Sweetest lies สัญญารักลวงตา

Sweetest lies สัญญารักลวงตา

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-14
Oleh:  ต้ตสนOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
21Bab
316Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หลังจากอุบัติเหตุที่ทำให้ภรรยาของ 'เมษ' จากไป ทำให้เขาต้องกลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวของ 'น้ำชา' ที่เป็นลูกติดทางฝั่งของภรรยาเขาอยู่หลายปี แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์และความรู้สึกที่ไม่อาจก้าวข้ามก็ได้พลิบานขึ้นอย่างช้าๆ ในดวงใจของทั้งสอง..จากนั้นถ้อยคำที่เต็มไปด้วยคำโกหกก็เริ่มต้นขึ้น

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

บ่ายวันหนึ่ง ณ ตึกสูงตระง่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แสงอาทิตย์อ่อนๆสาดส่องเข้ามายังออฟฟิศอย่างนุ่มนวลเหมือนเป็นการบอกใบ้ว่าตอนนี้เป็นเวลาที่หัวหน้าแผนกอย่าง 'เมษ' ต้องลุกไปประชุมงานอีกรอบได้แล้ว 

 ก๊อก ก๊อก 

 เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารใบสุดท้ายที่กำลังเซ็นอยู่ทันที

 "เข้ามาได้เลย"

 เลขาของเขาเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเอกสารและตารางงานในมือ พร้อมดันแว่นของเธอขึ้นเล็กน้อย กระนั้นในมือของเธอก็ไม่ได้มีแค่เอกสารเพียงอย่างเดียว แต่กลับมีกล้องสี่เหลี่ยมใบเล็กๆที่ถูกห่อไว้อย่างสวยงามพร้อมริบบิ้นสีชมพูมากับเธอด้วย 

 "คุณเมษคะ นี่เป็นรายงานการประชุมรอบถัดไปค่ะ อ่ะ แล้วก็นี่ค่ะ" เลขาของเขาวางกล่องสี่เหลี่ยมใบนั้นลงบนโต๊ะของเขา เมษหยิบขึ้นมาดูแล้วก็อดที่จะเอ่ยถามขึ้นไม่ได้ 

 "อันนี้ใครฝากมาเหรอครับ?" เมษหมุนกล่องเล่นไปมาระหว่างดูไปด้วย มันคือกล่องเค้กที่ถูกห่อมาอย่างน่ารักจริงๆ

 "ฮิฮิ แฟนคุณฝากมาให้น่ะค่ะ วันนี้เขามาเยี่ยม แต่พอรู้ว่าคุณมีประชุมรอบบ่ายเธอก็ฝากให้ฉันเอามาให้"

 "พลอยมาเหรอ? โธ่ แล้วทำไมไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้เล่า ผมจะได้ไปทักทายเธอสักหน่อย" เมษวางกล่องลงพร้อมทำหน้าเสียดายที่ไม่ได้ไปทักทายภรรยาของเขาสักหน่อย ช่วงนี้เขางานยุ่งก็ใช่ แต่อย่างน้องเขาก็อยากที่จะหาเวลาว่างอยู่กับเธอบ้าง ตั้งแต่ได้แต่งงานกันเธอก็ช่วยเหลือและดูแลเขามาตลอด ตัวของเมษเองก็อยากจะตอบแทนเธอบ้าง

 แล้วก็.. ตัวเขาเองก็อยากใช้เวลาอยู่กับลูกสาวของเขาอย่าง 'น้ำชา' บ้าง.. แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆและเป็นลูกติดของพลอยก็ตาม ถึงอย่างนั้นเขาก็รักเธอจริงๆเหมือนลูกสาวของเขาเองคนหนึ่ง 

 'สงสัยวันนี้้องซื้อของไปฝากเยอะหน่อยซะแล้ว' เมษคิดพลางมองเค้กในกล่องสุดแสนน่ารักที่ภรรยาของเขานำมาฝากอย่างเอ็นดูปนคิดถึง 

 'เดี๋ยวขอเอาแช่เย็นไว้ก่อนก็แล้วกัน ไว้ค่อยมากินหลังประชุมเสร็จ' เมษคิด หลังจากนำเค้กไปแช่เย็นในตู้เย็นประจำออฟฟิศแล้ว เขาก็ไปประชุมรอบบ่ายทันที 

 แสงอาทิย์บนฟ้าเริ่มลอยลับ แล้วถูกแทนทีด้วยท้องฟ้าสีดำที่เต็มไปด้วยดวงดาวที่พร่างพราว เมษเดินออกมาจากห้องประชุมแล้วบิดตัวไปมา วันนี้การประชุมก็ถือว่ามีความคืบหน้าบ้าง..

