Beranda / โรแมนติก / Sweetest lies สัญญารักลวงตา / ตอนที่ 4 - [ ฟันเฟืองที่เหลืออยู่ ]

Share

ตอนที่ 4 - [ ฟันเฟืองที่เหลืออยู่ ]

Penulis: ต้ตสน
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-30 21:40:27

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

"ไปก่อนนะคะป๊า" น้ำชาบอกลาพ่อของตนก่อนออกเดินทางไปทำงานแต่เช้า เมษมองลูกสาวของตนวิ่งออกไปอย่างเร่งรีบโดยที่ลืมทานอาหารเช้าที่เขาเตรียมไว้ให้ซะอย่างนั้น

"ชา! แล้วกับข้าว-" แน่นอนว่าคำพูดของเขานั้นช้ากว่าลูกสาวเขานัก เพราะตอนนี้ชาได้หายลับไปจากสายตาของเมษเรียบร้อยแล้ว

เสียงประตูรั้วที่ปิดสนิททิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วห้องครัว เมษมองตามแผ่นหลังของลูกสาวที่ลับหายไปอย่างรวดเร็วจนแทบจะจับความรู้สึกไม่ทัน เขาก้มลงมองแซนด์วิชแฮมชีสและกาแฟร้อนที่เตรียมไว้ให้บนโต๊ะ ควันสีจางยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือแก้ว แต่มันกลับดูอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเจ้าของของมันไม่ได้แตะต้องแม้แต่น้อย

มือหนาเลื่อนจานอาหารเข้าไปไว้ตรงกลางโต๊ะอย่างเชื่องช้า ความร้อนจากถ้วยกาแฟที่เขาเตรียมไว้ยังคงแผ่กระจายออกมาจางๆ สัมผัสถึงความตั้งใจที่ถูกละเลย เมษถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางดึงเก้าอี้นั่งลงในตำแหน่งประจำของเขาที่ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเหมือนเคย

"รีบขนาดนั้นเลยเหรอ…" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนาฬิกาแขวนผนังส่งเสียง กริ๊ก กริ๊ก เป็นจังหวะตอกย้ำความเงียบที่ปกคลุมบ้านหลังนี้

หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ชีวิตของน้ำชาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกพัดพาด้วยพายุแห่งการทำงาน เธอตื่นเช้าขึ้น กลับดึกขึ้น และใช้เวลาอยู่ในโลกที่มีชื่อว่า 'Rose & Design' มากกว่าโลกที่เขาสร้างไว้ให้ที่นี่ เมษรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ที่สถานีรถไฟ มองดูขบวนรถที่น้ำชานั่งอยู่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปไกลขึ้นทุกที

ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิด มือถือบนโต๊ะก็ส่งเสียงแจ้งเตือนสั้นๆ ตื๊ด เขาหยิบมันขึ้นมาดู พบว่าเป็นข้อความจาก 'ฐา' เพื่อนสนิทที่เป็นที่ปรึกษาจำเป็นของเขาในพักหลัง

'เป็นไงบ้างเรื่องลูกสาวน่ะ ใจเย็นลงหรือยัง'

เมษขยับปลายนิ้วพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว "เพิ่งวิ่งออกไปเมื่อกี้ ข้าวปลาไม่กินสักคำ เห็นว่าช่วงนี้งานเยอะจนหัวหมุน"

'วัยรุ่นไฟแรงก็แบบนี้แหละ แต่อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยล่ะ ไม่ใช่ไปนั่งเฝ้าประตูรอเขากลับบ้านจนตาเป็นแพนด้า'

"ไม่ได้รอขนาดนั้นสักหน่อย" เขาพิมพ์กลับไปแบบนั้น ทั้งที่ความจริงเมื่อคืนเขาก็นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นจนกระทั่งได้ยินเสียงรถของ 'เพื่อน' ของเธอมาจอดส่งที่หน้าบ้านตอนกลางค่ำกลางคืน 

