Home / โรแมนติก / Sweetest lies สัญญารักลวงตา / ตอนที่ 3 -[ เริ่มต้นใหม่ ]

Share

ตอนที่ 3 -[ เริ่มต้นใหม่ ]

last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-29 23:24:17

และแล้ววันที่น้ำชารอคอยก็มาถึง เมื่อมีอีเมลตอบกลับ HR เกี่ยวกับการรับเธอเข้าทำงานที่บริษัทออกแบบที่เธอใฝ่ฝัน น้ำชาจ้องหน้าจอโน๊ตบุ๊คอยู่พักหนึ่งอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองก่อนจะรีบอ่านข้อมูลของรายละเอียดงานและวันเวลานัดหมายอย่างถี่ถ้วน 

"ได้แล้ววว!" 

เธอเอนหลังลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น เสียงถอนหายใจดังยาวเหมือนปล่อยภาระที่แบกไว้ทั้งชีวิต ต่อไปนี้ เธอจะได้ก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว และต่อจากนี้เธอจะไม่ใช่นักศึกษา หรือ เด็กฝึกงานอีกต่อไป แต่เป็น 'พนักงาน' ในบริษัทที่เธอใฝ่ฝัน บริษัทออกแบบที่เธออยากจะเข้าไปทำงานด้วยมากที่สุด

Rose & Design คือบริษัทออกแบบเสื้อผ้าชั้นนำที่โด่งดังไปทั่วโลกในไทย ตอนนี้เธอกำลังจะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองที่เงาวับนี้แล้ว 

 ทว่าคืนก่อนวันเริ่มงาน น้ำชากลับนอนไม่ค่อยหลับ คำถามสารพัดกำลังโลดแล่นอยู่ในหัวของเธอราวกับกระแสน้ำเฉี่ยวที่ไม่อาจหยุดได้

'จะทำได้ไหม' 

'จะโดนมองว่าไม่เก่งพอหรือเปล่า' 

'จะตามคนอื่นทันไหม'

 'แล้วถ้าพลาดขึ้นมาฉันจะรับความกดดันไหม'

ความคิดเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวน้ำชาราวกับเป็นเข็มที่กำลังทิ่มแทงความมั่นใจเมื่อเช้าของเธอ กระนั้นเอง ขณะที่เธอกำลังกระสับกระส่ายแล้วนอนไม่หลับอยู่อย่างนั้น เสียงเคาะประตูห้องนอนของเธอก็ดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะ 

ก๊อก ก๊อก

"นี่ป๊าเอง ชานอนหรือยัง"

เป็นเขานั่นเอง..

น้ำชาลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตูต้อนรับ "ป๊า.. มีอะไรเหรอ?"

"เห็นยังเปิดไฟอยู่ก็เลยสงสัยว่าทำไมยังไม่นอนน่ะสิ พรุ่งนี้ทำงานวันแรกนี่นา ทำไมยังไม่นอนอีกหึ"

"อ่อ หนูแค่..ตื่นเต้นน่ะป๊า"

คำถามอันอ่อนโยนจากเมษทำให้น้ำชาคลายความหังวลลงได้บ้าง แต่ถึงอย่างนั้น.. การที่ถูกจับได้ว่ายังไม่นอนเพราะตื่นเต้นนี่มันช่างน่าอายจริงๆ

"ว่าแล้วเชียว เอ้า" เมษยื่นแก้วเครื่องดื่มมาให้น้ำชา แล้วเธอก็รับมาอย่างว่าง่ายแต่ก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย

"นม? ให้หนูเหรอ" น้ำชามองแก้วนมอุ่นๆ ที่ได้รับมาแล้วเอียงคอสงสัย 

"สมัยป๊าน่ะนะ เขาว่าถ้านอนไม่หลับให้ดื่มนมสักแก้วแล้วจะนอนหลับสบาย" เมษพูดพลางลูบหัวน้ำชาไปด้วย 

"พอเห็นไฟเปิดอยู่นานขนาดนั้นก็พอเดาออกว่าคงนอนไม่หลับก็เลยไปอุ่นนมร้อนมาให้ดื่มน่ะสิ"

น้ำชามองแก้วนมอุ่นๆ ที่อีกฝ่ายให้มาแล้วหัวใจก็เต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ความรู้สึกวูบไหวอุ่นๆ ภายในอกตอนที่อีกคนทำตัวดีด้วยมันทำให้น้ำชายิ่งรู้สึกเป็นคนเห็นแก่ตัวเข้าไปทุกที.. ทั้งๆ ที่ความเป็นห่วงที่เมษมอบให้มันคือความเป็นห่วงในฐานะ 'พ่อ' เท่านั้นแท้ๆ แต่ตัวเองกลับ.. มองว่ามันคืออย่างอื่น

'ป๊า..ยังคงใส่ใจฉันอยู่ตลอดเลย..' 