 เขาเดินกลับมายังออฟฟิศส่วนตัวแล้วเปิดตู้เย็นออก เค้กที่พลอยนำมาฝากยังคงอยู่ภายในตู้นั้น เจ้าตัวยิ้มออกมานิดหน่อยก่อนจะหยิบมันออกมาวางไว้ที่โต๊ะแล้วเริ่มแกะกล่องออก มันคือเค้กรสช็อกโกแลต,ช็อกโกเลตที่ชอบเคยบอกว่าชอบทาน 

'จำได้ด้วยเหรอเนี่ย..' เมษอมยิ้มพลางใช้ช้อนตักเค้กขึ้นมากินอย่างอารมณ์ดี 

 หลังจากทานหมดเขาก็เก็บกล่องใส่ถุงแล้วทิ้งลงถังขยะอย่างเรียบร้อย 

 'เอาล่ะ ซื้อของไปฝากพลอยกับลูกดีกว่า' 

 เมษเก็บข้าวของของตนใส่กระเป๋าทำงานแล้วเดินออกจากบริษัทแล้วขับรถส่วนตัวของตนไปยังย่านขายของที่เขาและพลอยเคยชอบไปกัน 

 จากนั้นไม่นานเมษก็มาหยุดอยู่ที่ร้านซูชิร้านหนึ่ง เขาจำได้ว่าน้ำชาเคยบอกว่าอยากกินเซ็ตแซลม่อนจากร้านนี้ ดูเหมือนว่าพลอยเองก็ดูจะชอบทานเหมือนกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นเมษก็ลงจากรถเพื่อไปซื้อของฝากประจำวันนี้ให้ เมื่อซื้อเสร็จเรียบร้อยเขาก็กลับมาที่รถพร้อมแล้วตรงดิ่งไปยังบ้านของเขาที่มีทั้งพลอยแล้วก็น้ำชากำลังรอเขาอยู่

 แต่ขับไปไม่นานสุดท้ายเจ้าตัวก็ติดไฟแดงยาวเหยียด 

"โธ่ ดันมาติดไฟแดงซะได้ หวังว่าซูชิจะไม่เย็นไปซะก่อนนะ" เมษบ่นอุบอิบแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

ขณะที่เจ้าตัวกำลังรอไฟเขียวอยู่นั้น โทรศัทพ์ของเขาก็ดังขึ้น มันคือเบอร์โทรของพลอยนั่นเอง

 "พลอย?" เมื่อเมษรับสาย เสียงที่ดังมาจากอีกฝั่งดันไม่ใช่ภรรยาของตน แต่เป็นเสียงของชายมีอายุหน่อยหนึ่งแทน

 "สวัสดีครับ คุณคือญาติของเจ้าของเบอร์หรือเปล่าครับ?" เสียงจากปลายสายเอ่ยถาม 

 'ใครน่ะ? หรือว่าพลอยทำมือถือหายอย่างนั้นเหรอ?' เมษคิด

 "อ่า ครับ ผมคือสามีของเจ้าของเบอร์ครับ แล้วคุณคือ?"  เมษถามออกไปด้วยความสงสัย ในตอนนั้นเขาไม่รู้เลยว่าคำตอบที่เขาจะได้รับกลับมาจากปลายสายจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล..

 "ผมคือเจ้าหน้าที่กู้ภัยนะครับ ภรรยาของคุณประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้ทางฝั่งของผมได้ส่งเธอไปยังโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ว่าอาการของเธอค่อนข้าง.."

เมษแทบไม่ต้องฟังคำพูดของกู้ภัยคำต่อไปด้วยซ้ำ มือที่ประคองมือถือของเขาตอนนี้แทบจะเย็นเฉียบและชาไปทั้งมืออยู่แล้ว ส่วนมือที่สัมผัสพวงมาลัยอยู่นั้นก็บีบแน่นจนข้อนิ้วมือเริ่มกลายเป็นสีขาว ณ ตอนนั้นเจ้าตัวแทบไม่รู้อะไรแล้ว ของฝากอย่างซูชิที่เขาวางไว้ที่เบาะหลังอย่างดีตอนนี้รสชาติของมันก็คงกลายเป็นสิ่งที่จืดชืดที่สุดเท่าที่เขาเคยซื้อมาไปแล้วด้วยซ้ำ 

 ณ คืนนั้น ณ เวลานั้นที่เขาเหยียบคันเร่งไปที่โรงพยาบาลอย่างสุดความสามารถ ณ คืนนั้นที่เขาพุ่งไปกอดลูกสาวเพียงคนเดียวของตนเมื่อมาถึงโรงพยาบาล ร่างเล็กที่สั่นเทาของลูกสาวในอ้อมกอดของเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น 

