Mag-log inCHAPTER 2
หลังจากวันนั้นที่อิงค์ยื่นข้อเสนอมาว่าให้ผมแยกไปอยู่ที่อื่น ผมไม่ได้รับข้อเสนอนั้น ในใจคิดอยากจะรับข้อเสนออยู่หรอกนะ แต่คิดว่าถ้าทำแบบนั้นจริง ๆ เราต้องทะเลาะกันหนักกว่าเดิมแน่ ๆ ผมคิดว่าอิงค์คงโกรธจนให้ไปอยู่ที่อื่น
เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ที่เราเงียบ ๆ ต่อกัน ถามว่ารู้สึกอย่างไรที่เป็นกันแบบนี้ ตอบได้แบบไม่ต้องคิดคือรู้สึกดีมาก ๆ ดีกว่าที่คุยกันแล้วต้องมาทะเลาะกันนั่นแหละ
ออกจากลิฟต์มาอิงค์ก็เดินไปที่รถของตัวเอง ผมก็ไปที่รถของตัวเอง มันก็ประหลาดดีเหมือนกันนะครับ เป็นแฟนกัน อยู่ห้องเดียวกัน แต่เราไม่ได้ไปไหนด้วยกัน แม้กระทั่งไปเรียนก็ยังไม่ได้ไปด้วยกัน
ผมให้รถของอิงค์ขับนำหน้าออกไปแล้วค่อยขับตาม เธอก็ขับช้าตามสไตล์เธอนั่นแหละ แต่ผมมันคันเท้าไง ทนไม่ไหวทุกวันอะ ต้องขับแซงอิงค์ทุกวันเลยจริง ๆ
LINE
PUEN : ถึงม. หรือยัง
ทักไปถามเพราะเห็นหายเงียบ หวังว่าอิงค์คงจะไม่ได้เหยียบแค่ 20-40 หรอกนะ ถึงได้ช้าขนาดนี้ ทุกทีอิงค์จะเข้ามาถึงช้ากว่าผมประมาณ 20-30 นาที แต่วันนี้เกือบ 45 นาทีแล้วเธอยังไม่ส่งไลน์มาบอกเลย
INK : ถึงแล้วค่า เดินไปกินข้าวมา เห็นร้านไอติมมาเปิดใหม่ มัวแต่ไปยืนดู ก็เลยส่งหาพี่ปืนช้าเลย
INK : ขอโทษนะคะ
PUEN : ทีหลังถึงแล้วช่วยรีบบอกหน่อยนะ เสียเวลาพี่มานั่งรอไลน์จากอิงค์
INK : อิงค์ไม่ได้ใช้ให้พี่ปืนรอนะคะ ^^
ผมกดอ่านแต่ไม่ตอบ เล่นย้อนผมมาแบบนี้จะให้ตอบอะไรล่ะครับ จากตอนแรกจะดุอิงค์นี่ถึงกับดุไม่ลง ไม่ใช่อะไรนะ กลัวจะถูกด่ากลับมาเสียเอง
“ส่งข้อความแบบมึง กูเป็นอิงค์กูด่ามึงหนักกว่านี้อีก” ฟองเดินเข้ามากอดคอผม ที่มันมากอดคอนี่คือมันมาเผือก! ผมนั่งมันยืน มันก็เลยเห็นข้อความในหน้าจอทั้งหมด
“ฮ่า ๆ นี่อิงค์ด่าไอ้ปืนเหรอ” นุ่นเดินตามเข้ามา มันได้ยินเข้าก็เลยถาม คราวนี้อีกสามสาว ก็พากันให้ความสนใจ
“เออ อิงค์บอกไอ้ปืนสาระแน” ฟองตอบกลับ
“มึงนั่นแหละสาระแน มาดูโทรศัพท์กูแล้วยังว่ากูอีก” ผมจับข้อมือไอ้ฟองมากัด มันจะได้ไปให้พ้น ๆ จากผมสักที
“อิงค์ด่าจริงดิ ไม่น่าเชื่อเลยอะ”
“ด่าห่าไร อิงค์น่ะเหรอจะพูดอย่างที่ไอ้ฟองมันพูด” ผมหันไปพูดกับมีน พวกนี้น่าจะรู้ว่าอิงค์พูดจาดีขนาดไหน
“มันก็ความหมายเดียวกันปะไอ้ปืน” ฟองเดินไปนั่งข้างไอ้ภีมแล้วถลึงตาใส่ผม ก่อนจะหันไปพูดกับมีน “ไอ้ปืนเขาเสือกว่าอิงค์ที่ไม่ได้ไลน์มาบอก มันบอกว่าเสียเวลามันต้องมารอไลน์ อิงค์ตอบกลับมาว่าไม่ได้ใช้ให้รอ”
