INICIAR SESIÓNพ่อแม่ทิ้งเธอไว้ที่บ้านเขาตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยความสงสาร นายหญิงของบ้านจึงรับเธอเป็นลูกสาวบุญธรรม จากนั้นมาเธอจึงกลายเป็นคนใช้ส่วนตัวของเขา
Ver más“ไหนคะ เด็กอยู่ไหน มีใครไปเตรียมเรือแล้วหรือยัง” เสียงนายหญิงเจ้าของบังกะโลถามขึ้นขณะสาวก้าวตรงเข้ามายังจุดที่คนงานยืนออกันอยู่
“ลุงน้อยกำลังไปค่ะคุณผู้หญิง เมื่อกี้ช้อยโทรบอกคนขับรถนอกเกาะให้เตรียมรถรอแล้วค่ะ”
“ตายแล้ว ทำไมตัวร้อนแบบนี้ เจอเด็กนานหรือยังคะ” น้ำเสียงนุ่มปนกังวลของผู้เป็นนายเอ่ยถามสาวใช้ เธอประคองร่างเล็กของเด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบไว้ในอ้อมแขน ทาบหลังมือลงบนแก้มป่องสีแดงและหน้าผากมนแล้วก็ร้อนใจ
“คนสวนบอกว่าเจอตั้งแต่เช้ามืดค่ะ เห็นนอนสลบอยู่ข้างถังขยะหน้าประตูใหญ่ก็เลยพาเข้ามาเพราะจำได้ว่าเป็นลูกคนงานในไซต์งานของเรา” สาวใช้คนสนิทรีบอธิบายด้วยท่าทีกังวล “ดูจากรอยยุงกัดแล้วน่าจะอยู่ที่นี่นานแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะหลายชั่วโมงหรือทั้งคืนค่ะ เพราะคนสวนมารดน้ำต้นไม้ก็ตีห้าสี่สิบ ช้อยเข้ามาเตรียมอาหารเช้าก็หกโมงครึ่ง”
“แล้วพ่อแม่เด็กล่ะคะติดต่อได้ไหม เมื่อวานถ้ามีคนอยู่บ้าน เด็กคงไม่ต้องมานอนตรงนี้”
“ไม่มีใครติดต่อได้เลยค่ะ เพื่อนคนงานด้วยกันบอกว่าสองสามวันก่อนได้ยินพ่อแม่เด็กพูดเรื่องหนี้จากที่ทำงานเก่า แล้วก็เรื่องเจ้าหนี้ที่เคยหนีมาตั้งแต่บ้านเก่าด้วยค่ะ หัวหน้างานเองก็บอกว่าวันก่อนขอเบิกค่าแรงล่วงหน้า แต่เพราะเคยเบิกไปก่อนแล้วยังทำงานใช้คืนไม่หมด เขากลัวจะหนีงานเลยไม่ให้เบิกอีก เท่าที่ช้อยให้พี่หมายไปถามเพื่อนคนงานด้วยกันก็รู้มาเท่านี้ค่ะ”
“ไม่ใช่ว่าพ่อแม่เด็กหนีหนี้ไปแล้วเหรอครับคุณผู้หญิง” หมาย สามีของช้อยพูดขึ้นบ้าง เขาทำงานเป็นผู้ช่วยหัวหน้าไซต์งานที่พ่อแม่เด็กทำอยู่
“ทิ้งลูกตัวเองเหรอคะ…” หัวใจคนลูกสามกระตุกวูบก่อนจะก้มลงมองเด็กน้อยในอ้อมแขน พลันนั้นเปลือกตาที่ปิดอยู่ก็ค่อย ๆ ปรือขึ้น พอได้ดื่มน้ำเย็น ๆ ที่สาวใช้ช่วยหยอดลงปากให้หนูน้อยก็ได้สติ
“อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยครับ เขาลือกันทั้งไซต์ว่าพ่อแม่เด็กหนีหนี้ไปเรื่อย พอมาอยู่ที่นี่คงเห็นว่าคุณผู้หญิงเอ็นดูเด็กคนนี้มากเลยทิ้งไว้ก็ได้นะครับ อย่างน้อยคงคิดว่าคุณผู้หญิงอาจจะส่งเด็กไปบ้านสงเคราะห์ดี ๆ สักแห่ง”
“เกี๊ยว! เด็กอยู่ไหน”
