LOGINในฐานะหัวหน้าแผนกไอทีที่เชี่ยวชาญด้านการประเมินความเสี่ยงและตรวจหาจุดบกพร่องของระบบ เขามองเห็นช่องโหว่ในตัวของลลิตาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ผู้หญิงที่มักจะสวมหน้ากากสาวฮอตจอมยั่ว แจกรอยยิ้มแพรวพราวและเชิดหน้าท้าทายเขาทุกครั้งที่เจอ บัดนี้กำแพงของเธอกำลังร้าวราน เธอพยายามซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ด้านหลัง และพยายามกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่ม่านน้ำตาที่กำลังเอ่อรื้น
ผู้ชายคนนั้นคือใคร แล้วทำไมมันถึงทำให้ผู้หญิงที่จองหองอย่างลลิตามีสภาพแบบนี้ได้
ภคินตวัดสายตาไปมองไอ้ลูกค้าระดับวีไอพีที่ชื่อ ‘กฤต’ ความหงุดหงิดแล่นปราดขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ สายตาที่ไอ้หมอนั่นใช้มองลลิตามันคือสายตาของคนที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของ มันหื่นกระหาย จาบจ้วง และน่าขยะแขยงจนภคินรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อสูทราคาแพงนั่นแล้วเหวี่ยงมันออกไปจากห้อง
นี่มันไม่ใช่ความรู้สึกปกติ ภคินรู้ตัวดี เขาไม่เคยสนใจเรื่องส่วนตัวของพนักงานคนไหน ไม่เคยใส่ใจว่าใครจะมีอดีตยังไง แต่กับผู้หญิงคนนี้ ไวรัสตัวป่วนที่ชอบเข้ามาปั่นป่วนระบบประสาทของเขา เขากลับรู้สึกหวงและทนไม่ได้ที่เห็นเธอกำลังถูกรังแก
“เริ่มพรีเซนต์ได้เลยครับคุณลิตา” เสียงของท่านประธานดังขึ้นขัดจังหวะความคิด
ลลิตาสะดุ้ง เธอเปิดสไลด์หน้าแรก เริ่มต้นบรรยายรายละเอียดของโปรเจกต์ด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เป็นปกติที่สุด ทว่ากฤตกลับไม่ยอมให้เธอทำงานง่าย ๆ เขาจงใจยกมือขัดจังหวะ ยิงคำถามที่เจาะลึกและต้อนให้จนมุม ซ้ำยังใช้ถ้อยคำที่แฝงไปด้วยความหมายเชิงชู้สาวเพื่อกวนประสาทเธออยู่ตลอดเวลา
“ผมว่าตัวเลขตรงนี้มันยังดูไม่น่าตื่นเต้นพอนะครับ ลิตา” กฤตเรียกชื่อเล่นของเธออย่างสนิทสนม “ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนคุณเป็นคนที่มี ‘ไอเดียสร้างสรรค์’ และ ‘ร้อนแรง’ กว่านี้นี่นา หรือว่าพอเวลาเปลี่ยน สไตล์การทำงานของคุณมันจะจืดชืดลงไปแล้ว”
ลลิตาเม้มปากแน่นจนห้อเลือด คำพูดของเขาแทงใจดำจนเธอแทบจะร้องไห้ออกมากลางห้องประชุม มือที่ถือเลเซอร์พอยเตอร์ลดต่ำลง เธอหมดแรงที่จะต่อกรกับผู้ชายคนนี้
ปรี๊ดดดดดด!!
