LOGIN“อย่างอนอะไรไร้สาระได้ปะ วันนี้วันครบรอบนิจะมาบึ้งตึงกันทำไม”
“อะ ๆ ก็ได้ค่ะ นี่อิงค์เห็นว่าพี่ปืนง้อหรอกนะ อิงค์หายงอนก็ได้” อิงค์หย่อนสะโพกนั่งลงที่เดิม
ผมมองหน้าอิงค์นิ่ง ๆ ฟังดูก็รู้ว่าประชด คำพูดของผมแบบนั้นเรียกว่าง้อได้จริง ๆ เหรอ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อยากต่อว่าอิงค์ที่มาประชดผม ผมก็รู้ตัวว่าผมผิด ก็เลยเอื้อมมือไปคว้ามืออิงค์มาจับไว้
“พี่ขอโทษนะอิงค์” ผมเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ไม่ได้แข็งดุดันแบบเมื่อสักครู่ เธอก็พยักหน้ารับ
“เดี๋ยวพี่ไปสั่งมาให้ใหม่นะ แต่พี่ขอนึกก่อนว่าอิงค์ชอบกินเค้กอะไร” ผมพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แต่ก็นึกจริง ๆ นั่นแหละครับ ก็มันจำไม่ได้นี่หว่า
“อิงค์บอกดีกว่านะคะ เค้กน่ะอิงค์ชอบกินหมดเลยเว้นกาแฟ กาแฟที่เป็นเครื่องดื่มอิงค์ก็ไม่ดื่มเพราะอิงค์ดื่มแล้วมึนหัว” เออว่ะ ผมจำได้นะว่าอิงค์ไม่ดื่มกาแฟ แต่เสือกสั่งเค้กกาแฟมาให้อิงค์ ผมเลยเขกหัวตัวเองเบา ๆ ที่สั่งอะไรบ้า ๆ แบบนี้
ผมลุกเดินเข้าไปในห้องกระจกแล้วเลือกเป็นครัวซองต์แฮมชีสมาให้อิงค์ เธอไม่ค่อยได้กินข้าวเดี๋ยวจะหิวเสียก่อน และเพิ่มเค้กสตรอว์เบอร์รีให้อิงค์ด้วย
เรานั่งกินกันแล้วคุยกันไป คราวนี้ไม่ได้ทะเลาะกันแล้ว อิงค์เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว เวลาง้อก็ไม่ได้ยากอะไร แค่บอกว่าขอโทษเธอก็หายโกรธแล้ว
“เดี๋ยวอิงค์ขับเองดีกว่าค่ะ” อิงค์เอ่ยขึ้นมาขณะที่กำลังเดินมาที่รถ สงสัยเธอคงจะกลัวว่าผมจะขับเร็วอีก
“ฮ่า ๆ จะขับให้เมื่อยทำไม เดี๋ยวพี่ขับเอง พี่สัญญาว่าจะไม่ซิ่ง” ผมเปิดประตูฝั่งด้านข้างคนขับให้อิงค์ขึ้นนั่ง เธอบีบแก้มผมเบา ๆ แล้วขึ้นนั่งประจำที่
ผมขับมาเรื่อย ๆ ไม่ได้ซิ่งอย่างที่พูดเอาไว้ คุยนั่นนี่กันมาเรื่อยเปื่อย จนใกล้จะถึงกรุงเทพฯ รถคันข้างหลังก็บีบแตรสองที ก่อนจะซิ่งแซงหน้าผมขึ้นไป ผมมองไปที่รถคันนั้นเห็นสติกเกอร์ที่แปะอยู่ท้ายรถ WIN ZONE ชื่อทีมของพวกเรา
เท้าเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อที่จะแซงคันนั้นให้ได้ คนขับก็คือสมาชิกทีมนี่แหละครับ เราแค่ขับซิ่งหยอกกันเท่านั้น ไม่ได้จะเอาเป็นเอาตายหรือแข่งกันจริงจังอะไร จนผมสามารถขับตีคู่กันได้ จึงลดกระจกลงแล้วหันไปพยักหน้าให้คันข้าง ๆ เป็นการทักทาย ก่อนจะเหยียบมากขึ้นเพื่อให้แซงนำหน้ามา
