Masukคนแรกที่ผมรัก คือคนสุดท้ายที่ผมจะรัก! ไม่ว่าจะต้องทำวิธีไหน ผมก็จะทำ ขอแค่ได้เธอกลับคืนมา #ปืนง้อเมีย
Lihat lebih banyakCHAPTER 1
Puen’s part
“วู้วววว” ผมเปล่งเสียงออกมาอีกทั้งยังยกแขนขึ้นเต้น ส่ายสะโพกไปมาด้วยท่าทางกวน ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อน ๆ
“มึงเมามากแล้วนะไอ้ปืน” ไอ้มาร์ชเดินมากอดคอผมไว้แล้วออกแรงดึงให้มานั่งที่โซฟาตัวยาว
คืนนี้พวกเราพากันมาเลี้ยงฉลองที่ไอ้ไฟเพื่อนผมมันแข่งรถชนะ ไอ้นี่มันไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่ได้ดื่มมานาน คืนนี้เลยซัดไปเต็มที่
“เมาเละขนาดนี้ ระวังเมียไม่ให้เข้าห้องนะโว้ย” ไอ้กราฟปาถั่วใส่ผม ก็รู้ว่ามันเป็นห่วง แต่ไม่มีทางที่อิงค์จะไม่ให้ผมเข้าห้อง อิงค์รักผมจะตายเธอไม่มีทางปล่อยให้ผมไปนอนที่อื่นหรอก
ผมไหวไหล่ให้ไอ้กราฟแล้วกระดกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าปาก ค่อย ๆ ปล่อยให้ของเหลวมึนเมาไหลลงคอไปแบบช้า ๆ แล้วทำท่าจะลุกขึ้นเต้นต่อ แต่ดันถูกไอ้มาร์ชกดให้นั่งลงอย่างเดิม
“ถ้าเจออิงค์มาที่นี่คงจะสนุกดีพิลึก” นุ่นเพื่อนผู้หญิงของผมเอ่ยขึ้นมา ไอ้พวกสาว ๆ นี่มันชอบจินตนาการ
อิงค์แฟนผมน่ะเหรอที่จะมาที่นี่ อิงค์ไม่ใช่แบบพวกมันสักหน่อย รายนั้นน่ะเขาสายหวาน เน้นเข้าคาเฟ่แต่งตัวหวาน ๆ ถ่ายรูปอัปลงโซเชียล ของมึนเมาผับบาร์นี่ไม่เข้าเลย
“สงสารอิงค์ฉิบหายที่มีแฟนอย่างไอ้ปืน” กลอยเอ่ยขึ้นมา มันส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความระอา
จะสงสารอิงค์ทำไมก็ไม่รู้ต้องสงสารผมสิถึงจะถูก ผมน่ะแทบจะไม่ได้ไปไหน วัน ๆ อยู่แต่กับอิงค์ ถึงเวลาที่ผมปลดปล่อยบ้างจะเป็นไรไป
“พี่คะเพื่อนหนูให้มาขอไลน์พี่อะค่ะ” น้องคนสวยเดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มาให้
ผมยังไม่ทันจะรับโทรศัพท์เครื่องนั้นก็ถูกปัดให้ตกลงที่พื้นด้วยน้ำมือของอีกคนที่เพิ่งเดินเข้ามา ร่างบางหย่อนสะโพกนั่งลงบนตักของผม แขนเรียวขาวของเธอยกขึ้นกอดคอผมไว้ เธอแสยะยิ้มให้น้องคนนั้น
“อย่ามายุ่งกับผัวคนอื่น” เสียงเข้มจนดูน่ากลัว น้องคนนั้นจึงพยักหน้ารัว ๆ แล้วรีบเดินหนีไป
“มึงพูดแบบนั้นน้องเขาก็เข้าใจผิดคิดว่ามึงเป็นเมียกูอะดิ” ผมพูดกับคนบนตัก อีกฝ่ายกลอกตาไปมาแล้วสะบัดฝ่ามือเข้าที่กลางกบาลของผม
ดื่มเหล้าไปหลายแก้ว ยังไม่มึนเท่าถูกไอ้ฟองมันตบเลย คนที่นั่งตักผมเมื่อสักครู่นี้ก็คือฟองเพื่อนผมน่ะครับ มันเดินไปเข้าห้องน้ำกับมีน พอกลับมาก็เจอเหตุการณ์นี้เข้าพอดี
“กูจะไปฟ้องเมียมึงให้หมด” มีนเอ่ยขึ้นมาแล้วเดินไปนั่งข้างไอ้มาร์ชพี่ชายของมัน