 พลอย ภรรยาของเขาได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เจ้าของรถที่ชนเธอนั้นเป็นประเภทขับแล้วหนี ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามตามรอยกันอย่างสุดความสามารถ แม้สุดท้ายเมษเองจะรู้ว่าอาจคว้าน้ำเหลวก็ตาม

 "ป๊าคะ ทำไมป๊าร้องไห้เหรอคะ"

 คำพูดอันไร้เดียงสาของลูกสาวของเขาเอ่ยขึ้นมา มันทำให้หัวใจของเมษแทบแตกสลาย

งานศพของพลอยถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ คนที่มางานล้วนเป็นญาติของฝั่งพลอยทั้งนั้น ส่วนครอบครัวฝั่งของเขา.. แน่นอนว่านอกจากเขาแล้วแทบไม่โผล่มาให้เห็น จริงๆ พวกเขาก็ไม่โผล่มาที่งานแต่งของเขากับพลอยเลยด้วยซ้ำ ครอบครัวของเมษไม่เคยที่จะยินยอมเรื่องที่เขาได้คบหากับเธอเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นเพราะพลอยฐานะไม่ดี มีลูดติด หรือที่เป็นแค่พนักงานร้านกาแฟธรรมดาทั่วไปก็ตาม ถึงอย่างนั้นเมษก็ยังถือว่าโชคเข้าข้างอยู่บ้าง เพราะครอบครัวฝั่งของพลอยนั้นรักและเคารพเมษมากกว่าคนที่เรียกได้ว่าเป็นพ่อของเขาเสียอีก 

หลายปีผ่านไปหลังจากที่เมษกลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว เขาพยายามทุกทางที่จะเป็นพ่อที่ดีให้กับน้ำชา ทั้งงานบ้าน การทำอาหาร สอนการบ้าน รวมไปถึงปรับเวลาตารางงานของเขาเพื่อให้ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกมากขึ้น ทุกอย่างนี้ก็เพื่อให้น้ำชารู้สึกว่าชีวิตของเธอนั้นไม่เคยขาดอะไร 

ในส่วนของคดีนั้น แม้ว่าทางตำรวจจะบอกว่ากำลังติดตามคดีให้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย เขานั้นเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาไปกับคดีของภรรยาเขามานานเกินไปแล้ว นับวันเมษไปทำงานด้วยสมองที่เต็มไปด้วยกลุ่มควันแห่งความคิด ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะไม่คิดเรื่องการตายของภรรยาของตน ตอนนี้แสดงสว่างเพียงอย่างเดียวในชีวิตของเมษก็คือน้ำชา หากว่าไม่มีเธอ..

เมษก็ไม่รู้ว่าในชีวิตนี้เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อได้ยังไงเหมือนกัน 

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูของห้องออฟฟิศของเขาดังขึ้นอีกครั้ง เวลาของเธอเดินเข้ามาในด้วยแววตาที่ดูเป็นห่วง เธอเดินมาหาแล้ววางเอกสารลงบนโต๊ะของเมษอย่างเงียบๆ บางทีอาจเป็นเพราะเธอรู้ดีว่าตอนนี้เมษกำลังอยู่ในห้วงอารมณ์แบบไหนอยู่ 

"ตารางการประชุมของวันนี้ค่ะ.." เธอพูดเบาๆ พยายามคุมเสียงของเธอให้ฟังดปกติมากที่สุดเพื่อไม่ให้เมษรู้สึกไม่สบายใจไปมากกว่านี้ 

"ขอบคุณนะ..คุณไปได้แล้วล่ะ" เมษตอบกลับด้วยน้ำเสียงของคนที่หมดอาลัยตายอยากเต็มที 

เลขาของเขามองเจ้านายของตนด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเป็นครั้งสุดท้ายของจะขอตัวออกจากห้องออฟฟิศของเมษไปอย่างเงียบๆ เสียงประตูถูกปิดลงดัง กึก ทำให้ภายในห้องได้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง 

แม้จะผ่านมาได้สามเดือนแล้ว เขาก็ยังไม่ชินกับความเงียบนี่เสียที ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน หรือว่าเป็นที่บ้านก็ตาม เสียงรอบตัวของเมษนั้นกลายเป็นแค่เสียงนกเสียงกาไปหมด จะมีก็เสียงของลูกสาวของเขาเท่านั้นที่ยังคงทำให้ชีวิตของเขายังคงมีสีสันขึ้นมาบ้าง ..

หลายปีผ่านไป น้ำชาได้เติบโคเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมและมีความฝันตามประสาวัยรุ่นทั่วไป เมษจึงได้ส่งเธอไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเพื่อให้เธอได้ทำตามความฝันที่อยากจะเป็นดีไซน์เนอร์ระดับโลก 

เมษยังคงจำได้ วันที่เขาได้บอกลาลูกสาวของตนก่อนจะขึ้นเครื่อง 

"ป๊าคะ คือว่า..."

