LOGINวันนี้ผมมาที่สนามดริฟต์รถ ที่นี่เปิดสอน เปิดให้ฝึกซ้อม และเปิดให้แข่ง พวกพี่ ๆ และเพื่อน ๆ ก็มากันครบแล้ว ทักทายกันนิดหน่อย ผมก็มาที่รถที่พี่เกมส์เตรียมไว้ให้ พริตตี้เดินถือร่มเข้ามาหา หน้าตาคุ้น ๆ แต่ก็นึกไม่ออก
“วันซ้อมนี่มีพริตตี้ด้วยเหรอ” ผมหันไปถามพี่เกมส์
“เออ เจ้าของสนามคงเงินเหลือมั้ง ฮ่า ๆ” พี่เกมส์พูดแบบติดตลก
พริตตี้คนนั้นเดินเข้ามายืนข้าง ๆ กางร่มให้ อีกทั้งยังเปิดประตูให้ผมอีกด้วย
“มองเหมือนจำไม่ได้” เธอเอ่ยออกมา ผมนี่ยิ่งงงหนักกว่าเดิม
“อีฟไง ที่เจอในผับ” เธอพูดต่อ คราวนี้ผมถึงได้นึกออก พยักหน้าตอบรับว่านึกออกแล้ว อีฟก็จัดการปิดประตูให้
ผมขับรถออกมายังจุดที่จะดริฟต์ ฝึกจังหวะการเข้าโค้งให้เป๊ะ จะได้ดริฟต์ออกมาได้สวยงามและคล่องตัว ผมซ้อมอยู่ราว ๆ 2 ชั่วโมง จังหวะเป๊ะหมดแล้ว คิดว่าในวันจริงก็คงไม่มีปัญหาอะไร ทำก็ใช่ว่าจะได้เงิน แค่โชว์เท่กันเฉย ๆ ทีมจะได้ดังมากขึ้น
ระหว่างที่ซ้อมโทรศัพท์ผมก็ดังเป็นระยะก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าใครโทรมาหา นอกจากอิงค์ก็คงไม่มีใครแล้วแหละ ผมก็เลยไม่ได้สนใจปล่อยให้ดังไปแบบนั้น พอซ้อมเสร็จถึงได้หยิบออกมาดู ปรากฏว่าคนที่โทรมาคือแม่ผมเอง ไม่ใช่อิงค์ ไม่มีสักสายที่เป็นชื่ออิงค์
“แปลกวุ้ย” ผมบ่นพึมพำออกมาแล้วเข้าไลน์กลุ่มดูแชตครอบครัว ก็เห็นว่าแม่บ่นผมยาวเหยียดที่ผมไม่ได้รับสาย ข้อความสุดท้ายที่ท่านส่งมาก็คือให้ผมกลับบ้านตอนปิดเทอม แม่คิดถึง…
ผมขับรถกลับเข้ามาจอดสนิทที่จุดเดิม อีฟก็ทำหน้าที่เปิดประตูให้ เธอกางร่มแล้วเดินเคียงข้างผม ก็คือเดินไปส่งผมนั่นแหละ
“วันงานโชว์รถอีฟก็ไปเป็นพริตตี้นะ อยากนั่งตอนปืนดริฟต์รถจัง เท่ดี” เธอเอ่ยขึ้นมา
“หือ รู้จักชื่อด้วยเหรอ”
“ก็เห็นในไลน์ไง” เออว่ะ ผมก็ลืมเลยว่าเธอแอดไลน์มา ก็ไม่แปลกที่จะรู้จักชื่อผม
“อ๋อ… จะขึ้นไปนั่งด้วยตอนดริฟต์นี่ไม่กลัวหรือไง”
“ไม่กลัวอะ อีฟชอบรถซิ่ง ชอบความเร็ว หวาดเสียวแต่ก็มันดี” เธอตอบกลับแบบยิ้ม ๆ เดินมาถึงกลุ่มเพื่อนผมพอดี เธอก็แค่ยิ้มทักทายแต่ละคนแล้วเดินออกไป
“นี่นอกใจอิงค์เหรอ” ไอ้ภีมเอ่ยถามออกมาเมื่ออีฟเดินไปไกลแล้ว
“บ้าบอ ก็เขาเดินมาส่งตามหน้าที่”
“แต่ดูคุยกันดี” ไอ้กราฟแย้ง
“ธรรมดา ไม่ได้มีไรพิเศษเลย”
“ฮึ” คราวนี้เป็นเสียงไอ้ไฟ มันไล่สายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็คงไม่เชื่อคำพูดของผมอะ
