Masukลลิตาลอบยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอสังเกตเห็นปฏิกิริยานั้นอย่างชัดเจน หญิงสาวจงใจท้าวแขนเรียวลงบนขอบโต๊ะ เอนกายลงต่ำจนคอเสื้อเปิดกว้างขึ้นอีกนิด เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวเนียนรำไรอยู่ภายใต้ร่มผ้า
“ตกลงว่าน้องคอมฯ ของลิตาเป็นอะไรคะคุณภาม โคม่ามากไหม ลิตาจะกู้ไฟล์พรีเซนต์กลับมาได้หรือเปล่า” เธอแสร้งทำน้ำเสียงออดอ้อน กระซิบถามอยู่ใกล้ ๆ ใบหูของเขาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่รดรินลงบนลาดไหล่หนา
ภคินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูนชัดเจน ภายใต้ใบหน้าที่ดูเรียบนิ่งราวกับรูปสลักน้ำแข็งนั้น ระบบประสาทส่วนกลางของเขากำลังรวนอย่างหนัก กลิ่นหอมหวานของหญิงสาวที่อยู่ใกล้เพียงคืบ และภาพความเซ็กซี่ที่ปรากฏอยู่ตรงหางตา มันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายของเขาให้พลุ่งพล่านอย่างรุนแรง
ผู้หญิงคนนี้อันตราย เธอรู้ตัวว่าสวยและใช้ร่างกายของตัวเองเป็นอาวุธได้อย่างหน้าไม่อาย เธอพยายามจะปั่นหัวเขา ยั่วให้เขาตบะแตกเพื่อพิสูจน์เสน่ห์ของตัวเอง
อยากโดนสั่งสอนนักใช่ไหม ลลิตา...
“ถอยออกไปยืนห่าง ๆ ด้วยครับ”
น้ำเสียงของภคินเข้มขึ้นและแหบพร่าลงกว่าปกติหนึ่งระดับ ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมามองใบหน้าสวยเฉี่ยวของลลิตาผ่านเลนส์แว่น สายตาของเขาไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนเมื่อก่อน แต่มันแฝงไปด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงและดุดันจนลลิตาถึงกับสะอึก
“พื้นที่ทำงานของผมต้องการความปลอดโปร่ง ถ้าคุณยังมายืนเบียดบังแสงสว่างและส่งกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกรบกวนสมาธิผมอยู่แบบนี้ ผมจะกลับลงไปข้างล่างเดี๋ยวนี้”
คำขู่ที่แสนจะเย็นชานั้นทำเอาลลิตาหน้าเหวอ เธอรีบเด้งตัวกลับมายืนตัวตรงแหน่วราวกับถูกไฟฟ้าช็อต
“ฉุนที่ไหนกัน นี่มันน้ำหอมชาแนลรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเชียวนะ คุณนั่นแหละที่จมูกไม่มีปัญหา” เธอแหวใส่เสียงขุ่น ก่อนจะกอดอกแน่นและก้าวถอยหลังไปยืนห่างจากเขาหนึ่งก้าวตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้
ภคินลอบพรูลมหายใจออกมายาว ๆ เพื่อระบายความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นในอก หันกลับไปสนใจแล็ปท็อปตรงหน้าต่อ นิ้วยาวจัดการเสียบอุปกรณ์ตรวจเช็กระบบเข้ากับพอร์ตยูเอสบี พิมพ์คำสั่งรันโปรแกรมบางอย่างด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน หน้าจอที่เคยมืดสนิทพลันสว่างวาบขึ้นมาเป็นหน้าต่างสีดำที่มีตัวหนังสือสีขาววิ่งไล่เรียงลงมาอย่างรวดเร็ว
“ระบบไม่ได้พัง” เขาเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งนิ่งอยู่หน้าจอประมาณสามนาที “แค่เมนบอร์ดร้อนจัดจนระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ เพราะคุณเปิดโปรแกรมทิ้งไว้เยอะเกินไป แถมยังมีมัลแวร์ซ่อนอยู่ในไฟล์รูปภาพที่คุณชอบโหลดมาเซฟเก็บไว้ด้วย มันไปกินทรัพยากรเครื่องจนน็อก”
“อ้าว แล้วแบบนี้ไฟล์พรีเซนต์ของลิตาล่ะคะ!?” หญิงสาวถามเสียงหลง ลืมความหงุดหงิดเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
“ผมกำลังรันโปรแกรมดึงไฟล์ชั่วคราวกลับมาให้”
เขาตอบสั้น ๆ มือหนายังคงขยับพิมพ์คำสั่งต่อไปอย่างไม่หยุดพัก
ท่าทางตั้งอกตั้งใจและจริงจังของเขาในเวลานี้ ทำให้ลลิตาเผลอลอบมองอย่างลืมตัว เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าโครงหน้าด้านข้างของผู้ชายคนนี้สมบูรณ์แบบมากแค่ไหน สันจมูกที่โด่งคมเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากหยักลึกที่ดูเซ็กซี่น่าจูบ และเวลาที่เขาถลกแขนเสื้อขึ้นพิมพ์งาน เส้นเลือดบนท่อนแขนแกร่งมันดูมีเสน่ห์แบบผู้ชายดิบ ๆ ที่ทำให้คนมองรู้สึกใจสั่น
ตึกตัก... ตึกตัก...