"ขอบคุณนะคะป๊า"

"ไม่เป็นไร นอนเถอะ ดึกมากแล้ว"

เมื่อทั้งสองบอกราตรีสวัสดิ์กันอีกครั้ง น้ำชาก็เดินมานั่งที่ขอบเตียงแล้วดื่มนมตามที่เมษบอก หัวใจของเธอเริ่มสงบลงขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ในใจของเธอก็รู้ดีว่ามันคงไม่ได้เป็นเพราะนมอุ่นๆ ที่อีกฝ่ายเอามาให้หรอก..

น้ำชาวางแก้วไว้ที่โต๊ะข้างเตียงแล้วเริ่มหลับตาลง ปล่อยให้ความอบอุ่นของผ้าห่มและลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศช่วยกล่อมเธอให้นอนหลับไป บางที การที่ได้ยุ่งหัวหมุนจากการทำงานอาจทำให้เธอลืมความรู้สึกหนักอึ้งภายในใจที่มีต่อเมษไปบ้างก็ได้

แค่นิดหนึ่งก็ยังดี..

เมื่อรุ่งอรุณมาถึง เธอสวมเสื้อเชิ้ตเรียบๆ สีอ่อน กระโปรงยาวคลุมเข่า เธอรวบผมเอาไว้เรียบร้อยเกินความเป็นตัวเองเล็กน้อย จากนั้นก็ยืนหน้ากระจกแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ 

"โอเค ทำได้ ต้องทำให้ได้!"

น้ำชามาถึงออฟฟิศช่วงเจ็ดโมงเช้าพอดี โดยภายในออฟฟิศนั้นใหญ่กว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก เสียงตัดผ้า เสียงโทรศัพท์ เสียงคุยงานสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะ ทุกอย่างภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้เคลื่อนไหวเร็วจนน้ำชาแทบตาลายไปกับบรรยากาศที่นี่ เหมือนกับว่าที่แห่งนี้ไม่เคยหยุดรอใครที่ช้ากว่าตัวเอง น้ำชารู้สึกตัวเล็กลงทันทีที่ก้าวเข้าไป เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นที่หน้าผากของเธอเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะเช็ดมันออก

ไม่นานนัก HR ก็พาเธอมาแนะนำกับทีม 

หน้าหลายหน้า ชื่อหลายชื่อ หลายรอยยิ้มที่สุภาพแต่ไม่คุ้นเคย เธอพยายามจำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สมองเหมือนจะเต็มตั้งแต่ชั่วโมงแรก

จนกระทั่งมาหยุดที่โต๊ะหนึ่ง

“นี่คิมนะ อยู่ทีมเดียวกัน จะช่วยดูงานให้ช่วงแรก” HR เอ่ยพร้อมกับพาเธอเดินเข้ามาใกล้กับโต๊ะที่เขานั่งอยู่อีกนิด

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วยิ้มบางๆ ให้กับเธอ ไม่ได้กว้าง ไม่ได้เป็นมิตรจนล้น แต่กระนั้นมันก็พอดี “สวัสดีครับ”

ประโยคทักทายสั้นๆ ที่ไม่ได้พิเศษอะไร แต่มันกลับทำให้น้ำชารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก 

วันแรกผ่านไปด้วยการดูงาน ฟังประชุม และพยายามไม่ให้ตัวเองหลงทางในระบบงานที่ซับซ้อนเกินคาด เธอจดทุกอย่างลงสมุด แม้แต่เรื่องเล็กน้อย เพราะกลัวลืม กลัวถามซ้ำ กลัวถูกมองว่าไม่พร้อม ในสัปดาห์แรกเธอแทบไม่ได้เงยหน้าจากหน้าจอ งานเล็กงานน้อยถูกส่งมาให้ลองมือ แก้แบบ ปรับสี จัดเลย์เอาต์ ทุกอย่างต้องเร็ว ต้องเป๊ะ และต้องอธิบายเหตุผลได้ น้ำชาพบว่าความรู้ที่เคยคิดว่าตัวเองมี มันยังไม่พอในโลกของผู้ใหญ่แห่งนี้

