Home / โรแมนติก / Sweetest lies สัญญารักลวงตา / ตอนที่ 1 - [นกบินกลับรัง]

Share

ตอนที่ 1 - [นกบินกลับรัง]

last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-27 15:08:12

กลิ่นของกาแฟอ่อนๆ ลอยมาตามสายลมพร้อมกับเสียงของนกกระจิบร้อง จิ๊บ จิ๊บ อยู่นอกหน้าต่างอย่างไพเราะ แสงอาทิตย์ยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาตกกระทบผมสีดำเงาของชายวัยกลางคนอย่างเมษที่นั่งพิมพ์งานของเขาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เจ้าตัวยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบไปหนึ่งอึกขณะที่สายตายังคงมองหน้าจอไม่ห่าง ขณะนั้นเองเสียงมือถือของเขาก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น มันคือข้อความของลูกสาวของเขาที่ส่งข้อความมานั่นเอง 

"ป๊าดูนี่" ลูกสาวของเขาทักมาหาด้วยข้อความง่ายๆ จากนั้นก็ส่งรูปชุดเดรสชุดหนึ่งมาให้เขาได้ดู ถ้าเดาไม่ผิด ชุดนี้คงเป็นชุดที่เธอได้ออกแบบเองเป็นแน่ ยังไงซะน้ำชาก็ไปเรียนต่อด้านดีไซน์เนอร์นี่นา 

"สวยไหมม หนูออกแบบเอง วันนี้จะมีนางแบบใส่ชุดของหนูเดินแบบด้วยแหละ"

เมษอมยิ้มให้กับข้อความนั้นก่อนจะหยิบแว่นมาสวมเพื่อพิมพ์อบกลับอย่างช้าๆ 

"สวยมาก คนที่ได้ใส่ชุดที่หนูออกแบบต้องดีใจมากแน่ :D"

"ถ้าแม่ยังอยู่ แม่ต้องไปนั่งดูโชว์เดินแบบของหนูอยู่แถวหน้าสุดแล้วก็ยกมือมือายรูปไม่หยุดแน่"

น้ำชามองข้อความที่ 'ป๊า' ตอบกลับมาแล้วพยายามพิมพ์ข้อความตอบกลับ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พิมพ์แล้วลบอยู่อย่างนั้นประมาณสามรอบได้ราวกับจมอยู่ในห้วงความคิด จนสุดท้ายเธอก็เลือกพิมพ์ในสิ่งที่เธอต้องการบอกเป็นอย่างแรกไปก่อน

"ป๊า..เดือนหน้าหนูจะกลับบ้านแล้วนะ"

ข้อความของน้ำชาถูกพิมพ์ส่งไปอย่างเรียบง่าย 

บ้าน .. สถานที่ที่ทำให้เมษหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตอันหอมหวาน ภาพของตัวเขาแล้วก็พลอยกับน้ำชานั่งทานข้าวด้วยกันอย่างอบอุ่นลอยกลับเข้ามาในห้วงความคิดของเขาราวกับสายลมในฤดูร้อน มันช่างเจิดจ้า แต่ก็แผดเผาในเวลาเดียวกัน 

"จะกลับแล้วเหรอ? งั้นเดี๋ยวป๊าจะไปรอรับที่สนามบินนะ"

จุดสามจุดปรากฎขึ้นบนแป้นข้อความฝั่งของน้ำชาสามถึงสี่ครั้งก่อนเจ้าตัวจะพิมพ์ตอบกลับมาด้วยข้อความสั้นๆ 

"ค่ะ"

เมษมองหน้าจอมือถือด้วยหัวใจที่เริ่มรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย กลิ่นกาแฟอันหอนกรุ่นยังคงลอยอยู่ในอากาศ และเสียงร้องของเหล่านกน้อยก็ยังคงบรรเลงเพลงอันไพเราะอยู่ด้านนอกอย่างไร้เดียงสา เมษมองออกไแนแกหน้าต่างพลางยกกาแฟขึ้นมาจิบอีกครั้ง 

'ดูท่าว่าบ้านจะกลับมาครึกครื้นอีกคร้งแล้วสินะ' 

