Share

บทที่ 2

Author: Yaygoh
last update Petsa ng paglalathala: 2025-07-03 20:19:12

ฉันลืมตาขึ้นภายใต้ความมืดสลัว เจ็บตรงอกเหมือนมีหินก้อนใหญ่กดทับทั้งที่ไม่มีอะไรนอกจากผ้าห่มผืนบางคลุม แค่หายใจเบาๆ ยังทรมาน

นี่ฉันยังไม่ตาย!?!

ในหัวปวดหนึบ คอแห้งผาก มองฝ่าความมืดในห้องอย่างสงสัยแกมตื่นตระหนก ถ้าฉันยังมีชีวิตอยู่งั้นที่นี่ที่ไหน

“รู้สึกตัวแล้วเหรอ”

น้ำเสียงบาดหูดังขึ้น ฉันเหลือบมองเงาของร่างสูงที่ขยับเข้ามาข่มมือลงบนเตียงอย่างวิตก ริกกี้!

ฉันตกใจ ขยับหนีเขาอย่างลืมตัวก่อนจะร้องออกมาเสียงดังเพราะความเจ็บปวดที่อกร้าวระบม หายใจหอบลึก มองริกกี้นัยน์ตาสั่นไหว

“ฉันน่ากลัวกว่าลูกปืนหรือไง”

“อึก”

น้ำเสียงหงุดหงิดดังอย่างไม่สบอารมณ์

เขาทำให้ฉันนึกออกว่าก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น ....ฉันเอาตัวเข้าไปบังกระสุนของริกกี้เพราะจะปกป้องคนแปลกหน้าแต่ฉันทำไปโดยไม่รู้ตัว และไม่คิดด้วยว่าริกกี้จะลั่นไกจริงๆ

ฉันกลืนน้ำลายอึก เนื้อตัวเย็นเฉียบเมื่อรู้ถึงความน่ากลัวที่เผชิญมา ริกกี้มาอยู่ตรงหน้าฉันแบบนี้ก็แปลว่าฉันยังไม่ตาย

“เธอเป็นอะไรกับไอ้คลื่น”

เสียงแข็งกระด้างไม่เป็นมิตรของริกกี้ที่ดังอยู่ใกล้ๆ ดึงสติฉันกลับมามองหน้าเขาอย่างสับสน

ฉันไม่เคยรู้จักคนชื่อคลื่น

“ตอบมา!”

เขากระแทกเสียงอย่างหงุดหงิด ฉันสะดุ้งเฮือก รู้สึกเจ็บร้าวที่หน้าอก ในหัวพยายามเรียบเรียงเรื่องที่เกิดขึ้น ละล่ำละลักเสียงแหบพร่า

“ฉัน....ไม่รู้จัก”

“แล้วเธอช่วยมันทำไม มีคนสติดีที่ไหนเอาตัวไปบังกระสุนแทนคนอื่น”

ฉันกะพริบตา ริกกี้พูดแบบนั้นก็แสดงว่า.... คนนั้นชื่อคลื่น

“เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนั้น”

“เธอคิดจะกวนประสาทฉันหรือไง”

เขาบีบคางฉันเอาไว้แน่นด้วยท่าทางโมโห

“ฉัน....ขะขอโทษ”

“เธอเป็นอะไรกับมันบอกความจริงมาก่อนฉันจะหมดความอดทน”

“ฉันไม่รู้ ฮืออออ ฉันไม่รู้จริงๆ” ฉันสะอื้นอย่างตื่นกลัวเพราะสายตากดดันปนเลือดเย็นของคนตรงหน้า มันอยู่ใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุ น้ำตาฉันเอ่อล้นออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

“หยุดร้องรำคาญ!”

“ฮึก.....”

