Mag-log in“อย่างอนอะไรไร้สาระได้ปะ วันนี้วันครบรอบนิจะมาบึ้งตึงกันทำไม”
“อะ ๆ ก็ได้ค่ะ นี่อิงค์เห็นว่าพี่ปืนง้อหรอกนะ อิงค์หายงอนก็ได้” อิงค์หย่อนสะโพกนั่งลงที่เดิม
ผมมองหน้าอิงค์นิ่ง ๆ ฟังดูก็รู้ว่าประชด คำพูดของผมแบบนั้นเรียกว่าง้อได้จริง ๆ เหรอ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อยากต่อว่าอิงค์ที่มาประชดผม ผมก็รู้ตัวว่าผมผิด ก็เลยเอื้อมมือไปคว้ามืออิงค์มาจับไว้
“พี่ขอโทษนะอิงค์” ผมเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ไม่ได้แข็งดุดันแบบเมื่อสักครู่ เธอก็พยักหน้ารับ
“เดี๋ยวพี่ไปสั่งมาให้ใหม่นะ แต่พี่ขอนึกก่อนว่าอิงค์ชอบกินเค้กอะไร” ผมพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แต่ก็นึกจริง ๆ นั่นแหละครับ ก็มันจำไม่ได้นี่หว่า
“อิงค์บอกดีกว่านะคะ เค้กน่ะอิงค์ชอบกินหมดเลยเว้นกาแฟ กาแฟที่เป็นเครื่องดื่มอิงค์ก็ไม่ดื่มเพราะอิงค์ดื่มแล้วมึนหัว” เออว่ะ ผมจำได้นะว่าอิงค์ไม่ดื่มกาแฟ แต่เสือกสั่งเค้กกาแฟมาให้อิงค์ ผมเลยเขกหัวตัวเองเบา ๆ ที่สั่งอะไรบ้า ๆ แบบนี้
ผมลุกเดินเข้าไปในห้องกระจกแล้วเลือกเป็นครัวซองต์แฮมชีสมาให้อิงค์ เธอไม่ค่อยได้กินข้าวเดี๋ยวจะหิวเสียก่อน และเพิ่มเค้กสตรอว์เบอร์รีให้อิงค์ด้วย
เรานั่งกินกันแล้วคุยกันไป คราวนี้ไม่ได้ทะเลาะกันแล้ว อิงค์เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว เวลาง้อก็ไม่ได้ยากอะไร แค่บอกว่าขอโทษเธอก็หายโกรธแล้ว
“เดี๋ยวอิงค์ขับเองดีกว่าค่ะ” อิงค์เอ่ยขึ้นมาขณะที่กำลังเดินมาที่รถ สงสัยเธอคงจะกลัวว่าผมจะขับเร็วอีก
“ฮ่า ๆ จะขับให้เมื่อยทำไม เดี๋ยวพี่ขับเอง พี่สัญญาว่าจะไม่ซิ่ง” ผมเปิดประตูฝั่งด้านข้างคนขับให้อิงค์ขึ้นนั่ง เธอบีบแก้มผมเบา ๆ แล้วขึ้นนั่งประจำที่
ผมขับมาเรื่อย ๆ ไม่ได้ซิ่งอย่างที่พูดเอาไว้ คุยนั่นนี่กันมาเรื่อยเปื่อย จนใกล้จะถึงกรุงเทพฯ รถคันข้างหลังก็บีบแตรสองที ก่อนจะซิ่งแซงหน้าผมขึ้นไป ผมมองไปที่รถคันนั้นเห็นสติกเกอร์ที่แปะอยู่ท้ายรถ WIN ZONE ชื่อทีมของพวกเรา
เท้าเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อที่จะแซงคันนั้นให้ได้ คนขับก็คือสมาชิกทีมนี่แหละครับ เราแค่ขับซิ่งหยอกกันเท่านั้น ไม่ได้จะเอาเป็นเอาตายหรือแข่งกันจริงจังอะไร จนผมสามารถขับตีคู่กันได้ จึงลดกระจกลงแล้วหันไปพยักหน้าให้คันข้าง ๆ เป็นการทักทาย ก่อนจะเหยียบมากขึ้นเพื่อให้แซงนำหน้ามา