“เออ อิงค์ก็หมายความว่ามึงสาระแนรอเองไงไอ้ปืน” ปลาหันมาพูดกับผม
“พวกมึงอย่ามารุมเพื่อนกู” ไอ้กราฟขยับมานิ่งชิดกับตัวผม
“ใช่ ไอ้ปืนมันดุอิงค์เพราะเป็นห่วง อิงค์จะมาว่าไอ้ปืนแบบนี้ได้ไง” ต่อด้วยไอ้มาร์ช
“ปกติถึงมอแล้วต้องบอกทุกวัน พอมาวันนี้ไม่ได้บอกจะไม่ให้ห่วงได้ไงวะ” ตามด้วยไอ้ภีม ไอ้ภีมมันแกล้งพูดใส่หน้าฟอง แล้วคนอย่างฟองอะ มีเหรอที่จะยอม มันฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าผากของไอ้ภีมทันที
“สัสฟอง ชาตินี้มึงไม่มีผัวแน่ คนอย่างมึงไม่มีใครเอาทำเมียแน่ ๆ” ไอ้ภีมมันจับหน้าผากตัวเองแล้วต่อว่าฟอง
“มึงมีความคิดเห็นยังไงบ้างไอ้ไฟ” กลอยหันไปถามไอ้ไฟ ไอ้นี่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลย มันสนใจแต่โทรศัพท์ของตัวเอง
“ไอติมสวยเนอะ กี่ปี ๆ ก็สวยเหมือนเดิม” มันพูดแล้วหันหน้าจอโทรศัพท์ให้พวกผมดู มันกำลังนั่งส่องเฟซไอติม คนในใจของมัน
“เฮ้อออ” พวกเราถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ไอ้ไฟก็เลยทำหน้างง
“อะไรวะ มึงไม่ได้ถามกูเรื่องรูปไอติมเหรอ” ไอ้ไฟถามกลอย คนถูกถามถึงกับหน้าเหวอไปเลย
“มึงไม่ได้รู้เรื่องที่พวกกูด่าไอ้ปืนเลยเหรอ” กลอยถามกลับไป ไอ้ไฟก็ส่ายหน้าเล็กน้อย
“กูไม่ได้สนใจอะ ทำไมวะมีไรกันเหรอ” ไอ้ไฟพูดต่อ พวกเราเลยพยักหน้าส่ง ๆ จบไปเถอะ เว้นไอ้ไฟไว้สักคนก็แล้วกัน
“ข้อความที่มึงส่งไปให้อิงค์มันไม่ได้แสดงออกว่ามึงเป็นห่วงอิงค์เลย มันดูว่ามึงกำลังต่อว่าอิงค์ แถมดูว่ามึงไม่ได้เต็มใจที่จะถาม” ฟองพูดนิ่ง ๆ คราวนี้มันดูจริงจัง
“กูขี้เกียจถาม แต่ก็ห่วงอะ” ผมยอมรับไปตามตรง ก็เป็นห่วง ถ้าอิงค์ส่งมาบอกแล้วก็หายห่วง แต่นี่เล่นไม่ส่งมา ผมก็ขี้เกียจที่จะต้องทักไป
“เลิกเถอะไอ้ปืน มึงไม่ได้รักน้องเขาหรอก แค่ทักไลน์ไปมึงยังขี้เกียจแบบนี้” นุ่นมองหน้าผมแล้วเอ่ยออกมา
“จริง พวกกูยังรู้สึกว่ามึงไม่ได้รักอิงค์ แล้วคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนมันจะไม่รู้สึกหรือไง” ปลาเองก็ดูจริงจัง พวกสาว ๆ นี่เวลามันจริงจังมันก็ดูน่ากลัวอย่างไรชอบกล
“เออ เห็นด้วย”
“มึงก็คิดแบบพวกกูเหรอไอ้ไฟ” ปลาหันหน้าไปถามไอ้ไฟ
“ฮะ!” ไอ้ไฟละสายตาขึ้นมาจากหน้าจอโทรศัพท์ มันมองหน้าปลาด้วยความงง
“ที่มึงบอกห็นด้วยเมื่อกี้คือ?”