“คิดว่าฉันเชื่อเธอเหรอ แกล้งทำเป็นใสซื่อที่จริงเธอแฝงตัวเข้ามาในงานเพื่อสืบความลับฉันให้พวกอีเกิลสปีดใช่ไหม”

“ฉันไม่รู้ จะเจ็บ....ฮือออปะปล่อยฉันเถอะฉันขอร้อง”

“คายความลับออกมา ไม่งั้นฉันฆ่าเธอจริงๆ”

เขาเขย่าหน้าฉันจนปวดสะเทือนไปทั้งตัว คาดคั้นเอาเรื่องที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจและไม่อยากรู้ด้วย ขอร้องอ้อนวอนเขาทั้งน้ำตาทั้งที่มันเจ็บจนแทบพูดไม่ไหว แต่ริกกี้ไม่ฟังเขายังคงเค้นฉันต่ออย่างบ้าคลั่ง

“เฮ้ยริกกี้ทำอะไร”

ก่อนที่ฉันจะเจ็บตายด้วยน้ำมือริกกี้ ใครคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามากระชากเขาออกจากเตียง

“เก่ง”

เสียงริกกี้สบถลอดไรฟัน ฉันมองเงาสองเงาที่อยู่ห่างเตียงอย่างกลั้นหายใจ รู้สึกสับและหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ

“ทำอะไร จะฆ่ายัยนั่นหรือไง”

“ไม่ใช่เรื่องของมึงอย่ายุ่ง” ริกกี้ทำท่าจะกลับมารังแกฉันต่อแต่ถูกมือคนนั้นดึงรั้งแขนห้ามเอาไว้ ฉันใจหายเฮือก ท่ามกลางความเจ็บปวดที่แทบจะกลืนกินสติ ฉันนึกขอบคุณเขาเบาๆ ที่หยุดริกกี้เอาไว้

“ใจเย็นหน่อยสิวะ ถ้าเธอตายขึ้นมากูก็ต้องมานั่งทำลายศพอีก”

นั่นคือเหตุผลที่เขากังวลเหรอ ฉันสะดุ้งไหวเมื่อได้ยินแบบนั้น มือที่พอจะขยับไหวขยุ้มผ้าห่มแน่นมีแต่ความหวาดหวั่นอบอวลอยู่ในหัว

“ยากอะไร ถ้ามันตายก็แค่ส่งไปให้ไอ้คลื่นฝัง”

“ถ้ามันจบแค่นั้นก็ดีสิ”

ริกกี้เงียบไปครู่หนึ่ง

“กูเปลี่ยนใจแล้ว ไม่ให้ยัยนี่ตายน่าจะมีประโยชน์กว่า”

“นั่นแหละที่กูกำลังจะบอก”

“เออ งั้นก็จัดการต่อด้วย”

ริกกี้ออกไปแล้วเหลือแค่ผู้ชายแปลกหน้าอยู่ในห้องกับฉันสองคน

“จะทำอะไรน่ะ!”

ฉันใจหายเฮือก ผวาตัวหนีแต่ก็เหมือนมีอะไรกดทับอยู่ตรงอกขยับได้ไม่ถึงสองทีก็น้ำตาเล็ด ผ้าที่คลุมอยู่ตรงอกถูกมือของเขาเปิดออกอย่างไม่บอกกล่าว ฉันร้องเสียงหลง เย็นวาบไปทั้งลำตัวครึ่งบน ลมหายใจติดขัดเมื่อรู้ว่าหน้าอกเปลือยเปล่าไม่มีอะไรสวมทับ

“ใจเย็นๆ ฉันเป็นหมอ”

ฉันชะงัก อาการหวาดกลัวลดลงไปครึ่งเดียว จ้องมองโครงหน้าของคนที่อ้างว่าเป็นหมออย่างไม่ไว้ใจ

ผมของเขายาวประบ่าจนต้องมัดรวบเอาไว้ด้านหลังอย่างลวกๆ หนวดเคราที่โกนไม่เรียบร้อยขึ้นตะปุ่มตะป่ำไม่สม่ำเสมอ ดวงตาสีน้ำตาลดุดัน ใบหน้าหยาบคายเกินกว่าจะเป็นหมอ

“ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ฉันเป็นคนผ่ากระสุนที่ฝังอยู่ตรงอกเธอออก”

