LOGINลลิตา สาวไทยวัยยี่สิบหกปี เดินทางมายังเมืองอัลซาฮาราเพื่อใช้วันหยุดฤดูร้อน หลังจากผิดหวังจากความรักครั้งเก่า เธอตั้งใจเพียงจะท่องเที่ยว เปิดใจให้กับโลกกว้าง และกลับประเทศไทยโดยไม่คิดผูกพันกับใคร แต่โชคชะตากลับนำพาให้เธอพบกับชายแปลกหน้าผู้เย็นชา ในเหตุการณ์อันตรายกลางทะเลทราย ก่อนจะได้รู้ภายหลังว่าเขาคือ เจ้าชายรามิล อัลฮาดี รัชทายาทแห่งอัลซาฮารา จากคนแปลกหน้าที่ไม่ควรเข้าใกล้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะตัดขาด รามิลซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ภายใต้หน้าที่และกฎของราชวงศ์ กลับพบว่าลลิตาคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว แต่ความรักของพวกเขาไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อความจริงเปิดเผยว่าเจ้าชายรามิลมีพันธะหมั้นหมายกับหญิงสาวจากราชวงศ์ต่างเมือง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการเมือง ลลิตาจึงรู้ว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในสถานะที่ไม่มีวันเทียบเท่าคนในราชวงศ์ได้ เมื่อความรักต้องเผชิญกับหน้าที่… เจ้าชายจะเลือกบัลลังก์ หรือเลือกผู้หญิงธรรมดาที่หัวใจของเขารัก? เพราะบางครั้ง… ความรักที่สวยงามที่สุด อาจเป็นความรักที่ต้องแลกด้วยน้ำตา
View Moreแสงแดดยามบ่ายแผดเผาผืนทรายสีทองจนระยิบระยับราวกับอัญมณีนับพันเม็ด ลมร้อนพัดผ่านใบหน้าของหญิงสาวชาวไทยที่กำลังยืนมองทิวทัศน์ตรงหน้าด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ลลิตา อายุยี่สิบหกปี เดินทางมาถึงเมืองอัลซาฮาราได้เพียงสองวัน เธอเลือกเมืองแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางของวันหยุดฤดูร้อน เพราะต้องการหลีกหนีจากชีวิตที่วุ่นวาย และเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง หลังจากความรักครั้งก่อนจบลงอย่างเจ็บปวด ลลิตาเคยสัญญากับตัวเองว่า ต่อจากนี้เธอจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนไหนเข้ามาทำให้หัวใจของเธอเจ็บอีก การเดินทางครั้งนี้จึงควรเป็นเพียงวันหยุดธรรมดา แต่เธอไม่รู้เลยว่า…โชคชะตากำลังเตรียมบางอย่างเอาไว้ให้เธอ “สวยกว่าที่เห็นในรูปอีก…” ลลิตาพึมพำด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดวงตาคู่สวยเป็นประกายขณะยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายภาพผืนทรายเบื้องหน้า รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนหมุนตัวมองไปรอบ ๆ “ไหน ๆ ก็มาแล้ว ขอเที่ยวให้เต็มที่เลยก็แล้วกัน” หญิงสาวพูดกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น พร้อมกำหมัดเล็ก ๆ ราวกับกำลังให้กำลังใจตัวเอง วันนี้เธอตั้งใจจะไปเที่ยวตลาดเก่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่พักนัก แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือ…เธอกำลังจะหลงทาง “เอ๊ะ…” ลลิตาหยุดเดินกะทันหันเมื่อเงยหน้าจากโทรศัพท์ ดวงตากลมกวาดมองซ้ายขวาด้วยความสับสน ถนนเส้นนี้เงียบเกินไป ไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่มีร้านค้าและไม่มีแม้แต่ป้ายบอกทาง “นี่ฉันเดินมาถึงไหนแล้วเนี่ย…” เธอพึมพำอย่างหงุดหงิด พลางยกโทรศัพท์ขึ้นดูอีกครั้ง ก่อนถอนหายใจเมื่อเห็นสัญญาณโทรศัพท์หายไปทั้งหมด ลลิตาหันกลับไปมองทางเดิมที่เดินมา “อย่าบอกนะว่า…ฉันหลงจริง ๆ” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนยกมือขึ้น กุมหน้าผากอย่างเหนื่อยใจ ทันใดนั้น.. ตึก…ตึก…ตึก… เสียงกีบม้ากระทบพื้นดังขึ้นจากระยะไกล ลลิตาชะงัก ก่อนหันกลับไปมองด้วยความสงสัย ชายกลุ่มหนึ่งกำลังควบม้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว คนที่อยู่ด้านหน้าสวมชุดสีขาวสะอาด ผ้าคลุมสีเข้มพาดอยู่บนไหล่ ใบหน้าคมเข้มดูเย็นชาและน่าเกรงขาม ม้าสีดำหยุดลงตรงหน้าเธออย่างกะทันหัน ลลิตาถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ ชายหนุ่มบนหลังม้ามองเธอนิ่ง ๆ ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณเป็นนักท่องเที่ยวเหรอครับ?” เขาถามพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังพยายามประเมินว่าเธอเป็นใครและมาทำอะไรอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ลลิตาพยักหน้าเบา ๆ แม้จะรู้สึกประหลาดใจกับท่าทีของอีกฝ่าย “ใช่ค่ะ…” เธอตอบเสียงเบา พลางจับสายกระเป๋าแน่นขึ้นด้วยความระแวดระวัง เพราะไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าคนนี้เป็นใคร “คุณมาที่นี่ทำไม?” เขาถามต่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงยังคงราบเรียบ แต่สายตากลับเหลือบมองไปทางด้านหลังของเธอเป็นระยะ เหมือนกำลังระวังบางสิ่ง “ฉันกำลังจะไปตลาดเก่าค่ะ แต่เหมือนจะหลงทาง…” ลลิตาตอบพลางยิ้มแห้ง ๆ สีหน้าแสดงความอับอายเล็กน้อย ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นให้เขาดูแผนที่ที่ไม่มีสัญญาณ ชายหนุ่มมองหน้าจอเพียงครู่เดียว ก่อนถอนหายใจเบา ๆ “คุณไม่ควรเดินมาที่นี่คนเดียว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าครั้งแรก ขณะที่สีหน้าเคร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลลิตาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย “ทำไมคะ? ที่นี่อันตรายเหรอ?” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงสงสัย พร้อมมองไปรอบตัวอย่างเริ่มหวาดระแวง ชายหนุ่มยังไม่ทันตอบ ปัง! เสียงปืนดังขึ้นจากระยะไกล ลลิตาสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “เมื่อกี้เสียงอะไรคะ?” เธอถามเสียงสั่น พลางหันไปมองทิศทางของเสียงอย่างหวาดกลัว ชายหนุ่มเปลี่ยนสีหน้าทันที “ขึ้นม้า” เขาสั่งเสียงเข้ม พร้อมยื่นมือมาตรงหน้า สีหน้าที่เคยเย็นชากลับกลายเป็นเคร่งเครียดราวกับกำลังเผชิญสถานการณ์อันตราย ลลิตามองมือของเขาสลับกับใบหน้าคมอย่างลังเล “เดี๋ยวก่อนค่ะ ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณเป็นใคร…” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวาดระแวง พลางถอยหลังเล็กน้อย เพราะไม่ไว้ใจชายแปลกหน้าตรงหน้า “ถ้าคุณยังยืนอยู่ตรงนี้ คุณอาจไม่มีโอกาสได้กลับโรงแรม” เขาตอบอย่างเย็นชา ดวงตาคมจับจ้องเธอแน่น น้ำเสียงหนักแน่นจนความลังเลในใจของลลิตาหายไปแทบทั้งหมด ปัง! เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง...ลลิตาสะดุ้ง ก่อนรีบคว้ามือของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มกระชับมือเธอทันที ก่อนดึงร่างบางขึ้นมาบนหลังม้า “จับผมไว้แน่น ๆ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ขณะโอบแขนข้างหนึ่งรอบเอวของเธอเพื่อป้องกันไม่ให้ตกจากหลังม้า “คุณจะพาฉันไปไหนคะ?” ลลิตาถามด้วยความตกใจ มือทั้งสองข้างกำเสื้อของเขาแน่น ขณะที่หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาเพียงกระตุกบังเหียน ม้าสีดำพุ่งทะยานออกไปทันที ลลิตาหลับตาลงแน่น พลางซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของชายแปลกหน้าโดยไม่ตั้งใจ เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ไม่รู้ว่ากำลังจะถูกพาไปที่ไหนและไม่รู้เลยว่า…การตัดสินใจขึ้นม้าตัวนี้ จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ม้าจึงหยุดลงหน้าพระราชวังขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลทราย ลลิตาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ทหารจำนวนมากเดินเข้ามาเรียงแถว ทันทีที่ชายหนุ่มลงจากหลังม้า ทุกคนต่างก้มศีรษะพร้อมกัน “ถวายบังคม องค์รัชทายาท!” เสียงทหารดังขึ้นพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง ลลิตานิ่งค้าง “องค์รัชทายาท…?” เธอทวนคำด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนค่อย ๆ หันกลับไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งช่วยชีวิตเธอ เขาหันกลับมามองเธออย่างสงบนิ่ง “ใช่” ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลาแทบไม่มีอารมณ์ใด ๆ ลลิตากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “คุณคือเจ้าชายเหรอคะ?” เธอถามด้วยความตกตะลึง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อว่าชายแปลกหน้าที่เธอเพิ่งเถียงด้วยเมื่อครู่จะเป็นบุคคลที่มีฐานะสูงที่สุดคนหนึ่งของเมืองแห่งนี้ ชายหนุ่มมองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยคำตอบที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าเดิม “เจ้าชายรามิล อัลฮาดี” เขาแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนเดินผ่านเธอไปโดยไม่หันกลับมา ทิ้งให้ลลิตายืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง หญิงสาวมองแผ่นหลังของเขาอย่างสับสน เธอเพิ่งเดินทางมาถึงอัลซาฮาราเพื่อพักผ่อน แต่เพียงสองวัน…เธอกลับได้พบกับเจ้าชายรัชทายาทและที่น่ากลัวกว่านั้นคือ... นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่เธอไม่มีวันหนีออกไปได้อีกแล้วเช้าวันรุ่งขึ้น ลลิตาตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกแปลกประหลาดเธอยืนอยู่หน้ากระจก พลางมองตัวเองในชุดเดรสสีขาวเรียบง่ายที่เลือกใส่สำหรับการเที่ยววันนี้ปลายนิ้วเรียวแตะริมฝีปากเบา ๆ ขณะที่ภาพเมื่อคืนย้อนกลับมา“พรุ่งนี้ไปกับข้า”เพียงประโยคสั้น ๆ จากเจ้าชายรามิล กลับทำให้เธอคิดถึงมันจนแทบหลับไม่ลง“บ้าจริง…”ลลิตาพึมพำพร้อมย่นจมูก ก่อนส่ายหน้าแรง ๆ ราวกับต้องการไล่ความคิดออกจากหัว“เขาแค่พาเที่ยวเอง ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย”แต่แก้มของเธอกลับขึ้นสีอย่างห้ามไม่ได้เสียงเคาะประตูดังขึ้นก๊อก…ก๊อก…ลลิตารีบสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเดินไปเปิดประตูทันทีที่ประตูเปิดออก หญิงสาวก็ต้องชะงักรามิลยืนอยู่ตรงหน้าในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีเข้ม เรียบง่ายแต่ยังคงความสง่างามแบบเจ้าชายเอาไว้เขากวาดตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพียงครู่หนึ่ง ก่อนหยุดสายตาที่ใบหน้าลลิตารู้สึกถึงความร้อนบนแก้มทันที จึงรีบก้มมองเสื้อผ้าของตัวเอง“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ?”เธอถามด้วยน้ำเสียงประหม่า พลางดึงชายกระโปรงเบา ๆ“ไม่มี”รามิลตอบสั
