Masukร่างสูงลุกขึ้นยืน หมุนร่างงามให้หันไปอีกด้าน ซุกแทรกแก่นกายจากเบื้องหลัง มองแผ่นหลังงามที่สะบัดเร่าไปตามจังหวะการกระแทก สะโพกงามเด้งรับจังหวะขยับโยก อกอิ่มในอุ้งมือถูกกอบกุมเขาเสพติดฟางฉีหนิงอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทั้งที่เขาสามารถออกไปดื่มกินสตรีอื่น แต่แค่คิดถึงภาพความเร่าร้อนของฟางฉีหนิงก็ทำให้เขาไปไหนไม่รอดเสียแล้ว ได้แต่ยอมให้หญิงสาวกระทำย่ำยี กดของเขาเอาไว้ใต้ร่างหากวันใดหญิงสาวไม่ทำ เขาก็เป็นฝ่ายเสนอตัว ยอมรุกเร้าจากเบื้องล่าง ขอเพียงหญิงสาวยอมควบขับเขา กระทั่งปลดปล่อยความสุขสมออกมาสักรอบ“ทำอย่างไรดีเสี่ยวหนิง อา”เขากระซิบเสียงเบาในยามที่ถูกหญิงสาวผลักลงไปนั่งบนโซฟาอีกครั้ง ร่างงามนั่งลงคร่อมตัก กลืนกินตัวตนของเขาจนสุดทาง กระทั่งไม่รอให้เขาตั้งตัวสะโพกสวยก็ยกขึ้นกระแทกลง ยกขึ้น กระแทกลงซ้ำๆ ดวงตาจ้องเขาเขม็ง กระทั่งยื่นใบหน้าเข้ามาสอดลิ้นพัวพัน เอวอ่อนออกแรงสะบัดหมุนควง ส่วนประสานเต้นตุบแผดเผา“อา...” จางหมิงซานอ้าปากคำรามจังหวะสุดท้ายที่หญิงสาวเกร็งค้าง บีบรัดแก่นกายแข็งขึง เปิดรับการปลดปล่อยที่เขาเองก็สั่นเทาไปทั้งกายยัง...หญิงสาวไม่ยอมหยุดแค่นั้น ยังคงขยับยกสะโพกและดูดกลืน
ฟางฉีหนิงล้มตัวลงนอนทาบทับร่างแกร่ง ดวงตาฉ่ำเยิ้มหรี่ปรือ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยโดยง่าย ร่างเล็กถูกพลิกหงาย ส่วนประสานที่เพิ่งปลดปล่อยพองตัว อกอิ่มถูกลิ้นร้อนครอบครองแม้เพิ่งอิ่มเอมแต่ไม่นานกลับถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้ง สองมือจึงได้แต่ยกขึ้นกอดไหล่แกร่ง ยอมเป็นฝ่ายถูกเขากดลงกับเตียงจุมพิตอ่อนโยนประพรมลงไปมาทั่วใบหน้า กายเบื้องล่างถูกรุกราน อกอิ่มถูกเคล้นคลึง กระนั้นร่างงามกลับแอ่นกายเสนออย่างใจกล้า มือข้างหนึ่งถึงกับกดศีรษะของเขาเอาไว้ ป้อนให้เขาถึงปาก ทั้งยังแอ่นเอวอ่อนตอบสนองจังหวะถาโถมอย่างถึงใจ“อือ...เร็วอีกหน่อย ใช่” เสียงสั่งการดังขึ้น ฟางฉีหนิงตอบรับเขาอย่างเร่าร้อน“หากรู้ว่ายามเมามายร้อนเร่าถึงเพียงนี้” เขากระซิบ วางแผนบางอย่างในใจเงียบๆ ร่างทั้งร่างสุขสมจนไม่อาจหยุดการโรมรันของสองร่างยังคงดำเนินต่อไป ปลดปล่อยธารร้อนของความรัญจวน ความปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุด ความต้องการอันท่วมท้น กระทั่งฟ้าสางทุกอย่างจึงสงบลง หลงเหลือเอาไว้เพียงความว่างเปล่า...ฟางฉีหนิงลืมตาขึ้นท่ามกลางอาการปวดศีรษะแทบระเบิด ร่างทั้งร่างปวดเมื่อยราวกับเพิ่งผ่านสงครามกลางเมืองและถูกรถถังวิ่งทับ...สิ่งสุด
ท่ามกลางสัมผัสแสนสบาย ฟางฉีหนิงที่เมาจนไม่รู้ตัวกำลังฝันดีอย่างถึงที่สุด บนเตียงนอนอบอุ่นจางหมิงซานเช็ดตัวให้อย่างอ่อนโยน จากนั้นเขาก็นอนอยู่ข้างๆ ลูบแผ่นหลังเบาๆ เป็นเชิงกล่อมฟางฉีหนิงพลิกตัวกอดเขาเอาไว้ พึมพำต่อว่าจากนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมเขาเอาไว้ หรี่ดวงตามองเขาอย่างเอาเรื่อง “เพราะอะไร”“มีเรื่องหนึ่ง...” จางหมิงซานกระซิบบอก เขายกตัวขึ้นเริ่มถอดเสื้อของตนออก มองดูเดรสสีแดงสุดเซ็กซี่เขาลอบสูดปาก แค่คิดว่ามีชายคนอื่นเห็น ความโกรธก็พลุ่งพล่าน“คิดว่าคุณคงโกรธถ้ารู้ความจริงเข้า”“ฉันรอฟังอยู่...”