INICIAR SESIÓNหลังจากปรับความเข้าใจแบบจำยอมวินเซนต์พาข้าวหอมลงมายังห้องพักของแก๊งซึ่งมีเพื่อนของเธอนั่งอยู่ด้วยแล้ว สงสัยเขาคงให้คนไปตามพวกเธอมาแน่ๆ หญิงสาวทักทายเพื่อน ๆ ของเขาก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้างมินมินโดยที่มีคนหน้ามึนนั่งตามติดไม่ห่าง
วิคเตอร์สังเกตใบหน้าหวานดวงตาแดงก่ำเหมือนคนพึ่งร้องไห้มาถ้าให้เดาแฝดน้องคงไปขู่อะไรเธออีก “น้องข้าวเอาเหมือนเดิมนะครับ” วิคเตอร์จงใจถามเสียงดังฟังชัดเพื่อให้แฝดน้องได้ยินชัดเจนจากนั้นมือหนาจัดการเทเหล้าลงในแก้วอย่างไม่สนใจรังสีจากแฝดน้องที่มองมา “เดี๋ยว…” เสียงทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางวงเหล้าทำเอาทุกคนชะงักและมองตามกัน “เหมือนเดิมคืออะไร? ” วินเซนต์เอ่ยถามแฝดพี่ด้วยเสียงแข็ง สองคนนี้ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่ “วันนั้นกูไปลองร้านใหม่แล้วบังเอิญเจอน้องข้าวเลยนั่งดื่มด้วยกันแต่ไม่ได้อยู่สองคนนะเว้ย มีพวก…” “พี่สาวข้าวเองค่ะ” ไม่ทันทีวิคเตอร์จะพูดจบ ข้าวหอมชิงพูดขึ้นก่อน “ใช่ค่ะ มินกับอิงก็อยู่ด้วยแต่แฟนพี่วิคสวยมากเลยนะคะเสียดายที่เรียนมหาลัยอื่น” ประโยดสุดท้ายของมินมิน วิคเตอร์กำลังยกแก้วดื่ม น้ำสีอำพันแทบพุ่งออกจากปากเขา มือหนารีบหยิบทิชชู่ขึ้นมาเช็ดปากอย่างไว “มินพูดอะไรผิดหรือเปล่าคะ?” “ไม่ผิดครับ….เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า” ทุกคนในห้องต่างคุยเกี่ยวกับเรื่องเรียนกันอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะเรื่องนินทาอาจารย์ข้าวหอมตอนแรกอาจจะดูเกร็งบ้างแต่พอเหล้าเข้าปากแล้วเธอก็เริ่มพูดเยอะขึ้น วินเซนต์เอามือพาดตรงพนักพิงโซฟาโอบเธอไว้นิ้วแกร่งม้วนเล่นปลายผมสวยส่วนมืออีกข้างยกแก้วดื่มอยู่ตลอด ข้าวหอมเป็นคนที่พูดแล้วดูมีเสน่ห์เป็นที่จับตามองของคนในห้องแต่ทุกคนจ้องนานไม่ได้เพราะมีสายตาอาฆาตอยู่ข้าง ๆ “สวยขนาดนั้นเลยหรอครับ สงสัยหน้าหนาวพี่ต้องพาครอบครัวไปเที่ยวบ้างแล้วแหละ” “ยินดีต้อนรับทุกคนเลยนะคะยกเว้น ….” เธอปรายตามองคนข้าง ๆ ก่อนจะหันหน้ามาย่นจมูกใส่ วินเซนต์ที่กำลังจะอ้าปากแต่กลับต้องยิ้มกับความน่ารักของคนน้อง “กูเห็นคนแพ้มาแต่ไกลละ มึงว่าปะ” วาโยหันมาซุบซิบกับวิคเตอร์ “อืม แพ้ตั้งแต่มันเลือกจะหลอกแล้ว เตือนไม่ฟังรอสมน้ำหน้าพอ” เวลาล่วงเลยไปจนเกือบตี 3 โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์เลยกลับดึกได้แต่ความสงบสุขของเธอก็หายไปเพราะคนข้าง ๆ ดึงดันที่จะไปส่งที่ห้องแถมยังบังคับให้เพื่อนเขาตามไปส่งเพื่อนเธออีกด้วย “ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อย” วินเซนต์มองคนข้าง ๆ ที่นั่งกอดอกมองไปทางอื่น ตั้งแต่ขึ้นรถมาเธอไม่ยอมพูดสักคนมัวแต่ทำหน้าบึ้งตึง “ก็ไม่ได้เต็มใจกลับกับพี่” “ข้าวหอม” “ชิ!” เธอจิ๊ปากอย่างขัดใจและมองออกไปนอกหน้าต่างอีกเช่นเคย ความเย็นของแอร์ทำเปลือกตาของเธอค่อย ๆ หลับลง วินเซนต์ส่ายหัวมองคนข้าง ๆ เธอหลับไปแล้วแถมยังกอดตัวเองแน่นสงสัยคงหนาวเพราะเสื้อคลุมของเธอยังอยู่ที่สนามแข่งรถร่างสูงตบไฟเลี้ยวเปลี่ยนเส้นทางรถไปทางคอนโดทันที หากรอให้ถึงหอพักเธอคงหนาวตายพอดี วินเซนต์อุ้มเธอเข้ามายังในห้อง เท้าซ้ายดันปิดประตูเงียบ ๆ เดินตรงไปยังเตียงนอนแล้วค่อยวางเธอลงอย่างเบามือกลัวคนในอ้อมกอดจะตื่นเขาจัดการดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเธอจนถึงหน้าอก ร่างสูงโน้มตัวขยับเข้าหาเธอ ดวงตาคมมองสำรวจความงดงามบนใบหน้าสวยที่หลับตาพริ้ม ใบหน้ากลมน่ารัก จมูกเล็กเชิดสวย ริมฝีปากสีชมพูอ่อน หางตาเรียวยาวดั่งหงส์แถมผมสีน้ำตาลอ่อนประกายส้มมันช่างขับสีผิวเธอให้สว่างขึ้น ริมฝีปากหนาจูบลงบนหน้าผากมนไล่ลงมาจมูกและจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวล วินเซนต์กระตุกตัวเหมือนได้สติรีบผละออกทันทีหัวใจเกือบถลำลึก ได้แต่บอกตัวเองว่าเธอเป็นแค่เหยื่ออย่าคิดเกินเลยอีกอย่างเขามีแองจี้แล้วแองจี้คือแฟนสาวที่เขารักมากที่สุด ไม่มีใครมาแทนได้ เขารีบเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำและพาตัวเองกลับมายังเตียงนอน ร่างหนาสอดแทรกตัวเองใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธอข้าวหอมพลิกตัวหันหน้าเข้าหาเขา ใบหน้าเรียวซุกเข้าที่อกแกร่งแถมแขนเล็กยังกอดเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป วินเซนต์ชะงักครู่หนึ่งก่อนจะสอดแขนผ่านท้ายทอยให้เธอนอนหนุนแทนและโอบกอดเธอไว้ เปลือกตาค่อย ๆ หลับลงในที่สุด เช้าวันต่อมา… แสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องลอดใต้ผ้าม่านผืนใหญ่กระทบลงบนพื้นห้อง สะท้อนขึ้นปลายเตียง สองร่างกอดกันใต้ผ่าห่มอย่างอบอุ่นราวกับคู่รัก ข้าวหอมลืมตาขึ้นแต่ว่ากลับขยับไม่ได้เธอมองต่ำลงพบว่ามีแขนแกร่งกอดรัดเธอไว้อยู่ มือบางจับแขนของเขาออกแต่คนตัวสูงกอดรัดแน่นกว่าเดิม เธอจึงหยิกเข้าที่แขนเขา “โอ๊ย! เจ็บนะ” เขาลูบแขนตัวเองเบา ๆ “เจ็บก็ปล่อยค่ะ ข้าวจะกลับ” เธอกระชากผ้าห่มที่คลุมตัวออกและเตรียมจะลุกแต่ไม่ทันแขนแกร่งคว้าเธอเข้ากอดภาพตอนนี้คือเธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียงโดยที่เขานอนกอดแถมยังเอาหน้าซุกเข้าที่หน้าท้องเธอ “รีบไปไหน มีธุระหรอ? ” “ไม่มีค่ะแต่จะกลับ” “ดี งั้นอยู่นี่แหละ” วินเซนต์ไม่พูดเปล่าเขาหลับตาลง มือหนาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดแล้วห่มผ้าขึ้นมาคลุมตัวเธออีกครั้ง “เฮ๊ย!” “ถ้าไม่หลับพี่จูบเรา” วินเซนต์ยกมือขึ้นมาปิดปากเธอ ใบหน้าหล่อโน้มเข้าใกล้หูกระซิบประโยคที่ทำเธอขนลุกซู่หากเขาจะทำจริงเขาทำได้แน่นนอนเธอรีบหลับตาลงทันที ร่างสูงมองคนในอ้อมกอดที่หลับตาแต่ตัวยังสั่นเหมือนลูกนกสงสัยคงจะกลัวจริง ๆ 2 ชั่วโมงผ่านไป ข้าวหอมรู้สึกตัวขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าไร้เงาของคนข้าง ๆ เธอลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจสองสามครั้ง ขาเรียวหย่อนลงพื้นห้องที่เย็นเฉียบก่อนจะก้าวสำรวจรอบห้อง การตกแต่งคล้าย ๆ กับที่สนามแข่งรถแต่ของใช้ที่คอนโดนี้จะมีครบครันมากกว่า สายตาหวานสะดุดเข้ากับกรอบรูปที่คว่ำหน้าลงอยู่บนชั้นวางของ เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้ มือบางกำลังจะหยิบรูปหงายขึ้นแต่ไวกว่าดันมีมือแกร่งมาหยิบตัดหน้าเธอไปสะก่อน “พะ…พี่หายไปไหนมา” เธอเอ่ยถามอย่างเสียงสั่น “ซื้อข้าวให้เด็ก” มือหนาชูถุงข้าวต้มขึ้น “ที่จริงไม่ต้องลำบากพี่ก็ได้นะเดี๋ยวข้าวก็กลับแล้ว” ประโยคสุดท้ายจบข้าวหอมเตรียมจะก้าวขาแต่กลับต้องชะงักกับประโยคที่ฟังไม่เข้าหูเธอ “พี่บอกหรอว่าจะไปส่ง” “แล้วจะให้ข้าวอยู่ทำไม” เธอหันมาถามคนตรงหน้า “ไม่มีเหตุผล” “พี่วิน!” “ครับน้องข้าว” “ข้าวอยากกลับห้อง อยากกลับ ๆ ” เธอเท้าเอวย่ำเท้าอยู่กับที่อย่างไม่พอใจวินเซนต์อย่างนั้นจึงงัดไม้แข็งออกมา แววตาเขาเปลี่ยนทันที “ไปอาบน้ำ อย่าให้ต้องพูดซ้ำ” เธอถอนหายใจใส่เขากระทืบเท้าคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างกระฟัดกระเฟียด ประตูห้องน้ำปิดลง วินเซนต์ยกมือขึ้นลูบหน้าอกอย่างใจหายเกือบไปแล้ว เขาหงายกรอบรูปขึ้น รูปนี้เป็นรูปคู่เขาและแองจี้ โชคดีที่เข้ามาทันเวลาพอดีไม่งั้นข้าวหอมรู้ความจริงเป็นแน่ ช่วงที่แองจี้ไปเรียนต่างประเทศ เราคุยกันน้อยลงแฟนสาวจะบอกเสมอว่าหากเขาคิดถึงเธอมากให้หยิบรูปคู่นี้ขึ้นมามองเพราะเป็นรูปแรกที่เราถ่ายด้วยกัน เห็นทีไรก็อดยิ้มไม่ได้ทุกทีแต่ตอนนี้เขากลับมองด้วยสายตาว่างเปล่า เกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกเขากันแน่นะหลังกลับจากงานเลี้ยงวินเซนต์รีบเปิดอ่านจดหมายทันทีนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอติดต่อกลับมาถึง พี่วิน ยินดีด้วยนะคะว่าที่ประธานคนใหม่ยินดีกับการประสบความสำเร็จอีกขั้นข้าวเรียนหนักมากช่วงแรก