“งานโชว์รถที่จะถึงนี่พี่ลมจะให้ดริฟต์โชว์ด้วย กูก็เห็นด้วยกับพี่ลม” ไอ้ไฟตอบกลับมา ปลาเบ้หน้าแล้วเกาท้ายทอยตัวเองแรง ๆ ไอ้มาร์ชและไอ้กราฟก็หัวเราะร่วน
“ไหนพี่ลม” กลอยมองซ้ายมองขวา มองหาพี่ลม
“นี่ไง กำลังแชตในไลน์กลุ่มวินโซน”
“คุยในแชตแล้วมึงออกเสียงเพื่อ?” มีนเอ่ยออกมา
“ก็เผลอตัวอะ มึงไม่เคยเผลอเหรอ”
“มึงเผลอได้ตรงจังหวะมาก” ฟองกลอกตาไปมา
“มึงนั่งเงียบ ๆ ไปเลย ไม่ต้องพูดเชี่ยไรละ” นุ่นพูดกับไอ้ไฟ
“กูไม่นั่งอะ ได้เวลาขึ้นเรียนละ” ไอ้ไฟพูดจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินลิ่วเข้าตึกไป
“มันคิดจะรอใครบ้างเปล่าวะ” ไอ้มาร์ชมองตามแผ่นหลังของไอ้ไฟ มันบ่นเบา ๆ แล้วรีบลุกตามไป
“รอกูด้วย” ไอ้กราฟก็รีบวิ่งตามไป
“เอาไงล่ะมึง” ไอ้ภีมหันมาถามผม
“ไปดิ จะนั่งให้พวกนี้ด่าต่อทำไม” ผมตอบกลับไอ้ภีมแล้วรีบพากันขึ้นห้องเรียน ขืนนั่งอยู่ต่อได้ถูกไอ้พวกสาว ๆ รุมด่าแน่ ๆ
วันนี้ผมมาที่สนามดริฟต์รถ ที่นี่เปิดสอน เปิดให้ฝึกซ้อม และเปิดให้แข่ง พวกพี่ ๆ และเพื่อน ๆ ก็มากันครบแล้ว ทักทายกันนิดหน่อย ผมก็มาที่รถที่พี่เกมส์เตรียมไว้ให้ พริตตี้เดินถือร่มเข้ามาหา หน้าตาคุ้น ๆ แต่ก็นึกไม่ออก “วันซ้อมนี่มีพริตตี้ด้วยเหรอ” ผมหันไปถามพี่เกมส์ “เออ เจ้าของสนามคงเงินเหลือมั้ง ฮ่า ๆ” พี่เกมส์พูดแบบติดตลก พริตตี้คนนั้นเดินเข้ามายืนข้าง ๆ กางร่มให้ อีกทั้งยังเปิดประตูให้ผมอีกด้วย “มองเหมือนจำไม่ได้” เธอเอ่ยออกมา ผมนี่ยิ่งงงหนักกว่าเดิม “อีฟไง ที่เจอในผับ” เธอพูดต่อ คราวนี้ผมถึงได้นึกออก พยักหน้าตอบรับว่านึกออกแล้ว อีฟก็จัดการปิดประตูให้ ผมขับรถออกมายังจุดที่จะดริฟต์ ฝึกจังหวะการเข้าโค้งให้เป๊ะ จะได้ดริฟต์ออกมาได้สวยงามและคล่องตัว ผมซ้อมอยู่ราว ๆ 2 ชั่วโมง จังหวะเป๊ะหมดแล้ว คิดว่าในวันจริงก็คงไม่มีปัญหาอะไร ทำก็ใช่ว่าจะได้เงิน แค่โชว์เท่กันเฉย ๆ ทีมจะได้ดังมากขึ้น ระหว่างที่ซ้อมโทรศัพท์ผมก็ดังเป็นระยะก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าใครโทรมาหา นอกจากอิงค์ก็คงไม่มีใครแล้วแหละ ผมก็เลยไม่ได้สนใจปล่อยให้ดั