“อิงค์” ผมเอ่ยออกมาเบา ๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอขับเร็ว หันไปมองหน้าคนข้าง ๆ เธอแสดงสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา
“พี่ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ” ผมบอกกับอิงค์ด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความรู้สึกผิด ผมรู้สึกผิดจริง ๆ ก็รู้ทั้งรู้ว่าเธอกลัวแต่ผมก็ยังซิ่ง
“ถ้าตั้งใจจะขนาดไหนคะ” อิงค์ถามกลับมาแบบนี้แล้วผมจะตอบอย่างไร จึงได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ไปให้
ผมจอดรถเข้าที่ข้างทาง คว้ามืออิงค์มาจับไว้ออกแรงบีบเบา ๆ เพื่อการปลอบให้เธอคลายความกลัว อิงค์มองที่มือแล้วมองหน้าผม เธอยิ้มบาง ๆ ทั้งที่แววตาสั่นไหว อารมณ์อิงค์ตอนนี้ยากที่จะคาดเดา เธอเป็นคนเก็บอารมณ์ เก็บอาการเก่ง
“ขอโทษนะอิงค์ จะไม่ทำให้กลัวอีกแล้ว” ผมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อิงค์จะไม่กลัวอีกแล้วค่ะ เพราะอิงค์จะไม่นั่งรถพี่ปืนอีกแล้ว” เธอพูดแบบยิ้ม ๆ ผมคิดว่าเธอไม่ได้พูดเล่นแน่ ๆ ฟังแล้วค่อนข้างมั่นใจว่าพูดจริง
“แล้วเราจะไปไหนกันยังไง”
“เราจะยังไปไหนมาไหนด้วยกันอีกเหรอคะ” เธอเลิกคิ้วขึ้นถาม หน้าตาท่าทางก็ดูกวน ๆ แต่ทำไมผมไม่รู้สึกว่าเธอกำลังกวนเลย
“ไปดิ อิงค์อยากไปไหนพี่จะพาไป”
“ไม่ดีกว่าค่ะ”
“อะไรนักหนาเนี่ยอิงค์ พี่ก็ขอโทษอิงค์แล้วไง อิงค์จะทำให้มันยุ่งยากทำไม” ผมเริ่มเซ็ง ไม่รู้ทำไมจะต้องให้มันวุ่นวายนัก ผมรู้ว่าผมผิด ผมก็ขอโทษแล้วไง
อิงค์มองหน้าผมนิ่ง ๆ ครู่หนึ่งเธอก็ถอนหายใจออกมาแล้วละสายตาจากใบหน้าของผม ไปมองทางข้างหน้าแทน
“ค่อยไปคุยกันที่ห้องก็แล้วกัน แต่ถ้าไปที่ห้องแล้วคุยกันไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องคุยกันนะ” ผมเหยียบคันเร่ง รถพุ่งออกอย่างรวดเร็ว ผมก็ลืมตัวเหยียบไปเพราะความโมโห แต่แค่แป๊บเดียวก็ลดความเร็วลง
ผมเป็นคนรักความเร็ว เพื่อน ๆ พี่ ๆ ก็รักความเร็ว ไม่งั้นก็คงไม่ตั้งกลุ่มรถกันหรอก พวกผมขับเร็วกันเป็นเรื่องปกติ จนมาคบกับอิงค์ที่ผมต้องพยายามคุมความเร็ว ยอมรับตามตรงว่าทำไม่ได้ เผลอซิ่งตลอด
กลับมาถึงคอนโด อิงค์ก็ไม่ได้พูดจาอะไร เธอทำตัวตามปกติ เก็บเช็ดเก็บทำความสะอาด ผมเห็นว่าเธอทำตัวปกติแล้ว ผมก็เลยไม่ได้รื้อฟื้นเรื่องขึ้นมาเคลียร์กัน ไม่อยากจะทะเลาะกันต่อ