อีกหนึ่งเดือนเท่านั้น.. ที่เมษจะได้เจอกับลูกสาวที่ไม่ได้เจอมานาน อีกแค่หนึ่งเดือนที่หัวใจของเขาจะกลับมาเต้นเป็นจังหวะที่อบอุ่นเหมือนเคย

หนึ่งเดือนผ่านไป ไวเหมือนโกหก รู้ตัวอีกทีเมษก็บึ่งรถมายังสนามบินเพื่อรอรับลูกสาวของเขาแต่เช้ามืดเสียแล้ว เมื่อเปิดมือถือขึ้นมาดูอีกครั้งก็เจอลูกสาวส่งข้อความบ่นมานิดหน่อยว่าตนนั้นมาเร็วเกินไป เพราะตอนนี้เธอยังไม่ตื่นนอนด้วยซ้ำ เมษมองรูปที่เธอส่งมาแก้เหงาไปพลางๆแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย ลูกสาวของเขายังคงเป็นคนที่กระตือรือรั้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่เธอได้ไปเรียนที่ต่างประเทศ 

'น้ำชาจะเหงาไหมนะ' 

'จะโดนแกล้งหรือเปล่า'

 'ได้นอนหลับตรงเวลาบ้างไหม'

คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ภายในใจเมษตลอดเวลาที่เขาเฝ้ารอลูกสาวของเขาในสนามบินที่แอร์เย็นเฉียบแห่งนี้...

เมษนั่งลงบนเก้าอี้เย็นเฉียบในโถงผู้โดยสารขาเข้า สายตาอันเฉียบคมของเขายังคงจดจ้องไปที่ประตูทางออกสลับกับนาฬิกาข้อมือทุกครั้งที่ประตูอัตโนมัติเปิดออกพร้อมกับกลุ่มผู้โดยสารที่ทยอยเดินลากกระเป๋าออกมา หัวใจของเขาก็จะกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะเสมอ

เขาพยายามจินตนาการถึงน้ำชาในวัยยี่สิบต้นๆ จากรูปถ่ายในโทรศัพท์ที่เธอส่งมาให้ดูเป็นระยะ ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา มีเพียงวิดีโอคอลสั้นๆ และภาพนิ่งไม่กี่ใบที่เป็นเครื่องยืนยันการเติบโตของเธอ เมษรู้ดีว่าเวลาสี่ปีสำหรับเด็กวัยรุ่นนั้นยาวนานพอจะเปลี่ยนคนคนหนึ่งไปได้มาก แต่น้ำชาในความคิดของเขา ก็ยังคงเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เคยร้องไห้กอดเข่าตอนหกล้ม หรือเด็กสาวที่เดินมาเกาะแขนอ้อนขอไปเรียนต่อต่างประเทศอยู่ดี

‘ถ้าพลอยยังอยู่… วันนี้พลอยคงจะเตรียมของโปรดไว้เต็มโต๊ะแน่ๆ’ เมษคิดในใจพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ความเหงาที่แฝงอยู่ในความคิดนั้นถูกกลบด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เจอคนสำคัญเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต

เสียงประกาศเที่ยวบินดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกลุ่มฝูงชนที่เริ่มหนาตา ทันใดนั้น สายตาของเมษก็ไปสะดุดเข้ากับร่างโปร่งบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินออกมาจากฝูงชน เธอสวมเสื้อโค้ทสีครีมที่ดูเรียบหรูสตัดกับผมสีดำยาวที่ผลัดปลิวไปตามลมแอร์จากประตูขาเข้า ใบหน้าของเธอถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาที่เน้นดวงตากลมโตให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม

เมษถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ เขาจำเค้าโครงหน้าของเธอได้แม่นยำ แต่นี่ไม่ใช่ "เด็กน้อย" ของเขาอีกต่อไปแล้ว

“ป๊า!”

