ANMELDENเป้ x หวาย “คนที่ไม่ชอบหน้ากัน ทำไหมเวลา แซ่บ กันมันถึงได้รู้สึกดีนักนะ เราสงสัยเหมือนที่พี่สงสัยไหมหวาย” ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรา มันควรจะเป็นแค่เพื่อนสนิทของน้องสาวกับพี่ชายเพื่อนสนิทเพียงท่านั้น ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความสัมพันธ์ของเธอและเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทุกอย่างระหว่างพวกเราเริ่มที่จะไม่อาจจะควบคุมและเก็บซ่อนมันเอาไว้ได้แล้วอีกแล้ว “ระหว่างเราเป็นมากกว่านี้ได้ไหม” “พี่ว่า พี่ไม่ได้อยากเป็นแค่พี่ชายเพื่อนสนิทหวายอีกแล้ว” “มึงเคยคิดไหม ถ้าคำตอบที่มึงรอ มันไม่ได้เป็นคำตอบที่มึงหวังเอาไว้ ตอนนั้นมึงจะเป็นยังไง” “ถึงตอนนั้นกูก็คงจะต้องยอมรับการตัดสินใจและคำตอบของเขา แม้ว่ากูจะไม่อยากยอมรับมันก็ตาม
Mehr anzeigenคนเราปกติแล้วเวลาไม่ถูกชะตากับใคร เขาทำยังไงกันนะ คงจะตีตัวออกห่าง หรือไม่ก็หลีกหนีสุดชีวิต ทำทุกวิธีทางให้ไม่ต้องเจอคนที่ไม่ถูกชะตาอีกหรือไม่ชอบขี้หน้าอีก
ตัวฉันเองก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ติดอยู่ตรงที่ว่า ไอ้คนที่ฉันไม่ชอบขี้หน้าอีกทั้งไม่ถูกชะตาสุดๆดันเป็นพี่ชายเพื่อนสนิทของฉัน จะหนีจะหลบยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี
นี่ยังไม่รวมที่จู่ๆฉันก็พบว่าคนที่ย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกันห้องตรงข้ามดันเป็นเขาอีก มีบางครั้งเปิดประตูออกมาเจอกันแล้วโคตรจะอึดอัดเลย ถ้าฉันรวยก็ไม่เสียดายค่าเช่ารายปีที่จ่ายไปแล้ว และก็คงออกไปหาที่อยู่ใหม่ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย
ตัวฉันเองก็รู้สึกได้ว่าไม่ใช่แค่ตัวฉันเองที่ไม่ชอบขี้หน้าพี่เป้พี่ชาย ยัยแป้งเพื่อนฉันเพียงฝ่ายเดียว ฝ่ายพี่โป้งเองก็ดูจะไม่ได้ชอบขี้หน้าฉันเช่นกัน เห็นได้ชัดจากที่ชอบมองฉันด้วยสีหน้าแววตาหงุดหงิดไม่พอใจอยู่เสมอ ใบหน้าหล่อๆนั่นยับเหมือนผ้าที่ยัดไว้ในตะกร้าไม่มีผิด
"ห้องแกกับห้องพี่เป้อยู่ตรงข้างกันแบบนี้ดีจัง มาหาแกก็แวะหาพี่เป้ได้เลยดีสุดๆ"
ยัยแป้งคงเป็นคนเดียวที่ดีใจออกหน้าออกตา ส่วนฉันก็ได้แต่ส่งยิ้มให้นางโดยไม่ได้พูดอะไร
แกดีใจยัยแป้ง ส่วนฉันทุกใจหวายได้แต่คิดอยู่ในใจ
"วันนี้เราจัดงานเลี้ยงให้พี่เป้ดีไหม เลี้ยงที่ยินดีย้ายเข้าห้องใหม่"
"พี่เป้เพิ่งย้ายมา ห้องน่าจะรก ข้าวของคงยังจัดไม่เข้าที่เข้าทาง ฉันว่าอย่าเพิ่งไปรบกวนพี่เขาเลย"
"ห้องพี่เป้รก ไม่เป็นไรนิ เราก็เปลี่ยนมาจัดห้องแกก็แล้วกัน"
"จัดห้องฉัน แต่งานเลี้ยงห้องใหม่พี่เป้ อย่างนี้ก็เหรอแป้ง"
