LOGINณ กาสิโน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เข้ามา” “นายครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” เคนก็รีบมารายงานอย่างคนที่ร้อนรน เพราะวันนี้มีหลายเหตุการณ์เข้ามามากมาย จนเขาไม่รู้ว่าจะรายงานเรื่องไหนก่อนดี “ไอ้พสุมันหนีไปแล้วครับนาย” “มันหนีไปได้ยังไง” จากคนที่อารมณ์ดีอยู่ ก็เข้มขึมขึ้นมาจนน่ากลัว สายตาคมจ้องลูกน้องคนสนิทเขม็ง จนเคนได้แต่ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตา “เอ่อ...มันกับพวกอีกสองคน ผมคิดว่าน่าจะเป็นคนของคุณคาลอสที่แฝงตัวมา ขโมยข้อมูลรายชื่อบริษัทของลูกค้า ที่อยู่ในแฟ้มไป พร้อมกับเงินที่รอเข้าเซฟในกาสิโนไปอีก 5 แสนดอลล่าร์ ครับนาย” เคนข่มใจรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับความรู้สึกผิด เพราะคิดว่าสาเหตุก็อาจจะเกิดมาจากตัวเขาเองด้วย เพราะไม่ได้จับพิรุจไอ้คนที่มาขนเงินให้ดี จนมารู้ทีหลังว่าเป็นตัวปลอม ยอมรับว่าพลาด เพราะพวกมันก็วางแผนกันมาดีมาก “ไอ้เหี้ย! มึงว่าอะไรนะ” เอเดนก็ทุบโต๊ะเสียงดัง ปัง! แล้วตะคอกขึ้นเต็มเสียง “คะ...ครับนาย พวกมันเอาเงินหนีไปแล้ว ส่วนข้อมูลลูกค้ามีคนมารับไปอีกทีครับ และผมก็คาดว่า ไอ้พสุมันก็คงจะกำลังหาทางกลับเมืองไทยไปเร็ว ๆ นี้ แต่ผมก็ให้คนไปเฝ้า ไว้ที่สนามบินแล้วนะครับ” เคนรีบรายงาน เรื่องที่ตัวเองรู้และจัดการไปแล้ว เพื่อความผิดครั้งนี้จะได้เบาลง “ไอ้เหี้ย! พวกมึงมันไม่ได้เรื่อง คนอื่นก็ไม่ได้เรื่อง พวกมันมีกันแค่นั้น ทำให้มันก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง” ด้วยที่เขาบริหารกาสิโนมาเป็น 10 ปี ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์นี้สักที ความปลอดภัยแน่นหนาทุกอย่าง แต่ครั้งนี้เพราะอดีตคนในอย่างไอ้พสุ แบบนี้มันล้วงคองูเห่าชัด ๆ มีหรือคนอย่างเขาจะปล่อยพวกมันไป “ไอ้หมาลอบกัด!” “ผมขอโทษครับนาย เป็นความผิดของผมเอง” เคนรีบก้มหน้ารับความผิด “เหี้ยเอ้ย ประมาท!” “ต้องขอโทษจริง ๆ ครับนาย ตอนนี้ผมเก็บหลักฐานไว้หมดแล้วครับนาย แล้วก็คงเป็นอย่างที่ผมสงสัยไป” “ไอ้คาลอส!” คาลอส ลาเวล มาเฟียหนุ่ม วัย 32 ปี อดีตเพื่อนรักที่ผันตัวไปเป็นศัตรู จากเพื่อนรักสู่คู่แข่ง มันกับเขาเคยร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน แต่เมื่อกำลังจะไปได้ดี มันกลับวางแผนฮุบกิจการนั้นไปอย่างหน้าด้าน ๆ ทำให้มันกับเขาหมดสิ้นความเป็นเพื่อนกัน จนแทบจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ เมื่อเจอกันต้องมีเรื่องทุกที “มึงไปสืบประวัติของไอ้พสุ กับไอ้สองคนนั้นมาให้ละเอียด” “ไอ้สองคนนั้นต้องขอเวลาก่อนครับนาย เหมือนว่าจะเป็นคนต่างด้าว เข้ามาแบบไม่ถูกกฎหมาย แต่ผมจะรีบหามาให้เร็วที่สุด