เสียงใสๆ ที่คุ้นหูร้องเรียกมาแต่ไกล น้ำชาทิ้งที่ลากกระเป๋าแล้ววิ่งตรงมาหาเขาด้วยความเร็ว เมษรีบลุกขึ้นยืนเก้ๆ กังๆ ก่อนที่ร่างนุ่มนิ่มจะกระโถมเข้ากอดเขาเต็มรัก กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นแป้งเด็กแบบที่เขาเคยชินลอยมาเตะจมูก มันเป็นกลิ่นดอกไม้เมืองหนาวที่ให้ความรู้สึกเย้ายวนและเป็นผู้ใหญ่จนเมษเผลอชะงักไปครู่หนึ่ง

“คิดถึงที่สุดเลยค่ะป๊า!” เธอซุกหน้าลงกับไหล่หนาของเขาและกอดเขาแน่นเสียจนเมษรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเธอ

“ป๊าก็คิดถึงชา… โตขึ้นเยอะเลยนะเรา” เมษค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบหัวเธออย่างเบามือเหมือนที่เคยทำ 

“ป๊าดูแก่ลงหรือเปล่าเนี่ย งานหนักเหรอคะ? เดี๋ยวกลับไปชาจะนวดให้เอง!” เธอหัวเราะร่วนพลางใช้นิ้วเรียวสวยแตะที่หางตาของเขาเบาๆ

“ไม่ได้แก่นะ แค่พักผ่อนน้อยไปหน่อย” เมษแก้ตัวพลางรีบคว้าหูหิ้วกระเป๋าเดินทางของเธอมาถือไว้เอง 

"ว่าแต่หนูเถอะ ไม่เจอกันตั้งหลายปีก็มาทักว่าป๊าแก่แล้วเหรอ? กะว่าจะเลี้ยงชาบูฉลองที่เรียนจบสักหน่อย ตอนนี้ไม่เลี้ยงแล้วดีกว่า" 

"เดี๋ยวสิป๊า! อ่ะ อ่ะ ไม่แก่ก็ไม่แก่ ทีนี้เลี้ยงชาบูได้หรือยัง?" น้ำชามองเมษที่กำลังแสร้งทำเป็น 'งอน' ตามประสาคนวัยกลางคนที่ทนคำว่าแก่ไม่ได้

"หึ เห็นแก่ว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ ป๊ายอมก็ได้ ป่ะ รถจอดอยู่ตรงลานจอดใกล้ๆนี่เอง"

"เย่! ป๊าใจดีที่สุดเลย"

รถยนต์คันหรูของเมษเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนยามค่ำคืน จุดหมายคือร้านชาบูเจ้าประจำที่น้ำชาเคยรบเร้าให้เขาพามาบ่อยๆ สมัยมัธยม ภายในร้านที่เต็มไปด้วยผู้คนและความวุ่นวาย เมษเลือกที่นั่งในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวหน่อย เพื่อที่จะได้ถือโอกาศนี้คุยกับน้ำชาได้สะดวกและเป็นส่วนตัวมากขึ้น เขานั่งมองเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังคีบเนื้อลวกในหม้ออย่างขะมักเขม้นด้วยแววตาเอ็นดู

"มาถึงก็จัดซะชุดใหญ่เลยนะ ที่ต่างประเทศไม่มีร้านชาบูให้กินแบบน้หรือไงหือ" เมษเอ่ยพลางคีบผักกาดขาวใส่ถ้วยให้เธอ

"ที่โน่นก็มีค่ะป๊า แต่วัตถุดิบมันต่างกันนี่นา แถมที่นู่นก็ไม่มีเมนูพิเศษเหมือนที่ไทยด้วย" น้ำชาเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้างจนตาปิดขณะที่เคี้ยวเนื้อตุ้ยๆ

"ป๊าก็กินบ้างสิ เอาแต่ตักให้ชาจนถ้วยตัวเองว่างหมดแล้ว" ไม่พูดเปล่า น้ำชาคีบเนื้อวัวนุ่มๆ ที่สุกกำลังดีมาจ่อที่ปากของเขา เมษชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความไม่ชิน เพราะปกติเขาจะเป็นฝ่ายดูแลเธอฝ่ายเดียว แต่พอมองเห็นแววตาคาดหวังของลูกสาว เขาจึงยอมอ้าปากรับเนื้อชิ้นนั้นมาแต่โดยดี

"อร่อยไหมคะ?" 