หลังเหตุการณ์ในตลาด ลลิตาถูกพากลับมาที่โรงแรมพร้อมกับรามิลตลอดทางเธอนั่งเงียบผิดจากปกติ มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นบนตัก ภาพชายแปลกหน้าที่พยายามจับตัวเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัวรามิลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เหลือบมองเธอเป็นระยะ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล แม้จะพยายามเก็บอาการเอาไว้ก็ตามเมื่อรถจอดหน้าโรงแรม เขากลับไม่ยอมลงจากรถทันที“คืนนี้อย่าออกไปไหน”รามิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาคมจับจ้องลลิตาอย่างเป็นห่วงลลิตาหันไปมองเขา ก่อนถอนหายใจเบา ๆ“ฉันไม่ออกไปไหนหรอกค่ะ แต่ฉันอยากรู้ว่าทำไมเรื่องพวกนี้ถึงเกิดขึ้นกับฉัน”เธอถามด้วยสีหน้าสับสน ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามที่ค้างคาใจรามิลเงียบไปครู่หนึ่ง“เพราะข้า”เขาตอบสั้น ๆ น้ำเสียงแผ่วลงกว่าปกติลลิตาชะงัก“เพราะคุณ?”เธอทวนคำด้วยความไม่เข้าใจ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยรามิลพยักหน้า“ศัตรูของข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ใกล้ข้า และพวกมันคิดว่าเจ้าคือจุดอ่อนของข้า”เขาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อ
เช้าวันใหม่ในเมืองอัลซาฮาราเริ่มต้นขึ้นพร้อมแสงแดดอ่อน ๆลลิตายืนอยู่หน้ากระจกในห้องพักของโรงแรม พลางมองนามบัตรสีดำที่อยู่ในมือด้วยความลังเลชื่อของเจ้าชายรามิลยังคงอยู่บนบัตรนั้นเมื่อคืนเธอคิดว่าตัวเองคงไม่จำเป็นต้องใช้มันแต่คำพูดของเขากลับวนเวียนอยู่ในหัว“มีคนกำลังตามหาเจ้า”“หรือฉันควรกลับประเทศไทยก่อนกำหนด…”ลลิตาพึมพำด้วยสีหน้าครุ่นคิด ขณะถอนหายใจออกมาเบา ๆเธอไม่อยากสร้างปัญหาให้ใครโดยเฉพาะกับเจ้าชายที่เพิ่งรู้จักกันหลังจากแต่งตัวเสร็จ ลลิตาตัดสินใจลงไปหาอาหารเช้าที่ร้านอาหารของโรงแรมทันทีที่เดินออกจากลิฟต์ เธอกลับรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังมองอยู่หญิงสาวชะงักแล้วหันกลับไปผู้คนยังคงเดินผ่านไปมาเหมือนปกติไม่มีใครผิดสังเกต“คิดมากไปเองหรือเปล่านะ…”เธอพึมพำพลางส่ายหน้า ก่อนเดินต่อแต่ทันทีที่ลลิตาเดินออกจากโรงแรม ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีเข้มก็เดินตามออกมาอย่างเงียบ ๆเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“เธอออกจาก
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างห้องรับรอง ลลิตาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นหลังจากนอนหลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง เมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอนทุกครั้งที่หลับตา ภาพเหตุการณ์ที่ถูกไล่ล่ากลางทะเลทรายก็ย้อนกลับมารวมถึงใบหน้าของชายหนุ่มผู้ช่วยชีวิตเธอ“เจ้าชายรามิล…” ลลิตาพึมพำเบา ๆ ก่อนรีบส่ายหน้าเหมือนต้องการไล่ความคิดนั้นออกไป“หยุดคิดถึงเขาได้แล้วลลิตา เขาเป็นเจ้าชาย ส่วนเธอเป็นแค่นักท่องเที่ยว” เธอพูดกับตัวเองด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก๊อก…ก๊อก… ลลิตาหันไปมอง ก่อนเดินไปเปิดประตู ชายหนุ่มในชุดสีเข้มยืนอยู่ด้านหน้ารามิล“พร้อมหรือยัง?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ขณะที่สายตากวาดมองเธอเพียงครู่หนึ่ง“พร้อมแล้วค่ะ”ลลิตาตอบพลางสะพายกระเป๋า ก่อนเดินออกจากห้อง รามิลเหลือบมองกระเป๋าใบเล็กของเธอ แล้วขมวดคิ้ว“แค่นี้?” เขาถามด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ลลิตาก้มมองกระเป๋าของตัวเอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ“ค่ะ ฉันมาเที่ยว ไม่ได้ย้ายบ้าน” เธอตอบด้วยสีหน้าขบขัน ทำให้มุมปากของรามิลขยับเล็กน้อยอย่างแทบสังเกตไม่เห็น“ไปกันเถอะ” เขาพูดพลางเ