LOGINเขาจะชอบเธอได้ยังไงในเมื่อเธอชอบเพื่อนเขาไม่ได้ชอบเขา "มีอะไร ปล่อยเรา" "ทำไมแตะตัวเรามันจะตายเหรอ" "ไม่ตายแค่ไม่อยากแตะปล่อย" "แตะได้ไม่มีเครื่องรางของขลัง พระก็ไม่ได้ห้อยเธอแตะตัวเราได้" "ไม่ใช่ผี" "ก็นึกว่าใช่เห็นดิ้นเร่า ๆ อย่างกับโดนของร้อน" "วีสิผี ผีวี" คนโดนว่าเป็นผีกลับยกยิ้มมุมปากซึ่งนานทีจะมีให้เห็น "แล้วเธออยากโดนผีเลีย..."
View More@ปีหนึ่ง
เสียงเพลงเสียงผู้คนพูดคุยกันดังไปทั่วบริเวณห้องโถงใหญ่ชั้นบนสุดตึกสูงของมหาวิทยาลัย นักศึกษาทั้งชายหญิงต่างเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดทูตความดีหรือประกวดดาวเดือน
ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาปีหนึ่งน้องใหม่ที่เข้าร่วม หน้างานมีโต๊ะยาวสำหรับให้ลงทะเบียนเพื่อเก็บคะแนนกิจกรรม รวมทั้งเลือกซื้อดอกกุหลาบสีแดงสด สำหรับนำไปมอบให้ผู้เข้าประกวดที่ชื่นชอบและอยากลงคะแนนให้
“วีเดินเร็ว ๆ เดี๋ยวไม่ทัน”
ชีวิน แฝดพี่เคี่ยวเข็ญแฝดน้องที่มันออกทีหลังเขาเพียงห้านาทีให้เดินตามมาเร็ว ๆ ทั้งหันกลับไปมองชีวีที่ทำหน้ายุ่งยาก ปกติหน้ามันก็ดูไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่ ยิ้มยากทั้งคู่แต่ยิ้มทีคนมองต้องมีชะงักค้างไปบ้าง
“ไม่อยากมาก็บอกอยู่”
“ไม่อยากมากับไม่ผ่านกิจกรรมเอาอันไหน อย่าเรื่องเยอะ ไอ้ธารเพื่อนรักมึงอยู่บนเวทีโน่น”
“เพื่อนรักมึงดิ ใครใช้ให้มันลงประกวด”
“มันอยากลงที่ไหน รุ่นพี่มัดมือมัดเท้ามันลงทั้งนั้น” เสียงคนมาใหม่พูดขึ้นตามหลังเป็นพิทย์ที่เดินตามหลังสองแฝดมา
“ทำไมมาสาย”
“มันไปรับกูครับ” จู่ ๆ ไอ้เฮียบาร์ก็โผล่มาพร้อมยกมือพาดไหล่กอดคอชีวีไว้
“แล้วไอ้ตอง ?” ชีวินถามหาเพื่อนอีกคนในกลุ่มพวกเรา ธารไม่ต้องถามถึงเพราะอยู่บนเวทีที่พวกเขากำลังไปหา
“อยู่กับธาร พึ่งโทร.มาเร่งบอกให้รีบไปด่วน ๆ” ยังเป็นพิทย์ที่พูดบอกเพื่อนก่อนหน้ายอดตองโทร.มาเร่ง ทั้งทิ้งข้อความบอกในกลุ่มแชตแต่ไม่มีคนอ่าน
“รีบไปดูไอ้ธารเหรอ”
“รีบไปดูสาว ๆ เห็นบอกมีแต่คนสวย ๆ” บาร์พูดเสริมอย่างอารมณ์ดี เขามันหนุ่มเจ้าเสน่ห์ขี้เล่นเป็นนิตย์อยู่แล้ว
ทุกคนถึงได้ส่ายหัวให้กับประโยคเมื่อครู่ โดยเฉพาะชีวีที่บาร์ยังกอดคอเขาอยู่ทั้งเดินไปพร้อมกัน ไม่ใช่ไม่ชอบสาว ๆ คนสวยใครก็ชอบแค่เอือมระอาเพื่อน
เฮียบาร์มันโปรยเสน่ห์เก่งแต่ไม่เห็นคบใคร พวกเรารู้จักกันมาตั้งแต่เปิดเรียนก็ได้หลายเดือน สนิทสุดกันอยู่แค่นี้ ขนาดมีแค่นี้ก็ปวดหัวมาก