พวกเพื่อนมันเปลี่ยนเรื่องพูด คงขี้เกียจสนใจผมกันด้วยแหละ ไม่เหมือนพวกสาว ๆ พวกนั้นมันคาดคั้นจะให้ผมยอมรับในสิ่งที่พวกมันคิดให้ได้ ถ้าวันนี้พวกมันอยู่ก็คงด่าผมเละ ทั้งที่ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย
“กูขอคุยไรด้วยหน่อย” ไอ้มาร์ชมันเดินมาดักหน้าผมไว้ก่อนที่ผมจะขึ้นรถของตัวเอง หน้าตาท่าทางของมันดูแปลก ๆ อย่างไรชอบกล เหมือนจะมีเรื่องไม่ค่อยดี
“คุยอะไรวะ”
“ออกไปคุยข้างนอก” มันพูดจบก็เดินไปที่รถของตัวเอง
ผมขับรถตามมันออกมาคุยเรื่องของมันก่อนแล้วค่อยขับกลับไปที่คอนโดของแฟนคนสวย พอกลับมาถึงห้องก็เห็นอิงค์นอนดูโทรทัศน์อยู่ เธอหันมาเห็นผมเข้าก็ฉีกยิ้มหวาน ๆ แล้วขยับที่ให้ผมนั่งข้าง ๆ
“วันนี้พี่ออกแต่เช้าเลย อิงค์ยังไม่ตื่น พี่ก็ไม่ได้ปลุก” ผมเอ่ยออกมา เช้าวันนี้อิงค์ตื่นสาย ผมก็เลยปล่อยให้เธอนอนอยู่แบบนั้นไปก่อน ไม่อยากจะรบกวนเวลานอน
ที่จริงจะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียว อิงค์ไม่ได้ตื่นสายหรอก ผมออกแต่เช้าเอง วันหยุดปกติอิงค์จะตื่นราว ๆ 7.30 น. แต่วันนี้ผมออกจากบ้านตั้งแต่ยังไม่ 7.00 น. พวกเราได้คิวช่วงเช้าน่ะครับ สนามก็อยู่ไกลต้องใช้เวลาเดินทาง
“ถ้าเป็นเมื่อก่อนพี่ปืนจะแปะโน้ตไว้ให้”
“ก็นั่นมันเมื่อก่อนจะพูดเพื่อ?”
“แล้วทำไมปัจจุบันถึงไม่เหมือนเมื่อก่อนล่ะคะ”
อ่า อิงค์ถามมาแบบนี้ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ขืนพูดไรไปก็คงเข้าตัวแน่ ๆ ผมเลยล้มตัวลงนอนหนุนตักอิงค์ อ้อนเข้าไว้เผื่อเธอจะเลิกถามนั่นนี่ กลัวจะกลายเป็นทะเลาะกันเสียอีก
“วันนี้พี่ไปหาพวกเพื่อนพี่มา ไม่ได้เถลไถลนะ” ผมจับมืออิงค์ไว้แล้วบอกให้เธอรับรู้ เธอก็พยักหน้าหงึก ๆ ตอบรับผม
“ปิดเทอมอิงค์ไปบ้านหรือเปล่าอะ” ผมถามต่อ เพราะนึกขึ้นมาได้เรื่องที่แม่บอกให้ไปอยู่บ้าน
“เปล่าค่ะ พี่ปืนจะไปอยู่บ้านเหรอ”
“อืม พี่ไปอยู่บ้าน พี่จะไป ๆ มา ๆ ระหว่างคอนโดอิงค์กับบ้านพี่นะ”
อิงค์ก็พยักหน้าตอบตกลง ผมไม่ได้ชวนอิงค์ไปที่บ้านเพราะไม่ค่อยแน่ใจกับความสัมพันธ์ของเรา ก็เลยยังไม่เปิดตัวอิงค์ให้ครอบครับรับรู้ มีเพียงน้องสาวของผมที่รู้จักอิงค์ ที่รู้จักก็เพราะเธอเห็นในเฟซน่ะครับ หลังจากที่น้องผมได้รู้จักอิงค์ เธอก็คอยทักหาอิงค์บ้าง โทรหาอิงค์บ้าง จนทั้งคู่สนิทกัน…