หญิงสาวสอดแขนกอดรอบลำคอเขา ดวงตาหวานเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ นั่งเอนซ้ายขวา จนชายหนุ่มต้องใช้สองมือประคองร่างงามเอาไว้ แต่นั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาด เพราะกระโปรงของเดรสรั้งขึ้น กระทั่งมองเห็นแพนตี้ลูกไม้สีดำ...จางหมิงซานสูดปากพร้อมควบคุมตัวเอง“ความจริงในคฤหาสน์นั่นมีเพียงเราสองคน ฟู่อิงและชิงฮวา คือภาพลวงตาที่ผมสร้างขึ้น พวกเขาเคยไปที่นั่นแต่นานมาแล้ว วิญญาณยังคงไม่ไปไหนถูกกักขังเพราะดวงจิตหมกมุ่น ผม...อยากให้คุณคล้อยตาม”“หมายถึงอยากให้ฉันหึง?” คิ้วเรียวมุ่นลง ความโกรธฉายชัดออกมาจากดวง
ฟางฉีหนิงสะดุ้งพร้อมกับหมุนตัวไปด้านหลัง รอยยิ้มที่เพิ่งกลับมาหายวับไป หลังจากที่พบว่าเจ้าของเสียงไม่ใช่คนที่รอคอย“อาตง...”“เกิดอะไรขึ้น!” เขาดูแตกตื่นเมื่อเห็นขอบตาแดงก่ำของหญิงสาว“เปล่า ไม่มีอะไร” ฟางฉีหนิงส่ายหน้า “เรากลับบ้านก่อนนะ”ไม่เปิดโอกาสให้ลั่วเสี่ยวตงถามให้มากความ ฟางฉีหนิงก้าวขึ้นรถและขับออกไปจากลานจอด ด้านหลังลั่วเสี่ยวตงเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนกำลังเดินมาสมทบ“อ้าวเสี่ยวหนิงไม่ไปกับเราหรอกเหรอ”“นั่นสิ เอ๊ะ นั่นใครอ่ะที่นั่งรถไปด้วย”ลั่วเสี่ยวตงเลิกคิ้วหรี่ตามองไปยังรถของหญิงสาวที่เพิ่งขับพ้นออกไปจากตัวตึก “ทำไมเมื่อกี้ไม่เห็น” เขาเกาศีรษะแกรกๆ“หรือว่าแฟนของเสี่ยวหนิง พ่อหนุ่มจางหมิงซานผู้ลึกลับคนนั้น”“ใช่แน่ๆ”ฟางฉีหนิงขับรถไปจอดยังซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน ช่วงหยุดปีใหม่ขี้เกียจออกมาเบียดกับคนอื่น ดังนั้นจึงอยากแวะซื้อของกินไปตุนเอาไว้ให้เต็มตู้เมื่อเลือกซื้อของและรอจ่ายเงิน เด็กคนหนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมามอง เขามองมายังหญิงสาว จากนั้นหันไปมองข้างๆ ด้วยรอยยิ้มฟางฉีหนิงหรี่ดวงตามองเด็กคนนั้น ก่อนมองไปยังข้างกายที่ว่างเปล่า ร่างเล็กนั่งลงกระซิบถาม “เขาหล่อมั้ยจ้ะ” ถามจบก
เขาไม่พูดเปล่ากลับทิ้งตัวลงนอนหงาย สองมือคว้าจับเอวอ่อน รุกเร้ารุนแรง กระทั่งร่างงามเด้งขึ้นลงตามแรงสอดเสยฟางฉีหนิงร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด ในความเจ็บปวดร่างกายกลับสุขสมจนแทบสำลัก มองสบตาร้องขอของเขา มือน้อยได้แต่ดึงปิ่นออกมา...ต้องปลดปล่อยเขา และทุกๆ คนที่ยังคงอยู่ในวังวนบาปนี้ชั่วขณะที่ความสุขสมพุ่งขึ้น จังหวะสอดเสยของเอวสอบ ส่งให้ทุกอย่างระเบิดพร่าง ปลายปิ่นเหมยจ้วงแทงลงไปยังกลางอกแกร่งฟางฉีหนิงกรีดร้องออกมา เป็นเสียงแห่งความเจ็บปวดใจระคนสุขสม ทั้งสองหลั่งรินออกมาพร้อมกัน แต่เมื่อปิ่นเหมยจ้วงแทงลงไป เสียงกรีดร้องมากมายกลับดังขึ้น พร้อมๆ กันนั้นก็มีเสียงฟ้าผ่าลงมาเป็นสายร่างแกร่งที่อยู่เบื้องล่างเริ่มเลือนราง เขายกกายขึ้นมองหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม จุมพิตแผ่วเบาพร้อมกระซิบขอบคุณ จากนั้นร่างของเขาก็ค่อยๆ แตกสลาย หลงเหลือเพียงแสงริบหรี่ราวกับหิ่งห้อย ล่องลอยไปคนละทิศละทาง เช่นกันกับดวงวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ในเหมยกระถาง“เสี่ยวหนิง แม่...ขอโทษ”เสียงของแม่ทำให้ฟางฉีหนิงร้องไห้ออกมา เห็นอีกฝ่ายยืนมองด้วยใบหน้าสำนึกผิด หญิงสาวเพียงพยักหน้า“หนูยกโทษให้ค่ะ”ทุกอย่างเลือนหายไปแต่ความเจ็บปวด