“พี่ช่วยนะ” ผมคว้าไม้ถูพื้นที่อิงค์เตรียมไว้รอที่จะถูหลังจากที่เธอกวาดเสร็จ
“ถูเป็นเหรอ” อิงค์ถามแบบกวน ๆ ผมเลยกระตุกยิ้มแล้วแกล้งเอาไม้ถูถูให้ชนเท้าของเธอ
“พี่ปืน คิก ๆ อย่าแกล้งอิงค์สิ วันนี้ห้องจะสะอาดไหมเนี่ย คิก ๆ” อิงค์หัวเราะคิกคักแล้ววิ่งหลบไม้ถู ไม่ให้ผ้าชนกับเท้าของเธอ
“ฮ่า ๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้” เห็นว่าพื้นเปียกหรอกนะถึงได้หยุดแกล้ง กลัวว่าอิงค์วิ่งหลบไปหลบมาแล้วจะลื่นล้มเอาได้
ผมช่วยอิงค์ทำความสะอาดห้องเสร็จ ก็ตามไปช่วยเธอทำอาหารด้วย เรียกว่าเธอทำอะไรผมก็ทำด้วยหมดทุกอย่าง จนกระทั่งเวลาเข้านอน
“วันนี้ครบรอบต้องพิเศษหน่อยปะ” ผมยกแขนขึ้นพาดลำตัวของอิงค์ไว้แล้วเอ่ยออกมา
“ง่วงแล้วอ่า”
ปฏิเสธผม… ตอนแรกก็คิดว่าเธอปกติแล้ว แต่ปฏิเสธผมแบบนี้ ผมชักไม่มั่นใจแล้ว เรื่องบนเตียงอิงค์ตามใจมาตลอด แถมขี้อ้อนมาก ๆ จนแทบจะละลายไปกับอิงค์ แต่วันนี้กลับปฏิเสธ
“นี่ยังไม่หายโกรธเรื่องขับรถเร็วอีกหรือไง” ผมดันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วดึงอิงค์ให้ลุกขึ้นมาด้วย
“ก็ไม่ได้โกรธแล้ว”
“แล้วทำไมถึงปฏิเสธ”
“แล้วทำไมอิงค์จะปฏิเสธไม่ได้ล่ะคะ”
เออ ทำไมวะ ผมตอบไม่ถูกก็เลยเงียบ ยกฝ่ามือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ
“เราแยกกันอยู่ไหมคะ พี่ปืนกลับไปอยู่คอนโดตัวเองหรือบ้านพี่ไฟไหมคะ เผื่ออะไร ๆ จะดีขึ้น”
ผมนิ่งเงียบ ใช้ความคิดว่าจะเอาอย่างไรดี ข้อเสนอที่อิงค์เสนอมาผมคิดว่าน่าสนใจ รู้สึกว่าตั้งแต่ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เราสองคนเริ่มเข้ากันไม่ได้ อะไรหลาย ๆ อย่างดูว่าไม่น่าไปด้วยกันได้เลย
ผมหันไปมองหน้าอิงค์ เธอก็มองผมนิ่ง ๆ ก่อนจะกลอกตาไปมา นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่อิงค์แสดงท่าทางแบบนี้ เธอล้มตัวลงนอน ปิดเปลือกตาลง
“ถ้าพี่ปืนจะเอายังไงก็บอกอิงค์ด้วยนะคะ” เธอพูดจบก็พลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้ผม