“ฟ้องอะไรของมึง นี่กูยังไม่ทันได้ทำไรเลย” ผมเถียงไปแบบข้าง ๆ คู ๆ เมื่อกี้ถ้าไอ้ฟองไม่เข้ามาเสียก่อน ผมคงรับโทรศัพท์มากดไอดีไลน์ให้แล้ว ก็ไม่ได้คิดจะนอกใจอิงค์หรอก แค่ไม่อยากดูหยิ่งในสายตาสาว ๆ
“สะตอ! เมื่อกี้กูเห็นมึงจะให้ไอดีไลน์เขา” ฟองพูดขณะที่มันกำลังเลื่อนตัวลงจากตักของผม มันนั่งแทรกกลางระหว่างผมกับไอ้มาร์ช
“มึงมันหยาบคายไอ้ฟอง” ผมแทบจะสร่างเมาที่โดนไอ้ฟองทั้งตบทั้งด่า อิงค์เมียผมยังไม่ด่าผมแบบมันเลย
“โคตรเกลียดเลย ผู้ชายสันดานแบบนี้ ถ้ามีเมียแล้วรักเมียคนเดียวไม่ได้มึงก็อย่ามี” ฟองยังคงด่าผมต่อ
“กูรักอิงค์หรือเปล่า กูยังไม่รู้เลย”
“ฮะ! มึงพูดใหม่อีกทีซิ” ปลาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจ ทุกคนจ้องหน้าผมกันหมด พวกผู้ชายนี่ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่พวกสาว ๆ นี่มันจ้องเอาเป็นเอาตาย
“ไหนมึงบอกว่าคนนี้มึงจริงจัง” พี่ลมเอ่ยออกมาเสียงเรียบ แม่งดูเป็นวาระการประชุมเลยวุ้ย ผมไม่รู้จะตอบอะไรก็เลยหันไปดื่มเหล้าแม่งเลย
พวกเพื่อนผมก็มี ไอ้ไฟ ไอ้มาร์ช ไอ้กราฟ และไอ้ภีม พวกสาว ๆ ก็มี นุ่น ปลา กลอย ฟอง และมีน มีนนี่เป็นน้องสาวฝาแฝดของไอ้มาร์ช ส่วนพวกพี่ ๆ ก็มี พี่ลม พี่ดิน 2 คนนี้เป็นพี่ชายของไอ้ไฟ พี่ภูมิเป็นพี่ชายไอ้ภีม พี่เกมส์ก็พี่ชายไอ้กราฟ และสุดท้ายก็พี่เอ็กซ์ เจ้าของสถานบันเทิงแห่งนี้ พวกพี่ ๆ เป็นคนตั้งทีมวินโซนขึ้นมา พวกผมก็มาเข้าร่วมด้วย ส่วนพวกสาว ๆ น่ะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลย
“มึงไม่รักอิงค์เหรอ” ไอ้ภีมถามขึ้นมาหลังจากที่เงียบอยู่นาน
ผมส่ายหน้าเล็กน้อยให้เป็นคำตอบ ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ารักหรือเปล่า ที่รู้สึกกับอิงค์ก็มากกว่าคนอื่น แต่ไม่รู้ว่ามากพอจนเรียกว่าความรักไหม เราสองคนต่างกันมาก ๆ จนผมไม่ค่อยแน่ใจ
ผมขี้เกียจนั่งให้พวกมันจ้องด้วยสายตาแปลก ๆ แบบนั้น ก็เลยจะกลับก่อน แต่พอลุกขึ้นยืนก็ทรงตัวไม่ค่อยอยู่ โชคดีที่ไอ้ไฟมันเข้ามาประคองไว้ได้
“เดี๋ยวกูไปส่งมันเอง” ไอ้ไฟบอกกับพวกเพื่อน ๆ แล้วมันก็พาผมออกมาที่รถ
มันขับมาจอดที่คอนโดของอิงค์แล้วพาผมเดินไปตามทาง ผมยังมีสติ ยังบอกมันได้รู้เรื่องว่าอิงค์อยู่ห้องไหน ชั้นไหน เพียงแค่ผมเดินไม่ตรงทางต้องมีคนประคอง
ออด ออด
ไอ้ไฟมันให้ผมนั่งลงที่พื้นแล้วกดออดเรียกเจ้าของห้อง สักครู่หนึ่งบานประตูก็ถูกเปิดออก อิงค์มองมาที่ผมแล้วหันกลับไปมองที่ไอ้ไฟ
“ทำไมพี่ปืนเมามากขนาดนี้ล่ะคะ” นี่แหละอิงค์ พูดจาอ่อนหวาน ไพเราะเพราะพริ้งรื่นหูมาก ๆ
