Masukบรรยากาศภายในห้องประชุมบอร์ดบริหารบนชั้นสามสิบเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ เครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้ที่ยี่สิบสององศาเซลเซียสทำเอาพนักงานหลายคนต้องลอบลูบแขนตัวเองเบา ๆ ทว่าสำหรับ ลลิตา ปรีดากุล พีอาร์สาวระดับท็อปผู้รับหน้าที่พรีเซนต์โปรเจกต์ระดมทุนมูลค่าหลายพันล้านในวันนี้ กลับรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองกำลังสูบฉีดด้วยความร้อนรุ่มของอะดรีนาลีน
หญิงสาวก้าวเข้ามาในห้องประชุมด้วยความมั่นใจเต็มร้อย เรือนผมลอนใหญ่สีน้ำตาลประกายทองถูกจัดทรงมาอย่างสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบสีส้มอิฐขยับยิ้มทักทายผู้บริหารระดับสูงที่เริ่มทยอยเข้ามานั่งประจำที่ ชุดเดรสคอวีเข้ารูปที่ดูหรูหราและเป็นทางการ แต่ยังคงความเซ็กซี่ตามสไตล์ของเธอ ทำหน้าที่ดึงดูดสายตาของทุกคนได้อย่างยอดเยี่ยม
ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งสายตาโฉบเฉี่ยวของเธอปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่มุมในสุดของห้อง บริเวณแผงควบคุมระบบภาพและเสียง
ภคินอยู่ในชุดที่เรียบร้อยกว่าเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกติดครบทุกเม็ด เนคไทสีเข้มถูกผูกอย่างประณีต และแขนเสื้อที่เคยพับขึ้นก็ถูกปล่อยลงมาติดกระดุมข้อมืออย่างเนี้ยบกริบ เขาคือตัวแทนจากแผนกไอทีที่ต้องมาคุมระบบสไลด์และเครือข่ายความปลอดภัยสำหรับการประชุมลับสุดยอดในครั้งนี้
เมื่อเขาสบตาเข้ากับเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ นอกจากความราบเรียบ แต่ลลิตากลับรู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าวูบวาบที่แล่นปราดไปตามไขสันหลัง ภาพเหตุการณ์ที่เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อน ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ
‘กรุณาดูแลคอมพิวเตอร์ของคุณให้ดีด้วยครับ เพราะถ้ามีปัญหาครั้งหน้า... ผมอาจจะไม่ได้แค่มาซ่อมเครื่องอย่างเดียว’
เสียงทุ้มพร่านั้นยังดังก้องอยู่ในหู หญิงสาวรีบสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นหยิบแล็ปท็อปของตัวเองขึ้นมาจัดเตรียมเอกสารบนโต๊ะเพื่อกลบเกลื่อนรอยริ้วสีแดงที่เริ่มพาดผ่านพวงแก้ม
“เอาล่ะ ทุกคนประจำที่ได้” เสียงของท่านประธานบริหารดังขึ้น ทำลายความเงียบในห้อง “ตัวแทนจากฝั่งลูกค้าวีไอพีของเราเดินทางมาถึงแล้ว วันนี้พวกเราต้องทำให้เต็มที่ โปรเจกต์นี้ชี้ชะตาไตรมาสสุดท้ายของบริษัทเรา”
บานประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงจัดที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นหนังและเปลือกไม้ลอยนำเข้ามาก่อนที่เจ้าตัวจะปรากฏกาย
ลลิตาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองในทันที เธอกำลังง่วนอยู่กับการคลิกเมาส์เปิดไฟล์พรีเซนต์ที่อุตส่าห์กู้คืนมาจากความช่วยเหลือของ ‘คนหน้านิ่ง’ แถวนี้
“สวัสดีครับท่านประธาน ผมต้องขออภัยที่ให้รอ” น้ำเสียงทุ้มกังวานและคุ้นหูดังขึ้นกลางห้องประชุม
ลลิตาชะงักกึก นิ้วเรียวที่กำลังจับเมาส์แข็งค้างราวกับถูกสตาฟฟ์ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติพลันกระตุกวูบและหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
หญิงสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้นอย่างเชื่องช้า และวินาทีที่สายตาของเธอปะทะเข้ากับใบหน้าของผู้มาเยือน โลกทั้งใบของเธอก็เหมือนถูกกดปุ่มหยุดนิ่ง