"หืม? มีอะไรเหรอ ลืมอะไรหรือเปล่า?"

น้ำชาในวัยสาวอ้ำอึ้งกับสิ่งที่ตนจะพูดอยู่พักหนึ่งก่อนที่เธอจะส่ายหน้าไปมาแล้วยิ้มให้กับคนที่เรียกได้ว่าเป็น 'พ่อ' ของเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทาง

"เปล่าค่ะ หนูแค่..จะส่งโทรแล้วก็ข้อความมาหาบ่อยๆ นะคะ!"

"ให้มันจริงเถอะ ปกติพ่อโทรไปก็ไม่ค่อยจะรับอยู่แล้ว ไปต่างประเทศจะโทรมาหาป๊าบ่อยๆ ได้จริงหรือเปล่า" เมษตอบกลับพร้อมกับแซวลูกสาวของเขาเบาๆ เพราะเธอก็ชอบรับสายของเขาช้าตลอด บางครั้งส่งข้อความไปก็ใช้เวลาหลายนาทีหรือเป็นชั่วโมงกว่าจะอ่าน แต่เมษก็พอเข้าใจ ยังไงลูกสาวของเขาก็โตเป็นวัยรุ่นแล้ว... คงจะอยากมีเวลาส่วนตัวกับเขาตามประสาวัยรุ่นบ้าง

"ค คราวนี้หนูจะส่งหาจริงๆ นะ! ป๊าเตรียมอ่านจนตาแฉะได้เลย!" 

น้ำชาชี้หน้าเมษไปทีด้วยความมุ่งมั่น เมื่อเมษเห็นดังนั้นจึงอดแกล้งเจ้าหล่อนด้วยการขยี้ผมของเธอไม่ได้ 

"ได้ ได้ ป๊าจะรออ่านก็แล้วกัน อ่านจนตาแฉะอย่างที่ต้องการเลย"

น้ำชาไมได้พูดอะไรตอบ เธอทำเพียงแค่หลบตาของเมษไปทางอื่นก็เท่านั้น เหมือนว่าเธอกำลังเขินอยู่เล็กน้อย

"พอเลย เลิกขยี้หัวหนูได้แล้ว เครื่องจะออกแล้วเนี่ย" น้ำชาพูดพร้อมกับดันมือของเมษออกไปอย่างช้าๆ 

"หึหึ โอเค๊" เมษหัวเราะ ลูกสาวของเขาโตขึ้นแล้วจริงๆ 

"ไปดีมาดีนะ ป๊าจะรออยู่ที่ไทยนี่แหละ.." 

"..อื้อ หนูสัญญาว่าถ้าเรียนจบแล้วหนูจะกลับมาหาป๊านะคะ"

ทั้งสองคนกอดลากันเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นน้ำชาก็ลากประเป๋าเดินทางของตนขึ้นเครื่องไปในที่สุด เมษมองเครื่องบินจากในหน้าต่างบานสูง เครื่องบินลำที่น้ำชานั่งอยู่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ราวกับนกที่บินออกจากรังของมันเป็นครั้งแรก 

"...พลอยเห็นไหม ลูกเราบินได้สูงขนาดนั้นเลยแหละ"

เมษมองเครื่องบินลำนั้นจนมันลับสายตา หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความยินดี 

..หากแต่ก็ยังมีความรู้สึกเหงาเข้ามาแทนที่เป็นระยะ 

TBC. 