“พี่เจ้าทัพ ทางนี้ค่ะ เด็กเริ่มรู้สึกตัวแล้ว” เสียงสามีอันเป็นที่รักดังมาไกล ๆ พร้อมสาวก้าวเข้ามาด้วยความรีบร้อน หลังรับสายจากภรรยาเขาก็ต้องตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ร่างใหญ่รีบวางงานทุกอย่างแล้วสั่งคนขับเรือให้ตรงมาที่บังกะโล พอมาถึงก็เข้ามาอุ้มเด็กน้อยแล้วรีบวิ่งตรงไปยังเรือที่ติดเครื่องรออยู่ โดยมีภรรยากับสาวใช้คนสนิทวิ่งตามไปติด ๆ
คุณผู้หญิงบ้านนี้พอว่างจากงานต่าง ๆ จะตามสามีไปที่ไซต์ก่อสร้างซึ่งอยู่เกาะข้าง ๆ ที่นั่นมีคนงานที่มีลูกเล็กติดสอยห้อยตามมาด้วยหลายคน เธอมักซื้อขนมและของเล่นไปแจกเด็ก ๆ อยู่เสมอ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้รู้จักกับเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่ง ยิ่งไปเจอบ่อยก็ยิ่งถูกชะตา ยิ่งที่บ้านมีแต่ลูกชายก็ยิ่งอยากได้ลูกสาว
สองวันต่อมา…
เมื่อหาทางติดต่อพ่อแม่ของเด็กไม่ได้ ทั้งคู่จึงรับอุปการะเด็กไว้เอง โดยให้เด็กน้อยอาศัยอยู่ด้วยจนกว่าพ่อกับแม่จะมารับ หรือหากภายหน้าไม่มีใครมารับเด็กไปก็จะขอรับไว้เป็นลูกสาวอีกคน
“หนูน้องเข้ามาสิลูก มาทำความรู้จักกับพี่ ๆ เร็วเข้า” เสียงหวานปนอบอุ่นเรียกลูกสาวบุญธรรมพร้อมกวักมือเรียกคนที่ยืนก้มหน้ามองพื้นหลบอยู่หลังสาวใช้ให้เข้าไปหา
“มาลูก มาหาแม่สิจ๊ะ” ตอนนี้เด็กน้อยอาการดีขึ้นมากแล้วหลังจากนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล พอวันนี้หมอให้กลับบ้าน คนที่เพิ่งมีลูกสาวหมาด ๆ ก็เรียกลูกชายมารวมตัวกัน
“ไปสิคะคุณหนู ต่อไปนี้คุณหนูต้องอยู่ที่นี่นะคะ จากนี้ไปคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายคือพ่อกับแม่ของคุณหนูค่ะ ส่วนช้อยจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงของคุณหนู” สาวใช้คนสวยเอ่ยกับคนตัวเล็กก่อนจะเดินจูงมือน้อยเข้ามาหาเจ้านายสาวที่นั่งยิ้มอยู่บนโซฟา ข้างกายนั้นมีลูกชายฝาแฝดวัยแปดขวบทั้งสามนั่งมองคนมาใหม่อยู่
“น้องชื่อน้องเหรอครับแม่” หนึ่งในสามของลูกชายเอ่ยถามผู้เป็นแม่ด้วยความสนใจ
“ใช่จ้ะ” ผู้เป็นแม่ยิ้มรับก่อนจะแนะนำให้คนตัวเล็กที่เดินเข้ามารู้จักกับลูกชายตน “คนนี้พี่พระพายนะลูก เป็นพี่ชายคนโตจ้ะ” แนะนำแล้วก็ดึงเด็กหญิงตัวน้อยไปนั่งบนตัก
“ส่วนคนนั้นพี่พระเพลิง เป็นพี่ชายคนที่สอง” แม่แนะนำต่อพลางบุ้ยปากไปยังคนที่นั่งกอดลูกฟุตบอลอยู่บนโซฟา
“ไง” คนถูกแนะนำพยักหน้าให้สมาชิกใหม่ก่อนจะก้มลงสนใจลูกฟุตบอลของตัวเองต่อ “เพลิงไปเล่นได้แล้วใช่ไหมครับ” ถามจบแล้วก็รีบลุกออกไปโดยไม่รอฟังคำแม่
“ความจริงแล้วพี่พระเพลิงเขาใจดีนะ แต่พี่เขาไม่เคยมีน้องสาวเลยไม่รู้จะพูดยังไงกับหนู” แม่ก้มลงบอกคนบนตักก่อนจะหันไปแนะนำลูกชายอีกคนที่นั่งกอดอกทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ “ส่วนคนนี้พี่พยัคฆ์นะลูก”