หลังจากทุกคนขึ้นมายังห้องโถงใหญ่สำหรับจัดงานกิจกรรม เห็นว่าตอนก่อนจะจบงานมีดนตรีนักร้องดังมาเปิดมินิคอนเสิร์ตด้วย รวมทั้งวงดนตรีของมหาวิทยาลัยจากชมรมดนตรี ชีวีก็อยู่ชมรมนี้แต่ปีนี้ไม่ได้ขึ้นเพราะพึ่งเข้าได้ไม่นาน เขาชอบร้องเพลงดีดกีตาร์ตั้งแต่มัธยมเลยเลือกเข้าชมรมนี้
แก๊งพวกเขาตกสาว ๆ ได้เพียบด้วยบุคลิกของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ทั้งใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่เกินมาตรฐานชายหนุ่มทั่วไป ออกแนวนายแบบแต่ปัญญาอ่อนทั้งกลุ่มทุกคนมีมุมของตัวเอง
“เอาละค่ะ ต่อไปจะเป็นการมอบดอกกุหลาบ ให้กับผู้เข้าประกวดทั้งชายและหญิงนะคะ รักใคร ชอบใคร เชียร์ใครอยู่อย่าลืมเทใจให้กำลังใจคนนั้น เชิญน้อง ๆ พี่ ๆ เพื่อน ๆ นักศึกษาทุกคนมอบกุหลาบได้เลยค่ะ”
สิ้นเสียงพิธีกร นักศึกษาทั้งชายหญิงพากันไปมอบดอกไม้ให้คนเข้าประกวดเต็มหน้าเวที เห็นไอ้ธารแวบ ๆ มันทำหน้าบอกบุญไม่รับสักนิด แต่สองมือยังพยายามทั้งรับทั้งหอบดอกกุหลาบเต็มอก ด้วยใบหน้าหล่อเหลารูปร่างสูงใหญ่เข้าตากรรมการสาว ๆ ทั้งหลายเหลือเกิน
พอคนให้กุหลาบเริ่มใกล้หมด กลุ่มเพื่อนชีวีที่ซื้อดอกกุหลาบคนละดอกเท่านั้น เพื่อให้ธารเพื่อนตัวเองเพราะไม่รู้จะให้สาวคนไหน ตั้งแต่เข้าเรียนมาเหมือนกลุ่มเขาจะติดเพื่อนมากกว่าติดสาว
ยังไม่มีใครออกลายให้เห็นมากนัก มีเห็นชัดคงเป็นยอดตองกับบาร์เท่านั้นที่ขี้เล่นจนสาวติด ไปไหนมาไหนส่วนมากเป็นเพื่อนกลุ่มพวกเขาไปกันเอง กิน นอน เที่ยวเล่น ก็มีแต่เพื่อนทั้งนั้น สาว ๆ พวกเขาก็สนใจของสวย ๆ งาม ๆ ใครจะไม่ชอบ คุยบ้างแต่ยังไม่มีจริงจัง
ชีวีเดินหน้ายุ่งยากไปตรงเวทีเพราะคนเยอะมาก บางคนยังเบียดเขาโดยเฉพาะผู้หญิง เข้าใจว่าคนเยอะแต่พื้นที่ข้างเธออีกฝั่งมันยังเหลือ เบียดทำไมนักเดี๋ยวเบียดคืน
เพราะมัวแต่ทรงตัว ดอกกุหลาบในมือที่ยื่นขึ้นไปบนเวทีหวังส่งให้ธารเพื่อนรัก แต่มันกลับไม่ได้อยู่ตรงหน้าเพื่อนดันไปอยู่ตรงหน้าอีกคน
ส่วนคนบนเวทีเห็นแบบนั้นถึงได้เดินมาหย่อนตัวนั่งยอง ๆ ลงเพื่อรับของที่อีกฝ่ายยื่นให้ เพราะใส่กระโปรงทรงเอนักศึกษาไม่สั้นมาก รวบดี ๆ ก็นั่งได้ ยังเบี่ยงขาชายกระโปรงไปด้านข้าง หันแค่ตัวกับหน้ายื่นมือรับดอกกุหลาบจากชายหนุ่มที่เอาแต่ก้ม ๆ เงย ๆ
“ขอบคุณนะคะ”
คนยื่นดอกกุหลาบถึงกับชะงักเมื่อหูได้ยินเสียงขอบคุณ แต่ไอ้ธารไม่น่าจะลงท้ายด้วย ‘นะคะ’
