LOGINมันก่อเรื่องใหญ่ไว้พอตัวเลยล่ะ ลำพังแค่เธอคนเดียว ฉันว่าคงรับผิดชอบแทนมันไม่ไหว”
เขาไม่ได้พูดเปล่า แต่มือหนากลับเอื้อมไปหยิบปืนที่วางเด่นหราอยู่บนโต๊ะขึ้นมา บรรจงเช็ดลำกล้องด้วยผ้าสีแดงสดอย่างใจเย็น ก่อนจะกระชากขึ้นลำเสียงดัง แกร็ก! แล้ววางมันลงกระทบโต๊ะจนเกิดเสียงหนักแน่น สายตาคมกริบช้อนขึ้นมองใบหน้าสวยที่บัดนี้ซีดเผือด เขาลอบยิ้มมุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นความหวาดกลัวที่ฉายชัดในแววตาคู่สวย “พายรู้ว่าสิ่งที่พี่ชายพายทำไว้ มันคงเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก แต่ในเมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว ก็คงเป็นพายที่ต้องเป็นคนรับผิดชอบแทน พายขอโทษด้วยนะคะ” เธอพยายามพูดต่อ พร้อมกับยกมือไหว้เขา อย่างคนที่รู้สึกผิดจริง ๆ ทั้งน้ำเสียงที่สั่นเครือ และน้ำตาที่ไหลริน มันทำให้เขามีความเห็นใจลึก ๆ ความจริงเธอก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ทำยังไงได้ล่ะ ก็เพราะเธอเป็นน้องสาวของไอ้คนทรยศ “อย่าทำอันตรายอะไรพี่ชายพายเลยนะคะ พายขอร้องละคะ คุณจะให้พายชดใช้ยังไงก็ได้” ไม่พูดแค่นั้นร่างบางก็นั่งลงไปคุกเข่าต่อหน้าเขา “หึ แล้วเธอคิดว่าคนอย่างเธอจะชดใช้ให้ฉันไหวได้ยังไง” เขาเบือนหน้าหนี เพราะไม่ชอบใจนักที่ตัวเองเผลอใจอ่อนสงสารเธอได้ง่าย ๆ แบบนี้ “...” พัชชาเองก็มืดแปดด้าน เธอไม่รู้เลยว่าจะชดใช้หนี้มหาศาลนั้นได้อย่างไร แต่ในนาทีนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและพี่ชาย อะไรที่พอจะทำได้เธอก็ต้องยอม “ถ้าให้ฉันเดาตอนนี้ มันห้ามให้เธอติดต่อ และมันจะเป็นคนติดต่อเธอมาเอง” “ใช่ค่ะ” เธอตอบรับโดยไม่ปฏิเสธ รู้ดีว่าคนระดับเขาย่อมมองเกมออกไม่ยาก “มันไม่น่าทำเรื่องชั่ว ๆ แบบนี้เลย เพราะคนอย่างมันรู้ดีที่สุดว่าน้องสาวเพียงคนเดียวอย่างเธอต้องมาเดือดร้อน เพราะการกระทำของมัน” คำพูดนั้นเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงจนจุกแน่นไปทั้งอก ตั้งแต่จำความได้พี่ชายของเธอก็เป็นแบบนี้มาตลอด มีแต่ความเห็นแก่ตัว และไม่เคยสนว่าใครจะเดือดร้อน ตอนนั้นเธอยังพอทำใจว่าเขาอาจจะยังเด็ก แต่พอโตมากลับยิ่งหนักกว่าเดิม และเป็นเธอทุกครั้งที่ต้องตามล้างตามเช็ดปัญหาให้เขาแบบนี้อยู่เสมอ “หึ แล้วที่เธอยอมมาที่นี่ตามคำสั่งฉัน เธอคิดว่าเธอจะชดใช้มันยังไง ฉันถึงจะไม่ฆ่ามันทิ้งก่อนถึงวัยที่มันสมควรตาย” น้ำเสียงที่แข็งกร้าว กับสายตาที่คมดุ ก็ส่งไปยังเธออีกครั้ง “พายจะหาเงิน มาใช้หนี้คุณเองค่ะ” “หาเงินมาใช้หนี้? แล้วถ้ามันไม่ใช่แค่เรื่องหนี้ล่ะ” “...” “ฉันคงเดาเรื่องนี้ไม่ผิดอีกใช่ไหม!” เอเดนตวาดเสียงดัง จนคนตรงหน้าสะดุ้งสุดตัว “มะ...