"ชา ช่วยรีเสิร์ชเกี่ยวกับดอกลิลลี่ที ลูกค้าเขาอยากได้ชุดธีมดอกไม้ ลองคุยกับทีมแล้วส่งสเก็ตคร่าวๆ มาให้ก่อนบ่ายสองนะ" 

"ค่ะ!' 

แม้ในการทำงานครั้งแรก หน้าที่ของเธอจะเป็นได้แค่ลูกมือของรุ่นพี่ก็ตาม แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้เธอหัวหมุนจนแทบไม่มีเวลาว่าง 

วันนี้กว่าเธอจะได้กลับบ้านมันก็ปาไปห้าทุ่มกว่าแล้ว น้ำชาทั้งปวดไหล่ ปวดข้อมือ และหัวตื้อเหมือนถูกบีบ เธอวางกระเป๋าแล้วทิ้งตัวลงนั่งนิ่งๆ ในความมืด ไม่อยากเปิดไฟ ไม่อยากพูดอะไรกับใครทั้งนั้น 

จากนั้นไม่นานโทรศัพท์ของเธอก็สั่นขึ้นแล้วแสดงแจ้งเตือนจากไลน์กลุ่มของที่ทำงาน

“ไฟล์ที่ส่งมาเมื่อกี้ลองเช็คหน้า 3 อีกรอบนะ ลูกค้าเขาส่งแก้แบบคอลเลคชั่นฤดูหนาว” 

มันคือข้อความที่ถูกส่งมาจากคิม เพื่อนร่วมงานของเธอในวันนี้ 

เธอถอนหายใจออกมายาวเหยียดก่อนจะเปิดโน้ตบุ๊กอีกครั้ง ทั้งที่ร่างกายอยากพักแต่สมองไม่ยอมให้หยุด 

นี่คืองานของเธอแล้ว ไม่ใช่การบ้าน ไม่ใช่ข้อสอบใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นงานในฝันที่เธออยากทำมาตลอด

คิมไม่ได้เร่ง ไม่ได้ตำหนิ แค่คอยชี้จุด คอยถามว่า 'คิดว่ายังไง' มากกว่า 'ต้องทำแบบนี้' บางวันเขานั่งอยู่ข้างๆ สอนระบบงาน บางวันก็แค่ส่งโน้ตสั้นๆ มาให้เพื่อให้กำลังใจ 

“อันนี้โอเคแล้วชา แค่สีต้องไม่กลืนกัน”

ประโยคเรียบๆ แต่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เดินผิดทาง

เดือนแรกของการทำงานเหมือนบททดสอบต่อเนื่อง งานใหญ่โปรเจกต์แรกมาถึงเร็วกว่าที่คาด ทีมถูกกดดันจากลูกค้า เดดไลน์แน่นขึ้น เสียงในออฟฟิศดังขึ้น และรอยยิ้มเริ่มลดลง 

กระนั้นความผิดพลาดครั้งแรกของเธอก็ได้เกิดขึ้นจนได้ในเดือนที่สองของการทำงาน ในวันนั้นที่เธอตัดผ้าพลาดจนดีไซน์ที่รุ่นพี่ช่วยกันออกแบบเพื่อจะส่งลูกค้านั้นต้องดีเลย์ไปอีกสองชั่วโมง ทำให้น้ำชาต้องถูกหัวหน้าเรียกไปตักเตือนด้วยถ้อยคำที่ไม่ได้ฟังดูเป็นมิตรนัก

เธอออกมาจากห้องนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนตัวเองไม่คู่ควรกับเส้นทางในฝัน ร่างกายอิดโรยราวกับคนที่จะเป็นลมได้ทุกเมื่อ

 “ชา ไปกินข้าวไหม” คิม เพื่อนร่วมงานของเธอเดินมาหาด้วยรอยยิ้มที่ยังคงเปื้อนใบหน้าอย่เสมอ