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
21 Bab
บทนำ
บ่ายวันหนึ่ง ณ ตึกสูงตระง่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แสงอาทิตย์อ่อนๆสาดส่องเข้ามายังออฟฟิศอย่างนุ่มนวลเหมือนเป็นการบอกใบ้ว่าตอนนี้เป็นเวลาที่หัวหน้าแผนกอย่าง 'เมษ' ต้องลุกไปประชุมงานอีกรอบได้แล้ว ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารใบสุดท้ายที่กำลังเซ็นอยู่ทันที "เข้ามาได้เลย" เลขาของเขาเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเอกสารและตารางงานในมือ พร้อมดันแว่นของเธอขึ้นเล็กน้อย กระนั้นในมือของเธอก็ไม่ได้มีแค่เอกสารเพียงอย่างเดียว แต่กลับมีกล้องสี่เหลี่ยมใบเล็กๆที่ถูกห่อไว้อย่างสวยงามพร้อมริบบิ้นสีชมพูมากับเธอด้วย "คุณเมษคะ นี่เป็นรายงานการประชุมรอบถัดไปค่ะ อ่ะ แล้วก็นี่ค่ะ" เลขาของเขาวางกล่องสี่เหลี่ยมใบนั้นลงบนโต๊ะของเขา เมษหยิบขึ้นมาดูแล้วก็อดที่จะเอ่ยถามขึ้นไม่ได้ "อันนี้ใครฝากมาเหรอครับ?" เมษหมุนกล่องเล่นไปมาระหว่างดูไปด้วย มันคือกล่องเค้กที่ถูกห่อมาอย่างน่ารักจริงๆ "ฮิฮิ แฟนคุณฝากมาให้น่ะค่ะ วันนี้เขามาเยี่ยม แต่พอรู้ว่าคุณมีประชุมรอบบ่ายเธอก็ฝากให้ฉันเอามาให้" "พลอยมาเหรอ? โธ่ แล้วทำไมไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้เล่า ผมจะได้ไปทักทายเธอสักหน่อย" เมษวางกล่องลงพร้อมทำหน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 1 - [นกบินกลับรัง]
กลิ่นของกาแฟอ่อนๆ ลอยมาตามสายลมพร้อมกับเสียงของนกกระจิบร้อง จิ๊บ จิ๊บ อยู่นอกหน้าต่างอย่างไพเราะ แสงอาทิตย์ยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาตกกระทบผมสีดำเงาของชายวัยกลางคนอย่างเมษที่นั่งพิมพ์งานของเขาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เจ้าตัวยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบไปหนึ่งอึกขณะที่สายตายังคงมองหน้าจอไม่ห่าง ขณะนั้นเองเสียงมือถือของเขาก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น มันคือข้อความของลูกสาวของเขาที่ส่งข้อความมานั่นเอง "ป๊าดูนี่" ลูกสาวของเขาทักมาหาด้วยข้อความง่ายๆ จากนั้นก็ส่งรูปชุดเดรสชุดหนึ่งมาให้เขาได้ดู ถ้าเดาไม่ผิด ชุดนี้คงเป็นชุดที่เธอได้ออกแบบเองเป็นแน่ ยังไงซะน้ำชาก็ไปเรียนต่อด้านดีไซน์เนอร์นี่นา "สวยไหมม หนูออกแบบเอง วันนี้จะมีนางแบบใส่ชุดของหนูเดินแบบด้วยแหละ"เมษอมยิ้มให้กับข้อความนั้นก่อนจะหยิบแว่นมาสวมเพื่อพิมพ์อบกลับอย่างช้าๆ "สวยมาก คนที่ได้ใส่ชุดที่หนูออกแบบต้องดีใจมากแน่ :D""ถ้าแม่ยังอยู่ แม่ต้องไปนั่งดูโชว์เดินแบบของหนูอยู่แถวหน้าสุดแล้วก็ยกมือมือายรูปไม่หยุดแน่"น้ำชามองข้อความที่ 'ป๊า' ตอบกลับมาแล้วพยายามพิมพ์ข้อความตอบกลับ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พิมพ์แล้วลบอยู่อย่างนั้นประมาณสามรอบได้ราวกับจมอยู่ใน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 - [ หัวใจดวงใหม่กับบ้านหลังเก่า ]
รุ่งอรุณได้มาถึง แสงแดดอ่อนๆ ลอดเข้าผ่านทางต่างต่างห้องนั่งเล่นของบ้านอย่างอ่อนโยน น้ำชานั่งอยู่บนโซฟา ในมือถือดินสอและสมุดสเก็ตภาพเอาไว้แล้วบรรจงร่างภาพชุดสวมใส่ลงบนสมุดอย่างเป็นมืออาชีพและรวดเร็ว รูปแล้วรูปเล่าที่เธอวาด เธอขีดเขียนมันออกมาอย่างสวยงามไม่ว่าจะเป็นชุดลำลอง ชุดเดรส ชุดออกกำลังกาย หรือชุดในรูปแบบทางการก็ตาม ในขณะที่เธอกำลังดำดิ่งอยู่กับการเสก็ตภาพนั้น กลิ่นหอมๆ จากห้องครัวก็ลอยมาแตะจมูกของเธอพร้อมกับเสียงเรียกอันคุ้นเคย"ชา มากินข้าวเร็ว" เมษเรียกลูกสาวของตนพร้อมกับวางจานอาหารลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ และมั่นคง จากนั้นเจ้าตัวก็นั่งลงพร้อมยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเหมือนเคย ตอนนี้เขาอยู่ในชุดสูทพร้อมไปทำงาน ดวงตาฉายแววเหนื่อยล้าจากการนอนลึกเกินควรของชายวันกลางคนอย่างเด่นชัดน้ำชาวางสมุดสเก็ตของตัวเองลงแล้วเดินมายังโต๊ะทานอาหาร เมื่อมองอาหารบนโต๊ะเธอก็พบว่าท้ังหมดนั่นคืออาหารที่เธอชอบกินทั้งนั้น "โห ป๊าจำได้ด้วยเหรอว่าหนูชอบกินอะไร"เมษเหลือบมองลูกสาวของตนแว๊บหนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ "ทำไมป๊าจะทำไม่ได้ ดูซะก่อนว่าใครเป็นคนเลี้ยงมา" เมษพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจในฐานะ 'พ่อ' คนหนึ่ง น้
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 -[ เริ่มต้นใหม่ ]
และแล้ววันที่น้ำชารอคอยก็มาถึง เมื่อมีอีเมลตอบกลับ HR เกี่ยวกับการรับเธอเข้าทำงานที่บริษัทออกแบบที่เธอใฝ่ฝัน น้ำชาจ้องหน้าจอโน๊ตบุ๊คอยู่พักหนึ่งอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองก่อนจะรีบอ่านข้อมูลของรายละเอียดงานและวันเวลานัดหมายอย่างถี่ถ้วน "ได้แล้ววว!" เธอเอนหลังลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น เสียงถอนหายใจดังยาวเหมือนปล่อยภาระที่แบกไว้ทั้งชีวิต ต่อไปนี้ เธอจะได้ก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว และต่อจากนี้เธอจะไม่ใช่นักศึกษา หรือ เด็กฝึกงานอีกต่อไป แต่เป็น 'พนักงาน' ในบริษัทที่เธอใฝ่ฝัน บริษัทออกแบบที่เธออยากจะเข้าไปทำงานด้วยมากที่สุดRose & Design คือบริษัทออกแบบเสื้อผ้าชั้นนำที่โด่งดังไปทั่วโลกในไทย ตอนนี้เธอกำลังจะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองที่เงาวับนี้แล้ว ทว่าคืนก่อนวันเริ่มงาน น้ำชากลับนอนไม่ค่อยหลับ คำถามสารพัดกำลังโลดแล่นอยู่ในหัวของเธอราวกับกระแสน้ำเฉี่ยวที่ไม่อาจหยุดได้'จะทำได้ไหม' 'จะโดนมองว่าไม่เก่งพอหรือเปล่า' 'จะตามคนอื่นทันไหม' 'แล้วถ้าพลาดขึ้นมาฉันจะรับความกดดันไหม'ความคิดเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวน้ำชาราวกับเป็นเข็มที่กำลังทิ่มแทงความมั่นใจเมื่อเช้าของเธอ กระนั้นเอง
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 - [ ฟันเฟืองที่เหลืออยู่ ]
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป"ไปก่อนนะคะป๊า" น้ำชาบอกลาพ่อของตนก่อนออกเดินทางไปทำงานแต่เช้า เมษมองลูกสาวของตนวิ่งออกไปอย่างเร่งรีบโดยที่ลืมทานอาหารเช้าที่เขาเตรียมไว้ให้ซะอย่างนั้น"ชา! แล้วกับข้าว-" แน่นอนว่าคำพูดของเขานั้นช้ากว่าลูกสาวเขานัก เพราะตอนนี้ชาได้หายลับไปจากสายตาของเมษเรียบร้อยแล้วเสียงประตูรั้วที่ปิดสนิททิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วห้องครัว เมษมองตามแผ่นหลังของลูกสาวที่ลับหายไปอย่างรวดเร็วจนแทบจะจับความรู้สึกไม่ทัน เขาก้มลงมองแซนด์วิชแฮมชีสและกาแฟร้อนที่เตรียมไว้ให้บนโต๊ะ ควันสีจางยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือแก้ว แต่มันกลับดูอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเจ้าของของมันไม่ได้แตะต้องแม้แต่น้อยมือหนาเลื่อนจานอาหารเข้าไปไว้ตรงกลางโต๊ะอย่างเชื่องช้า ความร้อนจากถ้วยกาแฟที่เขาเตรียมไว้ยังคงแผ่กระจายออกมาจางๆ สัมผัสถึงความตั้งใจที่ถูกละเลย เมษถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางดึงเก้าอี้นั่งลงในตำแหน่งประจำของเขาที่ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเหมือนเคย"รีบขนาดนั้นเลยเหรอ…" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนาฬิกาแขวนผนังส่งเสียง กริ๊ก กริ๊ก เป็นจังหวะตอกย้ำความเงียบที่ปกคลุมบ้านหลังนี้หนึ่
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 - [ กระวนกระวายใจ ]