ลลิตารีบสะบัดหัวไล่ความคิดบ้า ๆ ออกไปจากสมอง นี่เธอเป็นอะไรไป ผู้ชายหน้านิ่ง ปากหมา แถมยังเย็นชาเป็นน้ำแข็งขั้วโลกแบบนี้ไม่ใช่สเปกเธอเลยสักนิด
รอไม่ถึงสิบนาที หน้าจอเดสก์ท็อปที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับโฟลเดอร์ไฟล์พรีเซนเทชันที่หน้าตาเหมือนเดิมทุกประการ ภคินจัดการลบไฟล์ขยะและสแกนไวรัสตัวปัญหานั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดบันทึกไฟล์งานให้ลลิตาอย่างเสร็จสรรพ
“เรียบร้อยแล้วครับ ไฟล์งานของคุณยังอยู่ครบ” เขาเอ่ยบอก พลางดึงสายอุปกรณ์ของตัวเองออกและเก็บลงกล่องเครื่องมือ
ลลิตารีบถลาเข้าไปดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองด้วยความดีใจ เธอแทบจะกรี๊ดออกมาเมื่อเห็นพรีเซนต์มูลค่าพันล้านของเธอยังอยู่รอดปลอดภัย
“ขอบคุณนะคะคุณภาม” หญิงสาวหันมายิ้มกว้างให้เขา เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวและจริงใจที่สุดเท่าที่ภคินเคยเห็นมาตั้งแต่รู้จักเธอ รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยจริตมารยา แต่มันคือความโล่งใจอย่างแท้จริง “ลิตารู้อยู่แล้วล่ะค่ะ ว่าหัวหน้าไอทีของเราทั้งเก่งแล้วก็ต้องใจดีมาก ๆ แน่ ๆ ไม่งั้นคงไม่ถ่อขึ้นมาทำให้ถึงที่นี่หรอก ใช่ไหมคะ”
เธอกลับมาเข้าโหมดสาวจอมยั่วอีกครั้ง ส่งสายตาหวานเชื่อมพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะลงบนท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาราวกับเป็นการขอบคุณ
สัมผัสเล็ก ๆ ที่ปลายนิ้วนั้นเหมือนกระแสไฟฟ้าระดับสิบโวลต์วิ่งวาบเข้าสู่ระบบประสาทของภคิน ชายหนุ่มก้มลงมองมือเรียวที่วางอยู่บนแขนของเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยอย่างจัง
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสไม่ได้ดูราบเรียบอีกต่อไป มันทอประกายวาวโรจน์และดุดันราวกับพญาเสือที่กำลังจดจ้องตะครุบเหยื่อ ภคินไม่ได้สะบัดแขนหนี แต่เขาขยับตัวเข้าหาเธอหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งสองหดสั้นลงจนลลิตาต้องแหงนหน้าขึ้นมองและเผลอกลั้นหายใจ
“ผมบอกคุณแล้วไงครับคุณลลิตา...” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำจนคนฟังสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง “ว่าผมไม่ได้ใจดี”
ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลิตาเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกมนตร์สะกด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแนวสปอร์ตที่ผสมผสานกับกลิ่นมินต์เย็น ๆ ลอยมาปะทะจมูก มันหอมกรุ่นและให้ความรู้สึกอันตรายที่กำลังคุกคาม
“ที่ผมขึ้นมาที่นี่ ผมแค่ต้องการมาจัดการ ‘ไวรัส’ ด้วยตัวเอง”
สายตาของเขาหลุบลงมองริมฝีปากอวบอิ่มสีส้มอิฐของเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตวัดกลับขึ้นมาสบตากับเธออีกครั้งด้วยแววตาที่อ่านความหมายได้อย่างชัดเจนว่า คำว่าไวรัสที่เขาหมายถึงนั้น ไม่ใช่ไวรัสในคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน
“กรุณาดูแลคอมพิวเตอร์ของคุณให้ดีด้วยครับ เพราะถ้ามีปัญหาครั้งหน้า ผมอาจจะไม่ได้แค่มา ‘ซ่อมเครื่อง’ อย่างเดียว”