จู่ ๆ เสียงหอนของไมโครโฟนก็ดังกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องประชุมด้วยความถี่สูงระดับแสบแก้วหู
ผู้บริหารทุกคนสะดุ้งสุดตัว บางคนถึงกับยกมือขึ้นปิดหู กฤตที่กำลังลอยหน้าลอยตากวนประสาทถึงกับหน้าเหวอ หลุดมาดผู้บริหารไปชั่วขณะ
ลลิตากะพริบตาปริบ ๆ มองไปรอบห้องด้วยความตกใจ ก่อนที่สายตาของเธอจะประสานเข้ากับร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ตรงแผงควบคุม
ภคินมีสีหน้าเรียบนิ่งไร้ที่ติ เขากดปุ่มบนมิกเซอร์เสียงด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจที่ดังฝ่าความวุ่นวายในห้อง
“ขออภัยครับท่านประธาน พอดีคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือของ ‘ใครบางคน’ ในห้องนี้ มันไปแทรกแซงระบบรับสัญญาณเสียงของผม ทำให้เกิดอาการคลื่นแทรก”
ดวงตาคมกริบของภคินตวัดมองตรงไปยังกฤตอย่างจงใจและเย็นเยียบ
“รบกวนผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ปิดเครื่องมือสื่อสาร หรือลดละการใช้คำพูดที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหางานด้วยครับ เพราะระบบเซนเซอร์รับเสียงของห้องนี้มันค่อนข้างอ่อนไหวกับสิ่งรบกวนที่ ‘ไร้สาระ’”
ห้องประชุมเงียบกริบราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าปริปากแม้แต่คนเดียว รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของหัวหน้าแผนกไอทีหน้านิ่งคนนี้มันรุนแรงจนแม้แต่ท่านประธานบริษัทยังต้องกระแอมไอเบา ๆ เพื่อทำลายความอึดอัด
กฤตหน้าเสีย เขาขบกรามแน่น รู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรงที่ถูกพนักงานระดับหัวหน้าแผนกด่ากระทบชิ่งกลางวง แต่ก็ไม่สามารถโวยวายอะไรได้เพราะอีกฝ่ายอ้างเรื่องระบบเทคนิค
ภคินไม่ได้สนใจสายตาอาฆาตของลูกค้าวีไอพี เขาตวัดสายตากลับมามองลลิตาที่กำลังยืนอึ้งอยู่หน้าห้อง มองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นไหวของเธอ ราวกับจะถ่ายทอดคำสั่งผ่านทางสายตา
‘ตั้งสติ แล้วทำงานของคุณซะ’
เพียงแค่มองสบตากับดวงตาคมกริบคู่นั้น ความอบอุ่นและพลังใจบางอย่างก็ไหลเวียนกลับเข้ามาในร่างกายของลลิตาอย่างน่าประหลาด ผู้ชายหน้าตายที่เคยปฏิเสธเธออย่างเย็นชา กลับกลายเป็นคนเดียวที่ยื่นมือหรือจะเรียกว่ายื่นระบบเข้ามาช่วยดึงเธอขึ้นมาจากหุบเหวของอดีตในวินาทีที่เธออ่อนแอที่สุด
หญิงสาวยืดตัวตรง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จนเต็มปอด ชุดเกราะของพีอาร์สาวระดับท็อปถูกสวมทับกลับเข้ามาอีกครั้ง
“ขออภัยในความขัดข้องทางเทคนิคค่ะ”
ลลิตาส่งยิ้มการค้าที่สวยงามและไร้ที่ติที่สุดกลับไปให้กฤต
“เพื่อไม่ให้เสียเวลาอันมีค่าของคุณกฤต เรามาเจาะลึกตัวเลขผลประกอบการที่คุณมองว่า ‘จืดชืด’ กันต่อเลยดีกว่านะคะ ลิตารับรองว่ามันจะ ‘ร้อนแรง’ จนคุณกฤตต้องร้อนรนเลยทีเดียวค่ะ”
การพรีเซนต์ดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น ลลิตากลับมาคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอตอกกลับทุกคำถามของกฤตด้วยข้อมูลที่แน่นปึกและวาทศิลป์ที่เฉียบขาด จนสุดท้ายบอร์ดบริหารทุกคนในห้องต่างพยักหน้ายอมรับด้วยความชื่นชม และแม้แต่กฤตเองก็ไม่สามารถหาข้อติใด ๆ เพื่อกลั่นแกล้งเธอได้อีก
เมื่อการประชุมอันยาวนานสิ้นสุดลง ผู้บริหารเริ่มทยอยเดินออกจากห้อง ลลิตาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เธอปิดแฟ้มเอกสารและเตรียมตัวจะเก็บแล็ปท็อป ทว่าเสียงฝีเท้าหนัก ๆ กลับเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะของเธอเสียก่อน
“เก่งขึ้นเยอะเลยนี่ลิตา”
กฤตเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ได้กวนประสาทเหมือนตอนอยู่ในที่ประชุม แต่มันแฝงไปด้วยความเว้าวอน
“ผมประทับใจมากนะที่ได้เห็นคุณในมุมนี้”
“งานจบแล้ว ลิตาขอตัวนะคะ” หญิงสาวตอบเสียงแข็ง ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองเขา
“เดี๋ยวสิลิตา” กฤตเอื้อมมือมากระชากข้อมือบางของเธอเอาไว้แน่น ลลิตาสะดุ้งเฮือก พยายามจะสะบัดออก แต่อีกฝ่ายกลับบีบแน่นขึ้น “ผมเพิ่งหย่ากับภรรยา ตอนนี้ผมเป็นอิสระแล้วนะ เรากลับไปคุยกันเหมือนเมื่อก่อน...”