ส่วนของไอ้พสุได้ประวัติมันมาแล้วครับ” ติ่ง! พูดจบเคนก็ส่งประวัติของพสุอย่างละเอียด กับภาพในกล้องวงจรปิด เข้าอีเมลให้เอเดนทันที เอเดนรีบเปิดเช็คกล้องวงจรปิด ที่ไอ้พวกนั้นมันแอบเข้าไปขโมยเงินสด มันไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนเงินที่โดนขโมย แล้วทำให้เขาโมโหขนาดนี้ แต่สิ่งที่โกรธมาก คือพวกมันกล้าเข้ามาล้วงคองูเห่าเอาข้อมูลลูกค้าไป มันเลยทำให้เขายอมไม่ได้ ยังไงก็ต้องลากตัวพวกมันสามคน มารับผิดชอบเรื่องนี้ พร้อมกับรับแรงกระทืบจากเขาให้ได้ เมื่อดูกล้องวงจรปิดหมดแล้ว ก็ละความสนใจ แล้วหันไปเปิดดูประวัติของไอ้พสุ พร้อมกับขมวดคิ้ว อย่างคนที่ใช้ความคิด ‘พสุ สุพัฒน์ธาดา’ ‘มีน้องสาวหนึ่งคน พัชชา สุพัฒน์ธาดา’ ‘พ่อแม่ตายหมดแล้ว เหลือแต่น้องสาวคนเดียว’ เขาได้แต่พึมพำ หลังจากดูจากประวัติก็แทบไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ก็แค่คนที่เคยรวย แล้วบ้านก็ล้มละลาย จนกลายมาเป็นสภาพแบบนี้ แต่ก็ต้องสดุดตากับรูปหญิงสาวแสนหวาน ในชุดนักศึกษา เธอคือน้องสาวของไอ้คนเลว “มึงส่งคนไปเอาตัว น้องสาวไอ้พสุมา” “ครับ?” เคนก็ถึงกับมองหน้าเจ้านายอย่างไม่เข้าใจ เพราะปกติแล้วไม่ใช่วิสัยของเอเดนที่จะทำแบบนี้ เขาไม่ใช่คนที่จะไปข่มขู่ใคร “กูให้เวลาไม่เกินสัปดาห์นี้ ทุกอย่างต้องเรียบร้อย ถ้าพาตัวมาไม่ได้ กูจะกระทืบพวกมึงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทุกคน” “อ่า ครับ ๆ นายครับ” เคนก็ตอบรับ ก่อนจะรีบออกจากห้องเจ้านายไป เพราะกลัวจะโดนกระทืบจริง ๆ “...” มาเฟียหนุ่ม เปิดเมลอ่านประวัติของพสุอีกครั้ง น้องสาวมันอายุ 22 ก็ไม่ถือว่าเป็นเด็กแล้ว เขาต้องรอดูอีกที ว่าจะทำยังไงกับเธอคนนี้ได้บ้าง คิดแล้วก็คงเป็นตัวล่อไอ้พสุได้ดีเลย ถ้ามันไม่รักน้องสาวคนเดียวของมัน ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว กับไอ้ผีพนันแถมยังขี้ขโมยคนนี้ พัชชา Talk ช่วงสามวันมานี้ คนที่เอาแต่เครียดเรื่องพี่ชาย ก็ยิ่งทำงานได้ไม่เต็มที่ เธออบขนมเสียไปเป็นถาดแล้ว ดีนะที่วันนี้ศศิไม่อยู่ ถ้าอย่างนั้นคงโดนบ่นหูชา พร้อมกับจะตัดเงินที่อยู่ภายในหุ้นของเธอออกด้วย แค่นึกถึงก็รู้สึกแย่แล้ว เรื่องเงินกำหนดเวลาเหลืออีก 4 วัน คนอย่างเธอก็ยังไม่มีทางออกให้เรื่องนี้เลย จะไปหาเงินทางไหนล่ะเยอะขนาดนั้น เอาทุกอย่างไปขายรวมกันตอนนี้ ยังได้แค่หลักแสนเลย Rrr Rrr Rrr สิ้นสุดความคิดในตอนนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ซึ่งก็เป็นเบอร์ที่โทรมาจากอเมริกาไม่ผิดแน่ แล้วเมื่อเป็นแบบนั้นพัชชาก็รีบเดินไปเข้าห้องน้ำ เพื่อที่จะได้รับสายได้สดวก “พี่พุก...” (พสุ : พาย พี่มีเงินแล้วนะ แกไม่ต้องหาแล้ว) “อะไรนะ! แล้วพี่ไปเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะตั้งแยะขนาดนั้น” เพราะรู้ว่าเวลาแค่ไม่กี่วันเอง จะหาเงินมาจากที่ไหนล่ะเยอะขนาดนั้นได้ (พสุ : เถอะน่า พี่บอกแกแค่นี้แหละ แล้วพี่อยากให้แกระวังตัวด้วย ระวังทุกคนที่เข้ามา ชีวิตแกตอนนี้ตกอยู่ในอันตราย) เพราะเขาก็รู้ดีว่าคนอย่างเอเดน มันไม่ปล่อยเขาไว้แน่ และคนฉลาดอย่างพวกมัน คงรู้ประวัติทุกอย่างเขาหมดแล้ว แต่เขาก็เห็นแก่ตัวเกินไป จึงเลือกที่จะทำวิธีนี้เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด “นี่พี่หมายความว่ายังไง” (พสุ : ไม่ต้องถามมาก เดี๋ยวพี่จะรีบกลับไปหา แล้วเราค่อยเจอกัน แกระวังตัวด้วยนะพาย ชีวิตแกกำลังตกอยู่ในอันตราย ห้ามไว้ใจใครเด็ดขาด) “พี่พุก! พี่อย่าพูดจาแปลกแบบนี้ได้ไหม เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ พี่เอาเงินมาจากไหน และเอาไปใช้เจ้าหนี้แล้วใช่ไหม” เพราะจากที่เขาพูดมา ก็รู้สึกได้ว่าหายนะบางอย่างก็กำลังจะมาเยือนเธอเหมือนกัน พี่ชายเธอเป็นคนที่ไม่ได้ปกติสุขขนาดนั้น และเธอเองก็รู้จักเขาดีกว่าใคร (พสุ : เอาเป็นว่า ถ้าพี่กลับถึงเมืองไทยแล้วเราค่อยคุยกันนะพาย) พสุเริ่มพูดอย่างคนใจเย็น เพราะเขาไม่ได้คิดที่จะใช้หนี้ ยิ่งมีทางที่จะได้เงินเพิ่มมาอีก เขาก็เลือกวิธีนั้น และตั้งใจจะฮุบเงินที่เหลือหนี เพื่อเอาชีวิตรอดต่อไป “แล้วพี่จะกลับมาวันไหน” (พสุ : พี่กำลังพยายามอยู่ แกจะติดต่อพี่ไม่ได้นะ เดี๋ยวพี่จะเป็นคนติดต่อแกไปเอง แกต้องใช้ LINE นี้ห้ามเปลี่ยนไปไหน) “อะไรของพี่!” ยิ่งเป็นแบบนี้คนเป็นน้องสาวก็ยิ่งใจไม่ดี (พสุ : เออ ๆ แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ติดต่อไปเอง อย่าพยายามติดต่อมาหาพี่ แกต้องระวังตัวดี ๆ นะ) “พี่พุก!” ติ่ด! “พี่พุก!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ ปลายสายก็วางสายไปซะแล้ว จนเธอที่เป็นน้องสาวรู้สึกสับสน แค่นี้เธอก็รู้แล้วว่าชีวิตตัวเองตอนนี้ ต้องตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ ดั่งที่พี่ชายบอก ขนาดทุกวันนี้เธอยังย่ำแย่ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามีเรื่องอะไรอีก จิตใจที่เข้มแข็งของเธอจะเป็นยังไง 3 วันต่อมา หลังจากที่ได้คุยกับพี่ชายเธอวันนั้น ผ่านมา 3 วันแล้ว เขาก็ยังไม่ติดต่อมา ก็ทำให้เธอรู้สึกโล่งอกและหนักใจในเวลาเดียวกันด้วย ถึงแม้จะไม่ได้หาเงิน 13 ล้านให้เขาแล้ว เพราะแค่คิดอยากจะขายบ้านที่อยู่ ก็แทบจะร้องไห้ออกมาอย่างคนที่กล้ำกลืน ที่ซุกหัวนอนก็เกือบจะไม่มีเพราะพี่ชาย ซึ่งบ้านไม่เก่าไม่ใหม่หลังนี้ ที่ได้มีที่ซุกหัวนอน ก็เป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียว ที่พ่อเธอยังทิ้งไว้ให้ แถมยังโอนเป็นชื่อเธออีก