พูดจบ ภคินก็ผละออกจากร่างบางที่ยืนตัวแข็งทื่อ เขาคว้ากล่องเครื่องมือขึ้นมาถือไว้ด้วยท่าทีสง่างามและไร้ที่ติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปจากแผนกประชาสัมพันธ์ ทิ้งให้ลลิตายืนอ้าปากค้าง หัวใจดวงน้อยในอกข้างซ้ายเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งราวกับจังหวะกลองชุด
บ้าเอ๊ย...
พีอาร์สาวระดับท็อปผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในเกมหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายคนไหน บัดนี้กลับถูกสายตาดุดันเพียงชั่วแวบเดียวของหนุ่มไอทีหน้านิ่งกระชากเกราะป้องกันของเธอจนหลุดลุ่ย เธอยกมือขึ้นทาบอกตัวเองด้วยความสับสน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
การเปิดศึกท้าทายระบบรักษาความปลอดภัยของ ‘ภคิน ศิรประภาวงศ์’ ในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นฝ่ายถูกไฟร์วอลล์ของเขาช็อตกลับจนแทบเสียศูนย์เสียเองแล้วสิ
หกเดือนผ่านไป การคบกันอย่างเปิดเผยและย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่คอนโดหรูของตั้ม ทำให้ความสัมพันธ์ของแป้งและตั้มราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุข ทว่า... บ่ายวันศุกร์ที่แสนน่าเบื่อ ในขณะที่แป้งกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จู่ ๆ ความรู้สึกคิดถึงบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว การคบกันแบบไม่ต้องปิดบังมันก็ดีอยู่หรอก แต่เธอดันแอบคิดถึงความตื่นเต้น อาการใจเต้นตึกตักเวลาที่ต้องลักลอบส่งสายตากันใต้โต๊ะประชุม หรือความเสียวสันหลังวาบเวลาที่โดนไอ้พี่ตั้มดึงเข้าไปจูบในมุมมืดของบริษัทเสียแล้วสิ ติ๊ด! เสียงเครื่องปริ้นส่วนกลางของแผนกทำงาน ดึงสติของแป้งให้กลับมา หญิงสาวเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่พิมพ์อ
สองเดือนผ่านไป นับตั้งแต่วันที่แฮกเกอร์ร่างทองเปิดตัวประกาศกร้าวกลางออฟฟิศว่าพีอาร์สาวตัวท็อปคือ ‘เมีย’ ของเขา ชีวิตการทำงานของแป้งก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ หวาดระแวงว่าความลับจะแตก ตอนนี้เหรอ... “น้องแป้งครับ เอกสารเบิกงบพีอาร์เดือนนี้ พี่เซ็นอนุมัติให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่ต้องเดินไปส่งเองหรอกครับ เดี๋ยวพี่ให้เด็กเดินเอกสารเอาไปส่งที่โต๊ะให้เลย” หัวหน้าแผนกบัญชีที่เคยเขี้ยวลากดิน เอ่ยบอกแป้งด้วยรอยยิ้มประจบประแจงสุดชีวิต “ขะ... ขอบคุณค่ะพี่” แป้งยิ้มแหย รับเอกสารมาแบบงง ๆ ไม่ใช่แค่แผนกบัญชี แต่หนุ่ม ๆ แผนกเซลส์ที่เคยชอบมาด้อม ๆ มอง ๆ หรือแจกขนมจีบเธอ ตอนนี้เวลาเดินผ่านโต๊ะแผนกพีอาร์ แต่ละคนแทบจะเดินก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาเธอเลยสักคนเดียว
เช้าวันจันทร์ที่สดใส บรรยากาศหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าพนักงานออฟฟิศที่กำลังทยอยเดินเข้าตึก ทว่าความวุ่นวายเหล่านั้นกลับถูกหยุดชะงักลงชั่วคราว เมื่อเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ ดังแหวกอากาศเข้ามาจอดเทียบที่จุดจอดหน้าประตูทางเข้าหลัก รถสปอร์ตปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า สีดำขลับเงางามสะท้อนแสงแดดยามเช้า ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว พนักงานหลายคนหยุดเดิน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายรูป คิดว่าเป็นซูเปอร์สตาร์หรือมหาเศรษฐีที่ไหนมาเยือนบริษัท ภายในห้องโดยสารสุดหรู แป้งนั่งตัวเกร็งเป็นหิน นัยน์ตากลมโตมองออกไปนอกกระจกรถที่แม้จะติดฟิล์มดำมืด แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา หญิงสาวหันขวับไปมองสารถีหนุ่มข้างกายที่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี “พี่ตั้ม! แป้งบอกให้จอดส่งซอยข้างตึกไงคะ! มาจ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมือง ก่อนจะจอดสนิทลงในช่องจอดวีไอพี ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับมา แป้งได้แต่นั่งเงียบกริบ สมองของพีอาร์สาวตัวท็อปกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลเหตุการณ์เหนือจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ไอ้พี่ไอทีจอมกวนที่ชอบใส่เสื้อยืดขาดเข่ากินข้าวกล่องเซเว่น กลายเป็นมหาเศรษฐีสั่งการบอดี้การ์ดนับสิบคนไปถล่มห้องสวีทโรงแรมหรู ตั้มดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองตุ๊กตาหน้ารถที่ยังคงนั่งเบิกตากว้างเป็นนกฮูก ชายหนุ่มอมยิ้ม เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างเบามือ “ถึงแล้วครับเมียจ๋า จะเดินลงไปเอง หรือจะให้พี่อุ้มดี” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างแก้มทำเอาแป้งสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบหดคอหนี&nb
“ระ... รถพอร์ช? คนของเรา? บอส?” แป้งทวนคำศัพท์แปลกประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของไอ้พี่ไอทีจอมกวนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งจะสั่งการลูกน้องที่ไหนก็ไม่รู้ผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยมาดของมาเฟียคุมถิ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไอ้พี่ตั้มหัวฟูที่ชอบใส่เสื้อยืดขาด ๆ มากินข้าวกล่องเซเว่นกับเธอเมื่อวันก่อน ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นบอสอะไรไปได้ล่ะ “พี่ตั้ม นี่พี่เป็นใครกันแน่คะ แป้งงงไปหมดแล้วนะ” พีอาร์สาวเขย่าแขนเสื้อเขา ร้องถามด้วยความสับสน ตั้มเก็บสมาร์ตโฟนลงกระเป๋ากางเกง รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให
แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องแพนทรีถูกหมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็นเสียงสับสวิตช์ประหารชีวิต แป้งที่กำลังระดมทุบตีแผงอกของตั้มอยู่ถึงกับชะงักกึก ร่างเล็กรีบกระโดดถอยห่างจากไอ้พี่ไอทีตัวต้นเหตุไปเกือบสองเมตร หญิงสาวยืนตัวลีบติดเคาน์เตอร์ชงกาแฟ ก้มหน้าผุดลุกผุดนั่งราวกับนักโทษที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา ลลิตา หัวหน้าแผนกพีอาร์คนสวยเดินถือแก้วมัคเซรามิกเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงของลูกน้องสาว สลับกับรอยลิปสติกสีพีชที่เลอะอยู่ตรงมุมปากของลูกน้องสามี ก่อนที่รอยยิ้มรู้ทันจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “พี่มารบกวนการ... เอ่อ... ‘เชื่อมต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่าจ๊ะ” ลลิตาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “พะ... พี่ลิตา! คือ... คือ




![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