“อิงค์” ผมเอ่ยออกมาเบา ๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอขับเร็ว หันไปมองหน้าคนข้าง ๆ เธอแสดงสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา
“พี่ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ” ผมบอกกับอิงค์ด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความรู้สึกผิด ผมรู้สึกผิดจริง ๆ ก็รู้ทั้งรู้ว่าเธอกลัวแต่ผมก็ยังซิ่ง
“ถ้าตั้งใจจะขนาดไหนคะ” อิงค์ถามกลับมาแบบนี้แล้วผมจะตอบอย่างไร จึงได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ไปให้
ผมจอดรถเข้าที่ข้างทาง คว้ามืออิงค์มาจับไว้ออกแรงบีบเบา ๆ เพื่อการปลอบให้เธอคลายความกลัว อิงค์มองที่มือแล้วมองหน้าผม เธอยิ้มบาง ๆ ทั้งที่แววตาสั่นไหว อารมณ์อิงค์ตอนนี้ยากที่จะคาดเดา เธอเป็นคนเก็บอารมณ์ เก็บอาการเก่ง
“ขอโทษนะอิงค์ จะไม่ทำให้กลัวอีกแล้ว” ผมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อิงค์จะไม่กลัวอีกแล้วค่ะ เพราะอิงค์จะไม่นั่งรถพี่ปืนอีกแล้ว” เธอพูดแบบยิ้ม ๆ ผมคิดว่าเธอไม่ได้พูดเล่นแน่ ๆ ฟังแล้วค่อนข้างมั่นใจว่าพูดจริง
“แล้วเราจะไปไหนกันยังไง”
“เราจะยังไปไหนมาไหนด้วยกันอีกเหรอคะ” เธอเลิกคิ้วขึ้นถาม หน้าตาท่าทางก็ดูกวน ๆ แต่ทำไมผมไม่รู้สึกว่าเธอกำลังกวนเลย
“ไปดิ อิงค์อยากไปไหนพี่จะพาไป”
“ไม่ดีกว่าค่ะ”
“อะไรนักหนาเนี่ยอิงค์ พี่ก็ขอโทษอิงค์แล้วไง อิงค์จะทำให้มันยุ่งยากทำไม” ผมเริ่มเซ็ง ไม่รู้ทำไมจะต้องให้มันวุ่นวายนัก ผมรู้ว่าผมผิด ผมก็ขอโทษแล้วไง
อิงค์มองหน้าผมนิ่ง ๆ ครู่หนึ่งเธอก็ถอนหายใจออกมาแล้วละสายตาจากใบหน้าของผม ไปมองทางข้างหน้าแทน
“ค่อยไปคุยกันที่ห้องก็แล้วกัน แต่ถ้าไปที่ห้องแล้วคุยกันไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องคุยกันนะ” ผมเหยียบคันเร่ง รถพุ่งออกอย่างรวดเร็ว ผมก็ลืมตัวเหยียบไปเพราะความโมโห แต่แค่แป๊บเดียวก็ลดความเร็วลง
ผมเป็นคนรักความเร็ว เพื่อน ๆ พี่ ๆ ก็รักความเร็ว ไม่งั้นก็คงไม่ตั้งกลุ่มรถกันหรอก พวกผมขับเร็วกันเป็นเรื่องปกติ จนมาคบกับอิงค์ที่ผมต้องพยายามคุมความเร็ว ยอมรับตามตรงว่าทำไม่ได้ เผลอซิ่งตลอด
