Share

บทที่ 8

Author: Sweet Rain
last update Petsa ng paglalathala: 2025-05-15 21:00:12

เวลาผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย เผลอแป๊บเดียวต้นหนาวก็อายุครบยี่สิบเอ็ดปี และกำลังจะเรียนจบปีหนึ่งแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้เธอกลับเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติของตัวเอง

ความรู้สึกใจเต้นตึกตักเวลาที่ได้อยู่ใกล้กับใครคนหนึ่ง ทำให้ต้นหนาวกระวนกระวายไม่น้อย จนแม้กระทั่งอรดายังจับได้ว่าต้นหนาวแปลกไป

“เป็นอะไรเหรอลูก” อรดาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเมื่อเห็นต้นหนาวอยู่ไม่สุข เดี๋ยวก็ลุกขึ้นเดิน เดี๋ยวก็นั่งอยู่แบบนั้นไม่ไปไหน

“เปล่าค่ะแม่อร”

“แล้วทำไมเอาแต่เดินไปเดินมาล่ะ”

“หนาวกังวลเรื่องสอบปลายภาคครั้งนี้นิดหน่อยค่ะ” เธอเอาเรื่องสอบมาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่ปกติแล้วเธอแทบไม่เคยกังวลเรื่องแบบนี้เลย

“งั้นเหรอ มีปัญหาตรงไหนมาถามพี่โคลด์ก็ได้นะ

“ใช่ มีปัญหาอะไรมาถามพี่ได้นะ” โคลด์ไม่ปฏิเสธหากต้องสอนสิ่งที่ตัวเองเคยเรียนมาให้กับต้นหนาว

“ขอบคุณค่ะ แต่ว่าหนาวขอพยายามด้วยตัวเองก่อนดีกว่าค่ะ”

“งั้นก็ตามใจจ้ะ” อรดาไม่เซ้าซี้พลางปอกผลไม้ที่เพิ่งไปซื้อมาจากตลาดใส่กล่องไว้ให้ต้นหนาวกินเวลาอ่านหนังสือ

ต้นหนาวปลีกตัวออกมาจากห้องนั่งเล่น เพราะกลัวว่าจะทำให้แม่อรกับโคลด์สงสัยเอาได้

“เป็นอะไรเนี่ย” หงุดหงิดกับตัวเองไม่น้อยที่ต้องมานั่งคิดและกังวลเรื่องอะไรแบบนี้ แต่หากว่าเธอดันหวั่นไหวกับคินน์ขึ้นมาจริงๆ คงไม่ดีแน่เลย

หญิงสาวคิดเองเออเองอยู่คนเดียวสักพักใหญ่ ก่อนที่จะได้ยินเสียงรถของควีนที่เพิ่งจะขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน จึงรีบวิ่งออกไปรับทันที

“พี่ควีน”

“อะไรกัน มาอ้อนพี่แบบนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ควีนจับผิดต้นหนาวได้ทันที

“นิดหน่อยค่ะ” น้ำเสียงอ่อนลงพลางสอดสายตาออดอ้อนใส่ควีน ก่อนที่จะเดินเข้ามาภายในบ้านพร้อมกัน

“มาแล้วเหรอ ทานผลไม้ก่อนสิ”

“ค่ะแม่ แต่ว่าควีนขอเวลาไปคุยกับยัยเด็กน้อยคนนี้ก่อนนะคะ”

“จ้ะ” อรดาพยักหน้าพลางคลี่ยิ้มอย่างสุขใจ เมื่อเห็นว่าต้นหนาวสนิทสนมกับควีนมากถึงขนาดนี้

ควีนจูงมือของต้นหนาวออกมาที่สวนหญ้าข้างบ้าน ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะกลางสวนที่มีร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ช่วยบดบังแสงแดดจ้า

“มีอะไร”

“คือว่า...”