"อืม... อร่อย" เมษตอบสั้นๆ แต่สิ่งที่เขารู้สึกจริงๆ คือความอุ่นวาบที่เกิดขึ้นในอก เขาคิดเพียงว่าน้ำชาช่างกตัญญูและรู้จักดูแลเขามากขึ้นตามวัย ความภูมิใจในฐานะ 'พ่อ' ที่ส่งลูกไปเรียนจนเติบโตมาได้อย่างดีเยี่ยมมันเอ่อล้นจนเขาเผลอยิ้มออกมาไม่หยุดตลอดมื้ออาหาร

หลังจากอิ่มท้อง เมษก็ทำหน้าที่ขับรถพาน้ำชากลับบ้าน แสงไฟข้างทางที่สาดเข้ามาในรถเป็นระยะทำให้เขาแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนข้างๆ เป็นพักๆ น้ำชาดูเพลียจากการเดินทาง เธอเอนหลังพิงเบาะแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย

"เหนื่อยเหรอชา? ถ้าไม่ไหวหลับไปก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวถึงบ้านป๊าปลุก" 

"นิดหน่อยค่ะป๊า... แต่ชาอยากมองถนนเมืองไทยให้เต็มตามากกว่า ชาไม่ได้เห็นบรรยากาศแบบนี้มาตั้งหลายปี"

มือเรียวเล็กของน้ำชาเอื้อมไปกดเปิดวิทยุเบาๆ เพลงสากลแนวหม่นๆ ดังขึ้นคลอไปกับเสียงเครื่องยนต์ เมษรู้สึกว่าบรรยากาศในรถคืนนี้มันแปลกไปกว่าทุกครั้ง ปกติน้ำชาจะพูดเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้จนเขาปวดหัว แต่คืนนี้เธอกลับนิ่งสงบ และแววตาที่เธอมองท้องถนนนั้นดูโตเป็นผู้ใหญ่เกินกว่าที่เขาจะคาดเดาความหมายได้

‘น้ำชาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ สินะ’ เมษคิดในใจลึกๆ ความรู้สึก ‘ห่วง’ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความ ‘หวง’ โดยที่เขาไม่รู้ตัว เขาเริ่มจินตนาการว่าหากวันหนึ่งมีชายหนุ่มมานั่งตรงนี้แทนเขา มาทำหน้าที่ขับรถรับส่งเธอแบบนี้.. หัวใจของเขาคงจะวูบโหวงไม่น้อย

เขากระชับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย ท่องบอกตัวเองว่าเป็นเรื่องปกติที่คนเป็นพ่อจะหวงลูกสาวคนเดียว... ใช่ มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

เมื่อรถเลี้ยวเข้าจอดที่โรงรถหน้าบ้านที่แสนคุ้นเคย เมษลงไปเปิดประตูให้น้ำชาพร้อมกับช่วยถือกระเป๋าถือใบเล็กของเธอให้ด้วย ทั้งคู่เดินเคียงกันเข้าบ้านท่ามกลางความเงียบของราตรี

"ฝันดีนะป๊า หนูไปอาบน้ำนอนก่อนนะ" น้ำชาหยุดเดินที่หน้าประตูห้องนอนของเธอ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้เขา 

"ฝันดีเหมือนกัน พักผ่อนเยอะๆ นะ คงจะเหนื่อยมาทั้งวันแล้วสิ" เมษยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบาๆ หนึ่งครั้งด้วยความเคยชิน ก่อนจะเดินแยกไปยังห้องนอนของตัวเองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเงียบงัน 

ทันทีที่บานประตูห้องนอนปิดลง น้ำชาพิงหลังเข้ากับแผ่นไม้หนาแล้วปล่อยลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตา เธอยกมือขึ้นแตะที่หัวตรงที่เมษเพิ่งลูบไปเมื่อครู่ สัมผัสอุ่นๆ นั้นยังคงติดอยู่... แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดในใจของน้ำชาให้ชัดขึ้นยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า 

‘ทำไมต้องใจดีขนาดนี้..ทำไมถึงไม่ใจร้ายใส่กันบ้าง’

