Masukรุ่งอรุณได้มาถึง แสงแดดอ่อนๆ ลอดเข้าผ่านทางต่างต่างห้องนั่งเล่นของบ้านอย่างอ่อนโยน น้ำชานั่งอยู่บนโซฟา ในมือถือดินสอและสมุดสเก็ตภาพเอาไว้แล้วบรรจงร่างภาพชุดสวมใส่ลงบนสมุดอย่างเป็นมืออาชีพและรวดเร็ว รูปแล้วรูปเล่าที่เธอวาด เธอขีดเขียนมันออกมาอย่างสวยงามไม่ว่าจะเป็นชุดลำลอง ชุดเดรส ชุดออกกำลังกาย หรือชุดในรูปแบบทางการก็ตาม
ในขณะที่เธอกำลังดำดิ่งอยู่กับการเสก็ตภาพนั้น กลิ่นหอมๆ จากห้องครัวก็ลอยมาแตะจมูกของเธอพร้อมกับเสียงเรียกอันคุ้นเคย
"ชา มากินข้าวเร็ว" เมษเรียกลูกสาวของตนพร้อมกับวางจานอาหารลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ และมั่นคง จากนั้นเจ้าตัวก็นั่งลงพร้อมยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเหมือนเคย ตอนนี้เขาอยู่ในชุดสูทพร้อมไปทำงาน ดวงตาฉายแววเหนื่อยล้าจากการนอนลึกเกินควรของชายวันกลางคนอย่างเด่นชัด
น้ำชาวางสมุดสเก็ตของตัวเองลงแล้วเดินมายังโต๊ะทานอาหาร เมื่อมองอาหารบนโต๊ะเธอก็พบว่าท้ังหมดนั่นคืออาหารที่เธอชอบกินทั้งนั้น
"โห ป๊าจำได้ด้วยเหรอว่าหนูชอบกินอะไร"
เมษเหลือบมองลูกสาวของตนแว๊บหนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ
"ทำไมป๊าจะทำไม่ได้ ดูซะก่อนว่าใครเป็นคนเลี้ยงมา" เมษพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจในฐานะ 'พ่อ' คนหนึ่ง
น้ำชาที่ได้ยินคำตอบนั้น แม้จะร้สึกเจ็บปวดในอกราวกับถูกบีบหัวใจมากแค่ไหนก็ตาม เธอก็ยังคงงยิ้มรับอย่างเป็นธรรมชาติในฐานะลูกสาวที่ดี..
"แหะๆ..นึกว่าจะลืมไปแล้วซะอีก ถึงจะแก่แต่ความจำยังดีนะเนี่ย"
"เดี๋ยวเถอะ ใครแก่กัน"
เมื่อเห็นเมษทำหน้าตาไม่ชอบใจแบบปลอมๆ นั่น น้ำชาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอีกครั้ง
"อ่ะ อ่ะ ไม่แซวก็ได้" น้ำชาพูดพร้อมทำมือปัดๆ จากนั้นก็เริ่มทานอาหารเช้าที่เมษทำมาให้
กลิ่นหอมของแกงไก่ ผัดบวบ แล้วก็ไข่เจียวฟู ทั้งสามอย่างนี้คือสิ่งที่น้ำชาชอบกินมากที่สุด แม้มันจะดูเยอะแต่เมษก็รู้ดีกว่าตัวของน้ำชาเองเป็นคนที่ค่อนข้างกินจุใช้ได้.. เจ้าตัวนั่งมองลูกสาวของตนพลางนึกถึงวันเก่าๆ วันที่พวกเขาได้กินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อ แม่ ลูก
'พลอยต้องภูมิใจมากแน่ที่ได้เห็นน้ำชาในตอนนี้' เมษคิด พร้อมกับยกแกฟาขึ้นจิบอีกครั้ง
'น้ำชาโตขึ้นมากเลยทีเดียว อีกแป๊ปก็จะได้ออกไปทำงานเหมือนกับผู้ใหญ่เขากันแล้ว..'