วันนี้ผมมาที่สนามดริฟต์รถ ที่นี่เปิดสอน เปิดให้ฝึกซ้อม และเปิดให้แข่ง พวกพี่ ๆ และเพื่อน ๆ ก็มากันครบแล้ว ทักทายกันนิดหน่อย ผมก็มาที่รถที่พี่เกมส์เตรียมไว้ให้ พริตตี้เดินถือร่มเข้ามาหา หน้าตาคุ้น ๆ แต่ก็นึกไม่ออก “วันซ้อมนี่มีพริตตี้ด้วยเหรอ” ผมหันไปถามพี่เกมส์ “เออ เจ้าของสนามคงเงินเหลือมั้ง ฮ่า ๆ” พี่เกมส์พูดแบบติดตลก พริตตี้คนนั้นเดินเข้ามายืนข้าง ๆ กางร่มให้ อีกทั้งยังเปิดประตูให้ผมอีกด้วย “มองเหมือนจำไม่ได้” เธอเอ่ยออกมา ผมนี่ยิ่งงงหนักกว่าเดิม “อีฟไง ที่เจอในผับ” เธอพูดต่อ คราวนี้ผมถึงได้นึกออก พยักหน้าตอบรับว่านึกออกแล้ว อีฟก็จัดการปิดประตูให้ ผมขับรถออกมายังจุดที่จะดริฟต์ ฝึกจังหวะการเข้าโค้งให้เป๊ะ จะได้ดริฟต์ออกมาได้สวยงามและคล่องตัว ผมซ้อมอยู่ราว ๆ 2 ชั่วโมง จังหวะเป๊ะหมดแล้ว คิดว่าในวันจริงก็คงไม่มีปัญหาอะไร ทำก็ใช่ว่าจะได้เงิน แค่โชว์เท่กันเฉย ๆ ทีมจะได้ดังมากขึ้น ระหว่างที่ซ้อมโทรศัพท์ผมก็ดังเป็นระยะก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าใครโทรมาหา นอกจากอิงค์ก็คงไม่มีใครแล้วแหละ ผมก็เลยไม่ได้สนใจปล่อยให้ดั
ในระหว่างที่เรียนผมแทบจะไม่ได้สนใจสิ่งที่อาจารย์สอน แอบกดโทรศัพท์ดูตลอดว่าอิงค์มีส่งข้อความมาบ้างหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีเลย ผมนึกว่าเธอจะส่งมาต่อว่าที่ผมอ่านแล้วไม่ตอบ ปกติเธอจะชอบบ่นเรื่องนี้ ไม่สิ เธอบ่นผมทุกเรื่องอะ หรืออิงค์ไม่ได้รักผมแล้ว? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร ถ้าเธอไม่รักแล้วเราจะได้เลิกกันไปให้มันจบ ๆ ไม่ต้องคาราคาซัง ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบห่างเหินอย่างนี้ ในตอนเย็นกลับมาถึงคอนโด อิงค์มาถึงก่อนแล้ว เธอกำลังทำอาหารอยู่ที่โซนครัว กลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาเลย ผมไปยืนอยู่ข้าง ๆ อิงค์แล้วมองแกงจืดในหม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ “หอมใช่ไหมล่ะ” อิงค์หันหน้ามาถามผมแบบยิ้ม ๆ เธอใช้ทัพพีคน ๆ แล้วค่อยตักชิ้นหัวไชเท้าขึ้นมา “ดูน่ากินปะ อิงค์ตั้งใจทำมาก ๆ” อิงค์ถามต่อ เธอหั่นชิ้นหัวไชเท้าไม่หนาแต่ก็ไม่บางเฉียบ ตัดแต่งตรงมุมให้เหมือนกากบาท “หอมมากและก็น่ากินมากกก แต่ทำเพื่อไรอะ เดี๋ยวก็ต้องลงท้องอยู่แล้ว ประดิดประดอยเพื่อ?” ผมโอบเอวอิงค์ไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้ผมแบบเจื่อน ๆ