เมษเก็บโทรศัพท์ลงแล้วมองไปที่ประตูอีกครั้ง ความรู้สึกอึดอัดที่เขาพยายามกดทับเอาไว้มันเริ่มประท้วงขึ้นมาในอก เขาไม่ได้อยากเป็นพ่อที่จู้จี้ หรือพ่อที่ขัดขวางอนาคตของลูก แต่ความรู้สึกที่ว่าตนเองกำลังสูญเสีย 'พื้นที่' สำคัญในชีวิตของน้ำชาไปให้กับคนอื่น..โดยเฉพาะกับผู้ชายอีกคน มันกลับรบกวนจิตใจเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

เขาตัดสินใจลุกขึ้น เก็บจานแซนด์วิชแผ่นนั้นเข้ากล่องพลาสติก 

"เอาไปให้ที่ออฟฟิศดีไหมนะ…"

ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว แต่มันก็ถูกยับยั้งด้วยความลังเล เขาไม่อยากให้เธออายเพื่อนร่วมงาน แต่ภาพที่เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้ามันก็น่าเป็นห่วงเกินกว่าจะปล่อยผ่านไปได้ ซึ่งสุดท้ายเมษก็เลือกที่จะหยิบกุญแจรถและเสื้อคลุมมาสวม เขาตัดสินใจขับรถออกไปมุ่งหน้าสู่ตึกสำนักงานใจกลางเมืองที่น้ำชาทำงานอยู่ ท่ามกลางการจราจรที่เริ่มหนาตา แสงแดดจัดจ้าในยามเช้าสะท้อนเข้าตาจนเขาต้องหรี่ลง

เมื่อมาถึงหน้าตึก Rose & Design เมษมองเห็นกลุ่มพนักงานที่กำลังเดินขวักไขว่เข้าตึก และนั่นเองที่เขามองเห็นน้ำชา เธอกำลังยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่หน้าลิฟต์ และข้างๆ เธอคือ 'เพื่อน' ชายหนุ่มคนเดิมที่มาส่งเธอเมื่อคืน ทั้งคู่กำลังคุยกันเรื่องเอกสารในมือ น้ำชาดูมีสีหน้าเคร่งเครียดแต่ก็ผ่อนคลายลงเมื่ออีกฝ่ายแตะบ่าเธอเบาๆ แล้วพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอยิ้มออกมาได้

รอยยิ้มแบบที่เขาไม่ได้เห็นมาหลายวันแล้ว

เมษที่นั่งอยู่ในรถกระชับพวงมาลัยแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความตั้งใจที่จะเดินลงไปส่งกล่องแซนด์วิชหยุดชะงักลงที่ตรงนั้น

ตื๊ด ตื๊ด

คราวนี้เป็นสายเรียกเข้าจากที่ทำงานของเขาเอง เมษมองหน้าจอก่อนจะถอนหายใจทิ้ง 

"ครับ… ผมกำลังไปครับ"

เขาวางกล่องอาหารลงที่เบาะข้างคนขับ ก่อนจะหักพวงมาลัยถอยรถออกมาจากตรงนั้น โลกของน้ำชากำลังหมุนไปข้างหน้าด้วยฟันเฟืองที่เขาไม่ได้เป็นส่วนประกอบ และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับ.. แม้ว่ามันจะทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นเพียงเงาที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังก็ตาม

"ฝากดูแลยัยเด็กดื้อนั่นด้วยแล้วกัน.. ไอ้หนุ่ม" 

เขาพึมพำลอดไรฟัน สายตามองผ่านกระจกหลังเห็นภาพทั้งสองเดินเข้าลิฟต์ไปพร้อมกัน ก่อนที่ประตูบานนั้นจะปิดลงอย่างถาวรสำหรับเช้าวันนี้

- - - - - -

"เกือบไปแล้ว.." 

น้ำชาพึมพำพลางจัดเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ขณะก้าวฉับๆ เข้าไปในลิฟต์ที่กำลังจะปิด เสียงรองเท้าส้นสูงกของเธอกระทบพื้นหินอ่อนดัง ตึก ตึก จนคนข้างๆ ต้องหันมามอง

"มาช้าไปวินาทีเดียวคือสายเลยนะชา" คิมยิ้มล้อเลียนพลางยื่นแฟ้มงานมาให้

"ขอบคุณนะคิม ถ้าไม่มีนายช่วยไว้ฉันตายแน่" 

เธอรับแฟ้มมาถือไว้พลางถอนหายใจยาว ในใจแอบนึกย้อนไปถึงบ้าน…

'ป๊าจะโกรธไหมนะที่ฉันวิ่งออกมาแบบนั้น แถมตอนนี้ท้องก็เริ่มประท้วงหิวซะแล้วสิ..'

เสียง ติ๊ง! ของลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูสเตนเลสที่แยกออกจากกัน เมื่อน้ำชาก้าวออกมาพร้อมกับคิม ทั้งสองก็ถูกโอบล้อมอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของออฟฟิศที่เริ่มต้นขึ้นอย่างเร่งรีบ กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วบดอบอวลอยู่ในอากาศ ผสมปนเปกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอและเสียงเคาะคีย์บอร์ดกับเสียงตัดผ้าที่ดังรัวจากหลายมุมห้อง

"ขอบคุณจริงๆ นะคิม ถ้าวันนี้มาไม่ทันประชุมบ่ายโมงพี่ลินดาต้องดุฉันแน่ๆ" น้ำชาพูดขณะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง เธอวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้พลางจัดแฟ้มงานที่ถือมาอย่างรีบเร่ง หัวใจยังคงเต้นตุบตับด้วยความตื่นเต้นผสมกับความเหนื่อยหอบจากการวิ่งหนีสายนาฬิกา

"บอกแล้วว่าอย่าโหมงานดึกน่ะ เห็นนะว่าเมื่อคืนเธอยังแก้แบบอยู่ที่ห้องตัดอยู่เลย" คิมวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะข้างๆ พลางเลิกคิ้วมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาว 

"แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง? หน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ"

คำถามนั้นทำให้กระเพาะของน้ำชาส่งเสียงประท้วงขึ้นมาเบาๆ รสสัมผัสที่ว่างเปล่าในลำคอตอกย้ำว่าเธอละเลยมื้อเช้าที่ป๊าเตรียมไว้ให้ ภาพของเมษที่ยืนถือจานอาหารอยู่ในห้องครัววูบเข้ามาในความคิด แววตาที่เป็นห่วงคู่นั้นและความเงียบที่เธอทิ้งไว้เบื้องหลังมันทำให้ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนเธอต้องเม้มปากแน่น

"ยังเลย… พอดีรีบออกมาน่ะ" เธอตอบสั้นๆ พลางหลบสายตาคิมแล้วก้มหน้าเปิดคอมพิวเตอร์ 

"ป๊าเตรียมไว้ให้แล้วล่ะ แต่ฉันดื้อเองที่ไม่ได้กิน"

"งั้นพักเที่ยงนี้ต้องจัดหนักหน่อยแล้วล่ะ เดี๋ยวไม่มีแรงแก้แบบชุดราตรีนะ" คิมตบไหล่เธอเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจก่อนจะเดินแยกไปที่โต๊ะของตัวเอง ทิ้งให้น้ำชาจมอยู่กับโต๊ะที่มีภาพสเกตและหนังสือรีเสิร์สมากมาย แต่ในใจของเธอกลับวนเวียนอยู่แต่เรื่องที่บ้าน

มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ลังเลอยู่นานว่าจะพิมพ์ข้อความไปหาเมษดีไหม ความเงียบระหว่างเธอกับเขามันเริ่มขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เธอเริ่มทำงานที่นี่ ความใกล้ชิดที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความห่างเหินของเวลาและภาระหน้าที่ เธอพิมพ์ข้อความว่า "ขอโทษนะป๊าที่เมื่อเช้าไม่ทันได้กินข้าวด้วย" แต่แล้วก็กดลบไป 

"ชารบกวนช่วยเช็กตัวอย่างผ้าลินินในห้องคลังหน่อยสิ พี่ว่าสีมันดรอปไปนิดหนึ่งนะ" เสียงของรุ่นพี่ดีไซเนอร์เรียกสติเธอกลับมา