มีเรื่องอะไรบ้างคะ” เธอถามต่อเสียงสั่น เพราะรายละเอียดในเรื่องอื่นเธอเองก็ไม่ได้รู้ “ไอ้พสุมันติดหนี้ที่นี่อยู่ 400,000 ดอลลาร์ แล้วมันกับพวกยังกล้าขโมยเงินจากกาสิโนไปอีก 500,000 ดอลลาร์ ที่สำคัญไปกว่านั้น คือมันขโมยข้อมูลลูกค้าของฉันไปด้วย!” “...” พัชชาแทบช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน พี่ชายเธอทั้งขโมยเงินและข้อมูลลูกค้า ยอดเงินรวมกันถึง 900,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 30 ล้านบาท! แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะหาเงินจากไหนมาชดใช้ให้เขาได้ “และสิ่งที่ฉันต้องการ มันก็มากกว่าเงิน!” “อะ...อะไรคะ” “ชีวิตของพวกมันทั้งสามคน” สายตาและน้ำเสียงดุดันยืนยันชัดเจนว่าเขาโมโหถึงขีดสุด ในชีวิตเขาไม่เคยยอมให้ใครมาหยามเกียรติได้ขนาดนี้ ยิ่งเป็นอดีตลูกน้องเขายิ่งไม่คิดจะปล่อยผ่าน “...” คนที่ได้ชื่อว่าน้องสาวก็ถึงกับน้ำตารินอีกครั้ง ทั้งรู้สึกโกรธพี่ชายและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน “แล้วเธอล่ะว่ายังไง มีเงิน 800,000 ดอลล่าร์ มาใช้ฉันไหม วันนี้เลยก็ได้นะ” “เอ่อ...ไม่มีหรอกค่ะ พายไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น แต่ถ้าให้พายทำงานใช้หนี้...” “หึ แล้วเธอคิดว่าเงินจำนวนนั้นเธอต้องทำงานกี่ปี แล้วทำอะไรบ้างถึงจะพอใช้หนี้ฉัน เพราะจากที่รู้มาฐานะครอบครัวเธอก็ไม่ได้ดีเลย” “...” ใช่... เงินมหาศาลขนาดนั้นเธอไม่มีปัญญาหามาใช้คืนได้ทันที ลำพังแค่ค่ากินอยู่แต่ละวันเงินเดือนยังแทบไม่พอจนต้องรับงานเสริม เงินเก็บก็แทบไม่มี ทรัพย์สินที่มีก็น้อยนิด จนไม่ต้องพูดถึงเรื่องขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้ “ส่วนพี่ชายเธอ ตอนนี้ก็คงหลบหนีเหมือนหมาจนตรอก” “พะ...พายสามารถทำงานอะไร เพื่อใช้หนี้คุณได้บ้างคะ” “ก็ไปตามตัวมันมาสิ ให้มันมาจัดการเอง ถ้ามันยอมมา เรื่องนี้ก็จะไม่เกี่ยวอะไรกับเธอแล้ว” “พายเองก็ติดต่อเขาไม่ได้ค่ะ และหนี้จำนวนนี้... พายจะเป็นคนรับไว้เอง” พัชชาพูดด้วยความรู้สึกกล้ำกลืน เธอรู้ดีว่าถ้าพี่ชายติดต่อมา เขาก็คงไม่ยอมมารับสภาพหนี้ที่ก่อไว้แน่ เพราะคนอย่างเขาคงถูกฆ่าทิ้งทันที ดังนั้นภาระนี้จึงตกมาอยู่ที่เธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “เธอดูรักพี่ชายอย่างมันมากเลยนะ ทั้ง ๆ ที่มันไม่แม้แต่จะห่วงเลย ว่าถ้าตัวมันเองหายตัวไปแบบนี้ คนที่รับผลกรรมก็คือน้องสาวคนเดียวอย่างเธอ” เอเดนก็มีความรู้สึกที่สงสารขึ้นมามากขึ้นไปอีก เธอก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง แต่ต้องมารับรู้เรื่องที่พี่ชายเลว ๆ ทำลงไป อย่างไม่น่าให้อภัย “ค่ะ พายจะทำเพื่อเขาเป็นครั้งสุดท้าย พายจะเป็นคนรับผิดชอบหนี้ก้อนนี้ให้เขาเอง แต่พายขอร้องได้ไหมคะ ถ้าคนของคุณจับตัวเขาได้แล้ว ยะ...