คำบอกกล่าวนั้นทำฉันหลุบตามองแผ่นผ้าก๊อชที่วางทับอยู่บนเนินอกตัวเองเลิ่กลั่ก ตอนนี้มันถูกซับไปด้วยเลือดจนมองไม่เห็นสีเดิม

“ไอ้เวรริกทำแผลฉีกให้ตายสิกูก็ต้องมาตามแก้อีก” เขาหยิบผ้าก๊อชออกพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง

ฉันผวาเฮือก กัดฟันแน่นอย่างตื่นกลัวปนอับอาย ที่ตอนนี้กำลังนอนเปลือยอกต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้แต่ความเจ็บปวดแทบจะทำให้ฉันลืมหมดทุกอย่าง

“เฮ้ ไหวไหม ฉันจะเย็บแผลให้ใหม่อยู่นิ่งๆ”

“เอ๊ะ....”

เขาบอกก่อนจะโน้มตัวไปดึงลิ้นชักข้างเตียงออกมา หยิบกล่องปฐมพยาบาลขึ้นมากางบนเตียง ฉันมองเข็มในมือเขาหัวใจเต้นรัว

“อย่านะ....”

“กลัวเหรอ ตอนที่ฉันเอากระสุนออกเธอสลบอยู่เลยไม่มีปัญหา แต่ว่ายาชาหมด เจ็บนิดเดียวทนเอาหน่อยแล้วกัน”

“กรี๊ดดดดดดดดดด”

นิดเดียวอะไรล่ะ!! ฉันกรีดร้องคับห้อง ดิ้นตั้งแต่ปลายเข็มทิ่มลงในเนื้อสดๆ เขาใช้เข่ากดหน้าท้องฉันไม่ให้ดิ้นหนี มืออีกข้างข่มคอเอาไว้สลับกับร้อยเข็มลงในเนื้อ

กว่าความเจ็บปวดจะสิ้นสุดลง ฉันก็หมดแรง นอนหอบเหนื่อย ตัวชา น้ำตาไหลจนชุ่มหมอน มองชายที่เรียกตัวเองว่าหมอก้มลงเก็บอุปกรณ์นัยน์ลอยคว้าง

เมื่อกี้ฉันนึกว่าจะขาดใจไปแล้วจริงๆ เกิดมาไม่เคยเย็บแผลสดแบบนี้มาก่อน

กลิ่นคาวเลือดคลุ้งแตะจมูก เขาเก็บสำลีกับผ้าก๊อชที่เปื้อนเลือดทิ้งลงถังขยะเล็กข้างเตียง แล้วลุกขึ้นเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่

“เดี๋ยวเอายาแก้อักเสบกับลดไข้มาให้ อย่าเพิ่งขยับตัวล่ะเดี๋ยวแผลฉีกอีก”

คิดว่าสภาพฉันสามารถลุกขึ้นไปไหนได้หรือไง

เขาเดินออกจากห้องพร้อมกับถังขยะและกล่องอุปกรณ์การแพทย์ ฉันมองตามจนประตูห้องปิดลง หลับตาอย่างเหนื่อยล้า ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจนเคลิ้มเกือบหลับประตูก็เปิดออก

“อ่ะกินซะจะได้ดีขึ้น”

ผู้ชายคนนั้นยื่นยาให้แต่ฉันไม่มีปัญญาจะรับ ลำพังแค่หายใจเข้าออกยังระบมไปทั้งอก

“ลำบากกูอีก”

เขาเดินมาสอดยาเข้าปากฉันด้วยท่าทางรำคาญ ก่อนหยิบขวดน้ำมาจ่อปากแล้วค่อยๆ เทให้ เม็ดยาลื่นๆ ไหลลงคออย่างทุลักทุเล กลิ่นอายความขมไหลปราดไปทั่วโพรงปาก

“เธอเป็นผู้หญิงไอ้คลื่นจริงเหรอ”

เขามองฉันที่นอนหอบอยู่บนเตียงก่อนที่ปลายสายตาของคนเป็นหมอจะหยุดอยู่ที่หน้าอกเปล่าเปลือยของฉัน

“อย่ามองนะ”

“ฉันไม่มีอารมณ์กับคนเจ็บหรอกน่า”

เขาทำเสียงขัดใจใส่ฉัน แต่ก็ยังไม่หยุดมอง

“ถามจริง เวอร์จิ้นอยู่หรือเปล่า?”