กลับมาถึงคอนโด อิงค์ก็ไม่ได้พูดจาอะไร เธอทำตัวตามปกติ เก็บเช็ดเก็บทำความสะอาด ผมเห็นว่าเธอทำตัวปกติแล้ว ผมก็เลยไม่ได้รื้อฟื้นเรื่องขึ้นมาเคลียร์กัน ไม่อยากจะทะเลาะกันต่อ
“พี่ช่วยนะ” ผมคว้าไม้ถูพื้นที่อิงค์เตรียมไว้รอที่จะถูหลังจากที่เธอกวาดเสร็จ
“ถูเป็นเหรอ” อิงค์ถามแบบกวน ๆ ผมเลยกระตุกยิ้มแล้วแกล้งเอาไม้ถูถูให้ชนเท้าของเธอ
“พี่ปืน คิก ๆ อย่าแกล้งอิงค์สิ วันนี้ห้องจะสะอาดไหมเนี่ย คิก ๆ” อิงค์หัวเราะคิกคักแล้ววิ่งหลบไม้ถู ไม่ให้ผ้าชนกับเท้าของเธอ
“ฮ่า ๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้” เห็นว่าพื้นเปียกหรอกนะถึงได้หยุดแกล้ง กลัวว่าอิงค์วิ่งหลบไปหลบมาแล้วจะลื่นล้มเอาได้
ผมช่วยอิงค์ทำความสะอาดห้องเสร็จ ก็ตามไปช่วยเธอทำอาหารด้วย เรียกว่าเธอทำอะไรผมก็ทำด้วยหมดทุกอย่าง จนกระทั่งเวลาเข้านอน
“วันนี้ครบรอบต้องพิเศษหน่อยปะ” ผมยกแขนขึ้นพาดลำตัวของอิงค์ไว้แล้วเอ่ยออกมา
“ง่วงแล้วอ่า”
ปฏิเสธผม… ตอนแรกก็คิดว่าเธอปกติแล้ว แต่ปฏิเสธผมแบบนี้ ผมชักไม่มั่นใจแล้ว เรื่องบนเตียงอิงค์ตามใจมาตลอด แถมขี้อ้อนมาก ๆ จนแทบจะละลายไปกับอิงค์ แต่วันนี้กลับปฏิเสธ
“นี่ยังไม่หายโกรธเรื่องขับรถเร็วอีกหรือไง” ผมดันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วดึงอิงค์ให้ลุกขึ้นมาด้วย
“ก็ไม่ได้โกรธแล้ว”
“แล้วทำไมถึงปฏิเสธ”
“แล้วทำไมอิงค์จะปฏิเสธไม่ได้ล่ะคะ”
เออ ทำไมวะ ผมตอบไม่ถูกก็เลยเงียบ ยกฝ่ามือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ
“เราแยกกันอยู่ไหมคะ พี่ปืนกลับไปอยู่คอนโดตัวเองหรือบ้านพี่ไฟไหมคะ เผื่ออะไร ๆ จะดีขึ้น”
ผมนิ่งเงียบ ใช้ความคิดว่าจะเอาอย่างไรดี ข้อเสนอที่อิงค์เสนอมาผมคิดว่าน่าสนใจ รู้สึกว่าตั้งแต่ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เราสองคนเริ่มเข้ากันไม่ได้ อะไรหลาย ๆ อย่างดูว่าไม่น่าไปด้วยกันได้เลย
ผมหันไปมองหน้าอิงค์ เธอก็มองผมนิ่ง ๆ ก่อนจะกลอกตาไปมา นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่อิงค์แสดงท่าทางแบบนี้ เธอล้มตัวลงนอน ปิดเปลือกตาลง
“ถ้าพี่ปืนจะเอายังไงก็บอกอิงค์ด้วยนะคะ” เธอพูดจบก็พลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้ผม
