INICIAR SESIÓNพัชชา Talk
ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่ย่ำแย่ของพัชชาอีกวัน ตั้งแต่พี่ชายเธอโทรมาตอนเช้า สติของเธอก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกเลย จนต้องนัดเพื่อนสาวอย่าง ขวัญ ขวัญลดา ออกมานั่งคุยเพื่อระบายความอัดอั้น “เห้อ อีกแล้วเหรอพาย” ยังไม่ทันจะได้เริ่มเล่าอะไร เมื่อเห็นหน้าเพื่อนรัก ขวัญลดาก็ต้องลอบถอนหายใจออกมา แล้วถามในสิ่งที่เธอต้องถามมาตลอด “อือ” พัชชาตอบรับสั้น ๆ ด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างปิดไม่มิด “ครั้งนี้เท่าไหร่ล่ะ” เพราะขวัญลดารู้ดีว่าคงไม่ใช่เรื่องอื่น นอกจากเรื่องเงิน “ยังไม่รู้เลย บอกว่าตื่นแล้วจะติดต่อฉันมาอีกที ตอนนี้ที่เมกา ก็น่าจะตี 5 กว่าได้” “แล้วแกจะทำยังไง แกจะหาเงินให้พี่พุกแบบนี้ไปตลอดเลยเหรอพาย” ขวัญลดามองเพื่อนด้วยสายตาเห็นใจ เธอรู้ดีว่าพัชชาต้องแบกรับภาระเรื่องพี่ชายคนเดียวมากแค่ไหน ทั้งที่คนเป็นพี่ชายโตกว่าน้องสาวตั้งสามปี แต่กลับคิดไม่ได้เลยสักครั้ง “ทำยังไงได้ล่ะ ก็ฉันกับพี่พุก เรามีกันอยู่แค่สองคน ถ้าฉันไม่ช่วยแล้วใครจะช่วย” ตั้งแต่ที่แม่เธอเสียไป ครอบครัวของเธอก็แหลกสลายทันที พ่อที่ไม่เอาไหนอยู่แล้วก็แต่งงานมีภรรยาใหม่ จากครอบครัวที่เคยร่ำรวยเพราะธุระกิจของแม่ ก็เกิดล้มละลายและจนลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนนั้นเธออายุ 17 ปี ส่วนพี่ชายอายุ 20 ปี จากคนที่เคยมีทุกอย่าง กลายเป็นพังทลายไม่มีอะไรเลย ขนาดร้านเบเกอรี่ของแม่เธอ แม่เลี้ยงอย่างน้าศศิ ยังฮุบไปเป็นของตัวเอง โดยที่พ่อเธอไม่คัดค้านอะไรด้วย หุ้นที่ให้มาก็น้อยนิด ทั้งเธอยังไม่ได้เงินเดือนเลยตลอดหนึ่งปีที่ทำงานมา ไม่เคยได้รับความช่วยเหลืออะไรเลย แม้แต่ยืมเงินยังคิดดอกมหาโหด จนเป็นว่าเธอกับพี่ชาย เหมือนมีกันอยู่แค่สองคนจริง ๆ “ฉันเห็นใจแกนะ แต่ถ้ามันมากไป แกก็ควรพิจารณาตัวเองด้วยนะพาย ว่าแกไหวได้แค่ไหน ถ้าพี่ชายแกไปทำเรื่องที่ใหญ่มาก ๆ ไว้ แกจะคอยช่วยเหลือเขาได้แบบนี้ตลอดไปไหม” ขวัญลดาเตือนสติเพื่อนรัก แม้จะเป็นคำพูดที่ฟังดูรุนแรง แต่เธอก็อยากให้พัชชาได้คิดบ้าง เพราะพัชชาทุ่มเทให้พี่ชายมากเกินไป ในขณะที่เขาก็เอาแต่ก่อเรื่องไม่จบไม่สิ้น “ฉันก็คิดว่าฉันจะช่วยเหลือครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ฉันยังไม่มีชีวิตของตัวเองเลย ถึงเวลาที่ฉันต้องคิดได้จริง ๆ” พัชชาได้แต่ภาวนาว่า เงินก้อนสุดท้ายที่เธอมีอยู่และส่งให้พี่ชายไปใช้ชีวิตที่อเมริกา จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นและไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีก แค่นี้แหละที่เธอต้องการ แม้ว่าตอนนี้ตัวเองจะไม่เหลือเงินไว้ใช้เลยก็ตาม เธอก็ยังคงขอพรและภาวนาให้เขาแบบนั้น Rrr Rrr Rrr และในตอนนั้นเอง พี่ชายของเธอก็โทรเข้ามาพอดี จากที่คุยกันเมื่อเช้า เขาดูร้อนรนและเหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยากพูดมากกว่าแค่เรื่องเงิน นั่นทำให้พัชชาคิดไม่ตกจนไม่มีสมาธิทำงานมาทั้งวัน (พสุ : พาย ๆ แกต้องช่วยพี่นะพาย) ทันทีที่น้องสาวรับสาย เสียงปลายสายก็โพล่งออกมาอย่างร้อนรน “พี่พุก นี่มันเรื่องอะไร มีอะไรอีก” พัชชาถามกลับด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินเสียงพี่ชายหอบเหนื่อยเหมือนกำลังหนีอะไรอยู่ (พสุ : มีคนจะจัดการพี่พาย พวกมันจะฆ่าพี่ มีแต่แกคนเดียวที่จะช่วยพี่ได้ นะพาย) พสุยังคงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว “อะ...อะไรนะ” พัชชาก็ลุกขึ้น แล้วรีบเดินออกไปคุยนอกร้านที่เธอนั่งอยู่ อย่างคนที่ตกใจ “พาย” ขวัญลดาที่เห็นสีหน้าเพื่อนก็ตกใจไม่ต่างกัน เธอตั้งท่าจะถามแต่พัชชารีบเดินออกไปก่อน คนกลางอย่างเธอจึงได้แต่นั่งรอเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้เหมือนทุกครั้ง (พสุ : อย่าพึ่งถามอะไรมาก ถ้าแกยังไม่อยากให้พี่ตาย นะพายนะ พี่ยังไม่อยากตายตอนนี้ แกต้องช่วยพี่เถอะนะพาย ถ้าแกช่วยพี่อีกรอบนี้ พี่สัญญาพี่จะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี พี่จะไม่เป็นแบบเดิมอีกแล้ว) พสุพูดเสียงสั่น เขายังจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้แม่น บอดี้การ์ดพวกนั้นรุมกระทืบเขาจนปางตายและทิ้งให้นอนสลบอยู่หลังตึก ยังดีที่โทรศัพท์ยังอยู่กับตัว เขาจึงโทรขอความช่วยเหลือจากน้องสาวได้ “ช่วย! ช่วยอะไรอีก” จากที่รู้สึกตกใจ ตอนนี้น้ำตาก็เริ่มไหลออกมาด้วยความขื่นขม สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องเงินเหมือนเดิม (พสุ : เงิน แกช่วยหาเงินมาให้พี่หน่อยนะ พี่ก็เดือดร้อนมากจริง ๆ พาย) ปลายสายยังคงพูดวกไปวนมาอย่างคนเสียขวัญ “ไม่มี” พัชชาพูดต่ออย่างไร้เยื่อใย เขาไม่เคยถามสารทุกข์สุกดิบของเธอเลยสักนิด ในใจมีความต้องการเพียงอย่างเดียวคือเรื่องเงิน (พสุ : พาย! แกอยากเห็นพี่ตายหรือไง ตอนนี้พี่อยู่อเมริกานะไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย ถ้าพี่ตายไป...) “แล้วจะตายตอนไหน” พัชชาถามขึ้นอย่างเหลืออด เธอต้องรับผิดชอบชีวิตเขาไปจนถึงเมื่อไหร่ แล้วชีวิตของเธอล่ะ... ตอนที่แม่เธอยังอยู่ เธอใช้ชีวิตได้ดุจดั่งเจ้าหญิง