อย่าฆ่าเขาเลยนะ” “หึ ไอ้พสุ มันมีน้องสาวดีจังเลยนะ ฉันชักจะเคืองมันแทนเธอแล้วสิ” “ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณรับปากว่าคุณจะไม่ฆ่าเขา พายพร้อมทำทุกอย่างเพื่อชดใช้” “แล้วเธอคิดว่าเธอจะใช้หนี้ยังไงไหว” สายตาคมก็ยังคงจ้องคนตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา เขายอมเธอในความรักพี่ชายจริง ๆ “พายขอทำงานกับคุณได้ไหมคะ พายจะไม่ขอรับเงินเดือนสักบาทเดียว พายจะชดใช้เงินจำนวนนั้นให้คุณ ขอแค่คุณรับพายเข้าทำงานด้วย” เธอพูดออกไปด้วยความใสซื่อ ไม่รู้ว่าเขาจะคิดอย่างไร แต่หนทางรอดเดียวที่มีคือการอ้อนวอนเขาเท่านั้น “แล้วเธอคิดว่างานอะไรที่ฉันจะจ้างเธอได้แพงขนาดที่เธอจะชดใช้เงินจำนวนนั้น ให้ฉันได้ล่ะ สิ่งที่เธอร้องขอมันนานเกินไป เงินฉันมูลค่ามากขึ้นทุกวัน เรื่องที่เธอพูดมาฉันขาดผลประโยชน์” “แต่พายก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริง ๆ ค่ะ” “งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน ที่นี่มีงานให้เธอทำแต่มันก็หนัก และอย่างเธอคงทำไม่ได้ แต่ฉันมีวิธีที่เร็วกว่านั้น” “อะไรคะ” “ฉันเริ่มสนใจในตัวเธอแล้วสิ” “...” “มาเป็นผู้หญิงของฉัน!” “...” คำพูดนั้นทำเอาพัชชาอึ้งจนพูดไม่ออก การเป็นผู้หญิงของเขาหมายความว่าเธอต้องมีความสัมพันธ์ทางกายกับเขาอย่างนั้นใช่ไหม “ถ้าเธอตกลง ฉันก็อาจมีข้อเสนอดี ๆ ให้เพิ่มอีกก็ได้นะ” “เอ่อ พายไม่ได้ขายตัวนะคะ พายอยากทำงานเพื่อชดใช้มากกว่า” เธอยืนยันจุดยืนของตัวเอง เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ และไม่คิดด้วยว่าเขาจะมาสนใจในตัวเธอ “แต่มันคือสิ่งเดียว ที่เธอจะชดใช้ไหว” “แต่พายไม่...” “เธอจะได้คืนเงินเร็วขึ้น พี่ชายเธอก็ไม่ต้องหนีตาย ส่วนตัวเธอเองก็จะอยู่อย่างสบาย นี่คือข้อเสนอที่ฉันให้เธอ” ร่างบางเม้มปากแน่น ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ชีวิตเธอตกต่ำถึงขนาดต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้ให้มาเฟียแล้วหรือนี่ “หึ ไปคิดดูก่อนแล้วกัน ทบทวนให้ดีนะ เพราะตอนนี้ไม่มีงานอื่นที่เธอจะทำได้หรอก สิ่งที่ฉันต้องการและสนใจในตอนนี้ มีแค่ตัวเธอเท่านั้น” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง คนระดับเขาไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลาเจรจาด้วยซ้ำ เพราะเพียงแค่เขาเอ่ยปาก ใคร ๆ ก็พร้อมจะมาสยบแทบเท้าเขาทั้งนั้น พัชชาตกอยู่ในความรู้สึกกล้ำกลืนและฝืนใจ แม้เขาจะหล่อเหลาและดูดีเพียงใด แต่สำหรับคนที่รักและหวงศักดิ์ศรีอย่างเธอ การทำเรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับจริง ๆ“แม่แค่จะคุยกับพายนิดหน่อยเท่านั้นเอง”“คุยเรื่องอะไรครับแม่ ถ้าแม่จะพูดจาไม่ดีใส่พายอีก เชิญแม่ออกไปจากบ้านพวกเราเดี๋ยวนี้เลย!” เอเดนตวาดเสียงดังลั่น“อะ...