“ไม่รู้มันเหมือนกัน พี่กลับก่อนนะ” ไอ้ไฟมาส่งนี่ก็ดีเหมือนกัน มันไม่เผาผมให้อิงค์ฟัง มันเลือกที่จะเดินกลับไปเลย ถ้าเป็นเพื่อนคนอื่น ๆ ยิ่งโดยเฉพาะพวกสาว ๆ มันคงฟ้องอิงค์กันหมดแล้ว
“ไปค่ะพี่ปืน อิงค์พาเข้าห้อง” อิงค์ย่อตัวลงแล้วจับแขนผมให้กอดคอเธอไว้ แล้วเธอก็กอดเข้าที่เอวผม ประคองพาผมเดินเข้าไปถึงห้องนอน
ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง มองอิงค์ที่กำลังเดินไปเอาผ้าขนหนูและกะละมังใส่น้ำมาวางที่ข้างเตียง เธอจัดการเช็ดใบหน้าและลำคอให้ผม เพียงเท่านี้เปลือกตาของผมก็ปิดลง ผมไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอีก จนกระทั่งช่วงสายของอีกวันหนึ่ง
เช้าวันต่อมา “โชคดีนะคะพี่ปืน อิงค์ขอให้พี่ปืนเจอคนที่เหมาะสม คนที่เข้ากับพี่ปืนได้ทุกอย่างน้า” อิงค์เดินเข้ามาสวมกอดผมไว้หลวม ๆ เธอเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มให้เหมือนเดิม “เช่นกันนะอิงค์” ผมเองก็กอดอิงค์ไว้เหมือนกัน ใจหายโคตร ๆ รู้สึกไม่อยากจะปล่อยกอดออกเลย “พี่จะไปอยู่คอนโด ยังไม่อยากไปอยู่กับไอ้ไฟ รำคาญพวกมัน อิงค์จะไปเก็บเสื้อผ้าพร้อมกันเลยไหม” ผมพูดต่อ ผมว่าจะไปอยู่คอนโดสักพักแล้วค่อยไปอยู่กับพวกเพื่อน ๆ หากไปอยู่ตอนนี้เลยพวกมันต้องซักถามกันไม่หยุดแน่ ๆ “ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยววันไหนอิงค์ว่างอิงค์จะเข้าไปเก็บนะคะ คีย์การ์ดก็อยู่ที่นิตินั่นแหละค่ะ” “โอเค งั้นพี่ไปแล้วนะ” “ค่ะ” อิงค์ปล่อยกอดออกจากผม ผมเดินถอยหลังไปทางประตู หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ยิ่งอิงค์ยิ้มหวาน ๆ แล้วโบกมือลา ผมยิ่งรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงมากกว่าเดิม ผมหันไปเปิดประตูเดินออกจากห้องไป โบกมือลาอิงค์แล้วค่อยปิดประตูให้ ยืนมองประตูที่ปิดบังเราสองคนไม่ให้เห็นกันและกันอยู่สักพักใหญ่ ๆ ถึงได้เดินลงมาที่รถ นั่งเงียบ ๆ อยู่เพียงลำพัง แล้วค่อย
ออด ออด ผมยืนกดออดหน้าห้องแต่ก็ไร้วี่แววว่าเจ้าของห้องจะมาเปิด ผมเลยรวมของไว้ที่มือเดียวแล้วล้วงเอากระเป๋าสตางค์ออกมาเปิด หยิบคีย์การ์ดออกมาแตะที่ประตูแล้วเดินเข้าไปด้านในห้อง ภายในห้องเงียบเชียบ ไม่มีความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แสดงว่าอิงค์ไม่อยู่ แต่ก็เพื่อความแน่ใจ ผมจึงเดินหาเจ้าของห้อง แต่ไม่พบ ก็แปลว่าเธอไม่อยู่จริง ๆ ผมเอาโทรศัพท์มาต่อสายหาเธอ แต่ดังแค่สองสามที คนที่ผมโทรหาก็เปิดประตูเข้ามา “พี่ปืนนน” อิงค์เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงสดใส เธอเข้ามานั่งข้าง ๆ แล้วสวมกอดเอวผมเอาไว้ “ไปไหนมา” ผมกอดตอบแล้วถามเธอกลับไป “ไปเซอร์ไพรส์พี่ปืนมา แต่เจอเซอร์ไพรส์กลับ” อิงค์ตอบแบบยิ้ม ๆ ผิดกับผมที่ยิ้มไม่ออก เซอร์ไพรส์ผม? แบบนี้หมายความว่าอย่างไร? ผมกำลังจะอ้าปากถาม คนในอ้อมกอดก็ลุกหนีไปให้ความสนใจกับอาหารที่ผมซื้อเข้ามา “หูย มีขนมเค้กด้วยอ่า” อิงค์หยิบกล่องเค้กขึ้นมาโชว์ เธอยิ้มแฉ่งสดใสอย่างเดิม “อิงค์ไปเซอร์ไพรส์พี่ แต่เจอเซอร์ไพรส์กลับหมายความว่าไง” ผมอดไม่ได้ที่จะถาม แม้ว่าเธอจะแสดงท่