น้ำชาส่ายหน้า “ไม่หิว”

“แต่ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงเลยนะ เดี๋ยวโรคกระเพาะก็ถามหาหรอก”

เธอเงียบ ก่อนจะพยักหน้าอย่างยอมแพ้

จากนั้นคิมก็พาเธอมาทานอาหารด้วยกันที่ร้านอาหารเล็กๆ ใกล้ออฟฟิศ หลังจากอาหารตามสั่งมาเสิร์ฟที่โต๊ะแล้วทานกันไปได้สักพัก คิมก็ตัดสินใจเป็นคนเริ่มบทสนธนาขึ้นมาก่อน  

“ทุกคนก็เคยพลาดเหมือนกันแหละ” เขาพูดหลังจากเธอเงียบไปนาน 

“แค่อย่าปล่อยให้ความผิดพลาดแค่ไม่กี่ครั้งเป็นตัวตัดสินความสามารถตัวเอง" คิมพูดปลอบใจพลางตักข้าวกินไปด้วย 

คำพูดนั้นไม่ใช่คำปลอบหวานๆ แต่มันช่วยให้น้ำชาได้กำลังใจของเธอกลับมานิดหน่อยหลังจากที่เธอทำมันหล่นไปกับความผิดพลาดเมื่อตอนเช้า 

ตั้งแต่นั้นมาคิมก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตเธอมากขึ้น ไม่ใช่ในฐานะแฟนแต่ในฐานะเพื่อนร่วมงานที่พึ่งพาได้ 

คิมมองเห็นเธอในวันที่ไม่ไหว และไม่ทำให้เธอรู้สึกแย่ไปกว่านั้น

น้ำชาเริ่มมีกำลังใจมากขึ้น เริ่มตอบโต้ในที่ประชุม เริ่มเสนอไอเดียของตัวเอง แม้เสียงจะยังสั่นบ้างแต่สายตาไม่หลบผู้พูดเหมือนวันแรก 

เมื่องานเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เธอก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองนั้น 'เหมาะสมที่จะอยู่ที่นี่'

เมื่อเลิกงาน คิมก็ได้ตัดสินใจขับรถไปส่งน้ำชาที่บ้าน 

"พี่คิมสะดวกเหรอ ชากลับเองได้นะ"

"สะดวกสิ นี่ก็ดึกมากแล้ว รถคงหมดแล้วล่ะ"

"ก็ได้ เดี๋ยวชาคอยบอกทางให้นะ" 

ใช้เวลาไม่นานนักที่รถของคิมได้มาจอดที่หน้าบ้านของน้ำชา 

"ขอบใจนะที่มาส่ง"

"ไม่เป็นไรๆ วันนี้เลิกดึกด้วย-" คิมมองไปยังประตูบ้าน จากนั้นเขาก็เห็นชายคนนึงที่ยืนมองออกมาจากหน้าต่างบ้านของน้ำชา แววตาของเขาค่อนข้างที่จะ... อธิบายได้ยากเหลือกิน 

"นั่นพ่อชาเหรอ? ฮะฮะ รับเข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวผมจะโดนทักทายด้วยลูกโม่เอา" คิมพูดติดตลก

"เดี๋ยวนะ พ่อฉันไม่ได้โหดขนาดนั้นนะ!" น้ำชาหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะบอกลาคิม 

เมื่อเข้าบ้านมา น้ำชาก็ถูกต้อนรับด้วยเมษที่ยืนกอดอกอยู่ในชุดนอน

"เพื่อนเหรอชา?" คำถามที่ตรงไปตรงมาถูกเอ่ยถามขึ้น แต่ความอบอุ่นและนุ่มนวลที่เคยมีมาตลอดกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด

"ค่ะป๊า วันนี้ชาเลิกงานดึกเขาเลยอาสาขับมาส่ง" ชาตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไรมากนัก แต่คำตอบนั้นมันกลับทำให้ใจของเมษรู้สึกโหวงๆ ขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ..