เอเดน” คนเป็นแม่ก็ถึงกับน้ำตาซึม เพราะรู้ดีว่าเรื่องในอดีต เธอก็ทำรุนแรงเกินไปจริง ๆ“เชิญครับแม่ ตอนนี้พายกำลังท้องอยู่ ผมไม่อยากให้ภรรยาต้องเครียดจนส่งผลเสียต่อลูกในท้อง”“ท้อง?”“...”“กะ...กี่เดือนแล้ว”“3 เดือนแล้วครับ เพิ่งไปตรวจมาอาทิตย์ที่แล้ว”“แล้วทำไมไม่บอกแม่ นี่มันเรื่องใหญ่ของตระกูลเราเลยนะ” คนเป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกชาย ด้วยความน้อยใจจนเสียงสั่น“ขอโทษค่ะ พายยังไม่ให้บอกเอง คิดว่าซัก 5 เดือนค่อยบอก”“ไม่ได้ เธอควรรีบบอกตั้งนานแล้ว แล้วนี่เป็นยังไงบ้างแพ้ท้องหรือเปล่า”“ค่ะ คลื่นไส้บ่อย ๆ ช่วงนี้พายเหนื่อยมาก ทานอะไรไม่ค่อยได้ ง่วงนอนตลอดเวลา”“เห็นไหมครับแม่ ถ้าแม่รู้แบบนี้แล้วผมต้องขอโทษด้วย ที่ต้องเชิญให้แม่กลับไปก่อน”“เอเดน! นี่แกถึงขั้นจะผลักไสไล่ส่งแม่เลยเหรอ”“แม่ครับ ผมไม่อยากพูดจาไม่ดีกับแม่เลย แต่ถ้าแม่ยังตั้งท่าจะหาเรื่องพาย ผมก็จำเป็นต้องทำแบบนี้”“แกคงเห็นว่าแม่เป็นนางยักษ์นางมาร คอยแต่จะรังแกเมียแกสินะ”“คร
หลังจากท่องเที่ยว และจัดการภารกิจจนเสร็จสิ้นเกือบทั้งหมด สองสามีภรรยาที่นอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงกว้าง ก็เริ่มบทสนทนาท่ามกลางความเงียบสงบ“ได้คุยกับคุณเซย่าแล้ว พายรู้สึกดีมากเลยค่ะ พายดีใจนะคะ ที่พี่เอเดนเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้”“คงเป็นเพราะตั้งแต่ได้รู้จักกับพาย พี่ก็เลยกลายเป็นคนใจเย็นขึ้นละมั้ง และปล่อยวางทุกอย่างได้มากกว่าเดิม” เอเดนตอบพลางนึกย้อนไปถึงตัวเองในอดีต หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงจัดการทุกคนที่ทรยศอย่างเด็ดขาดไปแล้ว ทว่าตอนนี้เขากลับสามารถอโหสิกรรมให้เซย่าและคาลอส ได้อย่างสนิทใจจนน่าประหลาดใจแม้แต่เคน ลูกน้องคนสนิทที่หักหลังเขาได้อย่างเลือดเย็น ด้วยการขโมยความลับไปมอบให้คู่แข่ง จนธุรกิจเกือบพังทลาย เคราะห์ดีที่เขาไหวตัวทัน ทว่าแทนที่จะปลิดชีพมันเหมือนคนอื่น ๆ ที่เคยทรยศ เขากลับเลือกที่จะปล่อยมันไป เพียงเพราะนึกถึงใบหน้าของพัชชา ที่คอยเตือนสติเขาอยู่เสมอ ความรักที่มีต่อเธอทำให้เขา ไม่อยากทำเรื่องรุนแรงเช่นนั้นอีก“พายดีใจจริงๆ ค่ะ พายภูมิใจในตัวพี่เอเดนที่สุดเลย”“ก็เพราะพี่รักพายไงครับ พี่ถึงอยากเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อพายกับลูก”“ค่ะ พายก็รักพี่เอเดน” หญิงสาวกระชับอ้อมกอดแน่น