แสงสว่างจากโคมไฟตั้งโต๊ะตัดกับเงาที่ทอดยาวในห้องทำงานส่วนตัวของเมษ อากาศภายในห้องเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ กลิ่นกาแฟดำที่เริ่มเย็นชืดวางแน่นิ่งอยู่ข้างกองเอกสารที่ดูเหมือนจะไม่ถูกแตะต้องมาสักพักใหญ่ เมษเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนัง ดวงตาที่ล้อมรอบด้วยรอยคล้ำจางๆ จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ยังคงไร้การแจ้งเตือนจากคนที่เขาเฝ้ารอ นิ้วหนาเคาะเป็นจังหวะเชื่องช้าบนที่พักแขนกึก กึก.. เสียงนั้นดังสะท้อนในความเงียบราวกับจะตอกย้ำความว้าวุ่นในใจ"เอาตรง ๆ นะ เพื่อนเมษ หน้าตานายตอนนี้ดูไม่ได้เลยว่ะ"เสียงทักทายที่ติดจะกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐาเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือถือแฟ้มงานและแก้วกาแฟใบใหม่ เขาวางของลงบนโต๊ะพลางหรี่ตามองเพื่อนสนิทที่ดูเหมือนเพิ่งผ่านการอดนอนมาหลายคืนติดต่อกัน เมษไม่ได้หันไปมองในทันที เขาเพียงแต่ถอนหายใจยาวเหยียดจนไหล่ที่เคยตึงเขม็งตกลงอย่างเห็นได้ชัด"พูดมากน่าฐา ช่วงนี้ฉันแค่พักผ่อนน้อยก็เท่านั้นเอง""พักผ่อนน้อยหรือไม่ได้นอนเลยกันแน่? ตาขวางขนาดนี้ถ้าบอกว่าไปฟัดกับใครมาหน้าร้านเหล้านี่ก็เชื่อนะ" ฐาทรุดตัว
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 - [ ช่องว่างที่แคบลง ]
"ชา รอบนี้เธอลองเป็นหัวดูดีไหม?""ค คะ!?" เสียงอื้ออึงรอบข้างในออฟฟิศ Rose & Design ดูเหมือนจะดับวูบลงในพริบตาเมื่อคำพูดของวศินจบลง น้ำชายืนนิ่งค้างเหมือนถูกสาป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนเคว้งด้วยแรงเหวี่ยงของโอกาสที่ถาโถมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวจนต้องยกมือขึ้นทาบอกเพื่อพยายามสงบอาการสั่นเทาที่กำลังลามไปทั่วร่าง"ช- ชาเนี่ยนะคะที่จะได้คุมดีไซน์รอบนี้?" น้ำชาพึมพำซ้ำคำอีกครั้ง เสียงของเธอสั่นพร่าด้วยความตื่นเต้นผสมความหวาดหวั่นที่ยังไม่อาจสลัดทิ้งได้"แต่ชาเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่-""ฮะ ฮะ! แค่จะได้เป็นคนคุมดีไซน์รอบนี้ถึงกับต้องหยิกแก้มตัวเองเลยเหรอชา" คิมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างเอ็นดู เขาขยับเข้ามาใกล้พลางใช้ข้อศอกดันแขนของเธออย่างหยอกล้อ "เชื่อมั่นในตัวเองหน่อยสิ ฝีมือระดับเธอ ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะเริ่มตอนไหนล่ะจริงไหม?" น้ำชาหันไปมองคิม แววตาของเพื่อนร่วมงานหนุ่มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและแรงสนับสนุนทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีที่ยึดเหนี่ยวท่ามกลางพายุแห่งความกดดัน "ขอบใจนะคิม.. แต่ฉันก็ยังแอบกลัวอยู่นิดหน่อยอยู่ดี""ไม่ต้
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 - [ วันพักใจ ]
หลังจากทำงานมาได้สักพัก น้ำชาก็มีวันหยุดพักหายใจเสียที หลังจากได้รับหน้าที่ให้เป็นคนคุมการออกแบบดีไซน์ เธอก็แทบไม่ได้พักเลย ไหน ๆ วันนี้ก็เป็นวันหยุด เห็นทีเธอต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะผ่อนคลายเสียหน่อย"ชา กับข้าวเสร็จแล้ว" เสียงเรียกของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเอ่ยเรียกเธอให้ไปทานอาหารที่ตัวเขาเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ กลิ่นหอมฟุ้งลอยมาแะจมูกของเธอจนน้ำลายแทบไหล น้ำชาไม่รีรอ ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วไปนั่งลงที่โต๊ะอาหารทันที บนโต๊ะมีแกงจืดเต้าหู้หมูสับ ไข่เจียวฟูสีทอง และผัดผักง่าย ๆ แต่หน้าตาดูตั้งใจเกินกว่าจะเรียกว่าอาหารธรรมดา ไอน้ำอุ่นลอยขึ้นบาง ๆ คล้ายเชื้อเชิญให้หัวใจที่เหนื่อยล้าได้พักพิง"วันนี้ป๊าทำกับข้าวเยอะกว่าปกตินะเนี่ย" "ไหน ๆ ก็วันหยุดทั้งที เลยอยากให้กินเยอะหน่อยไง" เมษตอบเรียบ ๆ แต่แววตากลับอ่อนลงกว่าปกติน้ำชาตักไข่เจียวเข้าปาก คำแรกทำให้เธอเงียบไปแปปหนึ่งก่อนยิ้มจะออกมา"อร่อยขึ้นนะป๊า เมื่อก่อนเค็มกว่านี้อีก""อ้าว นี่ชมใช่ไหม""ฮะฮะ! ชมสิคะ" เธอหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอุ่นขึ้นโดยไม่ต้องเปิดแอร์เพิ่มทั้งคู่กินไปเงียบ ๆ สลับคุยเรื่องทั่วไป น้ำชาเล่าเรื่อง