เพราะก็คงรู้ถึงอนาคตนั่นแหละ ว่าถ้าเป็นพสุคนอย่างเขา มีหวังได้ขายไปใช้อย่างอื่นตั้งแต่เพิ่งเข้ามาอยู่ ถึงแม้จะสบายใจเรื่องเงิน 13 ล้านบาทแล้ว แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ว่าเขาไปเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ ก็คงไม่ใช่เรื่องดีอะไร แถมยังบอกให้เธอระวังตัวอีก แค่นี้ชีวิตก็ย่ำแย่พอแล้ว อย่าให้เธอต้องรับอะไรอีกเลย ได้แต่ภาวนากับพระเจ้าไปแบบนั้น กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง หลังจากเลิกงานมายังไม่ทันได้ทำอะไรเลย เสียงกดกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น นั่นก็คงไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะวันนี้เธอมีนัดกับขวัญลดาไว้ แต่ก็แปลกใจที่เพื่อนรักมาก่อนเวลาเร็วขนาดนี้ แต่เมื่อออกไปเปิดประตูก็ต้องตกใจ เพราะเห็นเป็นผู้ชาย 3-4 คน ที่มายืนอยู่กันเต็มหน้าบ้าน “อะ...ไร พวกคุณมาทำไม มีธุระอะไร” เธอที่รู้สึกถึงความผิดปกติแล้ว ก็ทำทีเป็นถามอย่างใจดีสู้เสือ “ก็ธุระเรื่องพี่ชายเธอไง ไอ้พสุมันติดหนี้เจ้านายของฉัน” “หนี้?” “ก็เออนะสิ!” “...” ความกลัวแผ่ซ่านไปทั่ว เมื่อรู้ว่าอันตรายคือเรื่องนี้ “เจ้านายฉันเลยอยากจะคุยด้วย” “มะ...ไม่นะ ฉันไม่เกี่ยว ไปคุยกับเขาเองเถอะ ฉันไม่รู้เรื่องจริง ๆ” แล้วเธอก็กำลังจะปิดประตูบ้าน เพื่อจะได้วิ่งเข้าบ้านตอนนี้เลย เพราะรู้สึกกลัวมาก “หึ ไม่เกี่ยว ถุย!” “จริง ๆ นะคะ ฉันกับเขาไม่ได้ติดต่อกันเลย เขาอยู่ที่ไหนฉันยังไม่รู้เลย” เธอก็พยายามพูดปฏิเสธ “ก็ใช่ไง! ก็เพราะไม่มีใครติดต่อมันได้นี่ไง ถึงได้มาตามหามันกับเธอ อย่าพูดมาก รีบไปเก็บของ” “กะ...เก็บของ...” “ก็เออหนะสิ อย่าโอ้เอ้นะมึง!” หนึ่งในสี่คนนั้นก็พูดจาในเชิงข่มขู่ “ไม่ค่ะ ฉันไม่รู้เรื่อง แล้วฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น” เมื่อพูดจบเธอก็กำลังจะรีบวิ่งเข้าบ้านไป แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะโดนจับตัวไว้ก่อน ทั้งผู้ชายอีกคนก็เอาปืนขึ้นมาจี้เอวเธอเพื่อจะข่มขู่ “ถ้าไม่อยากไปเก็บของไปดี ๆ มึงก็เตรียมตัวสลบไปเลย ไปดูศพพี่ชายมึงด้วย” ไม่ใช่แค่ขู่ เพราะพวกเขาจะทำจริง ๆ “ป่ะ...ไปไหน” เธอที่โดนปิดปากอยู่ ก็พยายามถามขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน จนน่าสงสาร ทำให้ทั้ง 4 คนนั้นแทบไม่กล้ามอง แต่ทำยังไงได้ล่ะพวกเขา ก็ทำตามหน้าที่เหมือนกัน “อเมริกา” คนที่ปิดปากเธออยู่ก็ค่อย ๆ ปล่อย “อเมริกา!”“แม่แค่จะคุยกับพายนิดหน่อยเท่านั้นเอง”“คุยเรื่องอะไรครับแม่ ถ้าแม่จะพูดจาไม่ดีใส่พายอีก เชิญแม่ออกไปจากบ้านพวกเราเดี๋ยวนี้เลย!” เอเดนตวาดเสียงดังลั่น“อะ...เอเดน” คนเป็นแม่ก็ถึงกับน้ำตาซึม เพราะรู้ดีว่าเรื่องในอดีต เธอก็ทำรุนแรงเกินไปจริง ๆ“เชิญครับแม่ ตอนนี้พายกำลังท้องอยู่ ผมไม่อยากให้ภรรยาต้องเครียดจนส่งผลเสียต่อลูกในท้อง”“ท้อง?”“...”“กะ...กี่เดือนแล้ว”“3 เดือนแล้วครับ เพิ่งไปตรวจมาอาทิตย์ที่แล้ว”“แล้วทำไมไม่บอกแม่ นี่มันเรื่องใหญ่ของตระกูลเราเลยนะ” คนเป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกชาย ด้วยความน้อยใจจนเสียงสั่น“ขอโทษค่ะ พายยังไม่ให้บอกเอง คิดว่าซัก 5 เดือนค่อยบอก”“ไม่ได้ เธอควรรีบบอกตั้งนานแล้ว แล้วนี่เป็นยังไงบ้างแพ้ท้องหรือเปล่า”“ค่ะ คลื่นไส้บ่อย ๆ ช่วงนี้พายเหนื่อยมาก ทานอะไรไม่ค่อยได้ ง่วงนอนตลอดเวลา”“เห็นไหมครับแม่ ถ้าแม่รู้แบบนี้แล้วผมต้องขอโทษด้วย ที่ต้องเชิญให้แม่กลับไปก่อน”“เอเดน! นี่แกถึงขั้นจะผลักไสไล่ส่งแม่เลยเหรอ”“แม่ครับ ผมไม่อยากพูดจาไม่ดีกับแม่เลย แต่ถ้าแม่ยังตั้งท่าจะหาเรื่องพาย ผมก็จำเป็นต้องทำแบบนี้”“แกคงเห็นว่าแม่เป็นนางยักษ์นางมาร คอยแต่จะรังแกเมียแกสินะ”“คร
หลังจากท่องเที่ยว และจัดการภารกิจจนเสร็จสิ้นเกือบทั้งหมด สองสามีภรรยาที่นอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงกว้าง ก็เริ่มบทสนทนาท่ามกลางความเงียบสงบ“ได้คุยกับคุณเซย่าแล้ว พายรู้สึกดีมากเลยค่ะ พายดีใจนะคะ ที่พี่เอเดนเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้”“คงเป็นเพราะตั้งแต่ได้รู้จักกับพาย พี่ก็เลยกลายเป็นคนใจเย็นขึ้นละมั้ง และปล่อยวางทุกอย่างได้มากกว่าเดิม” เอเดนตอบพลางนึกย้อนไปถึงตัวเองในอดีต หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงจัดการทุกคนที่ทรยศอย่างเด็ดขาดไปแล้ว ทว่าตอนนี้เขากลับสามารถอโหสิกรรมให้เซย่าและคาลอส ได้อย่างสนิทใจจนน่าประหลาดใจแม้แต่เคน ลูกน้องคนสนิทที่หักหลังเขาได้อย่างเลือดเย็น ด้วยการขโมยความลับไปมอบให้คู่แข่ง จนธุรกิจเกือบพังทลาย เคราะห์ดีที่เขาไหวตัวทัน ทว่าแทนที่จะปลิดชีพมันเหมือนคนอื่น ๆ ที่เคยทรยศ เขากลับเลือกที่จะปล่อยมันไป เพียงเพราะนึกถึงใบหน้าของพัชชา ที่คอยเตือนสติเขาอยู่เสมอ ความรักที่มีต่อเธอทำให้เขา ไม่อยากทำเรื่องรุนแรงเช่นนั้นอีก“พายดีใจจริงๆ ค่ะ พายภูมิใจในตัวพี่เอเดนที่สุดเลย”“ก็เพราะพี่รักพายไงครับ พี่ถึงอยากเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อพายกับลูก”“ค่ะ พายก็รักพี่เอเดน” หญิงสาวกระชับอ้อมกอดแน่น