ปึก!!
เสียงวัตถุบางอย่างกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรงจนกฤตและลลิตาต้องหันขวับไปมอง
ภคิน ศิรประภาวงศ์ ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งดุจรูปสลักน้ำแข็ง กล่องเครื่องมือสีดำถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานของลลิตาอย่างจงใจ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองด้วยท่วงท่าที่ดูเป็นธรรมชาติแต่แฝงไปด้วยความคุกคามอย่างร้ายกาจ
“ขออนุญาตครับ”
น้ำเสียงของภคินราบเรียบ ทว่าดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสกำลังจ้องเขม็งไปที่มือของกฤตที่จับข้อมือของลลิตาอยู่ สายตาของเขาดุดันและเย็นเยียบจนกฤตเผลอปล่อยมือหญิงสาวออกอย่างลืมตัว
ภคินขยับตัวเข้ามาบังร่างบางของลลิตาไว้ด้านหลังอย่างแนบเนียน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับลูกค้าวีไอพีด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายสุดขีด
“ผมจำเป็นต้องขอเก็บอุปกรณ์และตรวจสอบพอร์ตเชื่อมต่อในแล็ปท็อปของคุณลลิตา ‘เดี๋ยวนี้’ ครับ”
เขาเน้นเสียงหนักที่คำว่าเดี๋ยวนี้ ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อย มองกฤตด้วยสายตาที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“รบกวนคุณลูกค้า ช่วยกรุณาถอยออกไปให้พ้นจาก ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ของพนักงานบริษัทเราด้วยครับ”
บรรยากาศในห้องประชุมที่เย็นอยู่แล้ว พลันหนาวเหน็บลงไปจนถึงกระดูกสันหลัง สงครามประสาทที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และดูเหมือนว่าระบบรักษาความปลอดภัยของคุณหัวหน้าไอที จะถูกอัปเกรดให้กลายเป็นโหมดหวงก้างขั้นสุดยอดไปเสียแล้ว
หกเดือนผ่านไป การคบกันอย่างเปิดเผยและย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่คอนโดหรูของตั้ม ทำให้ความสัมพันธ์ของแป้งและตั้มราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุข ทว่า... บ่ายวันศุกร์ที่แสนน่าเบื่อ ในขณะที่แป้งกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จู่ ๆ ความรู้สึกคิดถึงบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว การคบกันแบบไม่ต้องปิดบังมันก็ดีอยู่หรอก แต่เธอดันแอบคิดถึงความตื่นเต้น อาการใจเต้นตึกตักเวลาที่ต้องลักลอบส่งสายตากันใต้โต๊ะประชุม หรือความเสียวสันหลังวาบเวลาที่โดนไอ้พี่ตั้มดึงเข้าไปจูบในมุมมืดของบริษัทเสียแล้วสิ ติ๊ด! เสียงเครื่องปริ้นส่วนกลางของแผนกทำงาน ดึงสติของแป้งให้กลับมา หญิงสาวเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่พิมพ์อ
สองเดือนผ่านไป นับตั้งแต่วันที่แฮกเกอร์ร่างทองเปิดตัวประกาศกร้าวกลางออฟฟิศว่าพีอาร์สาวตัวท็อปคือ ‘เมีย’ ของเขา ชีวิตการทำงานของแป้งก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ หวาดระแวงว่าความลับจะแตก ตอนนี้เหรอ... “น้องแป้งครับ เอกสารเบิกงบพีอาร์เดือนนี้ พี่เซ็นอนุมัติให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่ต้องเดินไปส่งเองหรอกครับ เดี๋ยวพี่ให้เด็กเดินเอกสารเอาไปส่งที่โต๊ะให้เลย” หัวหน้าแผนกบัญชีที่เคยเขี้ยวลากดิน เอ่ยบอกแป้งด้วยรอยยิ้มประจบประแจงสุดชีวิต “ขะ... ขอบคุณค่ะพี่” แป้งยิ้มแหย รับเอกสารมาแบบงง ๆ ไม่ใช่แค่แผนกบัญชี แต่หนุ่ม ๆ แผนกเซลส์ที่เคยชอบมาด้อม ๆ มอง ๆ หรือแจกขนมจีบเธอ ตอนนี้เวลาเดินผ่านโต๊ะแผนกพีอาร์ แต่ละคนแทบจะเดินก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาเธอเลยสักคนเดียว
เช้าวันจันทร์ที่สดใส บรรยากาศหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าพนักงานออฟฟิศที่กำลังทยอยเดินเข้าตึก ทว่าความวุ่นวายเหล่านั้นกลับถูกหยุดชะงักลงชั่วคราว เมื่อเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ ดังแหวกอากาศเข้ามาจอดเทียบที่จุดจอดหน้าประตูทางเข้าหลัก รถสปอร์ตปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า สีดำขลับเงางามสะท้อนแสงแดดยามเช้า ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว พนักงานหลายคนหยุดเดิน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายรูป คิดว่าเป็นซูเปอร์สตาร์หรือมหาเศรษฐีที่ไหนมาเยือนบริษัท ภายในห้องโดยสารสุดหรู แป้งนั่งตัวเกร็งเป็นหิน นัยน์ตากลมโตมองออกไปนอกกระจกรถที่แม้จะติดฟิล์มดำมืด แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา หญิงสาวหันขวับไปมองสารถีหนุ่มข้างกายที่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี “พี่ตั้ม! แป้งบอกให้จอดส่งซอยข้างตึกไงคะ! มาจ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมือง ก่อนจะจอดสนิทลงในช่องจอดวีไอพี ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับมา แป้งได้แต่นั่งเงียบกริบ สมองของพีอาร์สาวตัวท็อปกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลเหตุการณ์เหนือจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ไอ้พี่ไอทีจอมกวนที่ชอบใส่เสื้อยืดขาดเข่ากินข้าวกล่องเซเว่น กลายเป็นมหาเศรษฐีสั่งการบอดี้การ์ดนับสิบคนไปถล่มห้องสวีทโรงแรมหรู ตั้มดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองตุ๊กตาหน้ารถที่ยังคงนั่งเบิกตากว้างเป็นนกฮูก ชายหนุ่มอมยิ้ม เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างเบามือ “ถึงแล้วครับเมียจ๋า จะเดินลงไปเอง หรือจะให้พี่อุ้มดี” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างแก้มทำเอาแป้งสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบหดคอหนี&nb
“ระ... รถพอร์ช? คนของเรา? บอส?” แป้งทวนคำศัพท์แปลกประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของไอ้พี่ไอทีจอมกวนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งจะสั่งการลูกน้องที่ไหนก็ไม่รู้ผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยมาดของมาเฟียคุมถิ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไอ้พี่ตั้มหัวฟูที่ชอบใส่เสื้อยืดขาด ๆ มากินข้าวกล่องเซเว่นกับเธอเมื่อวันก่อน ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นบอสอะไรไปได้ล่ะ “พี่ตั้ม นี่พี่เป็นใครกันแน่คะ แป้งงงไปหมดแล้วนะ” พีอาร์สาวเขย่าแขนเสื้อเขา ร้องถามด้วยความสับสน ตั้มเก็บสมาร์ตโฟนลงกระเป๋ากางเกง รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให
แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องแพนทรีถูกหมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับเป็นเสียงสับสวิตช์ประหารชีวิต แป้งที่กำลังระดมทุบตีแผงอกของตั้มอยู่ถึงกับชะงักกึก ร่างเล็กรีบกระโดดถอยห่างจากไอ้พี่ไอทีตัวต้นเหตุไปเกือบสองเมตร หญิงสาวยืนตัวลีบติดเคาน์เตอร์ชงกาแฟ ก้มหน้าผุดลุกผุดนั่งราวกับนักโทษที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา ลลิตา หัวหน้าแผนกพีอาร์คนสวยเดินถือแก้วมัคเซรามิกเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงของลูกน้องสาว สลับกับรอยลิปสติกสีพีชที่เลอะอยู่ตรงมุมปากของลูกน้องสามี ก่อนที่รอยยิ้มรู้ทันจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน “พี่มารบกวนการ... เอ่อ... ‘เชื่อมต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่าจ๊ะ” ลลิตาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “พะ... พี่ลิตา! คือ... คือ