"งั้นเหรอ..งั้นก็รีบอาบน้ำนอนเถอะ" เมษตอนกลับ พยายามคุมเสียงให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด 

เมื่อน้ำชาขึ้นห้องไป เมษก็นั่งลงกับโซฟาห้องนั่งเล่นแล้วถอนหายใจออกมายาวเหยียด 

เข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมความรู้สึกของเขาในตอนนี้มันเหมือนกับถูกบีบซ้ำๆ จนอึดอัดไปหมด

บางทีนี่คงเป็นความรู้สึกของคนเป็น 'พ่อ' เวลาที่รู้สึกว่าลูกของตนกำลังจะมีแฟน..

'แฟน'

คำว่าแฟนมันได้วนกลับมาหาเขาอีกครั้งจนได้ 

เมษไม่เคยรู้เลยว่าเวลาที่ลูกมีแฟนเขาต้องทำตัวยังไง ไม่สิ เขาไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าน้ำชาจะเริ่มมีใครเร็วขนาดนี้-

"โอเค ใจเย็นๆ ก็แค่เพื่อน" เมษพูดกับตัวเอง

"....." เจ้าตัวยกมือถือขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความหาเพื่อนร่วมงานของเขาที่ชื่อว่าฐา 

"เหมือนลูกสาวกำลังจะมีแฟน..." จากนั้นเขาก็กดส่ง แล้วนอนพิงตัวบนโซฟาเงยหน้ามองเพดาน

บางที 'พ่อ' อย่างเขาก็ต้องเริ่มปรับตัวบ้างแล้ว..

ต้ตสน

แก้คำผิด

| Like
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 20 - [ จุดจบ ]

    แสงแดดรำไรยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างกระจกทรงสูงของคฤหาสน์หลังงามที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่จนดูโอ่อ่ากว่าที่เคยเป็นมา ความเงียบเชียบภายในบ้านไม่ได้ทำให้รู้สึกอ้างว้างอีกต่อไปนับตั้งแต่ ‘เขา’ กลับมา น้ำชาขยับกายภายใต้ผ้าห่มขนสัตว์เนื้อนุ่มที่โอบล้อมร่างกายที่เปลือยเปล่าของเธอไว้ แผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและรอยแผลเป็นจางๆ หลักฐานของการถูกจองจำในอดีตที่คอยย้ำเตือนถึงความเสียสละอันบิดเบี้ยวของชายผู้เป็นเจ้าของลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่เหนือลาดไหล่ของเธอในเวลานี้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโซ่ตรวนผูกมัดหัวใจของเธอไว้ บัดนี้ถูกเผาทำลายไปจนหมดสิ้นด้วยเปลวไฟแห่งความโหยหาตลอดสี่ปีเต็มที่ผ่านมา น้ำชาหลับตาลงรับสัมผัสจากวงแขนแกร่งที่กระชับโอบกอดเธอไว้แน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปเป็นเพียงภาพฝันยามเช้า เธอแอบหลงรักผู้ชายคนที่คนทั้งโลกประณามว่าปีศาจมาเนิ่นนาน และยิ่งนานไปความรักนั้นก็ยิ่งหยั่งรากลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณ ความรักที่สังคมมองว่าวิปริตและเป็นพิษร้าย แต่สำหรับเธอมันคือหยาดน้ำที่หล่อเลี้ยงกุหลาบสีน้ำเงินให้ยังคงเบ่งบานอย่างสง่างามท่าม

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 19 - [ กรงขัง ]

    แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัววูบวาบสะท้อนกับผนังกระจกของอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่น้ำชาสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและเศษเสี้ยวของหัวใจที่แตกสลายเมื่อสี่ปีก่อน กลิ่นอายของความสำเร็จที่ฉาบไว้ด้วยน้ำหอมราคาแพงและดอกกุหลาบสีน้ำเงินสายพันธุ์พิเศษที่ส่งกลิ่นหอมเย็นยะเยือกตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องจัดแสดง เสียงรองเท้าส้นสูงยี่ห้อดังกระทบพื้นหินอ่อนดัง ตึก ตึก เป็นจังหวะที่หนักแน่นและมั่นคง ต่างจากเด็กสาวที่เคยเดินตัวสั่นเทาอยู่หลังม่านเวทีเดินแบบในอดีตอย่างสิ้นเชิงน้ำชายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่านักข่าวและนักลงทุนในชุดราตรีสีน้ำเงินมิดไนท์บลูที่ตัดเย็บอย่างประณีต ดีไซน์ของมันยังคงเน้นความแข็งแกร่งของโครงสร้างแต่กลับซ่อนความพริ้วไหวที่ดูเยือกเย็นไว้ภายใน มันคือเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบปี ใบหน้าของเธอที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างดีดูไร้ที่ติ แต่ทว่าดวงตาคู่สวยที่เคยมีประกายความหวังบัดนี้กลับดูเรียบเฉยและลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะอ่านออก“คุณน้ำชาคะ การเปิดตัวคอลเลคชั่น ‘อิสระที่ถวิลหา’ ในครั้งนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ในอดีตหรือเปล่าคะ?” นักข่าวสาวคนหนึ่งยื่นไมโครโฟนเข้ามาถามด้วยส