ในระหว่างที่เรียนผมแทบจะไม่ได้สนใจสิ่งที่อาจารย์สอน แอบกดโทรศัพท์ดูตลอดว่าอิงค์มีส่งข้อความมาบ้างหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีเลย ผมนึกว่าเธอจะส่งมาต่อว่าที่ผมอ่านแล้วไม่ตอบ ปกติเธอจะชอบบ่นเรื่องนี้ ไม่สิ เธอบ่นผมทุกเรื่องอะ หรืออิงค์ไม่ได้รักผมแล้ว? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร ถ้าเธอไม่รักแล้วเราจะได้เลิกกันไปให้มันจบ ๆ ไม่ต้องคาราคาซัง ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบห่างเหินอย่างนี้ ในตอนเย็นกลับมาถึงคอนโด อิงค์มาถึงก่อนแล้ว เธอกำลังทำอาหารอยู่ที่โซนครัว กลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาเลย ผมไปยืนอยู่ข้าง ๆ อิงค์แล้วมองแกงจืดในหม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ “หอมใช่ไหมล่ะ” อิงค์หันหน้ามาถามผมแบบยิ้ม ๆ เธอใช้ทัพพีคน ๆ แล้วค่อยตักชิ้นหัวไชเท้าขึ้นมา “ดูน่ากินปะ อิงค์ตั้งใจทำมาก ๆ” อิงค์ถามต่อ เธอหั่นชิ้นหัวไชเท้าไม่หนาแต่ก็ไม่บางเฉียบ ตัดแต่งตรงมุมให้เหมือนกากบาท “หอมมากและก็น่ากินมากกก แต่ทำเพื่อไรอะ เดี๋ยวก็ต้องลงท้องอยู่แล้ว ประดิดประดอยเพื่อ?” ผมโอบเอวอิงค์ไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้ผมแบบเจื่อน ๆ
CHAPTER 2 หลังจากวันนั้นที่อิงค์ยื่นข้อเสนอมาว่าให้ผมแยกไปอยู่ที่อื่น ผมไม่ได้รับข้อเสนอนั้น ในใจคิดอยากจะรับข้อเสนออยู่หรอกนะ แต่คิดว่าถ้าทำแบบนั้นจริง ๆ เราต้องทะเลาะกันหนักกว่าเดิมแน่ ๆ ผมคิดว่าอิงค์คงโกรธจนให้ไปอยู่ที่อื่น เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ที่เราเงียบ ๆ ต่อกัน ถามว่ารู้สึกอย่างไรที่เป็นกันแบบนี้ ตอบได้แบบไม่ต้องคิดคือรู้สึกดีมาก ๆ ดีกว่าที่คุยกันแล้วต้องมาทะเลาะกันนั่นแหละ ออกจากลิฟต์มาอิงค์ก็เดินไปที่รถของตัวเอง ผมก็ไปที่รถของตัวเอง มันก็ประหลาดดีเหมือนกันนะครับ เป็นแฟนกัน อยู่ห้องเดียวกัน แต่เราไม่ได้ไปไหนด้วยกัน