“บอกฉันที... นี่คือสิ่งที่คุณต้องการใช่หรือไม่ เพราะเหตุใดต้องทำให้ยุ่งยาก” ฟางฉีหนิงกล่าวจบน้ำตาก็ไหลลงมายังสองข้างแก้ม “ในอดีตฉันถูกหลอกให้สะกดวิญญาณของคุณ มาถึงวันนี้คุณก็ยังอยากยืมมือฉันเพื่อปลดปล่อย ขอเพียงบอก...ฉันพร้อมให้ความร่วมมือ”“แน่ใจหรือ” รอยยิ้มร้ายกาจของเขาทำให้ฟางฉีหนิงเม้มปาก“มานี่สิ” เขายื่นมือออกไปข้างหน้าฟางฉีหนิงก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ หัวใจเจ็บปวดบีบรัด ความรู้สึกเหมือนบางอย่างกำลังจะหลุดลอยจากไป ทำให้หญิงสาวอึดอัดแม้บอกตัวเองว่าเขาเป็นปิศาจ แต่เพราะเหตุใดหัวใจไม่รักดีจึงยังคงรู้สึกผิด แม้บอกตัวเองว่าหลังจากการกระทำนี้ เขาจะถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ แต่ความกลัวว่าตัวเองจะสูญเสีย กลับทำให้ยังคงลังเลร่างเล็กถูกดึงขึ้นไปนั่งคร่อมตักแกร่ง จางหมิงซานเริ่มลูบไล้ร่างงามตรงหน้า “ไม่เคยได้ยินหรือ เหล่าบุรุษล้วนยอมตาย ขอเพียงได้อิงแอบโฉมงาม”ฟางฉีหนิงมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา ดวงตาร้อนผ่าวอย่างไม่อาจห้าม สองมือยื่นออกไปแตะข้างแก้ม เลื่อนใบหน้าเข้าหาเขา จุมพิตแผ่วเบาแล้วผละออกดวงตาคู่งามคลอคลองสานสบดวงตาคมกริบ รอยยิ้มของเขายังคงหล่อเหลาและล่อลวงสายฝนเริ่มโปรย
ชายหนุ่มมั่นใจว่ากล้องหน้ารถของเขาถ่ายใบหน้าของคนทั้งหมดเอาไว้ได้แล้ว เช่นกันกับบทสนทนาของเด็กหนุ่มเหล่านั้นซึ่งเขาบันทึกไว้ด้วยมือถือมองดูหญิงสาวซึ่งหมดสติอยู่เบาะข้างคนขับ เฉิงอวี้ได้แต่กลัดกลุ้ม หวังว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เฉิงซวี่ทำอะไรโง่ๆ เพราะหากยังมีครั้งก่อนหน้า เขาก็ไม่มั่นใจแล้วว่าสามารถ
คนในสายเขาคุ้นเคยดีเพราะอีกฝ่ายคือหนึ่งในเพื่อนสนิทของซูฉิงลี่ ความรู้สึกวูบหนึ่งในใจของเขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกคนล้วนมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเขาจบการเงินเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แม้ฐานะที่บ้านไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ถือว่าลำบาก การงานหลังจากเรียนจบโทหรือก็มั่นคงอยู่ในระดับที่ดีเขาไ
ซูฉิงลี่ลอบถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ในใจอยากสบถคำหยาบออกมาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ที่ทำได้คือนั่งเท้าคางมองออกไปนอกร้านด้วยท่าทีเบื่อหน่าย แม้ว่าเกาอวี้จะกำลังเดินเข้าประตูมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสายตาของหญิงสาวมองไปเรื่อยเปื่อย ขณะที่เกาอวี้กำลังนั่งลงข้างๆ เอ่ยทักทายด้วยท่าทียินดี เมื่อมองไปยังฝั่งตรงข้ามท
ถนนซวงผู่หน้ามหาวิทยาลัย S เป็นหนึ่งในถนนที่มีนักศึกษาเดินไปมาคึกคัก โดยรอบมหาวิทยาลัยร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ สองข้างทางสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ ผนังด้านนอกของร้านรวงมากมายล้วนทาสีขาวดูสบายตา หนึ่งในร้านที่โดดเด่นสะดุดตาเพราะมีนักศึกษาเดินเข้าออกคือร้านกาแฟ The Caféตึกสีขาวสองชั้นตั้งอยู่ท่า