ชีวีไม่ได้ลงจากรถด้วยซ้ำทำเพียงมองมาทางนี้ แต่เรียวขาสวยเหมือนอยากหยุดหมุนตัวเดินกลับถอยหลังไปให้พ้นหน้าเขา อยู่ใกล้แล้วเธออึดอัด แต่ธารกลับเดินตรงไปหาเจ้าของรถยืนคุยกันผ่านกระจกที่ลดลง“วีมาพอดี ไปส่งปรางให้หน่อยได้ไหม คอนโดฯ ปรางอยู่ก่อนถึงคอนโดฯ มึงนี่”ธารบอกเพื่อนไปแบบนั้นเพราะคอนโดมิเนียมชีวีกับมะปรางอยู่ฝั่งเดียวกันห่างกันแค่สองช่วงตึก ส่วนเขาเดี๋ยวยอดตองมารับไปเอารถที่คณะธารขับบิกไบก์มาไม่สะดวกให้สาวซ้อน ทั้งไม่อยากพะวงหน้าพะวงหลัง ชีวีก็รู้จักมะปรางถึงท่าทางมันแสดงออกว่าไม่ชอบเขา แค่ไปส่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากคอนโดมิเนียมตัวเอง น่าจะฝืนทนไปด้วยกันได้อยู่มั้ง“ธารไม่เป็นไร เดี๋ยวเรา…” มะปรางได้ยินธารพูดรีบยกมือสองข้างโบกไปมาทำท่าปฏิเสธเร็ว ๆ คนนั่งในรถมองอยู่ได้แต่กลั้นขำ หนีหน้ากันสินะ อะไรที่เธอไม่ชอบเขาจะทำ“ไปสิ”มะปรางพูดไม่ทันจบชีวีกลับพูดขึ้นดักซะก่อน เป็นอะไรของเขา ปกติไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ ถึงจะมองก็ไม่มีความเป็นมิตรสักนิด บอกตรง ๆ เธอไม่อยากไปกับเขา ในกลุ่มเพื่อนธาร มะปรางคุยด้วยได้หมดทุกคน แต่กับชีวี เธออยากเลี่ยงตัวเขาเองก็ไม่น่าจะอยากคุยกับเธอ สายตาที่มองกันดูก็รู้ว่า
“ตอบให้ก็ได้ เห็นถึงความใส่ใจของเพื่อน” ธารพูดอย่างอารมณ์ดี“ไม่รู้ว่ะ อาจดึกถ้าอยากเจอก็ไปรับกูดิตอนถ่ายงานเสร็จ ไม่เอารถไปไม่มีที่จอด”ยังเป็นธารที่พูดทีเล่นทีจริงทั้งกลั้นยิ้ม ให้ไอ้เพื่อนตัวดีมันตีหน้านิ่งใส่เขา ปากหยัก ๆ ของมันจะจดจมูกอยู่แล้ว“อยากเจอใคร” “อยากเจอกูไง” ธารพูดแค่นั้นก็ตบไหล่ชีวี ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งลงข้างพิทย์เพื่อดูงานต่อเพื่อนทุกคนได้แต่ส่ายหัวทั้งยิ้มขำ ชีวียักไหล่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ใครมันจะไปอยากเจอ“ดีครับ น้องปรางขยับเข้าไปชิดธารอีกนิดได้ไหม ดีครับ ธารเอียงไปซ้ายนิด ดีโอเค” เสียงพี่ตากล้องบอกทั้งสองคนจบลง ตามด้วยเสียงกดชัตเตอร์ดังระรัวมะปรางกับธารมีถ่ายงานเพื่อติดป้ายยินดีต้อนรับของทางมหาวิทยาลัย เนื่องในโอกาสเปิดปีการศึกษาใหม่ พร้อมกับรุ่นน้องตัวแทนดาวเดือนของแต่ละชั้นปี มะปรางกับธารปีสุดท้ายแล้ว งานเกี่ยวกับดาวเดือนไม่ค่อยเยอะ มีรุ่นน้องคอยแบ่งเบาแต่ยังเป็นหน้าเป็นตาให้กับทางมหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ที่ติดป้ายโดยใช้หน้าของธารและมะปรางเพื่อเชิญชวนนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมงานนั้นจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะรุ่นน้องหลาย ๆ คนต่างจับทั้งสองรุ่นพี่สาวสวยหนุ่มหล