CHAPTER 2 หลังจากวันนั้นที่อิงค์ยื่นข้อเสนอมาว่าให้ผมแยกไปอยู่ที่อื่น ผมไม่ได้รับข้อเสนอนั้น ในใจคิดอยากจะรับข้อเสนออยู่หรอกนะ แต่คิดว่าถ้าทำแบบนั้นจริง ๆ เราต้องทะเลาะกันหนักกว่าเดิมแน่ ๆ ผมคิดว่าอิงค์คงโกรธจนให้ไปอยู่ที่อื่น เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ที่เราเงียบ ๆ ต่อกัน ถามว่ารู้สึกอย่างไรที่เป็นกันแบบนี้ ตอบได้แบบไม่ต้องคิดคือรู้สึกดีมาก ๆ ดีกว่าที่คุยกันแล้วต้องมาทะเลาะกันนั่นแหละ ออกจากลิฟต์มาอิงค์ก็เดินไปที่รถของตัวเอง ผมก็ไปที่รถของตัวเอง มันก็ประหลาดดีเหมือนกันนะครับ เป็นแฟนกัน อยู่ห้องเดียวกัน แต่เราไม่ได้ไปไหนด้วยกัน แม้กระทั่งไปเรียนก็ยังไม่ได้ไปด้วยกัน ผมให้รถของอิงค์ขับนำหน้าออกไปแล้วค่อยขับตาม เธอก็ขับช้าตามสไตล์เธอนั่นแหละ แต่ผมมันคันเท้าไง ทนไม่ไหวทุกวันอะ ต้องขับแซงอิงค์ทุกวันเลยจริง ๆLINEPUEN : ถึงม. หรือยัง ทักไปถามเพราะเห็นหายเงียบ หวังว่าอิงค์คงจะไม่ได้เหยียบแค่ 20-40 หรอกนะ ถึงได้ช้าขนาดนี้ ทุกทีอิงค์จะเข้ามาถึงช้ากว่าผมประมาณ 20-30 นาที แต่วันนี้เกือบ 45 นาทีแล้วเธอยังไม่ส่งไลน์มาบอกเลยINK : ถึงแล้วค่า
“อย่างอนอะไรไร้สาระได้ปะ วันนี้วันครบรอบนิจะมาบึ้งตึงกันทำไม” “อะ ๆ ก็ได้ค่ะ นี่อิงค์เห็นว่าพี่ปืนง้อหรอกนะ อิงค์หายงอนก็ได้” อิงค์หย่อนสะโพกนั่งลงที่เดิม ผมมองหน้าอิงค์นิ่ง ๆ ฟังดูก็รู้ว่าประชด คำพูดของผมแบบนั้นเรียกว่าง้อได้จริง ๆ เหรอ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อยากต่อว่าอิงค์ที่มาประชดผม ผมก็รู้ตัวว่าผมผิด ก็เลยเอื้อมมือไปคว้ามืออิงค์มาจับไว้ “พี่ขอโทษนะอิงค์” ผมเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ไม่ได้แข็งดุดันแบบเมื่อสักครู่ เธอก็พยักหน้ารับ “เดี๋ยวพี่ไปสั่งมาให้ใหม่นะ แต่พี่ขอนึกก่อนว่าอิงค์ชอบกินเค้กอะไร” ผมพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แต่ก็นึกจริง ๆ นั่นแหละครับ ก็มันจำไม่ได้นี่หว่า “อิงค์บอกดีกว่านะคะ เค้กน่ะอิงค์ชอบกินหมดเลยเว้นกาแฟ กาแฟที่เป็นเครื่องดื่มอิงค์ก็ไม่ดื่มเพราะอิงค์ดื่มแล้วมึนหัว” เออว่ะ ผมจำได้นะว่าอิงค์ไม่ดื่มกาแฟ แต่เสือกสั่งเค้กกาแฟมาให้อิงค์ ผมเลยเขกหัวตัวเองเบา ๆ ที่สั่งอะไรบ้า ๆ แบบนี้ ผมลุกเดินเข้าไปในห้องกระจกแล้วเลือกเป็นครัวซองต์แฮมชีสมาให้อิงค์ เธอไม่ค่อยได้กินข้าวเดี๋ยวจะหิวเสียก่อน และเพิ่ม