หวายตะโกนถามเพื่อนสนิท ที่ตอนี้รีบพุ่งเตรียมจะออกนอกน้องของเธออยู่แล้ว และจุดหมายที่ยัยแป้งจะไปก็คือห้องตรงข้ามเธอนั่นเอง
"ได้สิแก พวกเราคนกันเองทั้งนั้น เดียวฉันรีบไปบอกพี่เป้ก่อนแล้ว พวกเราค่อยออกไปซื้อของกัน"
ยัยแป้งตะโกนมาบอกเธอก่อนจะรีบร้อนวิ่งออกไปทันที
หวายมองภาพนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมา อย่างเหลืออด
"เฮ้อ เอาที่คุณเพื่อนสบายใจเลยค่ะ"
บทที่ 11/1ห้ามใจไม่ได้"พี่เป้ ช่วยแวะปิดประตูห้องให้แป้งทีนะคะ หวายมันนอนอยู่ค่ะ" น้องสาวของเขาเอ่ยขึ้นตอนที่พวกเขา เดินสวนกันที่บันได แป้งคงกำลังเดินไปหาคุณแม่ที่ห้องรับแขกเมื่อครู่ตอนเขาเข้าบ้านมาทันได้เห็นพอดีว่าเพื่อนคุณแม่คนหนึ่งแวะมาหา น้องสาวตัวดีของเขาก็คงถูกเรียกไปด้วยเหตุนี้ เช่นเดียวกัน เพราะคุณแม่ชอบให้พวกเขาทำความรู้จักกับเหล่าคุณป้าคุณน้าที่เป็นเพื่อนของคุณแม่เอาไว้โชคดีที่ครั้งนี้เขาหลบเลี่ยงทันจึงแอบหลบพ้นสายตาหลุดรอดออกมาได้'หวาย หลับอยู่งั้นเหรอ'เป้คิดในใจ ก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสองของบ้านด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไม่นานเป้ก็เดินมาถึงห้องของน้องสาวที่เปิดประตูทิ้งเอาไว้ ภายในห้องของน้องสาวเขา ตอนนี้หมอนต่างๆกระจุยกระจายไปทั่วทั้งห้อง ก่อนหน้าที่น้องสาวเขาจะถูกเรียกให้ลงไปข้างล่าง บนห้องคงเกิดสงครามระหว่างทั้งสองคนอยู่แน่ๆ เป้ค่อยๆเดินเข้ามาภายในห้อง เขาเห็นว่ายัยตัวแสบนอนหลับอยู่ที่พื้นจึงหยิบหมอนใบเล็กขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขึ้นมาหนึ่งใบ ก่อนจะค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้ๆที่หวายนอนอยู่ เขานั่งลงกับพื้นเบื้อ
บทที่ 10ไม่อาจปล่อยเธอไปเมื่อคืนหลังจากที่ดูหนังเสร็จ พี่เป้กับเธอก็ไปส่งแป้งกลับบ้าน พอดีกับที่เจอคุณน้าปัทแม่ของยัยแป้งกับพี่เป้ที่กำลังรออยู่พอดี หวายนั้นย่อมไม่อาจไม่สวัสดีทักทายผู้ใหญ่ น้าปัทเมื่อเห็นเธอก็ยิ้มแย้มต้อนรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังชวนให้เธอค้างคืนที่บ้านอีกด้วย ตั้งแต่เป็นเพื่อนกับแป้งมาทุกครั้งที่เธอมาที่บ้านแป้งล้วนได้รับการต้อนรับเลี้ยงดูเป็นอย่างดีราวกับว่าเธอเองก็เป็นลูกสาวคนหนึ่งของน้าปัทด้วยเช่นกัน เมื่อวานไม่ได้นอนค้างก็จริง แต่เช้าวันนี้เธอกลับต้องไปหาน้าปัทกับแป้งที่บ้านอีกครั้งเพราะเมื่อคืนนี้น้าปัทชวนเธอให้มาทำเค้กด้วยกันที่บ้าน วันนี้เดินทีก็เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่แล้ว บวกกลับที่เธอเองก็วางพอดี และต่อให้อยู่ที่คอนโดก็คงไม่มีอะไรทำนอกจากหาอะไรดูฆ่าเวลาไปวันๆ สู้เธอออกไปหาน้าปัทกับแป้งดีกว่าอย่างน้อยๆก็มีกิจกรรมให้ทำ อีกทั้งได้อยู่กับแป้งด้วย เสื้อยืดสีขาวขนาดพอดีตัวมีลายผีเสื้อสีม่วงเล็กๆพิมพ์ลายอยู่ที่หน้าอกถูกเธอนำมาใส่ เข้ากับกางเกงยีนส์สีซีดตัวเก่งขนาดพอดีตัวได้เป็นอย่างดีผมยาวสีช็อกโกแลตหยิกเล็กน้อย