"ค่ะพี่ลินดา จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ!" น้ำชารับคำพลางรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปก่อนจะลุกขึ้นแล้วรีบเร่งฝีเท้าที่ไปคลังเก็บผ้าทันที

ตลอดทั้งช่วงเช้าน้ำชาวิ่งวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมวัสดุและประสานงานกับทีมงานฝ่ายผลิต ความเหนื่อยล้าทางกายเริ่มรุกราน แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือความเงียบจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ เมษไม่ได้ส่งข้อความมาหา และนั่นยิ่งทำให้ความกังวลในใจของเธอเพิ่มพูนขึ้นราวกับตะกอนที่ก้นแก้ว

ป๊าจะกำลังเหงาอยู่ไหม? หรือป๊าจะโกรธที่เธอทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโตที่เอาแต่จะวิ่งตามความฝันจนลืมคนที่อยู่ข้างหลัง?

โครก…

เสียงท้องร้องที่ดังขึ้นในจังหวะที่ออฟฟิศเงียบสงบลงครู่หนึ่งทำให้น้ำชาหน้าแดงซ่าน เธอเอามือกุมท้องไว้พลางถอนหายใจยาว ความหิวในตอนนี้มันช่างขัดแย้งกับความทะเยอทะยานในหัวใจเสียเหลือเกิน

"ช่างเถอะ คิดมากไปคงไม่มีประโยชน์.." น้ำชาสะบัดความคิดที่มีอยู่ทิ้งไปแล้วเริ่มโฟกัสกับงานอีกครั้ง เธอพยายามท่องเอาไว้ในใจอยู่เสมอว่าการยุ่งกับงานคือหนทางเดียวที่เธอจะได้หลุดพ้นจากความคิดของเธอที่เกี่ยวโยงกับป๊า.. แล้วตอนนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีของเธอ

"ไหวไหมชา? หน้าเธอดูซีดกว่ากระดาษอีกนะ" คิมที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ทักขึ้นพร้อมกับยื่นขนมปังขนาดเล็กซองหนึ่งมาให้ 

"รองท้องไปก่อน พี่ลินดาบอกว่าถ้าดีไซน์ตรงนี้ไม่เสร็จ เที่ยงนี้คงไม่ได้ไปไหนกันแน่"

"ขอบใจนะ ฉันแค่..มึนหัวนิดหน่อยน่ะ" น้ำชาพยายามคลี่ยิ้มตอบ แต่อาการสั่นจางๆ ที่ปลายนิ้วมือเป็นตัวบ่งบอกว่าร่างกายเธอกำลังจะถึงขีดจำกัด เธอรับขนมปังมาแล้วแกะเข้าปากอย่างรวดเร็ว รสชาติหวานๆ ของขนมปังเนยสดมันช่วยกระตุ้นพลังงานให้เธอได้เพียงชั่วครู่ แต่มันไม่ได้ช่วยลดความรู้สึกผิดที่ยังคงตกค้างอยู่ในใจได้เลย

'ป๊าจะทานข้าวหรือยังนะ…' ความคิดถึงที่แล่นเข้ามากลางคันทำให้เธอเผลอพิมพ์ชื่อเมษลงในช่องค้นหาข้อความ แต่แล้วเสียงเรียกจากหัวหน้างานก็ดึงเธอกลับสู่โลกความจริงที่โหดร้ายอีกครั้ง

"น้ำชา! มาช่วยกันตัดผ้าตรงนี้ที!"