'น้ำชาเรียนเก่งขนาดนี้ ยังไงเวลาไปทำงานก็ต้องราบรื่นอยู่แล้ว แต่..จะมีคนมาแกล้งเพราะเป็นเด็กใหม่หรือเปล่านะ จะเข้ากับเพื่อนที่ทำงานได้ไหม.. จริงสิ แฟนล่ะ? ถ้าสมมุติว่าน้ำชามีแฟน-'
เมษสะดุดกับความคิดของตนเข้าอย่างจังจนเกือบจะสำลักกาแฟ
ความคิดที่ว่าน้ำชาอาจจะมีแฟนในอนาคตเป็นความคิดที่คนเป็นพ่ออย่างเมษดูจะใจหายมากที่สุดตามประสาคนเป็น..พ่อ
ยังไงพ่อทุกคนก็ต้องหวงลูกสาวเป็นธรรมดาใช่ไหม ถ้าอนาคตน้ำชามีแฟนแล้วแฟนคนนั้นทำทำให้เธอเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง?
...เมษพยายามสะบัดความคิดนั้นทิ้งไปแล้วกระแอ่มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามคำถามทั่วไปกับลูกสาวของเขา
"แล้ว..หลังจากนี้จะทำอะไรต่อเหรอ?"
น้ำชาหยุดตักอาหารเข้าปากครู่หนึ่งเพื่อใช้ความคิดก่อนจะตอบกลับไปอย่างมั่นอกมั่นใจว่า "..อยากทำงานออกแบบค่ะป๊า"
เมษพยักหน้ารับคำตอบ ยังไงซะ ลูกสาวของเขาถึงกับไปเรียนต่อด้านนี้ที่ต่างประเทศเชียว ยังไงนี่ก็เป็นงานที่เธอใฝ่ฝันอยู่แล้ว
"ยากมันยากอยู่นะ"
"ชาเชื่อว่าชารับไหวค่ะ ที่ต่างประเทศชาเจอมาหมดแล้ว ทั้งความกดดัน ทั้งการแข่งขันที่สูงลิ่ว..ถึงมันจะยาก แต่ชาก็อยากทำ"
"ป๊าเชื่อว่าชาทำได้..แค่อยากบอกว่าถ้าวันไหนไม่ไหวหรือว่าเหนื่อย ก็อยากให้รู้ว่าชากลับมาพักที่บ้านได้เสมอนะ"
คำพูดของเมษนั้นราวกับเป็นคำอวยพรที่อบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ส่งตรงเข้าถึงใจของน้ำชาได้ไม่ยากเย็นนัก แววตาอันอบอุ่นที่ส่งให้ลูกสาวของเขามันเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยตามประสาของคนเป็น 'พ่อ' ไม่มีที่ติ.. เขาเอื้อมมือไปลูบศีษะของน้ำชาไปมาอย่างเบามือก่อนจะถอนออกแล้วลุกขึ้นยืน
"เดี๋ยวป๊าไปทำงานแ้วนะ อยู่เฝ้าบ้านล่ะ แต่ถ้าจะออกไปไหนก็อย่าลืมล็อคบ้านนะ" เมษกล่าวพลางสวมเสื้อสูทตัวนอกไปด้วย
"ค..ค่ะป๊า!"
น้ำชามองแผ่นหลังของเมษเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป เมื่อเห็นว่ารถของเขาเริ่มลายลับตาไปแล้วเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างกับนักว่ายน้ำที่กลั้นหายใจมานานแสนนาน....
- - - - - -
วันนี้เมษมาถึงบริษัทเร็วกว่าที่เคย เข้าเดินขึ้นลิฟต์ตัวเดิมเดินผ่านทางเดินยาวที่เดิม เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เขาก็ทักทายกับเพื่อนร่วมงานคนเดิมๆ ก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปยังโต๊ะที่ออฟฟิศของตนเองอย่างคุ้นชิน เมษวางกระเป๋าเป้ของเขาไว้ข้างโต๊ะแล้วเริ่มเคลียร์งานภายในวันนี้ให้เสร็จ
น่าแปลกที่วันนี้ตัวเขานั้นหัวโล่งกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ช่วงก่อนหน้านี้เขายังดูเพื่อนร่วมงานแซวว่าเขาเหมือนกับซอมบี้เดินได้อยู่แท้ๆ
หลังจากทำงานไปได้สักพักก็มาถึงเวลาพักเที่ยงหลังจากที่ส่งอีเมลล์หาลูกค้าคนสุดท้ายและคุยงานกับหัวหน้าแผนกอื่นจนเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาที่เขาจะลุกออกมาจากเก้าอี้เพื่อหาอะไรมากินลงท้องสักที ซึ่งพอเขาออกมาหาอะไรทานที่โซนอาหารของบริษัทปุ๊ป เพื่อนสาวของเขาที่ชื่อว่าแนน และเพื่อนชายอีกคนที่อยู่คนละแผนกอย่างฐา ก็ได้เข้ามาล้อมเจ้าตัวเอาไว้ทันที..
