วย "กวนประสาท " ทิชาดุคนขี้แกล้งผ่านสายตา แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน มิหนำซ้ำยังคว้ามือเธอเข้าไปกุมไว้แล้วเดินไปด้วยกันท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย โดยไม่สนใจว่าเขากำลังนินทาพวกเขาอยู่ มันช่างเป็นภาพที่ชวนเมาท์มอยจริงๆ เมื่อท่านประธานหนุ่มไฟแรงที่เคยเปิดตัวว่ามีคู่หมั้นแล้ว แต่ตอนนี้กลับควงผู้หญิงอีกคน หญิงสาวบางคนถึงกับยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อส่งให้เพื่อนดูอีกด้วยถ้าเป็นเมื่อก่อน ทิชาคงไม่รู้สึกอะไรกับสายตาพวกนั้น แต่ตอนนี้ฮอร์โมนคนท้องมันทำให้เธอคิดมากขึ้นมาเสียอย่างนั้น หมับ!เมื่อเห็นว่าทิชากำลังประหม่ากับสายตาของผู้คน ภีมจึงยกแขนขึ้นมาโอบคอของเธอ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและประกาศให้โลกรู้ไปในตัว จนกระทั่งมาถึงห้องที่พอลพักอยู่ แอดดด~ภีมเปิดประตูเข้าไปทันที แล้วก็พบพอลที่นอนอยู่บนเตียงและมีเบสท์นั่งอยู่ข้างๆ " เละเหมือนหมา! " ภี
หลังกลับมาจากห้าง ทิชาก็รีบกลับมาจัดการกับสภาพของตัวเองแบบเร่งด่วนก่อนที่พ่อของลูกจะกลับมาถึง เพราะเธอไม่อยากจะให้เขากลับมาเห็นเธอในสภาพนี้ "ดูให้หน่อย เนียนหรือยัง " ทิชาถามลูกพีชหลังจากใช้เครื่องสำอางปกปิดรอยแดงบนใบ้หน้าที่ได้จากการสู้รบในห้องน้ำ โชคดีที่เธอกับลูกพีชเก่งพอตัว จึงไม่มีใครเป็นอะไรมาก มีแค่รอยช้ำที่แก้มเท่านั้น ส่วนพวกนังเด็กปากดีนั้น โดนตบจนเลือดกลบปาก น่าจะได้หยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวันเลยหล่ะ"ก็ดี แต่ก็ยังไม่เนียนเท่าไหร่ เอามานี่ เดี๋ยวทำให้ " ลูกพีชวางของในมือแล้วมาสนใจหน้าของเพื่อนแทน เพราะเพื่อนรักของเธอต้องไปเดทกับพ่อของลูกในคืนนี้ จะไปสภาพบอบช้ำไม่ได้เด็ดขาด "เอาให้เนียนเลยนะ " ทิชานั่งนิ่งให้ลูกพีชแต่งหน้าให้ แต่ยังไม่ทันได้แต่งเสร็จ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวตรงมายังห้องของเธอ แน่นอนว่าเธอจำเสียงฝีเท้าของเขาได้ดี "เขากลับมาแล้ว " ทิชาบอกลูกพีชด้วยท่าทางตื่น เพราะไม่คิดว่าพ่อของลูกจะกลับมาเร็วขนาดนี้ " ไหนแกบอกว่าหมอนั่นจะมาสองทุ่มไง " ลูกพีชเองก็ตื่นเต้นไม่ต่างกัน กลัวว่าเพื่อนจะโป๊ะแตก โดนจับได้ว่าไปมีเรื่องมา "ไม่รู้...เดี๋ยวฉันทำเอง แกรับหน้าไปก่อน แล้ว


![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