มีแต่ความสดใสมาตลอด กับพี่ชายก็รักกันดีมาก เขาเป็นพี่ชายที่น่ารัก และรักน้องสาวอย่างเธอมาก แต่ก่อนเขาทั้งเรียนเก่งและมีหัวคิดด้านธุรกิจ ทุกอย่างในชีวิตเธอเรียกได้ว่าเพอร์เฟคทุกอย่าง จนกระทั่งแม่เธอไม่อยู่แล้วเท่านั้นแหละ ทุกอย่างก็สะเปะสะปะและกลายเป็นแบบนี้ (พสุ : พาย! นี่แกกล้าพูดกับพี่แบบนี้เลยเหรอ แกไม่รักพี่แล้วหรือยังไง เรามีกันแค่สองพี่น้องนะแกอย่าลืม) เมื่อนึกถึงจุดอ่อนของน้องสาวได้ คนที่หลังชนฝาอย่างเขาก็เลือกที่จะพูดจี้ใจดำเพื่อให้ตัวเองรอด “ก็เพราะไม่ลืมไง ชีวิตฉันถึงได้บัดซบแบบนี้ พี่มันเหมือนพ่อไม่มีผิดเลย เห็นแก่ตัว ต้องการแค่ความต้องการของตัวเอง ไม่เคยนึกถึงจิตใจคนอื่น” เมื่อนึกไปถึง ตอนที่แม่เธอป่วย แล้วพ่อเธอไม่ดูแล จะเอาแต่เงินที่เก็บไว้รักษาตัวของแม่ไปใช้ถลุงก่อน โดยไม่สนใจคู่ชีวิต ที่นอนป่วยใกล้จะตายเลยแม้แต่น้อย จนต้องพูดพร้อมกับกั้นน้ำตาไว้ ที่ชีวิตต้องบัดซบอย่างทุกวันนี้ ก็เพราะพ่อกับพี่ชายเธอเนี่ยแหละ เขาสองคนเหมือนกันไม่มีผิด (พสุ : พาย ฮึก ๆ พี่ก็เสียใจไม่ต่างจากแก พี่พลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็สมควรที่แกอยากด่าพี่ แต่ครั้งนี้แกต้องช่วยพี่นะ มีแค่แกคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยพี่ได้ ตอนนี้พี่ ติดหนี้มาเฟีย พวกมันจะฆ่าพี่ นะพายนะ ช่วยพี่เถอะ ฮึก ๆ) “เท่าไหร่!” สุดท้ายพัชชาก็ต้องกัดฟันถามออกไปเบา ๆ เพราะเธอไม่อยากสะอื้นให้เขาได้ยิน (พสุ : สะ...สิบสามล้าน) พสุกัดฟันพูดเสียงเบา เขารู้ว่ามันเป็นจำนวนมหาศาลสำหรับฐานะครอบครัวตอนนี้ แต่เขาเองก็ยังไม่อยากตาย “13 ล้าน! พี่บ้าไปแล้วหรือไง เงินมากมายขนาดนั้นฉันจะไปเอาจากที่ไหนมาให้” พัชชาตะคอกกลับเสียงดัง น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มด้วยความโมโห ตอนนี้แค่ล้านเดียวเธอยังไม่มีปัญญาจะหามาให้เขาได้เลย (พสุ : นะ พาย พี่รู้ว่ายอดเงินนี้มันเยอะ แต่แกช่วยหาได้ไหม ทำยังไงก็ได้ ให้ส่งเงินมาให้พี่ได้ทันใน 7 วันนี้ พี่จะไปใช้หนี้พวกมัน พี่จะได้ปลอดภัย) “พี่จะบ้าหรือไง! พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า 13 ล้านนะ ไม่ใช่ 13 บาท ฉันจะไปหาจากที่ไหนได้” (พสุ : พี่ขอโทษ พี่คิดว่าวิธีนี้จะหาเงินได้เยอะ แล้วพี่ก็จะได้กลับไปอยู่กับแกไง เราจะได้กลับมาสบายได้เหมือนเดิมสักที แต่ก็...) “พี่หยุดพูดเถอะฉันขอร้อง สิ่งที่พี่พูดออกมาไม่มีอะไรทำได้เลยซักอย่าง คนอย่างพี่ควรตายไปก็ดีนะ สร้างแต่ปัญหา ชีวิตฉันต้องมาเป็นแบบนี้ก็เพราะมีพี่ชายแบบพี่ไง เงินเก็บที่มีตลอดชีวิตฉัน