"ว่าไงเพื่อนเมษ หืมม ได้ข่าวว่าช่วงนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษเหรอ" ไม่ทันไรฐาก็โอบคอของเมษไปเรียบร้อย
"อารมณ์ดีอไร ก็ทำตัวเหมือนเดิมทุกวันเนี่ย เคลียร์บัญชีกับเรื่องภาษีจนหัวหมุนแล้ว" เมษตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ปล่อยให้อีกฝ่ายโอบคอของเขาต่ออย่างคุ้นชิน
"จริงเปล่าา เห็นว่ามันนี้เดินเข้าออฟฟิศมานี่ยิ้มใหญ่เลยนะ" แนนเสริมแล้วดันไหล่เมษไปที
เมษรู้สึกหัวจะปวดกับเพื่อนร่วมงานของเขาทั้งสองจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ดีกว่าพวกเขาคือเพื่อนที่คอยให้กำลังเมษในวันที่เสียพลอยไป..
"เห้ย เงียบๆแบบนี้หรือว่า..." ฐาทำหน้าเหมือนว่ากำลังคิดอยู่ จากนั้นก็ชี้มาที่เมษพร้อมกับคำตอบ "ถูกหวย?"
"ไม่ถูกสักเบอร์ เอาอะไรมาถูก สองตัวท้ายยังไม่ถูกเลยเนี่ย"
"หรือว่า หรือว่า... ใช่แน่ๆ ทรงนี้มีอย่างเดียว" แนนทำท่าเหมือนคนที่มั่นใจในอะไรสักอย่างแบบมากๆ จนเมษเห็นแล้วก็รู้สึกท้อ
"เมษ หรือว่า..พี่จะมีหวานใจคนใหม่แล้ว?"
คำพูดของแนนแทบจะทำให้เขาสำลำอาหารที่เพิ่งกินเข้าไปออกมาแทบจะทันที เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเพื่อนสาวของเขาจะคิดว่าตนจะมีใครอื่นนอกจากพลอย
"มีที่ไหนกัน ไม่มี!"
"เพื่อนเมษปฎิเสธซะเร็วเลยนะ"
"ถึงจะบอกว่าไม่มี..แล้วพี่จะหน้าแดงทำไมหืออ?"