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 18 - [ โซ่ที่ถูกตัดขาด ]

    สิงห์ขยับเข้ามาใกล้เมษทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด เขามองดูเพื่อนเก่าที่ครั้งหนึ่งเคยสง่างามและเป็นที่ยอมรับของสังคม บัดนี้กลับดูแตกสลายและยอมสยบต่อข้อเสนอที่ไร้มนุษยธรรมที่สุด“ถ้านายตกลงตามนี้ ฉันจะลบคลิปนั่นทิ้ง และชีวิตของน้ำชาก็จะราบรื่นอย่างที่นายต้องการ” สิงห์พูดพลางพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นนิโคตินใส่หน้าเมษ “แต่นายต้องเล่นบทบาทนี้ให้สมบูรณ์แบบนะเมษ นายต้องทำให้ทุกคนเชื่อว่านายคือปีศาจที่กักขังและครอบงำเด็กสาวคนหนึ่งไว้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง”เมษขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนาที่เปื้อนคราบเลือดกำแน่นอยู่ข้างลำตัว เขารู้ดีว่าข้อเสนอของสิงห์คือการฆ่าตัวตายทางสังคม แต่นี่คือทางเดียวที่น้ำชาของเขาจะยังคงเบ่งบานได้อย่างงดงามในโลกภายนอก เขาไม่อาจปล่อยให้น้ำชาต้องมาจมปลักอยู่ในนรกที่เขาสร้างขึ้น หากความลับเรื่องความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวถูกเปิดเผยออกไป น้ำชาจะถูกตราหน้าและหมดอนาคตทันที ซึ่งเขาไม่อยากเห็นภาพนั้นมากที่สุด ภาพที่อนาคตของคนที่เขารักพังทลายไปเพราะตัวเขา “ฉันจะทำ” เมษเค้นเสียงพูดออกมา น้ำเสียงของเขามั่นคงอย่า

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 17 - [ กรงที่พังทลาย ]

    เสียงเคาะคีย์บอร์ดในออฟฟิศของเมษวันนี้ดูจะหนักอึ้งเป็นพิเศษ หลังจากสิ่งที่เมษเจอเมื่อวานมันทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจเอาเสียเลย วันเวลาที่ผ่านไปทุกนาทีคือความกลัวที่ว่าสิงฆ์จะเล่นสกปรกใส่เขากับน้ำชาตอนไหน นิ้วมือที่เริ่มชากดแป้นพิมพ์บนดัง แต่ก แต่ก อย่างเชื่องช้ากว่าทุกวัน เสียงนาฬิกาบนผนังออฟฟิศส่งเสียงฟังดูดังกว่าทุกทีแม้มันจะเสียงเบาเท่าเดิม เมษถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมใช้มือเสยผมขึ้น เจ้าตัวเอนพิงไปกับเก้าอี้ เงยหน้ามองเพดานสีขาวด้วยแววตาที่ไร้จุดหมาย เขาต้องคิดหาทางปกป้องน้ำชาสักทางไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าทำอะไรผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียว ความสัมพันธ์ของเขาและน้ำชาที่ปกปิดเป็นความลับมาตลอดอาจตกอยู่ในอันตรายได้ และนั่นก็รวมถึงอนาคตของตัวของน้ำชาเองดด้วย.. เขาน่ะไม่เป็นอะไรหรอก เพราะอย่างน้อยสังคมก็อาจมองเขาเป็นพ่อโหดเหี้ยมที่คุกคามลูกสาวของตนเอง แต่น้ำชา..หากน้ำชายืนกรานจะยืนข้างเขาต่อไป มันจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเธอเลยแม้แต่น้อย "เฮ้อ..ฉันจะทำยังไงดี.."ทำไมสิงฆ์ต้องมาปรากฏตัวที่งานของน้ำชาด้วย ทำไมหมอนั่นถึงไม่ยอมปล่อยเขาไปสักทีเสียงแจ้งเตือนของมือถือที่ถูกวางไว้บนโต