ฉันก็ให้พี่ไปหมดแล้ว เอาอะไรอีกวะ!” พัชชาร้องไห้จนตัวสั่น ไม่คิดเลยว่าพี่ชายจะคิดไม่ได้ขนาดนี้ (พสุ : ตอนนี้แกจะด่าจะว่าพี่ยังไงก็ได้ แต่พี่จำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ นะพาย เรามีกันอยู่แค่สองคน แกคงไม่อยากให้พี่ตายจริง ๆ หรอกใช่ไหม...) พสุยังพูดไม่ทันจบ ปลายสายก็ตัดไปเสียก่อน “พี่พุก! พี่พุก!” เมื่อเห็นว่าสายหลุดไป พัชชายิ่งเครียดหนักกว่าเดิม แม้จะโกรธแต่เธอก็ยังเป็นห่วงพี่ชายมาก เมื่อโทรกลับไปเขากลับปิดเครื่องหนีไปแล้ว เธอพยายามติดต่อซ้ำแต่ก็ไร้ผล พัชชาที่คิดอะไรไม่ออกจึงได้แต่ร้องไห้แล้วเดินกลับเข้าไปในร้านเพื่อปรับทุกข์กับขวัญลดา “พาย แกเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” ขวัญลดาที่เห็นพัชชาร้องไห้โฮรีบพุ่งเข้าไปกอดเพื่อนรักและพามานั่งที่โต๊ะทันที “ฮึก ๆ ไอ้พี่พุกมันก่อเรื่องอีกแล้ว” ตอนนี้ในหัวเธอก้องอยู่แค่คำว่าต้องหาเงิน 13 ล้าน ไปให้เขาใช้หนี้ แต่นั่นแหละเธอจะไปหาจากที่ไหน “แกใจเย็น ๆ ก่อนนะ เรื่องอะไรค่อย ๆ เล่าให้ฉันฟัง” “พี่พุกติดหนี้” “อีกแล้วเหรอ” “ฮึก ๆ” พัชชาพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าให้เพื่อนรัก “เท่าไหร่” “สะ...สิบสามล้าน!” “สิบสามล้าน!” ขวัญลดาอุทานเสียงหลง เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพื่อนรักถึงร้องไห้หนักขนาดนี้ “ฉันจะทำยังไงดีขวัญ ฉันจะไปเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้เขา ฮึก ๆ” “...” ขวัญลดาได้แต่โอบกอดเพื่อนด้วยความเห็นใจ เพราะเธอเองก็ฐานะไม่ได้ดี พ่อแม่เสียชีวิตไปหมด เหลือเพียงตายายที่อยู่ต่างจังหวัด คอยทำสวนผลไม้เลี้ยงชีพ รายได้แค่พอกินพอใช้เท่านั้น เรื่องที่จะช่วยเหลือเรื่องเงินมหาศาลขนาดนี้จึงเป็นไปไม่ได้เลย “ฮึก ๆ” พัชชาได้แต่สะอื้นไห้ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เพราะรู้ดีว่าปัญหาครั้งนี้ช่างมืดมนเหลือเกิน“แม่แค่จะคุยกับพายนิดหน่อยเท่านั้นเอง”“คุยเรื่องอะไรครับแม่ ถ้าแม่จะพูดจาไม่ดีใส่พายอีก เชิญแม่ออกไปจากบ้านพวกเราเดี๋ยวนี้เลย!” เอเดนตวาดเสียงดังลั่น“อะ...เอเดน” คนเป็นแม่ก็ถึงกับน้ำตาซึม เพราะรู้ดีว่าเรื่องในอดีต เธอก็ทำรุนแรงเกินไปจริง ๆ“เชิญครับแม่ ตอนนี้พายกำลังท้องอยู่ ผมไม่อยากให้ภรรยาต้องเครียดจนส่งผลเสียต่อลูกในท้อง”“ท้อง?”“...”“กะ...