ๆ ต้องปรับการใช้ชีวิตและอ่านหนังสือเท่าตัวเพราะไม่ค่อยเก่งภาษาเท่าไหร่ สบายดีไหมคะ? ข้าวสบายดีนะ ไม่รู้ว่าอยากรู้ไหมแต่ข้าวอยากบอก ข้าวคิดว่าพี่วินคงไม่ค่อยชอบอ่านจดหมายเท่าไหร่ ปล. รออยู่หน้าประตูนะคะจาก ข้าวหอมเมื่ออ่านประโยคสุดท้ายจบวินเซนต์ฉีกยิ้มกว้างทั้งน้ำตาก่อนรีบวิ่งออกไปเปิดประตู ข้าวหอมยืนถือดอกไม้ด้วยใบหน้ารอยยิ้มหวานน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาต่อหน้าเธอ มันไม่ใช่ความฝันแต่เป็นเธอจริง ๆ “ยินดีด้วยนะคะคนเก่ง” ใบหน้ายิ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น วินเซนต์ดึงแขนคนน้องให้เข้าห้องทันทีก่อนใช้เท้าปิดประตู มือแกร่งแย่งดอกไม้มือถือไว้ร่างสูงสวมกอดเธอแน่นราวกับว่ากลัวเธอจะหายไปอีก ใบหน้าคมซุกเข้าซอกคอเธอก่อนจะปล่อยเสียงสะอื้นออกมา ข้าวหอมยกมือขึ้นลูบหลังเขาหลายนาทีผ่านไปวินเซนต์ผละใบหน้าออกแขนแกร่งช้อนร่างเธอไว้ในอ้อมกอดเดินตรงมาที่โซฟาวินเซนต์ทิ้งตัวนั่งลงโดยที่ให้เธอนั่งอยู่บนตักนิ้วแกร่
@ คอนโดวินเซนต์ หลังจากวันนั้นที่เธอเอ่ยปากกว่าเรื่องของเราเป็นไปไม่ได้เขากลับห้องมาเอาแต่กกตัวอยู่ในห้องจมอยู่กับความรู้สึกพลาดพลั้งของตัวเองจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่วันกี่เดือน ตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาทุกอย่างในชีวิตมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเป็นเขาเองที่หลงผิดทำร้ายจิตใจเธอสารพัด ไม่แปลกที่ข้าวหอมจะตั้งกำแพงในใจไว้สูงอีกทั้งรอยแผลเป็นที่ข้อมือบางมันตอกย้ำเขามากขึ้น “นึกว่าตายห่าแล้ว” วิคเตอร์เดินเข้ามาดูสภาพน้องชายตัวเอง ผมเผ้ายุ่งเหยิงหนวดเคราเต็มหน้า “ออกไป กูอยากอยู่คนเดียว” วินเซนต์พูดขึ้น สายตาเหม่อมองข้างนอก “พรุ่งนี้เปิดเทอม ตั้งใจเรียนให้จบ” “จบแล้วข้าวกลับมาไหมวะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนคนจะร้องไห้ ก่อนส่ายหัวสมเพชความโง่เขลาของตัวเอง “อาจจะกลับมากับผัวใหม่” “แม่งเอ้ย!!!” กำปั้นหนาต่อยลงพื้นห้องอย่างแรงจนเลือดซึม“มึงพลาดเองไอ่วินนี่คือบทเรียนที่มึงต้องยอมรับถ้าไม่อยากแพ้ผู้ชายที่จะเข้ามาจีบน้องในอนาคต ก็รีบทำตัวให้ดีขึ้นสะ” “กูจะทำตัวให้ดีขึ้นให้พร้อมที่จะยืนเคียงข้างน้อง” เขาหันมาบอกแฝดที่ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและแววตาที่เชื่อมั่น “ดีที่คิดได้ อีกอย่า