บทที่ 9ความรู้สึก ยังไงกันแน่ ฉันจำต้องขึ้นรถมากับเขาเพราะถูกกดดันจากสายตาคนรอบข้างที่จ้องมองมา เธอนั่งเงียบมาตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงคอนโดในที่สุด พี่เป้เองก็ไม่ได้เอ่ยถามหรือชวนคุยอะไร พอถึงแล้วก็เปิดกระโปรงรถช่วยเธอเอาของลง “หวายขึ้นไปหาอะไรมาใส่ของก่อนนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นเมื่อมองข้าวของมากมายที่นอนอยู่ในท้ายรถคันหรูของพี่เป้ อีกทั้งของๆเธอก็เยอะเกินกว่าที่เธอและพี่เป้สองคนจะหอบหิ้วขึ้นไปได้หมด “ไม่เป็นไร พี่พอมีกระเป๋าผ้าอยู่ น่าจะพอใส่ของ” เขาเอ่ย ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถเบาะหลัง เขาก้มๆเงยๆอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ถุงผ้าใบใหญ่สองใบติดมือมา พี่เป้ยื่นถุงผ้าใบหนึ่งให้ฉันก่อนที่เขาจะเริ่มหยิบของใส่ถุงผ้าในมือเขา หวายเองก็เริ่มหยิบของใส่ถุงผ้า เธอเห็นพี่เป้หยิบของหนักๆพวกแชมพู ครีม เข้าถุงไปเหลือแต่พวกของที่น้ำหนักเบาเอาไว้ให้เธอ ไม่นานข้าวของต่างๆก็ถูกนำมาใส่ถุงผ้าจนหมด พี่เป้ล็อครถเรียบร้อยแล้ว พวกเธอจึงพากันเดินเข้าคอนโดไป ท่ามกลางความเงียบ มีเพียงเสียงเดินของเธอและเขาเพียงเท่านั้น ระหว่างที่เดินมาด้วยกัน เธอแอบมองพี่เป
“กลับกันเถอะ พี่ก็อยากกลับแล้วเหมือนกัน” หวายเอ่ยขึ้น เธอลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไปพร้อมๆกับพี่โค้กและเอ็ม “เดี๋ยวก่อนค่ะ หวานบอกพี่หวายแล้วว่ามีเรื่องจะถาม” หวานเอ่ยเรียกเธอเอาไว้ แถมยังขยับมายืนอยู่ด้านหน้าเพื่อขว้างทางเธอเอาไว้อีกด้วย “อยากถามอะไรพี่ก็ถามมาค่ะ” “พี่กับพี่เป้เป็นอะไรกันคะ” หวานเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง ยัยน้องหวานคงจะอยากได้พี่เป้มากๆ จริงๆด้วยท่าทางและน้ำเสียง ของยัยน้องหวานนี้บอกได้ดีเลยทีเดียว หวายมองเด็กสาวตรงหน้า ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขบขัน “ว่าไงคะ พี่เป็นอะไรกับพี่เป้” “ดูเราอยากรู้มากนะ แต่พี่ไม่อยากบอก” หวายพูดจบก็เดินผ่านหวาน ไป อย่างไม่สนใจ แน่นอนว่ายัยเด็กหวานเมื่อไม่ได้คำตอบที่อยากรู้ย่อมไม่ยอมปล่อย เธอไปง่ายๆ ตอนที่หวายเดินสวนออกมาจึงถูกกระชากแขนเอาไว้ “เป็นบ้าเหรอน้อง อยู่ๆมากระชากคนอื่นเขาแบบนี้”เป็นพี่โค้กที่รีบมา ดึงเธอออกจากหวาน แถมยังต่อว่าหวานให้เธออีก “ก็ถ้าพี่หวายตอบคำถามหวานดีๆ หวานก็ไ