แม้กระทั่งไปเรียนก็ยังไม่ได้ไปด้วยกัน ผมให้รถของอิงค์ขับนำหน้าออกไปแล้วค่อยขับตาม เธอก็ขับช้าตามสไตล์เธอนั่นแหละ แต่ผมมันคันเท้าไง ทนไม่ไหวทุกวันอะ ต้องขับแซงอิงค์ทุกวันเลยจริง ๆLINEPUEN : ถึงม. หรือยัง ทักไปถามเพราะเห็นหายเงียบ หวังว่าอิงค์คงจะไม่ได้เหยียบแค่ 20-40 หรอกนะ ถึงได้ช้าขนาดนี้ ทุกทีอิงค์จะเข้ามาถึงช้ากว่าผมประมาณ 20-30 นาที แต่วันนี้เกือบ 45 นาทีแล้วเธอยังไม่ส่งไลน์มาบอกเลยINK : ถึงแล้วค่า
“อย่างอนอะไรไร้สาระได้ปะ วันนี้วันครบรอบนิจะมาบึ้งตึงกันทำไม” “อะ ๆ ก็ได้ค่ะ นี่อิงค์เห็นว่าพี่ปืนง้อหรอกนะ อิงค์หายงอนก็ได้” อิงค์หย่อนสะโพกนั่งลงที่เดิม ผมมองหน้าอิงค์นิ่ง ๆ ฟังดูก็รู้ว่าประชด คำพูดของผมแบบนั้นเรียกว่าง้อได้จริง ๆ เหรอ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อยากต่อว่าอิงค์ที่มาประชดผม ผมก็รู้ตัวว่าผมผิด ก็เลยเอื้อมมือไปคว้ามืออิงค์มาจับไว้ “พี่ขอโทษนะอิงค์” ผมเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ไม่ได้แข็งดุดันแบบเมื่อสักครู่ เธอก็พยักหน้ารับ “เดี๋ยวพี่ไปสั่งมาให้ใหม่นะ แต่พี่ขอนึกก่อนว่าอิงค์ชอบกินเค้กอะไร” ผมพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แต่ก็นึกจริง ๆ นั่นแหละครับ ก็มันจำไม่ได้นี่หว่า “อิงค์บอกดีกว่านะคะ เค้กน่ะอิงค์ชอบกินหมดเลยเว้นกาแฟ กาแฟที่เป็นเครื่องดื่มอิงค์ก็ไม่ดื่มเพราะอิงค์ดื่มแล้วมึนหัว” เออว่ะ ผมจำได้นะว่าอิงค์ไม่ดื่มกาแฟ แต่เสือกสั่งเค้กกาแฟมาให้อิงค์ ผมเลยเขกหัวตัวเองเบา ๆ ที่สั่งอะไรบ้า ๆ แบบนี้ ผมลุกเดินเข้าไปในห้องกระจกแล้วเลือกเป็นครัวซองต์แฮมชีสมาให้อิงค์ เธอไม่ค่อยได้กินข้าวเดี๋ยวจะหิวเสียก่อน และเพิ่ม
“อิงค์จะไปไหนอะ” ผมลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าอิงค์กำลังแต่งตัวอยู่ เธอสวมชุดเดรสแขนกุดสีเหลืองพาสเทลลายดอกไม้เล็ก ๆ “คาเฟ่ค่า อิงค์เห็นในเฟซเขาแชร์กันเพียบเลยค่ะ มีคาเฟ่เปิดใหม่แบบวิวทุ่งนาแถว ๆ นครนายก พี่ปืนพาอิงค์ไปหน่อยนะคะ” ไปคาเฟ่! สภาพผมตอนนี้นี่น่าไปคาเฟ่จริง