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 16 - [ บาดแผล ]

    เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดภายในโรงรถของบ้านที่เงียบสงัด น้ำชาดับเครื่องยนต์แต่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในความมืด แสงไฟอัตโนมัติหน้าบ้านส่องเข้ามาจางๆ ทำให้เห็นคราบเลือดที่แห้งกรังบนใบหน้าของเขา น้ำชาเปิดประตูลงจากรถและเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่เมษนั่งอยู่ เธอประคองเมษให้ลงจากรถและพาเขาเดินเข้าบ้านอย่างระมัดระวังกลิ่นสบู่และน้ำหอมจาง ๆ จากตัวน้ำชาที่อบอวลอยู่ในบ้านที่คุ้นเคยทำให้เมษรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในกรงขังที่สวยงาม เขาถูกพานั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น น้ำชาวิ่งไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มลงมือทำแผลให้เขาด้วยความชำนาญ มือเรียวที่หยิบจับสำลีชุบแอลกอฮอล์สัมผัสลงบนบาดแผลของเขาอย่างแผ่วเบาจนเขารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ"เจ็บหน่อยนะคะป๊า" น้ำชาพูดพลางเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นเมษขมวดคิ้วด้วยความแสบ"ป๊าเจ็บที่ใจมากกว่าชา" เมษคว้าข้อมือของน้ำชาไว้ขณะที่เธอจะผละออกไปทิ้งสำลี เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาในตอนนี้ไม่ได้มีความเกรงใจในฐานะพ่อลูกเหลืออยู่อีกต่อไป "สิงห์มันจะทำลายชา มันจะแฉทุกอย่าง ป๊าควรจะทำยังไงดี"น้ำชาวางกล่องปฐมพยาบาลลงแล้วขยับเข้าไปนั่งข้าง ๆ

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 15 - [ การตัดสินใจอันเจ็บปวด ]

    คำพูดของสิงห์เหมือนคีมเหล็กที่คอยคีบเอาความทรงจำที่เมษอยากจะฝังกลบไว้ให้ลึกที่สุดย้อนกลับมา ความทรงจำเมื่อสิบห้าปีก่อนในรั้วมหาวิทยาลัยเซนต์เกรกอรี สถานที่ที่ความทะเยอทะยานของชายหนุ่มสองคนเริ่มต้นขึ้น เมษและสิงห์เคยเป็นเพื่อนที่เดินเคียงข้างกันในฐานะนักศึกษาดาวรุ่งของคณะบริหารธุรกิจ แต่ความแตกต่างเพียงหนึ่งเดียวคือ เมษมักจะได้ในสิ่งที่สิงห์ปรารถนาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสอบที่เหนือกว่าเพียงเสี้ยวคะแนน ทุนการศึกษาที่ถูกหยิบยื่นให้ หรือแม้แต่คำชื่นชมจากอาจารย์ที่สิงห์เคารพรักแต่จุดแตกหักที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องการเรียน แต่มันคือโปรเจกต์ระดมทุนครั้งใหญ่ของนักศึกษาที่สิงห์เป็นคนริเริ่มและทุ่มเททุกอย่างลงไป ทว่าในวันที่โปรเจกต์กำลังจะประสบความสำเร็จ เมษกลับมองเห็นช่องโหว่ร้ายแรงทางกฎหมายที่อาจทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน เขาตัดสินใจเข้าแจ้งความและระงับทุกอย่างโดยไม่บอกกล่าวสิงห์ล่วงหน้า ผลลัพธ์ในครั้งนั้นทำให้สิงห์ถูกตราหน้าว่าเป็นคนฉ้อโกงและต้องพ้นสภาพนักศึกษา ในขณะที่เมษได้รับคำชมว่าเป็นผู้ผดุงความถูกต้องและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานสโมสรนักศึกษาแทน“แกพังชีวิตฉันในตอนนั้น แกทำให้บริษัท เอส เอ็น แ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status