ณ ลาสเวกัสหลังจากเสร็จสิ้นพิธีวิวาห์อันแสนหวาน ช่วงเวลาแห่งการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ก็เริ่มต้นขึ้นลาสเวกัสคือจุดหมายปลายทางที่พัชชาปรารถนาจะกลับมา เพราะที่แห่งนี้เปี่ยมไปด้วยความทรงจำมากมาย ที่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจยามที่เธอมองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เคยตกระกำลำบาก จนกระทั่งได้เรียนรู้จักความรัก และต้องหอบหิ้วหยาดเลือดเนื้อเชื้อไขในท้อง ออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง มันคือบททดสอบอันหนักหน่วงที่สุดสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งแต่ในวันนี้เธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นชีวิตรักใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ทุกวันของเธออบอวลไปด้วยความสุข จนแทบไม่อยากจะแยกห่างจากชายคนรัก แม้เพียงวินาทีเดียวทางด้านเอเดนเอง ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างกัน นับตั้งแต่พรากจากเธอไป หัวใจของเขาก็แห้งเหือดไร้ซึ่งความสุข จนกระทั่งได้เธอกลับคืนมาเติมเต็ม คำว่าครอบครัวให้สมบูรณ์อีกครั้ง เขาจึงได้สัมผัสถึงความสุขที่แท้จริงที่โหยหามาตลอด 5 ปีร่างสูงโน้มตัวลงสวมกอดภรรยาสาว ที่ตีตราจองตามกฎหมายอย่างทะนุถนอม ขณะที่เธอกำลังยืนเหม่อลอย ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง“คิดอะไรอยู่”“เปล่าค่ะ พายแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยนิดหน่อย ไม่สำคัญหรอกค่ะ” ทว่าแ
ภายในห้องรับรองบรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบขรึม เมื่อสมาชิกตระกูลเคอร์เลซมาอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งคุณหญิงพิมพาและคุณแดเนียล ที่เพิ่งเดินทางมาถึง ต่างจ้องมองเด็กชายตัวน้อยตรงหน้า สลับกับใบหน้าของลูกชายคนโต ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามขวัญลดาได้แต่ลอบมองหน้าอาเดม ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ เธอเองก็คาดไม่ถึงว่าพรหมลิขิตจะเล่นตลกให้เรื่องราวบังเอิญได้ถึงเพียงนี้เอเดนกับพัชชารวมถึงวิกเตอร์ ที่นั่งอยู่ข้างกันพัชชาพยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับพิมพา เพราะลึก ๆ ในใจเธอยังคงเจ็บปวดกับคำดูถูกเหยียดหยาม ที่เคยได้รับมาโดยตลอด“นี่มันเรื่องอะไรกัน ช่วยอธิบายให้แด๊ดฟังที” แดเนียล ประมุขของบ้านเอ่ยถามขึ้นเป็นคนแรก“นี่พาย ภรรยาของผมครับแด๊ด” เอเดนแนะนำหญิงสาวข้างกาย“สวัสดีค่ะ” พัชชายกมือไหว้ด้วยความสุภาพ“ส่วนนี่ก็ลูกชายผมครับ ชื่อวิกเตอร์ หลานชายของแด๊ด” เอเดนแนะนำลูกชายให้พ่อรู้จัก โดยที่เขายังคงทำตัวมึนตึงและเมินเฉยต่อผู้เป็นแม่“...” คุณหญิงพิมพาได้แต่อึ้งจนพูดไม่ออก เธอไม่นึกเลยว่า เด็กชายที่เธอรู้สึกถูกชะตาและเอ็นดูตั้งแต่แรกเห็น จะกลายเป็นหลานชายแท้ ๆ เลือดเนื้อเชื่อไขของตัวเอง“หลานปู่เหรอ