“ทำไม ไปแอบชอบใครมาเหรอ” ควีนเอ่ยแซวเล่นๆ

“ก็... ประมาณนั้นค่ะ”

“หืม ใครกันนะ” สายตาของควีนที่จ้องมองมาทำให้ต้นหนาวเริ่มเลิ่กลั่กอยู่ไม่สุข จนต้องรีบปฏิเสธทันควัน

“หนาวบอกไม่ได้หรอกค่ะ แต่ว่าหนาวไม่อยากรู้สึกแบบนั้นกับเขาเลย อยู่ใกล้ก็ใจเต้นแรงตลอดเหมือนจะหลุดออกมาเลยค่ะ”

“แล้วทำไมถึงไม่อยากรู้สึกกับเขาแบบนั้นล่ะ”

“หนาวคิดว่ามันไม่เหมาะ”

“ไม่เหมาะ? อะไรทำให้หนาวคิดว่ามันไม่เหมาะล่ะ” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทำไมจู่ๆ ถึงได้พูดออกมาแบบนั้น

“หนาวบอกไม่ได้ค่ะ แต่ว่าหนาวไม่อยากคิดกับเขาแบบนั้น”

“ถ้างั้นหนาวจะตัดใจเหรอ”

“...” ต้นหนาวเงียบลงพลางครุ่นคิด ถ้าจะต้องตัดใจเธอก็ไม่อยากทำแบบนั้นสักหน่อย แต่ไม่อยากรู้สึกก็ต้องตัดใจไม่ใช่หรือไง

“แล้วเขาคิดยังไงกับหนาวล่ะ รู้หรือเปล่า”

“หนาวไม่รู้ค่ะ”

“ทำไมไม่ลองคุยกับเขาก่อนล่ะ ถ้าเขาชอบหนาว ก็น่าจะคบกันได้นี่”

“ไม่ได้หรอกค่ะ” ควีนแปลกใจไม่น้อยที่ต้นหนาวยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าไม่สามารถคบหากับผู้ชายคนนั้นได้ จนเธอชักอยากรู้แล้วว่าคนคนนั้นเป็นใครกัน

“ถ้าเขาคบกับหนาว มันจะเป็นเรื่องที่ผิดขนาดนั้นเลยเหรอ”

“หนาวคิดว่ามันผิดค่ะ”

“งั้นก็แสดงว่าคนอื่นอาจจะมองว่ามันไม่ผิดใช่ไหม แต่หนาวรู้สึกว่ามันผิด”

“ค่ะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มพยักหน้าหงึกๆ

ควีนเข้าใจทุกอย่างที่ต้นหนาวกำลังจะสื่อ และยังคงอยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมถึงได้ทำให้ต้นหนาวมีอาการแบบนี้

สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ แม้แต่ควีนยังคิดหนักว่าควรจะช่วยต้นหนาวแก้ปัญหานี้ยังไง นอกเสียจากตัดใจ

“ทางเดียวคือตัดใจ ถ้าหนาวยอมแพ้และไม่อยากรู้สึกกับเขาไปมากกว่านี้” ควีนเสนอแนะขึ้น

“ค่ะ หนาวจะลองดู”

แม้จะไม่อยากทำแบบนั้น แต่ความรู้สึกตอนนี้มันเริ่มจะเกินเลยไปแล้ว หญิงสาวไม่อยากจะให้มันต้องเกินไปมากกว่านี้

“ถ้างั้นเข้าบ้านกันเถอะ”

“ค่ะ”

อรดาตั้งโต๊ะอาหารระหว่างรอลูกๆ และสามีมาทานข้าวด้วยกัน แต่น่าเสียดายที่ลูกชายคนโตอย่างคินน์ไม่ได้ถูกชวนมาด้วย

“คิดไปคิดมาก็สงสารตาคินน์” อรดาบ่นพึมพำ ก่อนที่จะหันไปมองหน้าสามีที่สมรู้ร่วมคิดกับควีนแกล้งคินน์กันแบบนั้น

“เอาหน่า เดี๋ยวไว้มีโอกาสเราค่อยออกไปหามันก็ได้”

“เพราะคุณนั่นแหละ ชวนเล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง” อรดาโบ้ยความผิดให้สามี วสันต์เถียงอะไรไม่ได้จึงได้แต่ยอมก้มหน้ารับกรรมตัวเอง ก่อนที่จะรีบทำตัวให้เป็นปกติเมื่อลูกๆ เดินเข้ามา

“มาๆ มาทานข้าวกัน”

อรดารีบเอ่ยเรียกลูกๆ ให้มาทานข้าวพร้อมกัน พลางมองต้นหนาวด้วยความห่วงใยหลังจากที่เห็นเด็กสาวคุยกับควีนที่สวนด้วยสีหน้าจริงจัง

“มีของโปรดของทุกคนเลยนะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“แม่อรคะ วันเสาร์นี้หนาวขอไปเที่ยวกับเพื่อนหนึ่งวันนะคะ”