เช้าวันต่อมา “โชคดีนะคะพี่ปืน อิงค์ขอให้พี่ปืนเจอคนที่เหมาะสม คนที่เข้ากับพี่ปืนได้ทุกอย่างน้า” อิงค์เดินเข้ามาสวมกอดผมไว้หลวม ๆ เธอเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มให้เหมือนเดิม “เช่นกันนะอิงค์” ผมเองก็กอดอิงค์ไว้เหมือนกัน ใจหายโคตร ๆ รู้สึกไม่อยากจะปล่อยกอดออกเลย “พี่จะไปอยู่คอนโด ยังไม่อยากไปอยู่กับไอ้ไฟ รำคาญพวกมัน อิงค์จะไปเก็บเสื้อผ้าพร้อมกันเลยไหม” ผมพูดต่อ ผมว่าจะไปอยู่คอนโดสักพักแล้วค่อยไปอยู่กับพวกเพื่อน ๆ หากไปอยู่ตอนนี้เลยพวกมันต้องซักถามกันไม่หยุดแน่ ๆ “ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยววันไหนอิงค์ว่างอิงค์จะเข้าไปเก็บนะคะ คีย์การ์ดก็อยู่ที่นิตินั่นแหละค่ะ” “โอเค งั้นพี่ไปแล้วนะ” “ค่ะ” อิงค์ปล่อยกอดออกจากผม ผมเดินถอยหลังไปทางประตู หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ยิ่งอิงค์ยิ้มหวาน ๆ แล้วโบกมือลา ผมยิ่งรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงมากกว่าเดิม ผมหันไปเปิดประตูเดินออกจากห้องไป โบกมือลาอิงค์แล้วค่อยปิดประตูให้ ยืนมองประตูที่ปิดบังเราสองคนไม่ให้เห็นกันและกันอยู่สักพักใหญ่ ๆ ถึงได้เดินลงมาที่รถ นั่งเงียบ ๆ อยู่เพียงลำพัง แล้วค่อย
ออด ออด ผมยืนกดออดหน้าห้องแต่ก็ไร้วี่แววว่าเจ้าของห้องจะมาเปิด ผมเลยรวมของไว้ที่มือเดียวแล้วล้วงเอากระเป๋าสตางค์ออกมาเปิด หยิบคีย์การ์ดออกมาแตะที่ประตูแล้วเดินเข้าไปด้านในห้อง ภายในห้องเงียบเชียบ ไม่มีความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แสดงว่าอิงค์ไม่อยู่ แต่ก็เพื่อความแน่ใจ ผมจึงเดินหาเจ้าของห้อง แต่ไม่พบ ก็แปลว่าเธอไม่อยู่จริง ๆ ผมเอาโทรศัพท์มาต่อสายหาเธอ แต่ดังแค่สองสามที คนที่ผมโทรหาก็เปิดประตูเข้ามา “พี่ปืนนน” อิงค์เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงสดใส เธอเข้ามานั่งข้าง ๆ แล้วสวมกอดเอวผมเอาไว้ “ไปไหนมา” ผมกอดตอบแล้วถามเธอกลับไป “ไปเซอร์ไพรส์พี่ปืนมา แต่เจอเซอร์ไพรส์กลับ” อิงค์ตอบแบบยิ้ม ๆ ผิดกับผมที่ยิ้มไม่ออก เซอร์ไพรส์ผม? แบบนี้หมายความว่าอย่างไร? ผมกำลังจะอ้าปากถาม คนในอ้อมกอดก็ลุกหนีไปให้ความสนใจกับอาหารที่ผมซื้อเข้ามา “หูย มีขนมเค้กด้วยอ่า” อิงค์หยิบกล่องเค้กขึ้นมาโชว์ เธอยิ้มแฉ่งสดใสอย่างเดิม “อิงค์ไปเซอร์ไพรส์พี่ แต่เจอเซอร์ไพรส์กลับหมายความว่าไง” ผมอดไม่ได้ที่จะถาม แม้ว่าเธอจะแสดงท่