กี่เดือนแล้ว”“3 เดือนแล้วครับ เพิ่งไปตรวจมาอาทิตย์ที่แล้ว”“แล้วทำไมไม่บอกแม่ นี่มันเรื่องใหญ่ของตระกูลเราเลยนะ” คนเป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกชาย ด้วยความน้อยใจจนเสียงสั่น“ขอโทษค่ะ พายยังไม่ให้บอกเอง คิดว่าซัก 5 เดือนค่อยบอก”“ไม่ได้ เธอควรรีบบอกตั้งนานแล้ว แล้วนี่เป็นยังไงบ้างแพ้ท้องหรือเปล่า”“ค่ะ คลื่นไส้บ่อย ๆ ช่วงนี้พายเหนื่อยมาก ทานอะไรไม่ค่อยได้ ง่วงนอนตลอดเวลา”“เห็นไหมครับแม่ ถ้าแม่รู้แบบนี้แล้วผมต้องขอโทษด้วย ที่ต้องเชิญให้แม่กลับไปก่อน”“เอเดน! นี่แกถึงขั้นจะผลักไสไล่ส่งแม่เลยเหรอ”“แม่ครับ ผมไม่อยากพูดจาไม่ดีกับแม่เลย แต่ถ้าแม่ยังตั้งท่าจะหาเรื่องพาย ผมก็จำเป็นต้องทำแบบนี้”“แกคงเห็นว่าแม่เป็นนางยักษ์นางมาร คอยแต่จะรังแกเมียแกสินะ”“คร
หลังจากท่องเที่ยว และจัดการภารกิจจนเสร็จสิ้นเกือบทั้งหมด สองสามีภรรยาที่นอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงกว้าง ก็เริ่มบทสนทนาท่ามกลางความเงียบสงบ“ได้คุยกับคุณเซย่าแล้ว พายรู้สึกดีมากเลยค่ะ พายดีใจนะคะ ที่พี่เอเดนเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้”“คงเป็นเพราะตั้งแต่ได้รู้จักกับพาย พี่ก็เลยกลายเป็นคนใจเย็นขึ้นละมั้ง และปล่อยวางทุกอย่างได้มากกว่าเดิม” เอเดนตอบพลางนึกย้อนไปถึงตัวเองในอดีต หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงจัดการทุกคนที่ทรยศอย่างเด็ดขาดไปแล้ว ทว่าตอนนี้เขากลับสามารถอโหสิกรรมให้เซย่าและคาลอส ได้อย่างสนิทใจจนน่าประหลาดใจแม้แต่เคน ลูกน้องคนสนิทที่หักหลังเขาได้อย่างเลือดเย็น ด้วยการขโมยความลับไปมอบให้คู่แข่ง จนธุรกิจเกือบพังทลาย เคราะห์ดีที่เขาไหวตัวทัน ทว่าแทนที่จะปลิดชีพมันเหมือนคนอื่น ๆ ที่เคยทรยศ เขากลับเลือกที่จะปล่อยมันไป เพียงเพราะนึกถึงใบหน้าของพัชชา ที่คอยเตือนสติเขาอยู่เสมอ ความรักที่มีต่อเธอทำให้เขา ไม่อยากทำเรื่องรุนแรงเช่นนั้นอีก“พายดีใจจริงๆ ค่ะ พายภูมิใจในตัวพี่เอเดนที่สุดเลย”“ก็เพราะพี่รักพายไงครับ พี่ถึงอยากเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อพายกับลูก”“ค่ะ พายก็รักพี่เอเดน” หญิงสาวกระชับอ้อมกอดแน่น
ณ ลาสเวกัสหลังจากเสร็จสิ้นพิธีวิวาห์อันแสนหวาน ช่วงเวลาแห่งการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ก็เริ่มต้นขึ้นลาสเวกัสคือจุดหมายปลายทางที่พัชชาปรารถนาจะกลับมา เพราะที่แห่งนี้เปี่ยมไปด้วยความทรงจำมากมาย ที่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจยามที่เธอมองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เคยตกระกำลำบาก จนกระทั่งได้เรียนรู้จักความรัก และต้องหอบหิ้วหยาดเลือดเนื้อเชื้อไขในท้อง ออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง มันคือบททดสอบอันหนักหน่วงที่สุดสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งแต่ในวันนี้เธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นชีวิตรักใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ทุกวันของเธออบอวลไปด้วยความสุข จนแทบไม่อยากจะแยกห่างจากชายคนรัก แม้เพียงวินาทีเดียวทางด้านเอเดนเอง ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างกัน นับตั้งแต่พรากจากเธอไป หัวใจของเขาก็แห้งเหือดไร้ซึ่งความสุข จนกระทั่งได้เธอกลับคืนมาเติมเต็ม คำว่าครอบครัวให้สมบูรณ์อีกครั้ง เขาจึงได้สัมผัสถึงความสุขที่แท้จริงที่โหยหามาตลอด 5 ปีร่างสูงโน้มตัวลงสวมกอดภรรยาสาว ที่ตีตราจองตามกฎหมายอย่างทะนุถนอม ขณะที่เธอกำลังยืนเหม่อลอย ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง“คิดอะไรอยู่”“เปล่าค่ะ พายแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยนิดหน่อย ไม่สำคัญหรอกค่ะ” ทว่าแ
ภายในห้องรับรองบรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบขรึม เมื่อสมาชิกตระกูลเคอร์เลซมาอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งคุณหญิงพิมพาและคุณแดเนียล ที่เพิ่งเดินทางมาถึง ต่างจ้องมองเด็กชายตัวน้อยตรงหน้า สลับกับใบหน้าของลูกชายคนโต ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามขวัญลดาได้แต่ลอบมองหน้าอาเดม ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ เธอเองก็คาดไม่ถึงว่าพรหมลิขิตจะเล่นตลกให้เรื่องราวบังเอิญได้ถึงเพียงนี้เอเดนกับพัชชารวมถึงวิกเตอร์ ที่นั่งอยู่ข้างกันพัชชาพยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับพิมพา เพราะลึก ๆ ในใจเธอยังคงเจ็บปวดกับคำดูถูกเหยียดหยาม ที่เคยได้รับมาโดยตลอด“นี่มันเรื่องอะไรกัน ช่วยอธิบายให้แด๊ดฟังที” แดเนียล ประมุขของบ้านเอ่ยถามขึ้นเป็นคนแรก“นี่พาย ภรรยาของผมครับแด๊ด” เอเดนแนะนำหญิงสาวข้างกาย“สวัสดีค่ะ” พัชชายกมือไหว้ด้วยความสุภาพ“ส่วนนี่ก็ลูกชายผมครับ ชื่อวิกเตอร์ หลานชายของแด๊ด” เอเดนแนะนำลูกชายให้พ่อรู้จัก โดยที่เขายังคงทำตัวมึนตึงและเมินเฉยต่อผู้เป็นแม่“...” คุณหญิงพิมพาได้แต่อึ้งจนพูดไม่ออก เธอไม่นึกเลยว่า เด็กชายที่เธอรู้สึกถูกชะตาและเอ็นดูตั้งแต่แรกเห็น จะกลายเป็นหลานชายแท้ ๆ เลือดเนื้อเชื่อไขของตัวเอง“หลานปู่เหรอ