“ไปสิ เดี๋ยวแม่ให้บัตรเครดิตไปช้อปปิ้งด้วย”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ หนาวยังไม่ได้ใช้อันที่มีอยู่เลยค่ะ” ต้นหนาวรีบปฏิเสธทันที

อรดาคลี่ยิ้มพลางพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แล้วจึงค่อยแยกย้ายกันกลับไปพักที่ห้องของตัวเอง

เช้าวันต่อมา ต้นหนาวรีบตื่นตั้งแต่หกโมงตรงและแต่งตัวไปมหาวิทยาลัย ผมยาวสลวยมัดรวบเป็นหางม้า ปล่อยปอยหวานเล็กน้อย และแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเบาๆ

“แม่อรคะ หนาวไปเรียนก่อนนะ”

จุ๊บ!

“เจอกันตอนเย็นนะ เดี๋ยวแม่ทำขนมไว้รอ” เสียงของอรดาเอ่ยตามหลังมา ก่อนที่ต้นหนาวจะหันไปยิ้มให้อีกหนึ่งครั้งจึงค่อยวิ่งขึ้นรถลุงมิ่งที่มาจอดรอตั้งแต่เจ็ดโมงตรง

การจราจรแน่นขนัดจนใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับระยะทาง แต่ต้นหนาวเผื่อเวลาไว้ค่อนข้างเยอะทำให้มาถึงมหาวิทยาลัยก่อนจะเริ่มเรียนคลาสแรกเกือบหนึ่งชั่วโมง

“ต้นหนาว” น้ำเสียงร่าเริงตะโกนเรียกชื่อของเธออย่างเช่นทุกวัน ร่างของมะเหมี่ยววิ่งตรงเข้ามากอดเธอราวกับไม่ได้เจอกันมานาน ทั้งที่ปกติแล้วก็เจอกันทุกวัน

“พอแล้วมะเหมี่ยว” เสียงร้องห้ามของต้นหนาว ทำให้หญิงสาวยอมหยุดการกระทำที่ดึงความสนใจของคนรอบข้างลงทันที

มะเหมี่ยวมักจะวิ่งเข้ามากอดต้นหนาวแบบนี้แทบทุกเช้า อีกทั้งยังมีพลังเหลือล้น พูดคุยตลอดทั้งวัน และตั้งใจทำงานเสมอ หากใครได้อยู่ใกล้ก็จะรู้สึกเหมือนได้รับพลังบวกจากมะเหมี่ยว

“วันนี้กล้าหาญกับสารินลานะ”

“อ้าว ทำไมไม่เห็นบอกกันเลยล่ะ”

“อันที่จริงสองคนนั้นก็ไม่ได้บอกหรอก แต่ฉันโทรไปจิกเองแหละ” มะเหมี่ยวมักจะโทรไปปลุกทั้งสองคนเป็นประจำเพราะมักจะตื่นสายจนมาเรียนไม่ทันหลายครั้ง

“โอเค ถ้างั้นเราอยู่กันสองคนก็ได้”

“แน่นอนสิ มีฉันแล้ว ต้นหนาวไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวเพื่อนคนนี้จะปกป้องเธอเอง”

“ปกป้องฉันจากอะไรล่ะ” เธอไม่ได้มีศัตรูที่ไหนสักหน่อย จะให้มะเหมี่ยวมาปกป้องอะไรกัน

“ก็... จากคนที่มาจีบเธอมั้ง”

“มีใครมาจีบฉันด้วยหรือไง”

“มีสิ เธอสวยขนาดนี้เชียวนะ หนุ่มๆ ที่ไหนก็ชอบมอง” มะเหมี่ยวรู้ มะเหมี่ยวเห็นทุกๆ อย่าง ฉะนั้นมะเหมี่ยวจะไม่มีทางยอมให้ใครมาปาดหน้าแย่งเพื่อนสนิทของเธอไปโดยเด็ดขาด ใครจะจีบก็ต้องข้ามศพมะเหมี่ยวไปก่อน

“ไม่จริงหรอก” ต้นหนาวปฏิเสธ ก่อนจะรีบลากมะเหมี่ยวเข้าไปในห้องก่อนที่นักศึกษาคนอื่นๆ จะมา เพราะเช้านี้เป็นคลาสเรียนรวม นักศึกษาค่อนข้างเยอะกว่าปกติ

นั่งเรียนนานกว่าสองชั่วโมง สุดท้ายอาจารย์ก็ยอมปล่อยให้นักศึกษาทุกคนแยกย้ายกันไปโรงอาหารในเวลาเที่ยงตรง

“มะเหมี่ยวจะกลับเลยไหม”

“ไม่ล่ะ ไปเดินเล่นด้วยกันไหม”

“ได้สิ” เวลาที่กำลังฟุ้งซ่านแบบนี้ ต้นหนาวจึงอยากจะหาอะไรทำและหาเพื่อนคุยเพื่อให้เลิกนึกถึงคนคนนั้นสักที

ติ๊ง!