เช้าวันต่อมา “โชคดีนะคะพี่ปืน อิงค์ขอให้พี่ปืนเจอคนที่เหมาะสม คนที่เข้ากับพี่ปืนได้ทุกอย่างน้า” อิงค์เดินเข้ามาสวมกอดผมไว้หลวม ๆ เธอเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มให้เหมือนเดิม “เช่นกันนะอิงค์” ผมเองก็กอดอิงค์ไว้เหมือนกัน ใจหายโคตร ๆ รู้สึกไม่อยากจะปล่อยกอดออกเลย “พี่จะไปอยู่คอนโด ยังไม่อยากไปอยู่กับไอ้ไฟ รำคาญพวกมัน อิงค์จะไปเก็บเสื้อผ้าพร้อมกันเลยไหม” ผมพูดต่อ ผมว่าจะไปอยู่คอนโดสักพักแล้วค่อยไปอยู่กับพวกเพื่อน ๆ หากไปอยู่ตอนนี้เลยพวกมันต้องซักถามกันไม่หยุดแน่ ๆ “ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยววันไหนอิงค์ว่างอิงค์จะเข้าไปเก็บนะคะ คีย์การ์ดก็อยู่ที่นิตินั่นแหละค่ะ” “โอเค งั้นพี่ไปแล้วนะ” “ค่ะ” อิงค์ปล่อยกอดออกจากผม ผมเดินถอยหลังไปทางประตู หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ยิ่งอิงค์ยิ้มหวาน ๆ แล้วโบกมือลา ผมยิ่งรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงมากกว่าเดิม ผมหันไปเปิดประตูเดินออกจากห้องไป โบกมือลาอิงค์แล้วค่อยปิดประตูให้ ยืนมองประตูที่ปิดบังเราสองคนไม่ให้เห็นกันและกันอยู่สักพักใหญ่ ๆ ถึงได้เดินลงมาที่รถ นั่งเงียบ ๆ อยู่เพียงลำพัง แล้วค่อย
ออด ออด ผมยืนกดออดหน้าห้องแต่ก็ไร้วี่แววว่าเจ้าของห้องจะมาเปิด ผมเลยรวมของไว้ที่มือเดียวแล้วล้วงเอากระเป๋าสตางค์ออกมาเปิด หยิบคีย์การ์ดออกมาแตะที่ประตูแล้วเดินเข้าไปด้านในห้อง ภายในห้องเงียบเชียบ ไม่มีความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แสดงว่าอิงค์ไม่อยู่ แต่ก็เพื่อความแน่ใจ ผมจึงเดินหาเจ้าของห้อง แต่ไม่พบ ก็แปลว่าเธอไม่อยู่จริง ๆ ผมเอาโทรศัพท์มาต่อสายหาเธอ แต่ดังแค่สองสามที คนที่ผมโทรหาก็เปิดประตูเข้ามา “พี่ปืนนน” อิงค์เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงสดใส เธอเข้ามานั่งข้าง ๆ แล้วสวมกอดเอวผมเอาไว้ “ไปไหนมา” ผมกอดตอบแล้วถามเธอกลับไป “ไปเซอร์ไพรส์พี่ปืนมา แต่เจอเซอร์ไพรส์กลับ” อิงค์ตอบแบบยิ้ม ๆ ผิดกับผมที่ยิ้มไม่ออก เซอร์ไพรส์ผม? แบบนี้หมายความว่าอย่างไร? ผมกำลังจะอ้าปากถาม คนในอ้อมกอดก็ลุกหนีไปให้ความสนใจกับอาหารที่ผมซื้อเข้ามา “หูย มีขนมเค้กด้วยอ่า” อิงค์หยิบกล่องเค้กขึ้นมาโชว์ เธอยิ้มแฉ่งสดใสอย่างเดิม “อิงค์ไปเซอร์ไพรส์พี่ แต่เจอเซอร์ไพรส์กลับหมายความว่าไง” ผมอดไม่ได้ที่จะถาม แม้ว่าเธอจะแสดงท่