"ค- ค่ะ!" ยังไม่ทันที่ขนมปังที่คิมให้มาหมด เธอก็ถูกรุ่นพี่ในทีมเรียกให้ไปตัดผ้าต่อเสียแล้ว ทำให้เธอต้องจำใจพักขนมปังใส่ซองไว้ก่อนแล้วรีบลุกไปช่วยรุ่นพี่ตัดผ้าโดยทันที 

- - - - - -

ช่วงบ่ายที่แสนยาวนานผ่านไปอย่างทุลักทุเล เมษที่เพิ่งเสร็จจากการประชุมเคร่งเครียดนั่งเอนหลังลงบนเก้าอี้หนังในห้องทำงานของตน สายตาเขามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นวิวตึกระฟ้าด้านนอกอย่างเหม่อลอยพลางคิดถึงน้ำชาไปด้วย 

'หิวแย่แล้วมั้งเนี่ย.. ได้ออกไปหาอะไรกินบ้างหรือยังนะ'

เจ้าตัวถอนหายใจออกมาอีกครั้งแล้วนึกย้อนไปยังอาหารบนโต๊ะที่ไร้คนนั่งที่บ้านอีกหน ภาพจำที่เมษเคยสัมผัสหลังจากที่น้ำชาเดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศหวนคืนกลับมาอย่างช้าๆ โต๊ะที่ว่างเปล่ากับเขาที่นั่งจิบกาแฟคนเดียวราวกับคนหมดอาลัยตายอยากได้ย้อนคืนมาในห้วงความคิดของเมษราวกับม้วนหนังที่ถูกฉายซ้ำ

เมื่อลูกโตขึ้น ก็ถึงคราวที่คนเป็นผู้ปกครองต้อง 'ปล่อย' ให้พวกเขาโบยบินออกไปด้วยตัวเอง ทว่าในความรู้สึกภายในอกนั้นกลับบีบรัดเขามากกว่าเดิมอย่างไม่รู้สาเหตุ 

บางทีอาจเป็นเพราะเขายังไม่พร้อมที่จะ 'ปล่อย' น้ำชาไป

หรือบางทีอาจเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากกลับไปอยู่คนเดียวอีกครั้ง..

ความสับสนนี้เริ่มล่องลอยอยู่ในจิตใจของเมษเหมือนกับหมอกควันที่เริ่มก่อตัวขึ้นโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะดับลง..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 4 - [ ฟันเฟืองที่เหลืออยู่ ]

    หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป"ไปก่อนนะคะป๊า" น้ำชาบอกลาพ่อของตนก่อนออกเดินทางไปทำงานแต่เช้า เมษมองลูกสาวของตนวิ่งออกไปอย่างเร่งรีบโดยที่ลืมทานอาหารเช้าที่เขาเตรียมไว้ให้ซะอย่างนั้น"ชา! แล้วกับข้าว-" แน่นอนว่าคำพูดของเขานั้นช้ากว่าลูกสาวเขานัก เพราะตอนนี้ชาได้หายลับไปจากสายตาของเมษเรียบร้อยแล้วเสียงประตูรั้วที่ปิดสนิททิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วห้องครัว เมษมองตามแผ่นหลังของลูกสาวที่ลับหายไปอย่างรวดเร็วจนแทบจะจับความรู้สึกไม่ทัน เขาก้มลงมองแซนด์วิชแฮมชีสและกาแฟร้อนที่เตรียมไว้ให้บนโต๊ะ ควันสีจางยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือแก้ว แต่มันกลับดูอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเจ้าของของมันไม่ได้แตะต้องแม้แต่น้อยมือหนาเลื่อนจานอาหารเข้าไปไว้ตรงกลางโต๊ะอย่างเชื่องช้า ความร้อนจากถ้วยกาแฟที่เขาเตรียมไว้ยังคงแผ่กระจายออกมาจางๆ สัมผัสถึงความตั้งใจที่ถูกละเลย เมษถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางดึงเก้าอี้นั่งลงในตำแหน่งประจำของเขาที่ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเหมือนเคย"รีบขนาดนั้นเลยเหรอ…" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนาฬิกาแขวนผนังส่งเสียง กริ๊ก กริ๊ก เป็นจังหวะตอกย้ำความเงียบที่ปกคลุมบ้านหลังนี้หนึ่

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 3 -[ เริ่มต้นใหม่ ]