ด้วยความที่ไม่เคยต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เมื่อก้าวออกมาพบกับฝูงชนจำนวนมาก วิกเตอร์ก็เริ่มมีอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่เล็กกวาดมองไปรอบตัว ด้วยความสับสนเพราะมองไปทางไหนก็ไม่พบใบหน้าที่คุ้นเคย ไม่เห็นทั้งพ่อ แม่ หรือแม้แต่แม่ขวัญ เด็กน้อยที่ไม่เคยชินกับสังคมเช่นนี้ จึงหยุดชะงักอยู่กับที่ ไม่กล้าก้าวเดินต่อแม้แต่ก้าวเดียว“วิกเตอร์” พัชชาอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นลูกชายยืนนิ่งหน้าเสียอยู่บนเวที“พาย ลูกเราเป็นอะไรหรือเปล่า” เอเดนรีบถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง“น่าจะไม่ชินค่ะ วันนี้คนเยอะมากจริง ๆ ขวัญบอกว่าตอนซ้อมมีแค่เด็ก ๆ กับคนดูแล พอมาเจอสถานการณ์จริงแบบนี้ แกคงตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก”“เราไปพาลูกกลับตอนนี้เลยดีไหมพาย พี่สงสารลูก” คนเป็นพ่อมองดูหยาดน้ำตา ที่จวนจะหยดของลูกชายด้วยความเวทนา“รออีกสักนิดเถอะค่ะ วิกเตอร์ยังไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ถือเป็นโอกาสให้แกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในเมื่ออุตส่าห์พาแกมาอยู่ตรงนี้แล้ว ลองให้แกได้สู้อีกหน่อยนะคะ”“ก็ได้ แต่ถ้าลูกดูอึดอัดมากกว่านี้ พี่จะพาลูกกลับทันที” เอเดนยอมผ่อนปรน แต่ก็ยังกำมือภรรยาไว้แน่นด้วยความกังวล“ขวัญ หลานคุณเป็
คู่รักที่เพิ่งกลับมาปรับความเข้าใจกัน ตอนนี้อบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทั้งคู่ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เริ่มจากการอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกชายตัวน้อย เพื่อเตรียมตัวไปส่งที่โรงเรียนวิกเตอร์ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของคำว่าครอบครัว ที่มีทั้งพ่อและแม่พร้อมหน้าเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ มิหนำซ้ำวันนี้ยังมีพ่อไปส่งถึงหน้าโรงเรียนด้วยตัวเอง ไม่มีอะไรที่จะน่าดีใจไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับเด็กชายเมื่อส่งลูกเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปส่งขนมตามออเดอร์ที่ค้างไว้ โดยมีเอเดนคอยตามติดไม่ห่าง เพราะเขาตั้งใจ จะให้เธอแจ้งแก่ลูกค้าทุกคน ว่าจะเลิกทำขนมขายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป“ส่งขนมเสร็จแล้วเข้าไปที่โรงแรมกับพี่นะ”“บ้า พูดอะไรแบบนั้นคะ” พัชชาหน้าแดงซ่านเมื่อเห็นเขาพูดจาสองแง่สองง่าม ต่อหน้าลูกน้อง“คิดอะไรลามก พี่เป็นเจ้าของโรงแรมนะลืมไปแล้วหรือไง”“ก็ใครจะไปรู้ล่ะเล่นพูดมาแบบนี้”“หึ แต่พี่ก็ให้คนเปิดห้องสูทส่วนตัว เตรียมไว้แล้วนะ เผื่อว่าเราสองคนอยากจะพักผ่อนกันเป็นการส่วนตัว”“บ้า” หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพื่อซ่อนความเขินอายที่ปิดไม่มิดขนมที่เธอมาส่งในวั