ณ ลาสเวกัสหลังจากเสร็จสิ้นพิธีวิวาห์อันแสนหวาน ช่วงเวลาแห่งการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ก็เริ่มต้นขึ้นลาสเวกัสคือจุดหมายปลายทางที่พัชชาปรารถนาจะกลับมา เพราะที่แห่งนี้เปี่ยมไปด้วยความทรงจำมากมาย ที่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจยามที่เธอมองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เคยตกระกำลำบาก จนกระทั่งได้เรียนรู้จักความรัก และต้องหอบหิ้วหยาดเลือดเนื้อเชื้อไขในท้อง ออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง มันคือบททดสอบอันหนักหน่วงที่สุดสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งแต่ในวันนี้เธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นชีวิตรักใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ทุกวันของเธออบอวลไปด้วยความสุข จนแทบไม่อยากจะแยกห่างจากชายคนรัก แม้เพียงวินาทีเดียวทางด้านเอเดนเอง ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างกัน นับตั้งแต่พรากจากเธอไป หัวใจของเขาก็แห้งเหือดไร้ซึ่งความสุข จนกระทั่งได้เธอกลับคืนมาเติมเต็ม คำว่าครอบครัวให้สมบูรณ์อีกครั้ง เขาจึงได้สัมผัสถึงความสุขที่แท้จริงที่โหยหามาตลอด 5 ปีร่างสูงโน้มตัวลงสวมกอดภรรยาสาว ที่ตีตราจองตามกฎหมายอย่างทะนุถนอม ขณะที่เธอกำลังยืนเหม่อลอย ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง“คิดอะไรอยู่”“เปล่าค่ะ พายแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยนิดหน่อย ไม่สำคัญหรอกค่ะ” ทว่าแ
ภายในห้องรับรองบรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบขรึม เมื่อสมาชิกตระกูลเคอร์เลซมาอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งคุณหญิงพิมพาและคุณแดเนียล ที่เพิ่งเดินทางมาถึง ต่างจ้องมองเด็กชายตัวน้อยตรงหน้า สลับกับใบหน้าของลูกชายคนโต ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามขวัญลดาได้แต่ลอบมองหน้าอาเดม ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ เธอเองก็คาดไม่ถึงว่าพรหมลิขิตจะเล่นตลกให้เรื่องราวบังเอิญได้ถึงเพียงนี้เอเดนกับพัชชารวมถึงวิกเตอร์ ที่นั่งอยู่ข้างกันพัชชาพยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับพิมพา เพราะลึก ๆ ในใจเธอยังคงเจ็บปวดกับคำดูถูกเหยียดหยาม ที่เคยได้รับมาโดยตลอด“นี่มันเรื่องอะไรกัน ช่วยอธิบายให้แด๊ดฟังที” แดเนียล ประมุขของบ้านเอ่ยถามขึ้นเป็นคนแรก“นี่พาย ภรรยาของผมครับแด๊ด” เอเดนแนะนำหญิงสาวข้างกาย“สวัสดีค่ะ” พัชชายกมือไหว้ด้วยความสุภาพ“ส่วนนี่ก็ลูกชายผมครับ ชื่อวิกเตอร์ หลานชายของแด๊ด” เอเดนแนะนำลูกชายให้พ่อรู้จัก โดยที่เขายังคงทำตัวมึนตึงและเมินเฉยต่อผู้เป็นแม่“...” คุณหญิงพิมพาได้แต่อึ้งจนพูดไม่ออก เธอไม่นึกเลยว่า เด็กชายที่เธอรู้สึกถูกชะตาและเอ็นดูตั้งแต่แรกเห็น จะกลายเป็นหลานชายแท้ ๆ เลือดเนื้อเชื่อไขของตัวเอง“หลานปู่เหรอ