ชีวีนั่งนึกคิด เขากับชีวินมีแต่คนบอกทั้งสองคนเป็นแฝดที่เหมือนกันมาก แต่ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวพวกเขาว่าไม่เหมือนกันเลย ต่างกันมากเหมือนลูกคนละแม่คิดอะไรเสร็จถึงได้ลุกขึ้นจากเตียงนอนไปอาบน้ำแต่งตัว ออกมาพร้อมชุดไปเรียนง่าย ๆ กางเกงยีนขายาว เสื้อยืดสีดำทับด้วยช็อปวิศวะสีแดงด้านนอก ลำคอแกร่งมีสร้อยห้อยด้วยเกียร์ตามระเบียบหนุ่มวิศวะทั่วไปที่ไม่เหมือนใครคงเป็นใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเข้มตัดเฉียง สายตาคู่คมติดดุ สันกรามแข็งแรงเด่นชัด จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูปสวย และผิวเรียบเนียนจนผู้หญิงหลายคนต้องอิจฉาแต่หน้าอย่างตึง ชีวีไม่ค่อยยิ้มสักเท่าไรนัก แต่เขายิ้มง่ายกว่าคนเป็นพี่เยอะตอนนี้เริ่มปีสี่แล้วปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัย เขาเป็นประธานชมรมทั้งเป็นหัวหน้าชมรมดนตรี บวกกับนักร้องนำวงดนตรีของมหาวิทยาลัยเริ่มคิดจะวางมือปล่อยให้รุ่นน้องได้สานต่อเพราะจะจบแล้วชายหนุ่มเดินออกมานอกห้อง ชีวินไม่อยู่แล้ว คอนโดมิเนียมชุดสุดหรูแม่พวกเขาให้ใช้ร่วมกัน แยกห้องนอนเพื่อความเป็นส่วนตัว กว้างขวางใหญ่โต มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันชีวีไม่ทำกับข้าวซื้อกินง่ายกว่าแต่ชีวินจะทำ เหมือนตอนนี้ที่โต๊ะอาหารมีมื้อเช
ชีวีรีบเงยหน้าขึ้นมองบนเวที ถึงได้สบตากับผู้เข้าประกวดหมายเลขไหนไม่รู้ สายตากดต่ำมองป้ายชื่อ ‘มะปราง’ เจ้าของชื่อขมวดคิ้ว เธอพยายามดึงกุหลาบออกจากมือเขา แต่เหมือนคนยื่นมาจะจับไว้แน่น ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งมะปรางมองหน้าชายหนุ่ม ทั้งตาทั้งปากของเขาไม่มีอะไรยิ้มเลยสักอย่าง หน้าบอกบุญไม่รับเอามาก ๆ เธอถึงยิ้มแข็ง ๆ กลับไปให้พร้อมพูดผ่านไรฟัน“ขอบคุณนะคะสำหรับดอกกุหลาบ ไม่ปล่อยเหรอคะ” คนฟังจากหน้านิ่ง ๆ คิ้วหนาตัดเฉียงดันกระตุกหนึ่งที“ฝากให้ไอ้ธารด้วย คนนั้นเบอร์หนึ่ง” พูดพร้อมปล่อยมือจากกุหลาบดอกนั้นแล้วเดินหันหลังออกจากหน้าเวทีไป ไม่ได้สนใจรอยยิ้มแข็งค้างของสาวเจ้าบนเวทีสักนิดมะปรางได้สติรีบลุกขึ้นเดินเอากุหลาบดอกนั้นไปให้คนที่เขาบอก เธอพอรู้จักธารอยู่บ้างเพราะได้มาซ้อมเดินบนเวทีด้วยกัน ธารจากสาขาวิศวะไฟฟ้า เขาหล่อมาก สาว ๆ ชอบเยอะ รวมถึงเธอก็ด้วย ใครไม่ชอบคนหล่อกัน“เพื่อนธารฝากมาน่ะ” ธารยังทำหน้างง ๆ แต่ก็ยื่นมารับไว้“ขอบคุณ”ตอนที่มะปรางยื่นดอกกุหลาบให้ธาร คนพากันส่งเสียงดังแซวลั่นห้องโถง เพราะภาพตรงหน้าคือสาวสวยหนุ่มหล่อบนเวทียื่นดอกกุหลาบให้กันชีวีเดินกลับมานั่งที่ประจำของตั