“ยักเป็นลูกคนสุดท้อง ไม่มีน้องสักหน่อย” เสียงแจ๋วเอ่ยขึ้นทำผู้เป็นแม่รีบหันขวับ “อย่าเรียกฉันว่าพี่ ต่อไปนี้ให้เรียกคุณพยัคฆ์เหมือนพี่เลี้ยงกับคนงานคนอื่น”
“ตายัก!” แม่ตบโซฟาเสียงดังจนสาวน้อยสะดุ้งโหยง ส่วนคนโดนดุนั้นเดินออกไปโดยไม่ฟังอะไร คำพูดคำจากับท่าทีหยิ่งผยองเกินกว่าวัยของลูกชายคนเล็ก อีกทั้งยังเป็นคนไม่เอาเพื่อนฝูง ไม่ผูกมิตรกับใคร ทำผู้เป็นแม่เหนื่อยใจ
“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่พายจะเล่นกับน้องน้องเอง” ความร้อนที่กำลังสุมอกแม่ถูกลมเย็น ๆ พัดผ่านให้แผ่วลงสมกับชื่อพระพาย
“งั้นแม่ฝากพายดูแลน้องด้วยนะลูก น้องเป็นผู้หญิงต้องเล่นกับน้องเบา ๆ แล้วก็ไม่พูดคำหยาบกับน้อง ต้องคุยกันดี ๆ”
“ครับ”
“เก่งมากลูกชายของแม่” แม่เอ่ยชมพร้อมกดจูบลงบนกระหม่อมบางของลูกชายคนโต ก่อนจะมองลูกสาวคนใหม่กับลูกชายเดินออกไปพร้อมกัน
__________
>>> คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายบ้านนี้ (เกี๊ยว+เจ้าทัพ) มาจากเรื่องร้ายแลกรักนะคะ
“พ่อกับแม่เรียกน้องเหรอคะ” ฉันเดินไปนั่งโซฟาตรงข้ามพ่อกับแม่แล้วถามขึ้น“ใช่จ้ะ แม่กับพ่อมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับน้อง” แม่ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทว่าแววตาท่านกลับมีบางอย่างแฝงอยู่ คล้ายกับว่าลังเลที่จะพูด“เมื่อวานพ่อพาคนงานไปทำศาลาให้วัดแถวบ้านมาน่ะ แล้วก็ไปเจอกับหลวงพ่อรูปหนึ่ง” พ่อพูดราวกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดต่อดีไหม“พ่อกับแม่พูดมาเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรน้องจะค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ตัดสินใจ” ฉันส่งยิ้มให้พวกท่าน“พ่อไปเจอพ่อกับแม่ของน้องมาน่ะ พ่อแม่แท้ ๆ ของน้อง”“…” พ่อแม่แท้ ๆ ของฉันงั้นเหรอ? พอได้ยินแบบนี้ก็สับสน ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไง ต้องทำตัวแบบไหน แล้วถ้าเป็นแบบนี้ พ่อกับแม่จะส่งฉันกลับไปหรือเปล่า หลายอย่างในหัวตีกันไปหมด ทุกอย่างมันอื้ออึงจนคิดอะไรไม่ออกว่าต้องพูดอะไรเมื่อได้ฟังเรื่องนี้&ldqu
“เรา… เข้าใกล้กันให้มากกว่านี้ดีไหม” เสียงแหบเอ่ยถามขณะเคลื่อนใบหน้าขึ้นมาสบตากัน “ยักอยากเข้าใกล้น้องให้มากกว่านี้”“ค่ะ”“ขอบคุณครับ”ฉันหลับตาลงช้า ๆ เพื่อรับรสจูบละมุนที่ป้อนลงมา เรากลืนกินกันและกัน โอบกอดกันและกันเอาไว้อยู่เนิ่นนาน กระทั่งอิ่มเอมจากความหวานล้ำจึงผละออก มือใหญ่กระตุกแขนสองข้างให้ลุกนั่งตรงหน้าเขา