‘กฤต’
ผู้ชายรูปร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดแบรนด์ดังระดับโลก ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านที่เธอมักจะคุ้นเคยในอดีต บัดนี้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีอำนาจมากขึ้น และเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากของเขายังคงเหมือนเดิม รอยยิ้มที่เคยทำให้เธอตกหลุมรักจนหมดหัวใจ และเป็นรอยยิ้มเดียวกับที่ฉีกทึ้งหัวใจของเธอจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
‘ลิตา กฤตขอโทษนะ แต่ความรักอย่างเดียวมันกินไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นเขามีพร้อมทุกอย่างที่จะช่วยดันกฤตให้เป็นผู้บริหารได้ กฤตจำเป็นต้องแต่งงานกับเขา เราจบกันแค่นี้นะ’
ประโยคบอกเลิกที่แสนจะเห็นแก่ตัวและเลือดเย็นเมื่อหลายปีก่อน ดังก้องขึ้นมาในโสตประสาทราวกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงตกร่อง
ลลิตาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดห้วง มือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นเทาจนเธอต้องรีบชักมันกลับไปซ่อนไว้ใต้โต๊ะและกำหมัดแน่นจนเล็บเจลสีแดงจิกลงไปในเนื้อ
อดีตคนรักที่ทิ้งเธอไปแต่งงานกับผู้หญิงที่รวยกว่าเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ วันนี้เขากลับมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอในฐานะลูกค้าวีไอพีผู้กุมชะตาโปรเจกต์พันล้าน
กฤตทักทายผู้บริหารคนอื่น ๆ ก่อนที่สายตาของเขาจะตวัดมาหยุดอยู่ที่ร่างบางซึ่งนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ตรงหัวโต๊ะฝั่งพรีเซนเตอร์ แววตาประหลาดใจพาดผ่านดวงตาของเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจและประกายความปรารถนาที่ปิดไม่มิด
“ไม่นึกเลยนะครับว่าจะได้เจอคนคุ้นเคยที่นี่” กฤตเอ่ยขึ้น มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัย สายตาของเขากวาดมองสำรวจเรือนร่างของลลิตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างจาบจ้วง “คุณลลิตา ดูสวยและโตขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยนะครับ”
ประโยคนั้นทำให้คนทั้งห้องประชุมหันมามองลลิตาเป็นตาเดียว ท่านประธานบริหารเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
“อ้าว คุณกฤตกับคุณลิตาเคยรู้จักกันมาก่อนเหรอครับเนี่ย บังเอิญจริง ๆ”
“รู้จักสิครับ รู้จัก ‘ลึกซึ้ง’ เลยล่ะ” กฤตจงใจเน้นคำว่าลึกซึ้ง พร้อมกับส่งสายตาวิบวับไปให้หญิงสาว
คำพูดกำกวมนั้นทำให้ลลิตาหน้าชาดิก เธอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางห้องประชุม ความอับอายและความโกรธเกรี้ยวตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ชุดเกราะความมั่นใจที่เธอเพียรพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีเพื่อปกป้องตัวเอง กำลังพังทลายลงเพียงแค่ผู้ชายคนนี้ปรากฏตัว
“เราเคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันน่ะค่ะท่านประธาน” ลลิตาพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น เธอเชิดหน้าขึ้น สบตากับกฤตด้วยสายตาว่างเปล่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ “แต่ก็นานมากแล้วจนลิตาแทบจะจำไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
กฤตหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนมนั้น เขาเดินไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งประธาน แขนทั้งสองข้างวางพาดบนพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ
“งั้นผมก็ยิ่งตั้งตารอเลยละครับ ว่าวันนี้คุณลลิตาจะพรีเซนต์งานได้น่าประทับใจ เหมือนเรื่องอื่น ๆ ที่เราเคยทำร่วมกันในอดีตหรือเปล่า”
มันคือการประกาศสงครามจิตวิทยาอย่างชัดเจน
ลลิตาลุกขึ้นยืน ขาของเธอสั่นจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอหยิบเลเซอร์พอยเตอร์ขึ้นมาด้วยมือที่เย็นเฉียบ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อดึงความเป็นมืออาชีพกลับมา แต่สมองของเธอกลับขาวโพลน ภาพความเจ็บปวดในอดีตที่เธอซุกซ่อนไว้ลึกสุดใจถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทำร้ายเธออย่างโหดเหี้ยม
และในขณะที่ลลิตากำลังต่อสู้กับปีศาจร้ายในใจของตัวเองอยู่นั้น ที่มุมหนึ่งของห้องประชุม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสกำลังจดจ้องทุกเหตุการณ์อย่างเงียบเชียบ
ภคินไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ตอนนี้ซีดเซียวราวกับกระดาษเลยแม้แต่วินาทีเดียว
หกเดือนผ่านไป การคบกันอย่างเปิดเผยและย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่คอนโดหรูของตั้ม ทำให้ความสัมพันธ์ของแป้งและตั้มราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุข ทว่า... บ่ายวันศุกร์ที่แสนน่าเบื่อ ในขณะที่แป้งกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จู่ ๆ ความรู้สึกคิดถึงบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว การคบกันแบบไม่ต้องปิดบังมันก็ดีอยู่หรอก แต่เธอดันแอบคิดถึงความตื่นเต้น อาการใจเต้นตึกตักเวลาที่ต้องลักลอบส่งสายตากันใต้โต๊ะประชุม หรือความเสียวสันหลังวาบเวลาที่โดนไอ้พี่ตั้มดึงเข้าไปจูบในมุมมืดของบริษัทเสียแล้วสิ ติ๊ด! เสียงเครื่องปริ้นส่วนกลางของแผนกทำงาน ดึงสติของแป้งให้กลับมา หญิงสาวเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่พิมพ์อ
สองเดือนผ่านไป นับตั้งแต่วันที่แฮกเกอร์ร่างทองเปิดตัวประกาศกร้าวกลางออฟฟิศว่าพีอาร์สาวตัวท็อปคือ ‘เมีย’ ของเขา ชีวิตการทำงานของแป้งก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ หวาดระแวงว่าความลับจะแตก ตอนนี้เหรอ... “น้องแป้งครับ เอกสารเบิกงบพีอาร์เดือนนี้ พี่เซ็นอนุมัติให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่ต้องเดินไปส่งเองหรอกครับ เดี๋ยวพี่ให้เด็กเดินเอกสารเอาไปส่งที่โต๊ะให้เลย” หัวหน้าแผนกบัญชีที่เคยเขี้ยวลากดิน เอ่ยบอกแป้งด้วยรอยยิ้มประจบประแจงสุดชีวิต “ขะ... ขอบคุณค่ะพี่” แป้งยิ้มแหย รับเอกสารมาแบบงง ๆ ไม่ใช่แค่แผนกบัญชี แต่หนุ่ม ๆ แผนกเซลส์ที่เคยชอบมาด้อม ๆ มอง ๆ หรือแจกขนมจีบเธอ ตอนนี้เวลาเดินผ่านโต๊ะแผนกพีอาร์ แต่ละคนแทบจะเดินก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาเธอเลยสักคนเดียว
เช้าวันจันทร์ที่สดใส บรรยากาศหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าพนักงานออฟฟิศที่กำลังทยอยเดินเข้าตึก ทว่าความวุ่นวายเหล่านั้นกลับถูกหยุดชะงักลงชั่วคราว เมื่อเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ ดังแหวกอากาศเข้ามาจอดเทียบที่จุดจอดหน้าประตูทางเข้าหลัก รถสปอร์ตปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า สีดำขลับเงางามสะท้อนแสงแดดยามเช้า ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว พนักงานหลายคนหยุดเดิน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายรูป คิดว่าเป็นซูเปอร์สตาร์หรือมหาเศรษฐีที่ไหนมาเยือนบริษัท ภายในห้องโดยสารสุดหรู แป้งนั่งตัวเกร็งเป็นหิน นัยน์ตากลมโตมองออกไปนอกกระจกรถที่แม้จะติดฟิล์มดำมืด แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา หญิงสาวหันขวับไปมองสารถีหนุ่มข้างกายที่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี “พี่ตั้ม! แป้งบอกให้จอดส่งซอยข้างตึกไงคะ! มาจ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมือง ก่อนจะจอดสนิทลงในช่องจอดวีไอพี ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับมา แป้งได้แต่นั่งเงียบกริบ สมองของพีอาร์สาวตัวท็อปกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลเหตุการณ์เหนือจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ไอ้พี่ไอทีจอมกวนที่ชอบใส่เสื้อยืดขาดเข่ากินข้าวกล่องเซเว่น กลายเป็นมหาเศรษฐีสั่งการบอดี้การ์ดนับสิบคนไปถล่มห้องสวีทโรงแรมหรู ตั้มดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองตุ๊กตาหน้ารถที่ยังคงนั่งเบิกตากว้างเป็นนกฮูก ชายหนุ่มอมยิ้ม เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างเบามือ “ถึงแล้วครับเมียจ๋า จะเดินลงไปเอง หรือจะให้พี่อุ้มดี” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างแก้มทำเอาแป้งสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบหดคอหนี&nb
“ระ... รถพอร์ช? คนของเรา? บอส?” แป้งทวนคำศัพท์แปลกประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของไอ้พี่ไอทีจอมกวนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งจะสั่งการลูกน้องที่ไหนก็ไม่รู้ผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยมาดของมาเฟียคุมถิ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไอ้พี่ตั้มหัวฟูที่ชอบใส่เสื้อยืดขาด ๆ มากินข้าวกล่องเซเว่นกับเธอเมื่อวันก่อน ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นบอสอะไรไปได้ล่ะ “พี่ตั้ม นี่พี่เป็นใครกันแน่คะ แป้งงงไปหมดแล้วนะ” พีอาร์สาวเขย่าแขนเสื้อเขา ร้องถามด้วยความสับสน ตั้มเก็บสมาร์ตโฟนลงกระเป๋ากางเกง รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให
แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องแพนทรีถูกหมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็นเสียงสับสวิตช์ประหารชีวิต แป้งที่กำลังระดมทุบตีแผงอกของตั้มอยู่ถึงกับชะงักกึก ร่างเล็กรีบกระโดดถอยห่างจากไอ้พี่ไอทีตัวต้นเหตุไปเกือบสองเมตร หญิงสาวยืนตัวลีบติดเคาน์เตอร์ชงกาแฟ ก้มหน้าผุดลุกผุดนั่งราวกับนักโทษที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา ลลิตา หัวหน้าแผนกพีอาร์คนสวยเดินถือแก้วมัคเซรามิกเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงของลูกน้องสาว สลับกับรอยลิปสติกสีพีชที่เลอะอยู่ตรงมุมปากของลูกน้องสามี ก่อนที่รอยยิ้มรู้ทันจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “พี่มารบกวนการ... เอ่อ... ‘เชื่อมต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่าจ๊ะ” ลลิตาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “พะ... พี่ลิตา! คือ... คือ