ด้วยความที่ไม่เคยต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เมื่อก้าวออกมาพบกับฝูงชนจำนวนมาก วิกเตอร์ก็เริ่มมีอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่เล็กกวาดมองไปรอบตัว ด้วยความสับสนเพราะมองไปทางไหนก็ไม่พบใบหน้าที่คุ้นเคย ไม่เห็นทั้งพ่อ แม่ หรือแม้แต่แม่ขวัญ เด็กน้อยที่ไม่เคยชินกับสังคมเช่นนี้ จึงหยุดชะงักอยู่กับที่ ไม่กล้าก้าวเดินต่อแม้แต่ก้าวเดียว“วิกเตอร์” พัชชาอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นลูกชายยืนนิ่งหน้าเสียอยู่บนเวที“พาย ลูกเราเป็นอะไรหรือเปล่า” เอเดนรีบถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง“น่าจะไม่ชินค่ะ วันนี้คนเยอะมากจริง ๆ ขวัญบอกว่าตอนซ้อมมีแค่เด็ก ๆ กับคนดูแล พอมาเจอสถานการณ์จริงแบบนี้ แกคงตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก”“เราไปพาลูกกลับตอนนี้เลยดีไหมพาย พี่สงสารลูก” คนเป็นพ่อมองดูหยาดน้ำตา ที่จวนจะหยดของลูกชายด้วยความเวทนา“รออีกสักนิดเถอะค่ะ วิกเตอร์ยังไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ถือเป็นโอกาสให้แกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในเมื่ออุตส่าห์พาแกมาอยู่ตรงนี้แล้ว ลองให้แกได้สู้อีกหน่อยนะคะ”“ก็ได้ แต่ถ้าลูกดูอึดอัดมากกว่านี้ พี่จะพาลูกกลับทันที” เอเดนยอมผ่อนปรน แต่ก็ยังกำมือภรรยาไว้แน่นด้วยความกังวล“ขวัญ หลานคุณเป็
คู่รักที่เพิ่งกลับมาปรับความเข้าใจกัน ตอนนี้อบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทั้งคู่ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เริ่มจากการอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกชายตัวน้อย เพื่อเตรียมตัวไปส่งที่โรงเรียนวิกเตอร์ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของคำว่าครอบครัว ที่มีทั้งพ่อและแม่พร้อมหน้าเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ มิหนำซ้ำวันนี้ยังมีพ่อไปส่งถึงหน้าโรงเรียนด้วยตัวเอง ไม่มีอะไรที่จะน่าดีใจไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับเด็กชายเมื่อส่งลูกเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปส่งขนมตามออเดอร์ที่ค้างไว้ โดยมีเอเดนคอยตามติดไม่ห่าง เพราะเขาตั้งใจ จะให้เธอแจ้งแก่ลูกค้าทุกคน ว่าจะเลิกทำขนมขายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป“ส่งขนมเสร็จแล้วเข้าไปที่โรงแรมกับพี่นะ”“บ้า พูดอะไรแบบนั้นคะ” พัชชาหน้าแดงซ่านเมื่อเห็นเขาพูดจาสองแง่สองง่าม ต่อหน้าลูกน้อง“คิดอะไรลามก พี่เป็นเจ้าของโรงแรมนะลืมไปแล้วหรือไง”“ก็ใครจะไปรู้ล่ะเล่นพูดมาแบบนี้”“หึ แต่พี่ก็ให้คนเปิดห้องสูทส่วนตัว เตรียมไว้แล้วนะ เผื่อว่าเราสองคนอยากจะพักผ่อนกันเป็นการส่วนตัว”“บ้า” หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพื่อซ่อนความเขินอายที่ปิดไม่มิดขนมที่เธอมาส่งในวั