ๆ เหรอ? “พาไปหน่อยนะ” อิงค์ขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วกอดแขนผมเอาไว้ ส่งสายตาออดอ้อนมาให้ เอาวะ ไปก็ไป กลางคืนกินเหล้าเข้าผับ เช้ามากินนมเข้าคาเฟ่ ลำไส้ของผมมันจะงงหรือเปล่า แต่ก็ช่างมันเถอะ ถ้าขืนไม่พาแฟนไปคงต้องงอนผมอีกแน่ ๆ ผมลูบแก้มอิงค์เบา ๆ แล้วคลี่ยิ้มให้บาง ๆ ก่อนจะลงจากเตียง ลากสังขารเข้าไปอาบน้ำ “พี่ปืนใส่เสื้อตัวนี้นะคะ” อิงค์ส่งเสื้อเชิ้ตผู้ชายมาให้ ไม่รู้ไปแอบซื้อมาตอนไหน “ไม่เอาอะ พี่พาไปคาเฟ่นะไม่ได้ไปหาเสียงเลือกตั้ง” ผมเดินผ่านหน้าอิงค์ไปที่ตู้เสื้อผ้า ทั้งตู้ก็มีแต่สีขาว สีดำ สีน้ำเงิน สีประจำชีวิต ไอ้พวกเพื่อนผมก็มีแต่สีแบบนี้กันทั้งนั้น สีเหลืองพาสเทลลายดอกแบบที่อิงค์จะให้ใส่นั่นอะ ผมไม่มีทางใส่แน่ ๆ “งั้นเสื้อตัวนี
CHAPTER 1Puen’s part “วู้วววว” ผมเปล่งเสียงออกมาอีกทั้งยังยกแขนขึ้นเต้น ส่ายสะโพกไปมาด้วยท่าทางกวน ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อน ๆ “มึงเมามากแล้วนะไอ้ปืน” ไอ้มาร์ชเดินมากอดคอผมไว้แล้วออกแรงดึงให้มานั่งที่โซฟาตัวยาว คืนนี้พวกเราพากันมาเลี้ยงฉลองที่ไอ้ไฟเพื่อนผมมันแข่งรถชนะ ไอ้นี่มันไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่ได้ดื่มมานาน คืนนี้เลยซัดไปเต็มที่ “เมาเละขนาดนี้ ระวังเมียไม่ให้เข้าห้องนะโว้ย” ไอ้กราฟปาถั่วใส่ผม ก็รู้ว่ามันเป็นห่วง แต่ไม่มีทางที่อิงค์จะไม่ให้ผมเข้าห้อง อิงค์รักผมจะตายเธอไม่มีทางปล่อยให้ผมไปนอนที่อื่นหรอก ผมไหวไหล่ให้ไอ้กราฟแล้วกระดกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าปาก ค่อย ๆ ปล่อยให้ของเหลวมึนเมาไหลลงคอไปแบบช้า ๆ แล้วทำท่าจะลุกขึ้นเต้นต่อ แต่ดันถูกไอ้มาร์ชกดให้นั่งลงอย่างเดิม “ถ้าเจออิงค์มาที่นี่คงจะสนุกดีพิลึก” นุ่นเพื่อนผู้หญิงของผมเอ่ยขึ้นมา ไอ้พวกสาว ๆ นี่มันชอบจินตนาการ อิงค์แฟนผมน่ะเหรอที่จะมาที่นี่ อิงค์ไม่ใช่แบบพวกมันสักหน่อย รายนั้นน่ะเขาสายหวาน เน้นเข้าคาเฟ่แต่งตัวหวาน ๆ ถ่ายรูปอัปลงโซเช