“มาไวจังวะ” ไอ้กราฟเอ่ยขึ้นมาเมื่อผมเดินเข้าไปหาพวกมันที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่ “มึงใช่ปะที่บอกอิงค์เรื่องเวลางานอะ” ผมชี้หน้าไอ้กราฟขณะที่กำลังถาม ตอนแรกเรานัดเวลากันแล้ว จะมาทักว่าผมมาไวคงไม่ใช่ ที่ทักแบบนี้น่าจะเพราะรู้เรื่องอิงค์ “กูไม่ได้บอกเลย” ไอ้กราฟตอบกลับมา แต่ผมไม่เชื่อมันหรอก ถ้ามันไม่ได้บอกแล้วใครจะบอก พวกเราเอารถแต่ละคันที่จะไปจอดโชว์ออกมาเตรียมพร้อมทั้ง 5 คัน รถที่ใช้เป็นรถสัญชาติญี่ปุ่น แต่งไว้สวยเลยทีเดียว ผมและเพื่อน ๆ ขับไปคนละคัน ส่วนพวกพี่ ๆ เขาไปเตรียมรถที่จะใช้ดริฟต์ พวกเขาไปที่อู่พี่เกมส์แล้วจะตามไปทีหลัง “ไง ให้นั่งด้วยได้เปล่า อยากนั่งตอนดริฟต์” ขณะที่ผมกำลังดูรถที่พี่เกมส์เพิ่งเอาเข้ามาจอด เสียงผู้หญิงก็ดังขึ้นมา ถึงจะฟังเธอพูดแค่ไม่กี่ครั้งก็จำเสียงได้ “ไม่กลัวจริงดิ” ผมถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา “ไม่กลัว ก็บอกแล้วว่าชอบอะไรแบบนี้” “งั้นก็เตรียมตัวเลย หวังว่าจะไม่กรี๊ดให้แสบแก้วหูนะ” ผมเงยหน้าขึ้นมองคนข้าง ๆ เธอกระตุกยิ้มแล้วยักคิ้วให้ ท่าทางคือแสบใช้ได้ “ไปยืนรอต
CHAPTER 3 เช้าวันนี้ผมเตรียมตัวที่จะออกมางานโชว์รถ งานจะเริ่มช่วง 15.00 น. แต่ก็ต้องไปกันก่อนอยู่แล้ว ผมกะจะไปที่เต็นท์รถของพี่ดินก่อนด้วย รวมกลุ่มกันไปกับเพื่อน ๆ ดีกว่า “พี่ปืนจะไปไหนเหรอคะ” อิงค์เดินออกจากห้องน้ำมา เห็นผมใส่เสื้อทีม เธอก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที “วันนี้ไปงานโชว์รถอะ” “อ้าว ไม่เห็นบอกอิงค์เลยว่าจะไปงาน” “พี่ต้องบอกอิงค์ทุกเรื่องเลยเหรอ” “ขอโทษค่ะ” อิงค์หน้าหงอยไปเลยที่ถูกผมดุ ผมก็แค่ดุกลบเกลื่อนไปงั้นแหละครับ เพราะที่จริงแล้วผมลืมบอกอิงค์ ตั้งใจจะบอกหลายครั้งแต่พอทำนั่นทำนี่ก็เลยลืมเรื่องนี้ไป “อิงค์จะไปไหนอะ” คราวนี้เป็นผมบ้างที่ต้องถาม เพราะเธอสวมชุดเดรสสีชมพูหวานแหวว ไม่ใช่ว่าจะอยู่ห้องแน่นอน “ไปคาเฟ่ค่ะ ตอนแรกอิงค์กะจะชวนพี่ปืนไป” “พี่ไม่ไปนะ พี่ไม่ว่าง” “ค่ะ รู้แล้วค่ะ เดี๋ยวอิงค์ไลน์ชวนเพื่อน” เธอส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ ก่อนจะก้มหน้าลงกดโทรศัพท์มือถือของตัวเอง “เดี๋ยวพี่ไปส่งก็แล้วกัน” “ค่ะ” เราสองคนแต่งตั