    และแล้ววันที่น้ำชารอคอยก็มาถึง เมื่อมีอีเมลตอบกลับ HR เกี่ยวกับการรับเธอเข้าทำงานที่บริษัทออกแบบที่เธอใฝ่ฝัน น้ำชาจ้องหน้าจอโน๊ตบุ๊คอยู่พักหนึ่งอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองก่อนจะรีบอ่านข้อมูลของรายละเอียดงานและวันเวลานัดหมายอย่างถี่ถ้วน "ได้แล้ววว!" เธอเอนหลังลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น เสียงถอนหายใจดังยาวเหมือนปล่อยภาระที่แบกไว้ทั้งชีวิต ต่อไปนี้ เธอจะได้ก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว และต่อจากนี้เธอจะไม่ใช่นักศึกษา หรือ เด็กฝึกงานอีกต่อไป แต่เป็น 'พนักงาน' ในบริษัทที่เธอใฝ่ฝัน บริษัทออกแบบที่เธออยากจะเข้าไปทำงานด้วยมากที่สุดRose & Design คือบริษัทออกแบบเสื้อผ้าชั้นนำที่โด่งดังไปทั่วโลกในไทย ตอนนี้เธอกำลังจะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองที่เงาวับนี้แล้ว ทว่าคืนก่อนวันเริ่มงาน น้ำชากลับนอนไม่ค่อยหลับ คำถามสารพัดกำลังโลดแล่นอยู่ในหัวของเธอราวกับกระแสน้ำเฉี่ยวที่ไม่อาจหยุดได้'จะทำได้ไหม' 'จะโดนมองว่าไม่เก่งพอหรือเปล่า' 'จะตามคนอื่นทันไหม' 'แล้วถ้าพลาดขึ้นมาฉันจะรับความกดดันไหม'ความคิดเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวน้ำชาราวกับเป็นเข็มที่กำลังทิ่มแทงความมั่นใจเมื่อเช้าของเธอ กระนั้นเอ

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 2 - [ หัวใจดวงใหม่กับบ้านหลังเก่า ]

    รุ่งอรุณได้มาถึง แสงแดดอ่อนๆ ลอดเข้าผ่านทางต่างต่างห้องนั่งเล่นของบ้านอย่างอ่อนโยน น้ำชานั่งอยู่บนโซฟา ในมือถือดินสอและสมุดสเก็ตภาพเอาไว้แล้วบรรจงร่างภาพชุดสวมใส่ลงบนสมุดอย่างเป็นมืออาชีพและรวดเร็ว รูปแล้วรูปเล่าที่เธอวาด เธอขีดเขียนมันออกมาอย่างสวยงามไม่ว่าจะเป็นชุดลำลอง ชุดเดรส ชุดออกกำลังกาย หรือชุดในรูปแบบทางการก็ตาม ในขณะที่เธอกำลังดำดิ่งอยู่กับการเสก็ตภาพนั้น กลิ่นหอมๆ จากห้องครัวก็ลอยมาแตะจมูกของเธอพร้อมกับเสียงเรียกอันคุ้นเคย"ชา มากินข้าวเร็ว" เมษเรียกลูกสาวของตนพร้อมกับวางจานอาหารลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ และมั่นคง จากนั้นเจ้าตัวก็นั่งลงพร้อมยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเหมือนเคย ตอนนี้เขาอยู่ในชุดสูทพร้อมไปทำงาน ดวงตาฉายแววเหนื่อยล้าจากการนอนลึกเกินควรของชายวันกลางคนอย่างเด่นชัดน้ำชาวางสมุดสเก็ตของตัวเองลงแล้วเดินมายังโต๊ะทานอาหาร เมื่อมองอาหารบนโต๊ะเธอก็พบว่าท้ังหมดนั่นคืออาหารที่เธอชอบกินทั้งนั้น "โห ป๊าจำได้ด้วยเหรอว่าหนูชอบกินอะไร"เมษเหลือบมองลูกสาวของตนแว๊บหนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ "ทำไมป๊าจะทำไม่ได้ ดูซะก่อนว่าใครเป็นคนเลี้ยงมา" เมษพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจในฐานะ 'พ่อ' คนหนึ่ง น้

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   ตอนที่ 1 - [นกบินกลับรัง]