“.....”

“ไม่ต้องห่วงฉันยังไม่ได้ดูข้างล่าง ก็นะ เมื่อคืนที่ริกกี้เรียกฉันมามันด่วนจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นนอกจากผ่ากระสุนออก เหนื่อยเป็นบ้า.... เอออ้าวหลับแล้วเหรอ?”

ฉันไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรต่อ หลังจากทักเรื่องเวอร์จิ้นฉันจำได้ว่าตกใจอยู่แป๊บหนึ่งหลังจากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย เปลือกตามันหนักจนทานไม่ไหว ความเจ็บปวดผสมกับฤทธิ์ยาที่ทานเข้าไปกล่อมฉันให้หลับสนิท

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • State Red Sun ร้ายซ่อนรักฉบับโหด   บทที่ 344

    “เมาหรือเปล่า?”ริกกี้เอ่ยถามระหว่างอยู่ในลิฟต์ มือโอบเอวบางเอาไว้หลวมๆ“หือ เปล่า นิ้งไม่ได้แตะเลย”“ไม่ได้ดื่มเหรอ”“ไม่สิ เนี่ยมีกลิ่นเหล้าที่ไหน”สาวเจ้าไม่พูดเปล่าแต่เขย่งเท้าขึ้นคว้าต้นคออีกฝ่ายลงมาประกบริมฝีปาก รสจูบที่เต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนทำคิ้วเข้มขมวดมุ่น ไหนว่าไม่ได้ดื่มไง ทำไมกลิ่

  • State Red Sun ร้ายซ่อนรักฉบับโหด   บทที่ 343

    “เหมยไปเมืองนอกแล้วอ่า... สงสารหนูมีน”คะนิ้งพูดขึ้นมาระหว่างเดินเข้าสู่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยพร้อมกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม เลโอซึ่งเป็นคู่สนทนาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย“เทียน!”ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเทียนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เพื่อนๆ ในกลุ่มที่กำลังฟังเรื่องเหมยจากคะนิ้งและเลโอหันไปมองเจ้าของเสียงทันที“พี

  • State Red Sun ร้ายซ่อนรักฉบับโหด   บทที่ 342

    “อย่าพาภามมาที่นี่อีก ไม่งั้นฉันโกรธจริงๆ ด้วย”“เพนนี... ทำไม ฮาน...”คะนิ้งมองท่าทีโกรธกรุ่นของเพนนีด้วยความสับสน กำลังจะถามว่ามันเรื่องอะไร ทำไมต้องโกรธหนักแบบนั้น ร่างสูงของฮานก็เดินตามออกมาเฉลยข้อข้องใจของคะนิ้งทันทีฮานไม่พูดอะไร เพนนีก็เบือนหน้าไปทางอื่นด้วยท่าทางพะอืดพะอมทนหายใจร่วมกับอีกฝ่า

  • State Red Sun ร้ายซ่อนรักฉบับโหด   บทที่ 341

    “ครับเฮีย ได้ครับ” ปริ๊นซ์พยักหน้าหงึกหงักแบบตั้งตัวไม่ทัน มองใบหน้าที่กำลังหลับสนิทของภามอย่างรู้สึกเอ็นดู “ถ้ามีอะไรก็โทรมานะปริ๊นซ์”คะนิ้งหยิบกระเป๋าขึ้นจะเดินตามริกกี้ออกไปก็ยังพะวักพะวนไม่หาย ฝากฝังโน่นนี่นั่นอยู่หลายคำราวกลับว่าไปไหนไกลทั้งที่ริกกี้จะพาไปร้านข้าวหน้าปา