เราสบตากันอีกครั้งก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออก เสื้อนอนตัวบางถูกคนตรงหน้าปลดกระดุมออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า ในขณะเดียวกันเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ก็ถูกฉันค่อย ๆ ถลกขึ้นทางศีรษะเขา และดึงมันออกมากองอยู่ข้างตัว วินาทีที่ท่อนบนของเราเปลือยเปล่าต่อหน้ากัน หัวใจฉันมันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง สายตาของเราทั้งคู่ต่างไล่มองกันตั้งแต่ลำคอ หัวไหล่ เนินเนื้อเปลือยเปล่า และไล่ลงต่ำเรื่อย ๆ มาจนถึงหน้าท้อง เมื่อดึงสายตากลับมาประสานกันอีกครั้ง ความร้อนมากมายก็แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า
ซ่าา!สายน้ำเย็นยามดึกไหลลงมากระทบผิวกายทำให้อาการมึนหัวหายไปและรู้สึกสบายตัวขึ้น วันนี้ฉันไม่ดื่มเยอะเพราะเข็ดจากวันนั้น วันที่อ้วกใส่รถคุณพยัคฆ์ ตอนนั่งที่โต๊ะเลยดื่มแค่พันซ์กับแอลกอฮอล์ที่สาคูส่งให้ครึ่งแก้ว ทำให้ไม่เมาเหมือนคนอื่นแต่มึนหัวนิดหน่อย พอได้อาบน้ำเย็น ๆ ก็กลับมาเป็นปกติ“ได้กลิ่นสบู่หอม ๆ แล้วสดชื่นดีแฮะ” ฉันเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จ พันผ้าเช็ดตัวรอบตัวแล้วเดินออกจากห้องน้ำ แต่พอจะแกะผ้าออกก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อใครบางคนเปิดประตูห้องฉันเข้ามาพอดี “คุณพยัคฆ์!”“…” คนที่ก้าวเข้ามาในห้องชะงักกึกทั้งยังมองมาที่ฉันราวกับว่าเขาเองก็ตกใจเหมือนกัน“เข้ามาทำไมคะ”“ส่งข้อความมาแล้วเธอไม่อ่านก็เลยโทรหา เห็นเธอไม่รับสายเลยเข้ามาดู” เขาตอบทั้งที่สายตายังจับจ้องมาที่ฉัน“น้องอาบน้ำอยู่ค่ะเลยไม่ได้ยินเสียงโทรศ
หนึ่งปีต่อมา…♪ ♬ ♫〜 “…แฮปปี้เบิร์ด เดย์ ทู ยู~” สิ้นเสียงเพลงฉันก็หลับตาลงอธิษฐานก่อนจะเป่าเทียนที่ปักอยู่บนเค้กวันเกิด ปีนี้ฉันอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์แล้ว ความจริงวันเกิดของฉันผ่านมาได้สองวันแล้ว แต่เรายุ่งกับเรื่องเรียนและกิจกรรมต่าง ๆ เลยทำให้ไม่มีเวลาฉลองกัน วันเกิดปีนี้ฉันเข้าผับได้พอดี สาคูกับสายน้ำอยากมาที่นี่นานแล้วเราเลยตกลงจัดงานวันเกิดฉันที่นี่ ส่วนแขกที่มาน่ะเหรอ… พี่บิ๊ก พี่มงคล พี่ซีน พี่พระพาย พี่พระเพลิง แล้วก็คุณพยัคฆ์“สาว ๆ ดื่มแค่พอไหวกันนะ อย่าฝืนดื่มเกินไป แล้วก็อย่าลุกออกจากโต๊ะไปไหนคนเดียวด้วย” พี่พระพายเอ่ยขึ้น“รับทราบค่ะท่านพ่อ” เราสามคนพูดขึ้นพร้อมกัน ทำให้โดนเคาะหัวไปคนละที“อย่ารับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มาเป็นแก้วเข้าใจไหม” คราวนี้พี่พระเพลิงพูดบ้าง“เข้าใจแล้วค่าา” เราสามคนรับคำพร