“มาไวจังวะ” ไอ้กราฟเอ่ยขึ้นมาเมื่อผมเดินเข้าไปหาพวกมันที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่ “มึงใช่ปะที่บอกอิงค์เรื่องเวลางานอะ” ผมชี้หน้าไอ้กราฟขณะที่กำลังถาม ตอนแรกเรานัดเวลากันแล้ว จะมาทักว่าผมมาไวคงไม่ใช่ ที่ทักแบบนี้น่าจะเพราะรู้เรื่องอิงค์ “กูไม่ได้บอกเลย” ไอ้กราฟตอบกลับมา แต่ผมไม่เชื่อมันหรอก ถ้ามันไม่ได้บอกแล้วใครจะบอก พวกเราเอารถแต่ละคันที่จะไปจอดโชว์ออกมาเตรียมพร้อมทั้ง 5 คัน รถที่ใช้เป็นรถสัญชาติญี่ปุ่น แต่งไว้สวยเลยทีเดียว ผมและเพื่อน ๆ ขับไปคนละคัน ส่วนพวกพี่ ๆ เขาไปเตรียมรถที่จะใช้ดริฟต์ พวกเขาไปที่อู่พี่เกมส์แล้วจะตามไปทีหลัง “ไง ให้นั่งด้วยได้เปล่า อยากนั่งตอนดริฟต์” ขณะที่ผมกำลังดูรถที่พี่เกมส์เพิ่งเอาเข้ามาจอด เสียงผู้หญิงก็ดังขึ้นมา ถึงจะฟังเธอพูดแค่ไม่กี่ครั้งก็จำเสียงได้ “ไม่กลัวจริงดิ” ผมถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา “ไม่กลัว ก็บอกแล้วว่าชอบอะไรแบบนี้” “งั้นก็เตรียมตัวเลย หวังว่าจะไม่กรี๊ดให้แสบแก้วหูนะ” ผมเงยหน้าขึ้นมองคนข้าง ๆ เธอกระตุกยิ้มแล้วยักคิ้วให้ ท่าทางคือแสบใช้ได้ “ไปยืนรอต
CHAPTER 3 เช้าวันนี้ผมเตรียมตัวที่จะออกมางานโชว์รถ งานจะเริ่มช่วง 15.00 น. แต่ก็ต้องไปกันก่อนอยู่แล้ว ผมกะจะไปที่เต็นท์รถของพี่ดินก่อนด้วย รวมกลุ่มกันไปกับเพื่อน ๆ ดีกว่า “พี่ปืนจะไปไหนเหรอคะ” อิงค์เดินออกจากห้องน้ำมา เห็นผมใส่เสื้อทีม เธอก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที “วันนี้ไปงานโชว์รถอะ” “อ้าว ไม่เห็นบอกอิงค์เลยว่าจะไปงาน” “พี่ต้องบอกอิงค์ทุกเรื่องเลยเหรอ” “ขอโทษค่ะ” อิงค์หน้าหงอยไปเลยที่ถูกผมดุ ผมก็แค่ดุกลบเกลื่อนไปงั้นแหละครับ เพราะที่จริงแล้วผมลืมบอกอิงค์ ตั้งใจจะบอกหลายครั้งแต่พอทำนั่นทำนี่ก็เลยลืมเรื่องนี้ไป “อิงค์จะไปไหนอะ” คราวนี้เป็นผมบ้างที่ต้องถาม เพราะเธอสวมชุดเดรสสีชมพูหวานแหวว ไม่ใช่ว่าจะอยู่ห้องแน่นอน “ไปคาเฟ่ค่ะ ตอนแรกอิงค์กะจะชวนพี่ปืนไป” “พี่ไม่ไปนะ พี่ไม่ว่าง” “ค่ะ รู้แล้วค่ะ เดี๋ยวอิงค์ไลน์ชวนเพื่อน” เธอส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ ก่อนจะก้มหน้าลงกดโทรศัพท์มือถือของตัวเอง “เดี๋ยวพี่ไปส่งก็แล้วกัน” “ค่ะ” เราสองคนแต่งตั