    กลิ่นของกาแฟอ่อนๆ ลอยมาตามสายลมพร้อมกับเสียงของนกกระจิบร้อง จิ๊บ จิ๊บ อยู่นอกหน้าต่างอย่างไพเราะ แสงอาทิตย์ยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาตกกระทบผมสีดำเงาของชายวัยกลางคนอย่างเมษที่นั่งพิมพ์งานของเขาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เจ้าตัวยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบไปหนึ่งอึกขณะที่สายตายังคงมองหน้าจอไม่ห่าง ขณะนั้นเองเสียงมือถือของเขาก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น มันคือข้อความของลูกสาวของเขาที่ส่งข้อความมานั่นเอง "ป๊าดูนี่" ลูกสาวของเขาทักมาหาด้วยข้อความง่ายๆ จากนั้นก็ส่งรูปชุดเดรสชุดหนึ่งมาให้เขาได้ดู ถ้าเดาไม่ผิด ชุดนี้คงเป็นชุดที่เธอได้ออกแบบเองเป็นแน่ ยังไงซะน้ำชาก็ไปเรียนต่อด้านดีไซน์เนอร์นี่นา "สวยไหมม หนูออกแบบเอง วันนี้จะมีนางแบบใส่ชุดของหนูเดินแบบด้วยแหละ"เมษอมยิ้มให้กับข้อความนั้นก่อนจะหยิบแว่นมาสวมเพื่อพิมพ์อบกลับอย่างช้าๆ "สวยมาก คนที่ได้ใส่ชุดที่หนูออกแบบต้องดีใจมากแน่ :D""ถ้าแม่ยังอยู่ แม่ต้องไปนั่งดูโชว์เดินแบบของหนูอยู่แถวหน้าสุดแล้วก็ยกมือมือายรูปไม่หยุดแน่"น้ำชามองข้อความที่ 'ป๊า' ตอบกลับมาแล้วพยายามพิมพ์ข้อความตอบกลับ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พิมพ์แล้วลบอยู่อย่างนั้นประมาณสามรอบได้ราวกับจมอยู่ใน

  • Sweetest lies สัญญารักลวงตา   บทนำ

    บ่ายวันหนึ่ง ณ ตึกสูงตระง่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แสงอาทิตย์อ่อนๆสาดส่องเข้ามายังออฟฟิศอย่างนุ่มนวลเหมือนเป็นการบอกใบ้ว่าตอนนี้เป็นเวลาที่หัวหน้าแผนกอย่าง 'เมษ' ต้องลุกไปประชุมงานอีกรอบได้แล้ว ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารใบสุดท้ายที่กำลังเซ็นอยู่ทันที "เข้ามาได้เลย" เลขาของเขาเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเอกสารและตารางงานในมือ พร้อมดันแว่นของเธอขึ้นเล็กน้อย กระนั้นในมือของเธอก็ไม่ได้มีแค่เอกสารเพียงอย่างเดียว แต่กลับมีกล้องสี่เหลี่ยมใบเล็กๆที่ถูกห่อไว้อย่างสวยงามพร้อมริบบิ้นสีชมพูมากับเธอด้วย "คุณเมษคะ นี่เป็นรายงานการประชุมรอบถัดไปค่ะ อ่ะ แล้วก็นี่ค่ะ" เลขาของเขาวางกล่องสี่เหลี่ยมใบนั้นลงบนโต๊ะของเขา เมษหยิบขึ้นมาดูแล้วก็อดที่จะเอ่ยถามขึ้นไม่ได้ "อันนี้ใครฝากมาเหรอครับ?" เมษหมุนกล่องเล่นไปมาระหว่างดูไปด้วย มันคือกล่องเค้กที่ถูกห่อมาอย่างน่ารักจริงๆ "ฮิฮิ แฟนคุณฝากมาให้น่ะค่ะ วันนี้เขามาเยี่ยม แต่พอรู้ว่าคุณมีประชุมรอบบ่ายเธอก็ฝากให้ฉันเอามาให้" "พลอยมาเหรอ? โธ่ แล้วทำไมไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้เล่า ผมจะได้ไปทักทายเธอสักหน่อย" เมษวางกล่องลงพร้อมทำหน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status