“มาไวจังวะ” ไอ้กราฟเอ่ยขึ้นมาเมื่อผมเดินเข้าไปหาพวกมันที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่ “มึงใช่ปะที่บอกอิงค์เรื่องเวลางานอะ” ผมชี้หน้าไอ้กราฟขณะที่กำลังถาม ตอนแรกเรานัดเวลากันแล้ว จะมาทักว่าผมมาไวคงไม่ใช่ ที่ทักแบบนี้น่าจะเพราะรู้เรื่องอิงค์ “กูไม่ได้บอกเลย” ไอ้กราฟตอบกลับมา แต่ผมไม่เชื่อมันหรอก ถ้ามันไม่ได้บอกแล้วใครจะบอก พวกเราเอารถแต่ละคันที่จะไปจอดโชว์ออกมาเตรียมพร้อมทั้ง 5 คัน รถที่ใช้เป็นรถสัญชาติญี่ปุ่น แต่งไว้สวยเลยทีเดียว ผมและเพื่อน ๆ ขับไปคนละคัน ส่วนพวกพี่ ๆ เขาไปเตรียมรถที่จะใช้ดริฟต์ พวกเขาไปที่อู่พี่เกมส์แล้วจะตามไปทีหลัง “ไง ให้นั่งด้วยได้เปล่า อยากนั่งตอนดริฟต์” ขณะที่ผมกำลังดูรถที่พี่เกมส์เพิ่งเอาเข้ามาจอด เสียงผู้หญิงก็ดังขึ้นมา ถึงจะฟังเธอพูดแค่ไม่กี่ครั้งก็จำเสียงได้ “ไม่กลัวจริงดิ” ผมถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา “ไม่กลัว ก็บอกแล้วว่าชอบอะไรแบบนี้” “งั้นก็เตรียมตัวเลย หวังว่าจะไม่กรี๊ดให้แสบแก้วหูนะ” ผมเงยหน้าขึ้นมองคนข้าง ๆ เธอกระตุกยิ้มแล้วยักคิ้วให้ ท่าทางคือแสบใช้ได้ “ไปยืนรอต
CHAPTER 3 เช้าวันนี้ผมเตรียมตัวที่จะออกมางานโชว์รถ งานจะเริ่มช่วง 15.00 น. แต่ก็ต้องไปกันก่อนอยู่แล้ว ผมกะจะไปที่เต็นท์รถของพี่ดินก่อนด้วย รวมกลุ่มกันไปกับเพื่อน ๆ ดีกว่า “พี่ปืนจะไปไหนเหรอคะ” อิงค์เดินออกจากห้องน้ำมา เห็นผมใส่เสื้อทีม เธอก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที “วันนี้ไปงานโชว์รถอะ” “อ้าว ไม่เห็นบอกอิงค์เลยว่าจะไปงาน” “พี่ต้องบอกอิงค์ทุกเรื่องเลยเหรอ” “ขอโทษค่ะ” อิงค์หน้าหงอยไปเลยที่ถูกผมดุ ผมก็แค่ดุกลบเกลื่อนไปงั้นแหละครับ เพราะที่จริงแล้วผมลืมบอกอิงค์ ตั้งใจจะบอกหลายครั้งแต่พอทำนั่นทำนี่ก็เลยลืมเรื่องนี้ไป “อิงค์จะไปไหนอะ” คราวนี้เป็นผมบ้างที่ต้องถาม เพราะเธอสวมชุดเดรสสีชมพูหวานแหวว ไม่ใช่ว่าจะอยู่ห้องแน่นอน “ไปคาเฟ่ค่ะ ตอนแรกอิงค์กะจะชวนพี่ปืนไป” “พี่ไม่ไปนะ พี่ไม่ว่าง” “ค่ะ รู้แล้วค่ะ เดี๋ยวอิงค์ไลน์ชวนเพื่อน” เธอส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ ก่อนจะก้มหน้าลงกดโทรศัพท์มือถือของตัวเอง “เดี๋ยวพี่ไปส่งก็แล้วกัน” “ค่ะ” เราสองคนแต่งตั