“อิงค์จะไปไหนอะ” ผมลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าอิงค์กำลังแต่งตัวอยู่ เธอสวมชุดเดรสแขนกุดสีเหลืองพาสเทลลายดอกไม้เล็ก ๆ “คาเฟ่ค่า อิงค์เห็นในเฟซเขาแชร์กันเพียบเลยค่ะ มีคาเฟ่เปิดใหม่แบบวิวทุ่งนาแถว ๆ นครนายก พี่ปืนพาอิงค์ไปหน่อยนะคะ” ไปคาเฟ่! สภาพผมตอนนี้นี่น่าไปคาเฟ่จริง ๆ เหรอ? “พาไปหน่อยนะ” อิงค์ขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วกอดแขนผมเอาไว้ ส่งสายตาออดอ้อนมาให้ เอาวะ ไปก็ไป กลางคืนกินเหล้าเข้าผับ เช้ามากินนมเข้าคาเฟ่ ลำไส้ของผมมันจะงงหรือเปล่า แต่ก็ช่างมันเถอะ ถ้าขืนไม่พาแฟนไปคงต้องงอนผมอีกแน่ ๆ ผมลูบแก้มอิงค์เบา ๆ แล้วคลี่ยิ้มให้บาง ๆ ก่อนจะลงจากเตียง ลากสังขารเข้าไปอาบน้ำ “พี่ปืนใส่เสื้อตัวนี้นะคะ” อิงค์ส่งเสื้อเชิ้ตผู้ชายมาให้ ไม่รู้ไปแอบซื้อมาตอนไหน “ไม่เอาอะ พี่พาไปคาเฟ่นะไม่ได้ไปหาเสียงเลือกตั้ง” ผมเดินผ่านหน้าอิงค์ไปที่ตู้เสื้อผ้า ทั้งตู้ก็มีแต่สีขาว สีดำ สีน้ำเงิน สีประจำชีวิต ไอ้พวกเพื่อนผมก็มีแต่สีแบบนี้กันทั้งนั้น สีเหลืองพาสเทลลายดอกแบบที่อิงค์จะให้ใส่นั่นอะ ผมไม่มีทางใส่แน่ ๆ “งั้นเสื้อตัวนี
CHAPTER 1Puen’s part “วู้วววว” ผมเปล่งเสียงออกมาอีกทั้งยังยกแขนขึ้นเต้น ส่ายสะโพกไปมาด้วยท่าทางกวน ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อน ๆ “มึงเมามากแล้วนะไอ้ปืน” ไอ้มาร์ชเดินมากอดคอผมไว้แล้วออกแรงดึงให้มานั่งที่โซฟาตัวยาว คืนนี้พวกเราพากันมาเลี้ยงฉลองที่ไอ้ไฟเพื่อนผมมันแข่งรถชนะ ไอ้นี่มันไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่ได้ดื่มมานาน คืนนี้เลยซัดไปเต็มที่ “เมาเละขนาดนี้ ระวังเมียไม่ให้เข้าห้องนะโว้ย” ไอ้กราฟปาถั่วใส่ผม ก็รู้ว่ามันเป็นห่วง แต่ไม่มีทางที่อิงค์จะไม่ให้ผมเข้าห้อง อิงค์รักผมจะตายเธอไม่มีทางปล่อยให้ผมไปนอนที่อื่นหรอก ผมไหวไหล่ให้ไอ้กราฟแล้วกระดกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าปาก ค่อย ๆ ปล่อยให้ของเหลวมึนเมาไหลลงคอไปแบบช้า ๆ แล้วทำท่าจะลุกขึ้นเต้นต่อ แต่ดันถูกไอ้มาร์ชกดให้นั่งลงอย่างเดิม “ถ้าเจออิงค์มาที่นี่คงจะสนุกดีพิลึก” นุ่นเพื่อนผู้หญิงของผมเอ่ยขึ้นมา ไอ้พวกสาว ๆ นี่มันชอบจินตนาการ อิงค์แฟนผมน่ะเหรอที่จะมาที่นี่ อิงค์ไม่ใช่แบบพวกมันสักหน่อย รายนั้นน่ะเขาสายหวาน เน้นเข้าคาเฟ่แต่งตัวหวาน ๆ ถ่ายรูปอัปลงโซเช