เมื่อได้ยินดังนั้นเมษก็ปัดมือของฐาและดันแนนออกแล้วบังใบหน้าของตนเองนิดหน่อย
"ไม่ได้หน้าแดง มองผิดแล้ว!" เมษหายใจเข้าและออกลึกๆ จากนั้นก็เริ่มอธิบายให้เพื่อนทั้งสอง
"เฮ้อ..ลูกสาวฉันเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เมื่อวานก็เพิ่งพาไปฉลองเรียนจบกันมา" เมษอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ
เมื่อทั้งสองได้ยินดังนั้นก็ถึงกับร้อง 'อ๋ออ' แล้วพยักหน้าเข้าใจในทันที
"อ้ออ น้องน้ำชาใช่ไหม ฉันจำได้! ตอนนั้นยังสูงเท่านี้อยู่เลย" แนนทำมือเหมือนวัดส่วนสูง "เด็กสมัยี้โตวัยกันจริงๆ เลยเนอะ"
"ก็ว่าทำไมแกอารมณ์ดีแปลกๆ แหม่ ฉลองกันสนุกเลยสิพ่อลูก"
เมษหัวเราะแหยะๆ ให้ทั้งสองคน จากนั้นพวกเขาก็คุยอะไรกันต่อเล็กน้อยเกี่ยวกับงานและชีวิตประจำวันตามประสาเพื่อนร่วมงาน ก่อนที่ทั้งสามคนจะกลับไปทำงานกันต่อในช่วงบ่าย
ในไม่ช้าท้องฟ้าก็แปรเปลี่ยนเป็นสีอำพันอีกครั้ง เมษเก็บข้าวเก็บของเตรียมตัวจะกลับบ้านเหมือนทุกที แต่ครั้งนี้เขารู้ว่าบ้านของเขานั้นจะไม่เงียบเหงาอีกต่อไปแล้ว เพราะเขารู้ว่าวันนี้ เมื่อกลับไปจะเจอคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขารอเขาอยู่ที่นั่นแน่นอน
ในขณะที่เมษกำลังจะออกจากบริษัทนั้น เขาก็ได้เดินสวนกับแนนโดยบังเอิญ "พี่เมษ เมื่อตอนเที่ยงหนูแซวเล่น อย่าถือสานะ.."
เมษยิ้มออกมาเล็กน้อยให้กับแนน "ช่างเถอะ ไม่ได้คิดอะไร"
"ฮิฮิ ดีละ นึกว่าพี่จะโกรธซะแล้ว" แนนยิ้มให้ก่อนจะโบกมือลาเมษ และเดินออกจากบริษัทเพื่อกลับบ้านเช่นกัน
'แฟน...เหรอ..?' เมษนึกถึงช่วงตอนเที่ยงที่โดนแซว น่าแปลกที่เขากลับไม่ได้รู้สึกต่อต้านต่อคำนั้นขนาดนั้น แถมยัง..มีความรู้สึกแปลกๆ ในอกที่วูบขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวนี่อีก ทำไมหัวใจของเขาถึงสั่นไหวขึ้นมา แล้วทำไมเขาถึงได้หน้าแดงเมื่อได้ยินคำนั้นกัน ..?
เมษสะบัดความคิดเหล่านั้นออกไปจากหัวแล้วตรงดิ่งไปยังรถส่วนตัวเพื่อขับกลับบ้าน
'บางทีคงจะอยู่คนเดียวมานานเกินไปแล้ว..'
TBC.
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป"ไปก่อนนะคะป๊า" น้ำชาบอกลาพ่อของตนก่อนออกเดินทางไปทำงานแต่เช้า เมษมองลูกสาวของตนวิ่งออกไปอย่างเร่งรีบโดยที่ลืมทานอาหารเช้าที่เขาเตรียมไว้ให้ซะอย่างนั้น"ชา! แล้วกับข้าว-" แน่นอนว่าคำพูดของเขานั้นช้ากว่าลูกสาวเขานัก เพราะตอนนี้ชาได้หายลับไปจากสายตาของเมษเรียบร้อยแล้วเสียงประตูรั้วที่ปิดสนิททิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วห้องครัว เมษมองตามแผ่นหลังของลูกสาวที่ลับหายไปอย่างรวดเร็วจนแทบจะจับความรู้สึกไม่ทัน เขาก้มลงมองแซนด์วิชแฮมชีสและกาแฟร้อนที่เตรียมไว้ให้บนโต๊ะ ควันสีจางยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือแก้ว แต่มันกลับดูอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเจ้าของของมันไม่ได้แตะต้องแม้แต่น้อยมือหนาเลื่อนจานอาหารเข้าไปไว้ตรงกลางโต๊ะอย่างเชื่องช้า