“อยู่ที่ไหน” ต้นหนาวก้มลงมองข้อความในโทรศัพท์ ก่อนจะรีบปิดหนีทันที

“ใครเหรอ”

“พี่ชายน่ะ”

“อ๋อ ถ้างั้นไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ” มะเหมี่ยวไม่พลาดเรื่องกินอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้เที่ยงกว่าแล้ว กว่าจะไปถึงก็คงจะบ่ายโมงพอดี

“ไปสิ” ต้นหนาวเลือกที่จะเมินเฉยต่อข้อความในโทรศัพท์ พลางปิดการแจ้งเตือนและเปิดโหมดห้ามรบกวนเอาไว้

คนที่เพิ่งจะเลิกงานกำลังหงุดหงิด เมื่อส่งข้อความไปนานเกือบวันแต่คนปลายทางกลับไม่มีท่าทีว่าจะตอบกลับมา ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วมาจนถึงตอนนี้ ทุกข้อความที่เขาส่งไป ไม่เคยถูกเปิดอ่านเลยสักครั้ง

“ต้นหนาว” คินน์อยู่ไม่สุขเมื่อต้องรอคอยข้อความตอบกลับจากคนตัวเล็กแบบนี้ ต้นหนาวไม่เคยเมินเฉยต่อข้อความของเขามาก่อน อีกทั้งโทรไปก็ไม่เคยรับเลยสักครั้ง

ชายหนุ่มหลับตาเล็กน้อย ก่อนจะเข้าอินสตาแกรมกดดูสตอรี่ที่ต้นหนาวเพิ่งลงเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

“ไปเที่ยวกับเพื่อนงั้นเหรอ”

เขาส่องอินสตาแกรมของต้นหนาวมาตลอดหลายวัน แม้จะพยายามคิดว่าต้นหนาวไม่ว่างจึงไม่มีเวลาอ่านข้อความหรือตอบเขา

แต่ทุกการกระทำที่ต้นหนาวลง กลับไม่มีตรงไหนเลยที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังยุ่งอยู่กับการเรียนทั้งไปเที่ยว ไปดูหนัง และไปปิกนิคกันในช่วงวันหยุด

“ฉันจะไม่ใจดีกับเธอแล้วนะต้นหนาว” ไม่ว่าต้นหนาวจะตีตัวออกห่างจากเขาด้วยเหตุผลอะไร เขาจะต้องได้รู้จากปากของต้นหนาวด้วยตัวเองเท่านั้น!!!
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 91

    กระทั่งผ่านไปเกือบสิบนาที ปรมิณทร์เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าขนหนูผูกเอวไว้ผืนเดียว เป้าหมายของเขาคือคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงโดยไม่ต้องสงสัย “เพียงฟ้า” เขาเอ่ยเรียกชื่อคนที่กำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียง เปลือกขยับไปมาแต่ไม่ยอมลืมตามองเขา ก่อนที่จะประทับริมฝีปากจุมพิตลงบนหน้าผากของหญิงสาว

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 90

    จึงกลายเป็นปรมิณทร์ที่ต้องยอมแพ้ให้กับกฎที่เพียงฟ้าตั้งขึ้น เฝ้ารอคอยแต่วันหยุดที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับคนรักตลอดทั้งวัน “ใกล้จะเลิกงานแล้ว ปล่อยฟ้าได้แล้ว” “ก็ได้” รองประธานหนุ่มทำหน้าละห้อย ก่อนจะยอมปล่อยคนบนตักอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะกลัวว่าจะโดนเพียงฟ้าโกรธมากกว่า “

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 89

    แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน ก่อนที่จะถูกปิดลงโดยฝีมือของปรมิณทร์ที่ตื่นมาก่อนหน้านี้ เขาหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอกำลังได้พักผ่อนอย่างสบายใจ หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดหนึ่งปี ปรมิณทร์ยกยิ้มมุมปากพลางก้มลงไป