วันนี้ผมมาที่สนามดริฟต์รถ ที่นี่เปิดสอน เปิดให้ฝึกซ้อม และเปิดให้แข่ง พวกพี่ ๆ และเพื่อน ๆ ก็มากันครบแล้ว ทักทายกันนิดหน่อย ผมก็มาที่รถที่พี่เกมส์เตรียมไว้ให้ พริตตี้เดินถือร่มเข้ามาหา หน้าตาคุ้น ๆ แต่ก็นึกไม่ออก “วันซ้อมนี่มีพริตตี้ด้วยเหรอ” ผมหันไปถามพี่เกมส์ “เออ เจ้าของสนามคงเงินเหลือมั้ง ฮ่า ๆ” พี่เกมส์พูดแบบติดตลก พริตตี้คนนั้นเดินเข้ามายืนข้าง ๆ กางร่มให้ อีกทั้งยังเปิดประตูให้ผมอีกด้วย “มองเหมือนจำไม่ได้” เธอเอ่ยออกมา ผมนี่ยิ่งงงหนักกว่าเดิม “อีฟไง ที่เจอในผับ” เธอพูดต่อ คราวนี้ผมถึงได้นึกออก พยักหน้าตอบรับว่านึกออกแล้ว อีฟก็จัดการปิดประตูให้ ผมขับรถออกมายังจุดที่จะดริฟต์ ฝึกจังหวะการเข้าโค้งให้เป๊ะ จะได้ดริฟต์ออกมาได้สวยงามและคล่องตัว ผมซ้อมอยู่ราว ๆ 2 ชั่วโมง จังหวะเป๊ะหมดแล้ว คิดว่าในวันจริงก็คงไม่มีปัญหาอะไร ทำก็ใช่ว่าจะได้เงิน แค่โชว์เท่กันเฉย ๆ ทีมจะได้ดังมากขึ้น ระหว่างที่ซ้อมโทรศัพท์ผมก็ดังเป็นระยะก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าใครโทรมาหา นอกจากอิงค์ก็คงไม่มีใครแล้วแหละ ผมก็เลยไม่ได้สนใจปล่อยให้ดั
ในระหว่างที่เรียนผมแทบจะไม่ได้สนใจสิ่งที่อาจารย์สอน แอบกดโทรศัพท์ดูตลอดว่าอิงค์มีส่งข้อความมาบ้างหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีเลย ผมนึกว่าเธอจะส่งมาต่อว่าที่ผมอ่านแล้วไม่ตอบ ปกติเธอจะชอบบ่นเรื่องนี้ ไม่สิ เธอบ่นผมทุกเรื่องอะ หรืออิงค์ไม่ได้รักผมแล้ว? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร ถ้าเธอไม่รักแล้วเราจะได้เลิกกันไปให้มันจบ ๆ ไม่ต้องคาราคาซัง ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบห่างเหินอย่างนี้ ในตอนเย็นกลับมาถึงคอนโด อิงค์มาถึงก่อนแล้ว เธอกำลังทำอาหารอยู่ที่โซนครัว กลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาเลย ผมไปยืนอยู่ข้าง ๆ อิงค์แล้วมองแกงจืดในหม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ “หอมใช่ไหมล่ะ” อิงค์หันหน้ามาถามผมแบบยิ้ม ๆ เธอใช้ทัพพีคน ๆ แล้วค่อยตักชิ้นหัวไชเท้าขึ้นมา “ดูน่ากินปะ อิงค์ตั้งใจทำมาก ๆ” อิงค์ถามต่อ เธอหั่นชิ้นหัวไชเท้าไม่หนาแต่ก็ไม่บางเฉียบ ตัดแต่งตรงมุมให้เหมือนกากบาท “หอมมากและก็น่ากินมากกก แต่ทำเพื่อไรอะ เดี๋ยวก็ต้องลงท้องอยู่แล้ว ประดิดประดอยเพื่อ?” ผมโอบเอวอิงค์ไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้ผมแบบเจื่อน ๆ