ความร้อนจากถ้วยกาแฟที่เขาเตรียมไว้ยังคงแผ่กระจายออกมาจางๆ สัมผัสถึงความตั้งใจที่ถูกละเลย เมษถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางดึงเก้าอี้นั่งลงในตำแหน่งประจำของเขาที่ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเหมือนเคย"รีบขนาดนั้นเลยเหรอ…" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนาฬิกาแขวนผนังส่งเสียง กริ๊ก กริ๊ก เป็นจังหวะตอกย้ำความเงียบที่ปกคลุมบ้านหลังนี้หนึ่
และแล้ววันที่น้ำชารอคอยก็มาถึง เมื่อมีอีเมลตอบกลับ HR เกี่ยวกับการรับเธอเข้าทำงานที่บริษัทออกแบบที่เธอใฝ่ฝัน น้ำชาจ้องหน้าจอโน๊ตบุ๊คอยู่พักหนึ่งอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองก่อนจะรีบอ่านข้อมูลของรายละเอียดงานและวันเวลานัดหมายอย่างถี่ถ้วน "ได้แล้ววว!" เธอเอนหลังลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น เสียงถอนหายใจดังยาวเหมือนปล่อยภาระที่แบกไว้ทั้งชีวิต ต่อไปนี้ เธอจะได้ก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว และต่อจากนี้เธอจะไม่ใช่นักศึกษา หรือ เด็กฝึกงานอีกต่อไป แต่เป็น 'พนักงาน' ในบริษัทที่เธอใฝ่ฝัน บริษัทออกแบบที่เธออยากจะเข้าไปทำงานด้วยมากที่สุดRose & Design คือบริษัทออกแบบเสื้อผ้าชั้นนำที่โด่งดังไปทั่วโลกในไทย ตอนนี้เธอกำลังจะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองที่เงาวับนี้แล้ว ทว่าคืนก่อนวันเริ่มงาน น้ำชากลับนอนไม่ค่อยหลับ คำถามสารพัดกำลังโลดแล่นอยู่ในหัวของเธอราวกับกระแสน้ำเฉี่ยวที่ไม่อาจหยุดได้'จะทำได้ไหม' 'จะโดนมองว่าไม่เก่งพอหรือเปล่า' 'จะตามคนอื่นทันไหม' 'แล้วถ้าพลาดขึ้นมาฉันจะรับความกดดันไหม'ความคิดเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวน้ำชาราวกับเป็นเข็มที่กำลังทิ่มแทงความมั่นใจเมื่อเช้าของเธอ กระนั้นเอ
รุ่งอรุณได้มาถึง แสงแดดอ่อนๆ ลอดเข้าผ่านทางต่างต่างห้องนั่งเล่นของบ้านอย่างอ่อนโยน น้ำชานั่งอยู่บนโซฟา ในมือถือดินสอและสมุดสเก็ตภาพเอาไว้แล้วบรรจงร่างภาพชุดสวมใส่ลงบนสมุดอย่างเป็นมืออาชีพและรวดเร็ว รูปแล้วรูปเล่าที่เธอวาด เธอขีดเขียนมันออกมาอย่างสวยงามไม่ว่าจะเป็นชุดลำลอง ชุดเดรส ชุดออกกำลังกาย หรือชุดในรูปแบบทางการก็ตาม ในขณะที่เธอกำลังดำดิ่งอยู่กับการเสก็ตภาพนั้น กลิ่นหอมๆ จากห้องครัวก็ลอยมาแตะจมูกของเธอพร้อมกับเสียงเรียกอันคุ้นเคย"ชา มากินข้าวเร็ว" เมษเรียกลูกสาวของตนพร้อมกับวางจานอาหารลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ และมั่นคง จากนั้นเจ้าตัวก็นั่งลงพร้อมยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเหมือนเคย ตอนนี้เขาอยู่ในชุดสูทพร้อมไปทำงาน ดวงตาฉายแววเหนื่อยล้าจากการนอนลึกเกินควรของชายวันกลางคนอย่างเด่นชัดน้ำชาวางสมุดสเก็ตของตัวเองลงแล้วเดินมายังโต๊ะทานอาหาร เมื่อมองอาหารบนโต๊ะเธอก็พบว่าท้ังหมดนั่นคืออาหารที่เธอชอบกินทั้งนั้น "โห ป๊าจำได้ด้วยเหรอว่าหนูชอบกินอะไร"เมษเหลือบมองลูกสาวของตนแว๊บหนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ "ทำไมป๊าจะทำไม่ได้ ดูซะก่อนว่าใครเป็นคนเลี้ยงมา" เมษพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจในฐานะ 'พ่อ' คนหนึ่ง น้