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 88

    “อ๊ะ... มันอึดอัด” เธอเอ่ยบอกอย่างเขินอาย แต่ก็เป็นสัญญาณบอกกับคนตรงหน้าว่าเธอรู้สึกดีขึ้นกว่าในตอนแรกแล้ว เจ้าของดวงตาสีเข้มไล่มองตั้งแต่ใบหน้าสวยลากผ่านลงมายังก้อนเนื้ออวบที่กำลังถูกกอบกุมด้วยฝ่ามือของเขา กระทั่งมาถึงหน้าท้องแบนที่ยังคงมีความนุ่มนิ่มให้พอได้จับอย่างเต็มไม้เต็มมือ จรดลงที

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 87

    ความนุ่มหยุ่นโดนสัมผัสด้วยฝ่ามืออุ่น ก่อนที่จะตามมาด้วยริมฝีปากหยักที่ดูดดึงยอดถันแรง ๆ ราวกับกำลังหงุดหงิด เรียวลิ้นอุ่นชื้นละเลงบนฐานยอดมาจนถึงปลายยอด “อ๊าส์...” เสียงหวานหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเป็นครั้งแรก เจ้าตัวแอบตกใจจนต้องรีบยกมือปิดปากเอาไว้ เพราะเสียงนั้นค่อนข้างจะฟังดูลามก

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 86

    “มิน เมามากแล้วนะ” เจ้าของร่างอวบพยายามจะห้ามคนที่ดื่มเหล้าราวกับเป็นน้ำเปล่าเหมือนคนอกหักไม่มีผิด แต่เลขาอย่างเธอก็ไม่กล้าถามอะไรไปมากกว่านั้น “อือ” ปรมิณทร์ตกอยู่ในอาการมึนเมาหลังจากที่ดื่มเหล้าเข้าไปหลายแก้วจนเพียงฟ้าต้องพยายามห้ามไม่ให้ดื่มไปมากกว่าเดิม “กลับคอนโดเถอะ เดี๋ยวฟ

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 65

    ตึกสูงเสียดฟ้าตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางบริษัทขนาดเล็กไปถึงกลาง บริเวณนี้มีเพียงบริษัทขนาดใหญ่แห่งเดียวตั้งอยู่ใจกลางเมืองทว่าความยิ่งใหญ่มักจะมาพร้อมกับความวุ่นวายเสมอ แม้ด้านนอกจะดูเหมือนบริษัททั่วๆ ไป แต่ด้านในกลับซ่อนความอลหม่านไว้มากมาย“ต้นหนาวกับรองหัวหน้าโดนไล่ออกจริงๆ เหรอ แล้วฉันจะอยู่ยังไงเนี่

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 63

    เช้าตรู่ของวันแรกของวันหยุดยาว แทนที่ต้นหนาวจะได้นอนอยู่บ้านตื่นสายๆ แต่กลับต้องโดนคินน์ดึงลุกจากเตียงแต่เช้าและย้ายมานอนในรถยนต์แทน เพราะเขาตั้งใจจะพาเธอไปพักผ่อน “ถึงแล้ว” คินน์ปลุกคนตัวเล็กอีกครั้งเมื่อมาถึงบ้านพักตากอากาศที่เคยพาต้นหนาวมาเมื่อประมาณสามปีที่แล้ว “อื้อ~ พามาที่นี

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 43

    วสันต์นัดหมายกับเพื่อนสนิทอย่างปรเมศ พร้อมกับลูกชายเพียงคนเดียวอย่าง ปรมิณทร์ ที่เพิ่งจะเรียนจบและกลับมาจากเมืองนอก หลังจากที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมานานเกือบสิบปี “สวัสดีครับคุณลุง” เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเฉกเช่นมารดายกมือไหว้ทักทายเพื่อนสนิทของพ่อด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเลื่อนสายตามาจ้อง

  • Please,Call Me Yours คลั่งรักเมียเด็ก   บทที่ 38

    นัยน์ตาคู่กลมโน้มลงสบสายตากับชายหนุ่มพลันเลื่อนริมฝีปากลงมาสัมผัสกับริมฝีปากของเขาอย่างไร้ความกลัว มือเล็กลูบไล้ไปตามกล้ามเนื้อที่อัดแน่นเป็นมัดๆ ตั้งแต่แผงอกแกร่งจนไปถึงหน้าท้อง เรียวลิ้นเล็กพยายามแทรกผ่านริมฝีปากของเขาเข้ามายังโพรงปากอุ่นพลางเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้าอย่างไร้ชั้นเชิง ทว่ากลับท

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status