เพี๊ยะ!!! เสียงฝ่ามือของข้าวหอมตบเข้าแก้มขวาของแองจี้ มือเธอหนักมากจนปากแองจี้มีเลือดไหลออกมาเธอไม่ได้โกรธเรื่องสร้างสถานการณ์เท่าไหร่แต่โกรธที่จะจ้างคนมาลวนลามเธอเป็นผู้หญิงด้วยกันแท้ ๆ กลับมีความคิดที่ต่ำทราม “โอ๊ย!!!” ข้าวหอมกระชากผมของแองจี้ ลากเธอตามแรงเดิน “จี้!!!” “หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวพี่จะเป็นรายต่อไป” วินเซนต์เห็นอย่างนั้นจะวิ่งเข้าไปห้ามแต่ถูกคนน้องถลึงตาใส่พร้อมชี้นิ้วใส่หน้าเขาอย่างแรงร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอดังอึก ขาที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าเขาเลือกถอยออกมาหลบอยู่หลังวิคเตอร์ ทุกคนต่างกลั้นขำ “ทำแบบนี้ทำไม? ” “ต้องการได้วินคืนจากแกไงฉันคบกับวินมาก่อนด้วยซ้ำแต่เป็นแกที่พาเขาไปจากฉัน” เพี๊ยะ!!! ฝ่ามือข้าวหอมตบเข้าแก้มแองจี้อีกครั้ง “โง่ซ้ำโง่ซ้อน ไปเรียนไกลถึงต่างประเทศมันไม่ช่วยให้ความคิดดีขึ้นบ้างเลยหรือไง ลืมไปว่าแทบจะไม่เข้าเรียนมัวแต่เสพยามั่วผู้ชาย” “อีข้าวหอม!!!” เพี๊ยะ!!! และเป็นอีกครั้งที่ข้าวหอมตบเธอ “วินอย่าไปเชื่อนะ มันใส่ร้ายจี้ จี้รักแค่วินไม่มีทางทำแบบนั้น” “รักหรอหึ ได้ข่าวว่าหลังจากเรื่องที่ผับวันนั้นพี่วินปล่อยให้มึงนอนคนเดียวไม่ใช่ห
2 วันต่อมา…สัปดาห์แห่งการสอบปลายภาคเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยฟาโรห์เวลได้มาถึงแล้ว บรรยากาศทุกสถานที่ในรั้วมหาลัยต่างคึกคักเหล่านักศึกษาต่างรวมกลุ่มกันติวหนังสืออย่างเคร่งเครียด@ ลานนั่งคณะบริหารสามสาวนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เดิมที่ประจำของพวกเธอ ข้าวหอมตั้งใจอ่านวิชานี้มากเพราะเธอเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องแต่เพื่อนทั้งสองกลับมองหน้ากันเหมือนมีอะไรอยู่ในใจ มินมินและอิงโกะสะกิดกันไปมาจนข้าวหอมเริ่มรู้สึกรำคาญ “ถามมา” “คืนนั้นพี่วินลากแกกลับแล้วแกก็หายไปเลยทักมาบอกฉันตอนเช้า” “ไม่มีอะไร” เธอยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ “สายตาเขาดูรู้สึกผิดนะ แววตาเศร้าหมอง สังเกตดี ๆ เหมือนผอมลง” อิงโกะพูดแทรกขึ้นเธอไม่ได้มีเจตนาโน้มน้าวให้เพื่อนเปลี่ยนใจแต่อย่างใดเพียงแค่ได้ยินมาจากวาโย “พี่วาโยบอกว่าพี่วินตามดูแกที่คณะกับหน้าหอทุกวันไม่ยอมกินข้าวกินแต่เหล้าแถมนอนห้องพี่วาโยอีก” “สร้างภาพหรือเปล่า อาจจะเสียใจปลอม ๆ ” ข้าวหอมเหม่อนึกถึงแผลที่ข้อมือเขาไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้างจนเวลาล่วงเลยมาถึงวันสอบวันสุดท้าย วินเซนต์ทำตามที่เธอบอกไว้ว่าห้ามไปให้เห็นแต่วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้า