น้ำชาแอบแง้มประตูห้องนอนของเธอออกไปอย่างเงียบๆ เมื่อเธอมองออกไปก็เห็นแสงไฟจากห้องทำงานของเมษที่ยังเปิดอยู่ เธอรู้ดีว่าเขาคงกลับไปนั่งทำงานต่อ หรือไม่ก็คงกำลังคิดถึงแม่.. น้ำชารู้ดีว่าพื้นที่ข้างกายเขานั้นถูกจับจองไปนานแสนนานแล้วด้วยอดีตที่งดงามเกินกว่าที่เธอจะเข้าไปแทรกแซงได้

เธอปิดประตูลงอย่างเงียบๆ จากนั้นก็เดินมามองมองกระจกบนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ชุดที่เธอใส่ สไตล์ที่เธอเป็น ทั้งหมดนี้เธอสร้างมันขึ้นมาเพื่อให้เขามองเธอในฐานะ 'ลูกสาวที่เพอร์เฟค' ซึ่งสายตาของเมษที่จับจ้องมาที่เธอตั้งแต่สนามบิน ร้านชาบู หรือแม้กระทั่งตอนส่งเธอเข้านอนเมื่อครู่นี้ก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด 

เขายังคงมองเธอเป็น 'ลูกสาว' ของเขาเสมอ ซึ่งนั่นก็ควรเป็นเรื่องปกติของทุกๆครอบครัว แต่ว่า..

"ป๊ารู้ไหม... ชาไม่ได้อยากเป็นแค่ลูกสาว" เธอกระซิบกับความมืดพลางใช้มืออันเปลือยเปล่าของตนเช็ดน้ำตาหนึ่งหยดที่ไหลอาบแก้มออกไป

การกลับบ้านครั้งนี้ไม่ใช่การกลับมาเพื่อพักผ่อน แต่มันคือการกลับมาเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า เธอรักคนที่เธอ 'ไม่มีสิทธิ์รัก' และยิ่งเขาแสนดีกับเธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเหมือนถูกขังอยู่ในกรงทองที่ชื่อว่าครอบครัว.. กรงที่สร้างขึ้นจากความเมตตาและรอยยิ้มของเขา 

บนโต๊ะเครื่องแป้งนั้นมีรูปถ่ายครอบครัวในกรอบไม้ตั้งอยู่ มันเป็นรูปของเธอตอนเด็กที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่าง ‘ป๊า’ และ ‘ม๊า’ ทุกคนในภาพมีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขที่แสนบริสุทธิ์ แววตาของแม่ในรูปนั้นดูอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจ ราวกับว่าเธอกำลังฝากฝังให้เมษดูแลน้ำชาและฝากฝังให้เธอเป็นลูกสาวที่น่ารักของเขาตลอดไป

“แม่คะ.. ชาขอโทษ”

เธอกระซิบเสียงสั่นพร้อมกับหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนกระจกหน้ากรอบรูป ความรู้สึกรักที่มันเอ่อล้นอยู่ในอกตอนนี้มันคือยาพิษที่ฝังลึกลงในภายในจิตใจของตัวเองไปแล้ว เธอรู้ดีว่ามันผิด ผิดต่อศีลธรรม ผิดต่อป๊าฐานะลูกสาว และที่ร้ายแรงที่สุดคือเธอรู้สึกเหมือนกำลังแย่งชิง ‘ความรัก’ ที่ควรจะเป็นของแม่เพียงคนเดียว

ทุกครั้งที่ป๊าตามใจเธอ ทุกครั้งที่เขามองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง น้ำชาจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหัวขโมย เธอจึงแอบตวงเอาความใส่ใจเหล่านั้นมาเก็บไว้ในใจแล้วล็อคกุญแจมันอย่างแน่นหนา จากนั้นก็จินตนาการไปไกลว่ามันคือความรักแบบผู้หญิงคนหนึ่งได้รับจากคนที่เธอแอบชอบ ก่อนที่จะถูกตบหน้าด้วยความจริงที่ว่า เขาทำแบบนั้นเพราะเขามองเห็นเธอเป็น ‘ลูกสาว’ คนหนึ่ง