  • State Red Sun ร้ายซ่อนรักฉบับโหด   บทที่ 340

    “อ่อ เร็วๆ นะ” ริกกี้คว้าร่างภามขึ้นอุ้ม พาเดินลงมาบันไดหน้าตึงเล็กน้อย ตรงมาที่โซฟาแล้วเปิดทีวีดู แต่ดูไม่เป็นสุขหรอกเพราะน้องไม่อยู่เฉยๆ ต้องจับเอาไว้ตลอดไม่งั้นได้กลิ้งตกโซฟาแน่นอน “อยู่นิ่งๆ สิวะ เฮ้อ...” “มาแล้ว” คะนิ้งวิ่งลงบันไดมาอย่างร่าเริงมอง

  • State Red Sun ร้ายซ่อนรักฉบับโหด   บทที่ 339

    “คะนิ้ง!” ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูผสมโรงกับเสียงเรียกทำให้คนบนเตียงพลิกตัวไปมาแล้วลุกขึ้นนั่งอย่างทนนอนต่อไปไม่ไหว หันไปมองทางประตูที่ยังมีเสียงตะโกนเรียกไม่หยุด “เพนนี...” คะนิ้งพึมพำชื่อน้องสาวต่างสายเลือด ผ่อนลมหายใจยาวฝืนใจลุกออกจากเตียงมาเปิดประตู

  • State Red Sun ร้ายซ่อนรักฉบับโหด   บทที่ 261

    “ครับ” ผมออกจากห้องทำงานพ่อ ใบหน้าเรียบสนิทแต่ในหัวเต็มไปด้วยความเครียด ผมจะคุยกับนิ้งเรื่องที่ได้ยังไงในเมื่อตอนนี้แค่หน้าผมเธอยังไม่อยากจะมองด้วยซ้ำ “เฮีย” เสียงเรียกตีสนิทนั่นดึงความสนใจของผมให้หันไปมอง ไรเนอร์...น้องชายคนละแม่ของผมเอง หน้าตาก็คนละขั้วกันเลย

    last updateHuling Na-update : 2026-03-31
  • State Red Sun ร้ายซ่อนรักฉบับโหด   บทที่ 260

    [ ริกกี้ ] “ไปกันเถอะค่ะ” “ครับ....” ราเอลหันกลับมาเหยียดยิ้มหยันให้ผมลับหลังคะนิ้ง ไอ้เวรนั่น!ผมอยากตามเข้าไปกระชากคอเสื้อมันลงพื้นแล้วอัดให้จมกองเลือดตอนนั้นเลย แต่เพราะเสียงเรียกของริตาทำให้ผมระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านเอาไว้ “ริก? มี

    last updateHuling Na-update : 2026-03-31
  • State Red Sun ร้ายซ่อนรักฉบับโหด   บทที่ 252

    “ถ้าจะล้มก็จับแขนผมได้”ราเอลยื่นแขนออกมาเมื่อเห็นฉันเดินเซตรงพื้นต่างระดับ ฉันยังไม่ทันฟังรู้เรื่องมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็วิ่งเฉียดออกมาจากซอยถนนตรงหน้า ร่างฉันปลิวกลับไปกระแทกกับแผ่นอกของราเอลทันควันพลั่ก!“ระวังนิ้ง”“อ๊ะ ขะขอบคุณค่ะ”ฉันผละออกจากอกของราเอลอย่างเกรงใจ แล้วฝืนตั้งสติอยู่พักหนึ่ง“แ

    last updateHuling Na-update : 2026-03-31
  • State Red Sun ร้ายซ่อนรักฉบับโหด   บทที่ 254

    “ฉันไม่เท่าไหร่แต่ริกกี้จะคิดยังไง ...ถ้าหมอนั่นรู้คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น”“....” ริกกี้เหรอ เขาไม่สนใจฉันด้วยซ้ำ“ไม่คิดว่ามันแปลกเหรอที่จู่ๆ ราเอลก็มายุ่งกับเธอ” จะว่าไปมันก็แปลก แต่ฉันกลับรู้สึกว่าทั้งเรซและเฮียหมูตั้งแง่กับราเอลมากไป“นายระแวงเกินไป ราเอลอาจจะไม่ได้คิดอะไรก็ได้”“ฉันว่าเธออยู่ห่าง

    last updateHuling Na-update : 2026-03-31
Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status