เวลาล่วงเลยไปจนร้านใกล้ปิด ทุกคนเริ่มมึนเมากับรสแอลกอฮอล์เว้นแต่วินเซนต์ที่เริ่มกรึ่ม ๆ เขาดื่มไม่เยอะมากเพราะเอาแต่จ้องมองเธอไม่วางตาข้าวหอมขอแยกตัวออกมาข้าวห้องน้ำ ผ่านไปสักพักหญิงสาวใช้มือเท้ากำแพงเดินโซเซออกมาแทบจะทรงตัวไม่อยู่จังหวะที่จะล้มนั้นกลับมีแขนแกร่งประคองร่างเธอไว้ ข้าวหอมเงยหน้าช้อนตาขึ้นมองพบว่าคือ วินเซนต์ “เมายัง” “มะ..ไม่อึก” เธอส่ายหัว “เดินแทบจะไม่ไหวแล้ว มาให้พี่อุ้ม” แขนแกร่งกำลังจะช้อนร่างบางแต่ถูกเธอผลักออกแถมยังตะโกนใส่หน้าอีก “อย่ามาแตะตัวกูนะ ไสหัวออกไป” “ข้าวหอม!!! ใครสอนให้พูดคำหยาบกับผู้ใหญ่” ริมฝีปากหนากัดฟันแน่นเมื่อประยคคำหยาบออกมาจากปากคนน้องตั้งแต่รู้จักกันมา ข้าวหอมไม่เคยขึ้นกูมึงกับเขาเลยสักครั้ง “ฉันไม่ได้นับถือคุณ” หญิงสาวมองเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย “พี่รู้ว่าพี่ผิด พี่ขอโทษ” ร่างสูงพูดด้วยเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “เออขอโทษแล้วก็หลีกไป” “พูดดี ๆ หน่อยครับ” “ต้องพูดดีกับคนที่มันทำร้ายฉันขนาดนี้หรอวะ เหอะ ตลกฉิบหาย” ฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายทำให้เธอกล้าพูดมากขึ้น “หนูข้าว…” “อย่าเรียกชื่อนี้ ฉันเกลียดชื่อนี้ที่สุดแล้วก็เกลียดสวะอย่
@ คอนโดแองจี้วินเซนต์พาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าคอนโดที่เขาเลี่ยงหลายวัน ขาแกร่งเดินขึ้นไปยังห้องแฟนสาวเรื่องทั้งหมดมันเกิดเพราะเขาก็ควรจบเพราะเขาวินเซนต์ไขกุญแจเข้าไปพบแองจี้ยืนมัดผมอยู่หน้ากระจก “ว่างเจอจี้ได้แล้วหรอคะ” แองจี้หันมองบุคคลที่มาใหม่ “…” “มีอะไรหรือเปล่า? ” “วินขอคุยด้วยหน่อยสิ” เขาพูดจบเตรียมหันหลังเดินออกไปรอห้องนั่งเล่นแต่เท้าชะงักเมื่อเสียงข้างหลังดังขึ้นตาม “เรื่องเด็กข้าวหอมคนนั้นหรือเปล่า” “จี้รู้” “จี้คบกับวินมานานทำไมจี้จะไม่รู้ว่าแฟนจี้คนนี้เปลี่ยนใจไปแล้ว” “วินขอโทษ” วินเซนต์หลุบตาต่ำมองพื้นอย่างรู้สึกผิด “ขอกอดครั้งสุดท้ายได้ไหม” หญิงสาวอ้าแขนรอทั้งน้ำตาแม้วินจะไม่อยากเดินเข้าไปแต่มันเป็นสิ่งที่เขาควรทำตามที่เธอขอครั้งสุดท้ายเหมือนกัน บางทีกอดนี้อาจจะเป็นการเริ่มต้นใหม่สำหรับคำว่าเพื่อนก็ได้ “เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะ วินจะดูแลจี้เหมือนเพื่อนสนิทคนหนึ่ง” “ขอบคุณนะ” “วินไปก่อนนะครับ” “ดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ” แองจี้โบกมือลาด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา จนแน่ใจว่าเขาออกไปแล้ว สายตากลับเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยพร้อมกดโทรศัพท์หาปลายสาย “ยัยฟิน ฉันมีเรื่องให้แกช่