‘ชาจะพยายามค่ะแม่ ชาจะเป็นลูกสาวที่ดีของป๊า จะไม่ทำให้ป๊าต้องลำบากใจ จะไม่ทำให้ความทรงจำของแม่ต้องแปดเปื้อน’

น้ำชาปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างลวกๆ เธอหยิบสมุดสเก็ตซ์ภาพขึ้นมาเปิดดู ในนั้นมีแบบชุดเดรสมากมายที่เธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสุขและความเศร้าที่มีต่อชายคนนั้น เธอตั้งใจว่ากลับมาครั้งนี้ เธอจะทำตัวให้เป็นปกติที่สุด จะเป็นน้ำชาที่สดใสและกตัญญูเหมือนเดิม เพื่อรักษาความสัมพันธ์ 'พ่อลูก' นี้ไว้ให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้

แม้มันจะต้องแลกมาด้วยการกรีดหัวใจตัวเองซ้ำๆ ทุกครั้งที่เขาเรียกเธอว่า 'ลูก' ก็ตาม

TBC.

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 20 - [ จุดจบ ]

    แสงแดดรำไรยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างกระจกทรงสูงของคฤหาสน์หลังงามที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่จนดูโอ่อ่ากว่าที่เคยเป็นมา ความเงียบเชียบภายในบ้านไม่ได้ทำให้รู้สึกอ้างว้างอีกต่อไปนับตั้งแต่ ‘เขา’ กลับมา น้ำชาขยับกายภายใต้ผ้าห่มขนสัตว์เนื้อนุ่มที่โอบล้อมร่างกายที่เปลือยเปล่าของเธอไว้ แผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและรอยแผลเป็นจางๆ หลักฐานของการถูกจองจำในอดีตที่คอยย้ำเตือนถึงความเสียสละอันบิดเบี้ยวของชายผู้เป็นเจ้าของลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่เหนือลาดไหล่ของเธอในเวลานี้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโซ่ตรวนผูกมัดหัวใจของเธอไว้ บัดนี้ถูกเผาทำลายไปจนหมดสิ้นด้วยเปลวไฟแห่งความโหยหาตลอดสี่ปีเต็มที่ผ่านมา น้ำชาหลับตาลงรับสัมผัสจากวงแขนแกร่งที่กระชับโอบกอดเธอไว้แน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปเป็นเพียงภาพฝันยามเช้า เธอแอบหลงรักผู้ชายคนที่คนทั้งโลกประณามว่าปีศาจมาเนิ่นนาน และยิ่งนานไปความรักนั้นก็ยิ่งหยั่งรากลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณ ความรักที่สังคมมองว่าวิปริตและเป็นพิษร้าย แต่สำหรับเธอมันคือหยาดน้ำที่หล่อเลี้ยงกุหลาบสีน้ำเงินให้ยังคงเบ่งบานอย่างสง่างามท่าม

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 19 - [ กรงขัง ]

    แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัววูบวาบสะท้อนกับผนังกระจกของอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่น้ำชาสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและเศษเสี้ยวของหัวใจที่แตกสลายเมื่อสี่ปีก่อน กลิ่นอายของความสำเร็จที่ฉาบไว้ด้วยน้ำหอมราคาแพงและดอกกุหลาบสีน้ำเงินสายพันธุ์พิเศษที่ส่งกลิ่นหอมเย็นยะเยือกตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องจัดแสดง เสียงรองเท้าส้นสูงยี่ห้อดังกระทบพื้นหินอ่อนดัง ตึก ตึก เป็นจังหวะที่หนักแน่นและมั่นคง ต่างจากเด็กสาวที่เคยเดินตัวสั่นเทาอยู่หลังม่านเวทีเดินแบบในอดีตอย่างสิ้นเชิงน้ำชายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่านักข่าวและนักลงทุนในชุดราตรีสีน้ำเงินมิดไนท์บลูที่ตัดเย็บอย่างประณีต ดีไซน์ของมันยังคงเน้นความแข็งแกร่งของโครงสร้างแต่กลับซ่อนความพริ้วไหวที่ดูเยือกเย็นไว้ภายใน มันคือเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบปี ใบหน้าของเธอที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างดีดูไร้ที่ติ แต่ทว่าดวงตาคู่สวยที่เคยมีประกายความหวังบัดนี้กลับดูเรียบเฉยและลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะอ่านออก“คุณน้ำชาคะ การเปิดตัวคอลเลคชั่น ‘อิสระที่ถวิลหา’ ในครั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ในอดีตหรือเปล่าคะ?” นักข่าวสาวคนหนึ่งยื่นไมโครโฟนเข้ามาถามด้วยส

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 18 - [ โซ่ที่ถูกตัดขาด ]

    สิงห์ขยับเข้ามาใกล้เมษทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด เขามองดูเพื่อนเก่าที่ครั้งหนึ่งเคยสง่างามและเป็นที่ยอมรับของสังคม บัดนี้กลับดูแตกสลายและยอมสยบต่อข้อเสนอที่ไร้มนุษยธรรมที่สุด“ถ้านายตกลงตามนี้ ฉันจะลบคลิปนั่นทิ้ง และชีวิตของน้ำชาก็จะราบรื่นอย่างที่นายต้องการ” สิงห์พูดพลางพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นนิโคตินใส่หน้าเมษ “แต่นายต้องเล่นบทบาทนี้ให้สมบูรณ์แบบนะเมษ นายต้องทำให้ทุกคนเชื่อว่านายคือปีศาจที่กักขังและครอบงำเด็กสาวคนหนึ่งไว้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง”เมษขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนาที่เปื้อนคราบเลือดกำแน่นอยู่ข้างลำตัว เขารู้ดีว่าข้อเสนอของสิงห์คือการฆ่าตัวตายทางสังคม แต่นี่คือทางเดียวที่น้ำชาของเขาจะยังคงเบ่งบานได้อย่างงดงามในโลกภายนอก เขาไม่อาจปล่อยให้น้ำชาต้องมาจมปลักอยู่ในนรกที่เขาสร้างขึ้น หากความลับเรื่องความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวถูกเปิดเผยออกไป น้ำชาจะถูกตราหน้าและหมดอนาคตทันที ซึ่งเขาไม่อยากเห็นภาพนั้นมากที่สุด ภาพที่อนาคตของคนที่เขารักพังทลายไปเพราะตัวเขา “ฉันจะทำ” เมษเค้นเสียงพูดออกมา น้ำเสียงของเขามั่นคงอย่า

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 17 - [ กรงที่พังทลาย ]

    เสียงเคาะคีย์บอร์ดในออฟฟิศของเมษวันนี้ดูจะหนักอึ้งเป็นพิเศษ หลังจากสิ่งที่เมษเจอเมื่อวานมันทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจเอาเสียเลย วันเวลาที่ผ่านไปทุกนาทีคือความกลัวที่ว่าสิงฆ์จะเล่นสกปรกใส่เขากับน้ำชาตอนไหน นิ้วมือที่เริ่มชากดแป้นพิมพ์บนดัง แต่ก แต่ก อย่างเชื่องช้ากว่าทุกวัน เสียงนาฬิกาบนผนังออฟฟิศส่งเสียงฟังดูดังกว่าทุกทีแม้มันจะเสียงเบาเท่าเดิม เมษถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมใช้มือเสยผมขึ้น เจ้าตัวเอนพิงไปกับเก้าอี้ เงยหน้ามองเพดานสีขาวด้วยแววตาที่ไร้จุดหมาย เขาต้องคิดหาทางปกป้องน้ำชาสักทางไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าทำอะไรผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียว ความสัมพันธ์ของเขาและน้ำชาที่ปกปิดเป็นความลับมาตลอดอาจตกอยู่ในอันตรายได้ และนั่นก็รวมถึงอนาคตของตัวของน้ำชาเองดด้วย.. เขาน่ะไม่เป็นอะไรหรอก เพราะอย่างน้อยสังคมก็อาจมองเขาเป็นพ่อโหดเหี้ยมที่คุกคามลูกสาวของตนเอง แต่น้ำชา..หากน้ำชายืนกรานจะยืนข้างเขาต่อไป มันจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเธอเลยแม้แต่น้อย "เฮ้อ..ฉันจะทำยังไงดี.."ทำไมสิงฆ์ต้องมาปรากฏตัวที่งานของน้ำชาด้วย ทำไมหมอนั่นถึงไม่ยอมปล่อยเขาไปสักทีเสียงแจ้งเตือนของมือถือที่ถูกวางไว้บนโต