กลิ่นของกาแฟอ่อนๆ ลอยมาตามสายลมพร้อมกับเสียงของนกกระจิบร้อง จิ๊บ จิ๊บ อยู่นอกหน้าต่างอย่างไพเราะ แสงอาทิตย์ยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาตกกระทบผมสีดำเงาของชายวัยกลางคนอย่างเมษที่นั่งพิมพ์งานของเขาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เจ้าตัวยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบไปหนึ่งอึกขณะที่สายตายังคงมองหน้าจอไม่ห่าง ขณะนั้นเองเสียงมือถือของเขาก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น มันคือข้อความของลูกสาวของเขาที่ส่งข้อความมานั่นเอง "ป๊าดูนี่" ลูกสาวของเขาทักมาหาด้วยข้อความง่ายๆ จากนั้นก็ส่งรูปชุดเดรสชุดหนึ่งมาให้เขาได้ดู ถ้าเดาไม่ผิด ชุดนี้คงเป็นชุดที่เธอได้ออกแบบเองเป็นแน่ ยังไงซะน้ำชาก็ไปเรียนต่อด้านดีไซน์เนอร์นี่นา "สวยไหมม หนูออกแบบเอง วันนี้จะมีนางแบบใส่ชุดของหนูเดินแบบด้วยแหละ"เมษอมยิ้มให้กับข้อความนั้นก่อนจะหยิบแว่นมาสวมเพื่อพิมพ์อบกลับอย่างช้าๆ "สวยมาก คนที่ได้ใส่ชุดที่หนูออกแบบต้องดีใจมากแน่ :D""ถ้าแม่ยังอยู่ แม่ต้องไปนั่งดูโชว์เดินแบบของหนูอยู่แถวหน้าสุดแล้วก็ยกมือมือายรูปไม่หยุดแน่"น้ำชามองข้อความที่ 'ป๊า' ตอบกลับมาแล้วพยายามพิมพ์ข้อความตอบกลับ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พิมพ์แล้วลบอยู่อย่างนั้นประมาณสามรอบได้ราวกับจมอยู่ใน
บ่ายวันหนึ่ง ณ ตึกสูงตระง่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แสงอาทิตย์อ่อนๆสาดส่องเข้ามายังออฟฟิศอย่างนุ่มนวลเหมือนเป็นการบอกใบ้ว่าตอนนี้เป็นเวลาที่หัวหน้าแผนกอย่าง 'เมษ' ต้องลุกไปประชุมงานอีกรอบได้แล้ว ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารใบสุดท้ายที่กำลังเซ็นอยู่ทันที "เข้ามาได้เลย" เลขาของเขาเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเอกสารและตารางงานในมือ พร้อมดันแว่นของเธอขึ้นเล็กน้อย กระนั้นในมือของเธอก็ไม่ได้มีแค่เอกสารเพียงอย่างเดียว แต่กลับมีกล้องสี่เหลี่ยมใบเล็กๆที่ถูกห่อไว้อย่างสวยงามพร้อมริบบิ้นสีชมพูมากับเธอด้วย "คุณเมษคะ นี่เป็นรายงานการประชุมรอบถัดไปค่ะ อ่ะ แล้วก็นี่ค่ะ" เลขาของเขาวางกล่องสี่เหลี่ยมใบนั้นลงบนโต๊ะของเขา เมษหยิบขึ้นมาดูแล้วก็อดที่จะเอ่ยถามขึ้นไม่ได้ "อันนี้ใครฝากมาเหรอครับ?" เมษหมุนกล่องเล่นไปมาระหว่างดูไปด้วย มันคือกล่องเค้กที่ถูกห่อมาอย่างน่ารักจริงๆ "ฮิฮิ แฟนคุณฝากมาให้น่ะค่ะ วันนี้เขามาเยี่ยม แต่พอรู้ว่าคุณมีประชุมรอบบ่ายเธอก็ฝากให้ฉันเอามาให้" "พลอยมาเหรอ? โธ่ แล้วทำไมไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้เล่า ผมจะได้ไปทักทายเธอสักหน่อย" เมษวางกล่องลงพร้อมทำหน