ด้วยความที่ไม่เคยต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เมื่อก้าวออกมาพบกับฝูงชนจำนวนมาก วิกเตอร์ก็เริ่มมีอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่เล็กกวาดมองไปรอบตัว ด้วยความสับสนเพราะมองไปทางไหนก็ไม่พบใบหน้าที่คุ้นเคย ไม่เห็นทั้งพ่อ แม่ หรือแม้แต่แม่ขวัญ เด็กน้อยที่ไม่เคยชินกับสังคมเช่นนี้ จึงหยุดชะงักอยู่กับที่ ไม่กล้าก้าวเดินต่อแม้แต่ก้าวเดียว“วิกเตอร์” พัชชาอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นลูกชายยืนนิ่งหน้าเสียอยู่บนเวที“พาย ลูกเราเป็นอะไรหรือเปล่า” เอเดนรีบถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง“น่าจะไม่ชินค่ะ วันนี้คนเยอะมากจริง ๆ ขวัญบอกว่าตอนซ้อมมีแค่เด็ก ๆ กับคนดูแล พอมาเจอสถานการณ์จริงแบบนี้ แกคงตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก”“เราไปพาลูกกลับตอนนี้เลยดีไหมพาย พี่สงสารลูก” คนเป็นพ่อมองดูหยาดน้ำตา ที่จวนจะหยดของลูกชายด้วยความเวทนา“รออีกสักนิดเถอะค่ะ วิกเตอร์ยังไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ถือเป็นโอกาสให้แกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในเมื่ออุตส่าห์พาแกมาอยู่ตรงนี้แล้ว ลองให้แกได้สู้อีกหน่อยนะคะ”“ก็ได้ แต่ถ้าลูกดูอึดอัดมากกว่านี้ พี่จะพาลูกกลับทันที” เอเดนยอมผ่อนปรน แต่ก็ยังกำมือภรรยาไว้แน่นด้วยความกังวล“ขวัญ หลานคุณเป็
คู่รักที่เพิ่งกลับมาปรับความเข้าใจกัน ตอนนี้อบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทั้งคู่ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เริ่มจากการอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกชายตัวน้อย เพื่อเตรียมตัวไปส่งที่โรงเรียนวิกเตอร์ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของคำว่าครอบครัว ที่มีทั้งพ่อและแม่พร้อมหน้าเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ มิหนำซ้ำวันนี้ยังมีพ่อไปส่งถึงหน้าโรงเรียนด้วยตัวเอง ไม่มีอะไรที่จะน่าดีใจไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับเด็กชายเมื่อส่งลูกเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปส่งขนมตามออเดอร์ที่ค้างไว้ โดยมีเอเดนคอยตามติดไม่ห่าง เพราะเขาตั้งใจ จะให้เธอแจ้งแก่ลูกค้าทุกคน ว่าจะเลิกทำขนมขายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป“ส่งขนมเสร็จแล้วเข้าไปที่โรงแรมกับพี่นะ”“บ้า พูดอะไรแบบนั้นคะ” พัชชาหน้าแดงซ่านเมื่อเห็นเขาพูดจาสองแง่สองง่าม ต่อหน้าลูกน้อง“คิดอะไรลามก พี่เป็นเจ้าของโรงแรมนะลืมไปแล้วหรือไง”“ก็ใครจะไปรู้ล่ะเล่นพูดมาแบบนี้”“หึ แต่พี่ก็ให้คนเปิดห้องสูทส่วนตัว เตรียมไว้แล้วนะ เผื่อว่าเราสองคนอยากจะพักผ่อนกันเป็นการส่วนตัว”“บ้า” หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพื่อซ่อนความเขินอายที่ปิดไม่มิดขนมที่เธอมาส่งในวั