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 16 - [ บาดแผล ]

    เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดภายในโรงรถของบ้านที่เงียบสงัด น้ำชาดับเครื่องยนต์แต่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในความมืด แสงไฟอัตโนมัติหน้าบ้านส่องเข้ามาจางๆ ทำให้เห็นคราบเลือดที่แห้งกรังบนใบหน้าของเขา น้ำชาเปิดประตูลงจากรถและเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่เมษนั่งอยู่ เธอประคองเมษให้ลงจากรถและพาเขาเดินเข้าบ้านอย่างระมัดระวังกลิ่นสบู่และน้ำหอมจาง ๆ จากตัวน้ำชาที่อบอวลอยู่ในบ้านที่คุ้นเคยทำให้เมษรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในกรงขังที่สวยงาม เขาถูกพานั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น น้ำชาวิ่งไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มลงมือทำแผลให้เขาด้วยความชำนาญ มือเรียวที่หยิบจับสำลีชุบแอลกอฮอล์สัมผัสลงบนบาดแผลของเขาอย่างแผ่วเบาจนเขารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ"เจ็บหน่อยนะคะป๊า" น้ำชาพูดพลางเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นเมษขมวดคิ้วด้วยความแสบ"ป๊าเจ็บที่ใจมากกว่าชา" เมษคว้าข้อมือของน้ำชาไว้ขณะที่เธอจะผละออกไปทิ้งสำลี เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาในตอนนี้ไม่ได้มีความเกรงใจในฐานะพ่อลูกเหลืออยู่อีกต่อไป "สิงห์มันจะทำลายชา มันจะแฉทุกอย่าง ป๊าควรจะทำยังไงดี"น้ำชาวางกล่องปฐมพยาบาลลงแล้วขยับเข้าไปนั่งข้าง ๆ

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 15 - [ การตัดสินใจอันเจ็บปวด ]

    คำพูดของสิงห์เหมือนคีมเหล็กที่คอยคีบเอาความทรงจำที่เมษอยากจะฝังกลบไว้ให้ลึกที่สุดย้อนกลับมา ความทรงจำเมื่อสิบห้าปีก่อนในรั้วมหาวิทยาลัยเซนต์เกรกอรี สถานที่ที่ความทะเยอทะยานของชายหนุ่มสองคนเริ่มต้นขึ้น เมษและสิงห์เคยเป็นเพื่อนที่เดินเคียงข้างกันในฐานะนักศึกษาดาวรุ่งของคณะบริหารธุรกิจ แต่ความแตกต่างเพียงหนึ่งเดียวคือ เมษมักจะได้ในสิ่งที่สิงห์ปรารถนาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสอบที่เหนือกว่าเพียงเสี้ยวคะแนน ทุนการศึกษาที่ถูกหยิบยื่นให้ หรือแม้แต่คำชื่นชมจากอาจารย์ที่สิงห์เคารพรักแต่จุดแตกหักที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องการเรียน แต่มันคือโปรเจกต์ระดมทุนครั้งใหญ่ของนักศึกษาที่สิงห์เป็นคนริเริ่มและทุ่มเททุกอย่างลงไป ทว่าในวันที่โปรเจกต์กำลังจะประสบความสำเร็จ เมษกลับมองเห็นช่องโหว่ร้ายแรงทางกฎหมายที่อาจทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน เขาตัดสินใจเข้าแจ้งความและระงับทุกอย่างโดยไม่บอกกล่าวสิงห์ล่วงหน้า ผลลัพธ์ในครั้งนั้นทำให้สิงห์ถูกตราหน้าว่าเป็นคนฉ้อโกงและต้องพ้นสภาพนักศึกษา ในขณะที่เมษได้รับคำชมว่าเป็นผู้ผดุงความถูกต้องและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานสโมสรนักศึกษาแทน“แกพังชีวิตฉันในตอนนั้น แกทำให้บริษัท เอส เอ็น แ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status