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 - [ หัวใจที่หยุดเต้น ]
ท่ามกลางความเงียบสงบที่ดูจะเปราะบางกว่าทุกวัน ท้องฟ้ายามค่ำคืนภายนอกเริ่มถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝนสีเทาหม่น เสียงฟ้าร้องครวญครางแผ่วเบามาจากที่ไกลๆ ลมเย็นที่พัดลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาทำให้น้ำชาที่ยังคงนั่งตรวจทานแบบงานอยู่ที่โต๊ะทานข้าวต้องกระชับเสื้อคลุมไหล่ไว้แน่น กลิ่นหอมของกาแฟที่เริ่มเย็นชืดคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นฝนที่กำลังจะตกลงมาในไม่ช้าเมษนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาของเขาจ้องมองหนังสือในมือ แต่ทว่าหัวใจของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวอักษรเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่น้ำชาขยับตัว หรือทุกครั้งที่เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น ความรู้สึกที่เหมือนมีเข็มแหลม ๆ ทิ่มแทงกลางอกก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที"งานยังไม่เสร็จอีกเหรอชา ดึกมากแล้วนะ" เมษเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังอธิบายไม่ได้ว่ามันคือความห่วงใยหรือความหึงหวงที่กำลังพยายามสะกดกลั้นไว้"อีกนิดเดียวค่ะป๊า… ชาอยากส่งไฟล์สรุปให้คิมก่อนนอน พรุ่งนี้เขาต้องเอาไปเสนอทีมงานฝ่ายผลิตน่ะค่ะ" น้ำชาตอบโดยไม่ได้เงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวยังคงกดคีย์บอร์ดรัวๆ อย่าง
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 - [ กุหลาบสีน้ำเงินที่เริ่มเบ่งบาน ]
วันรุ่งขึ้น บรรยากาศภายในบ้านยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก น้ำชาตื่นมาพร้อมกับดวงตาที่บวมช้ำ เธอจัดการแต่งหน้าเพื่อปกปิดร่องรอยของความโศกเศร้าอย่างสุดความสามารถ เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ ๆ และกางเกงสแล็คทำให้เธอดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นแต่ข้างในใจเธอกลับพังทลายจนไม่เหลือชิ้นดีเมื่อเจ้าตัวเดินลงมาที่โต๊ะอาหาร เมษก็นั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับมื้อเช้าที่ดูเรียบง่ายแต่ตั้งใจทำเหมือนเดิม"กินซะนะชา เดี๋ยวป๊าไปส่ง" เมษพูดโดยไม่ได้เงยหน้ามองเธอ น้ำเสียงของเขากลับมานุ่มนวลเหมือนปกติ ราวกับเหตุการณ์เมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น น้ำชาเดินมานั่งลงและทานอาหารอย่างเงียบเชียบ เธอไม่กล้าพูดอะไรออกไปเพราะกลัวว่าจะไปทำให้เขาเกิดโมโหขึ้นมาอีกเหมือนเมื่อคืนอีกครั้ง เมื่อทานเสร็จทั้งคู่ก็ขึ้นรถออกเดินทางไปยังออฟฟิศตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรกันเลยสักคำ มีเพียงเสียงวิทยุที่เปิดเพลงคลอเบา ๆ ซึ่งไม่ได้ช่วยลดความตึงเครียดลงได้เลย เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าตึก น้ำชาก็รีบคว้ากระเป๋าเตรียมจะลงจากรถทันที"ชา…" เมษรั้งแขนเธอไว้เบาๆน้ำชาชะงักไปเล็กน้อย "คะป๊า?"เมษมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออีกครั้ง ครั้ง
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status