วันนี้ผมมาที่สนามดริฟต์รถ ที่นี่เปิดสอน เปิดให้ฝึกซ้อม และเปิดให้แข่ง พวกพี่ ๆ และเพื่อน ๆ ก็มากันครบแล้ว ทักทายกันนิดหน่อย ผมก็มาที่รถที่พี่เกมส์เตรียมไว้ให้ พริตตี้เดินถือร่มเข้ามาหา หน้าตาคุ้น ๆ แต่ก็นึกไม่ออก “วันซ้อมนี่มีพริตตี้ด้วยเหรอ” ผมหันไปถามพี่เกมส์ “เออ เจ้าของสนามคงเงินเหลือมั้ง ฮ่า ๆ” พี่เกมส์พูดแบบติดตลก พริตตี้คนนั้นเดินเข้ามายืนข้าง ๆ กางร่มให้ อีกทั้งยังเปิดประตูให้ผมอีกด้วย “มองเหมือนจำไม่ได้” เธอเอ่ยออกมา ผมนี่ยิ่งงงหนักกว่าเดิม “อีฟไง ที่เจอในผับ” เธอพูดต่อ คราวนี้ผมถึงได้นึกออก พยักหน้าตอบรับว่านึกออกแล้ว อีฟก็จัดการปิดประตูให้ ผมขับรถออกมายังจุดที่จะดริฟต์ ฝึกจังหวะการเข้าโค้งให้เป๊ะ จะได้ดริฟต์ออกมาได้สวยงามและคล่องตัว ผมซ้อมอยู่ราว ๆ 2 ชั่วโมง จังหวะเป๊ะหมดแล้ว คิดว่าในวันจริงก็คงไม่มีปัญหาอะไร ทำก็ใช่ว่าจะได้เงิน แค่โชว์เท่กันเฉย ๆ ทีมจะได้ดังมากขึ้น ระหว่างที่ซ้อมโทรศัพท์ผมก็ดังเป็นระยะก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าใครโทรมาหา นอกจากอิงค์ก็คงไม่มีใครแล้วแหละ ผมก็เลยไม่ได้สนใจปล่อยให้ดั
ในระหว่างที่เรียนผมแทบจะไม่ได้สนใจสิ่งที่อาจารย์สอน แอบกดโทรศัพท์ดูตลอดว่าอิงค์มีส่งข้อความมาบ้างหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีเลย ผมนึกว่าเธอจะส่งมาต่อว่าที่ผมอ่านแล้วไม่ตอบ ปกติเธอจะชอบบ่นเรื่องนี้ ไม่สิ เธอบ่นผมทุกเรื่องอะ หรืออิงค์ไม่ได้รักผมแล้ว? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร ถ้าเธอไม่รักแล้วเราจะได้เลิกกันไปให้มันจบ ๆ ไม่ต้องคาราคาซัง ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบห่างเหินอย่างนี้ ในตอนเย็นกลับมาถึงคอนโด อิงค์มาถึงก่อนแล้ว เธอกำลังทำอาหารอยู่ที่โซนครัว กลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาเลย ผมไปยืนอยู่ข้าง ๆ อิงค์แล้วมองแกงจืดในหม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ “หอมใช่ไหมล่ะ” อิงค์หันหน้ามาถามผมแบบยิ้ม ๆ เธอใช้ทัพพีคน ๆ แล้วค่อยตักชิ้นหัวไชเท้าขึ้นมา “ดูน่ากินปะ อิงค์ตั้งใจทำมาก ๆ” อิงค์ถามต่อ เธอหั่นชิ้นหัวไชเท้าไม่หนาแต่ก็ไม่บางเฉียบ ตัดแต่งตรงมุมให้เหมือนกากบาท “หอมมากและก็น่ากินมากกก แต่ทำเพื่อไรอะ เดี๋ยวก็ต้องลงท้องอยู่แล้ว ประดิดประดอยเพื่อ?” ผมโอบเอวอิงค์ไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้ผมแบบเจื่อน ๆ







