เข้าสู่ระบบโมน่า และโยชิต่างช่วยกันวางแผนตลบหลังอีกฝ่ายอย่างรัดกุม สองพี่น้องกระตุกยกยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับผู้ชนะ จริง ๆ แล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันนัก แต่เพื่อผลประโยชน์จึงจำเป็นต้องร่วมมือกัน
โมน่าที่ยอมเล่นตามเกมก็เพราะว่าอยากได้เงิน ซึ่งค่าตอบแทนถือว่าคุ้ม ส่วนโยชิก็แค่อยากสะใจเมื่อเห็นคู่อริต้องพ่ายแพ้กับเกมของตัวเองเป็นคนคุม
มหาวิทยาลัย sc
ระหว่างที่โมน่านั่งเรียนอยู่ เสียงข้อความก็ดังขึ้น เธอจึงหยิบขึ้นมาดู แล้วกดอ่านทันที
[เริ่มงานวันนี้เลยนะ] นักศึกษาสาวคณะนิเทศฯลอบหายใจเบา ๆ เธอพอจะเดาออกว่าใครเป็นคนส่งมา
[ที่อยู่คอนโดของพี่] ทางนั้นส่งโลเคชั่นกลับมาอีกรอบ โมน่าอ่านแต่ไม่ได้ตอบกลับ เธอวางโทรศัพท์ลง แล้วกลับมาตั้งใจฟังอาจารย์สอน
หลังเลิกเรียน โมน่า กับโบว์เดินออกมาจากมหาลัยตรงไปยังป้ายรถเมล์ ระหว่างทางก็มีรถยนต์คันหรูมาจอดขนาบกับพวกเธอ ทั้งคู่จึงชะงักฝีเท้า แล้วมองไปยังกระจกรถที่กำลังเลื่อนลง
"จะไปขึ้นรถเมล์กันเหรอ...." เป็นญิ๋งญิ๋งที่นั่งอยู่เบาะผู้โดยสาร เธอแสร้งถามแล้วหัวเราะเยาะเบา ๆ
"....จริง ๆ ฉันก็อยากจะให้ติดรถไปด้วยกันนะ" โมน่าคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วมองไปยังชายหนุ่มที่เป็นคนขับ ใช่แล้วเขาคนนั้นก็คือโยชิ พี่ชายต่างมารดาของฉันเอง ญิ๋งญิ๋งคงเห็นว่าโมน่ามองชายหนุ่มจึงรีบคว้าแขนแกร่งมาโอบกอด
"นี่ พี่โยชิแฟนฉัน!" เธอเอ่ยแสดงความเป็นเจ้าของทันที
"เหรอ" โมน่าตอบกลับอย่างเย็นชา
"ท่าทางแบบนี้หมายความว่ายังไง โมน่า!" ก็ไม่รู้สีหน้าของโมน่าไปทำให้ญิ๋งญิ๋งโมโหเพราะอะไร เธอจึงตวาดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
"...." โมน่าส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะก้าวขาเดิน
"เธออิจฉาฉันใช่มั้ย" เสียงแหลมดังออกมาจากในรถ
"เหอะ" โมน่าแค่นหัวเราะยังคงก้าวขาเดินต่อโดยอย่างไม่ใส่ใจ พอมาถึงป้ายรถเมล์
"ฉันว่ายัยญิ๋งญิ๋งนางเป็นโรคประสาทแน่ ๆ เลย" สิ้นเสียง โมน่าก็หัวเราะออกมาเบา ๆ
"เราควรพานางไปจิตแพทย์กันดีมั้ย อิอิ" โบว์ยังคงพูดต่อ แล้วหัวเราะออกมา
"คนบ้ามักจะไม่รู้ว่าตัวเองบ้า" พอโมน่าพูดจบ โบว์ก็หัวเราะลั่น 'ฮ่าฮ่าฮ่า'
"วันนี้แกต้องไปติวให้กับคนชื่อไคโตะแล้วใช่ไหม"
"อืม" โมน่าตอบกลับสั้น ๆ
"ระวังตัวด้วยนะ" พอโบว์พูดจบ โมน่าก็ย่นคิ้วเป็นสัญญาณถึงความสงสัย
"เขาอาจคิดมิดีมิร้ายกับแกน่ะสิ...." โบว์คว้ามือเพื่อนรักคนสวยมากุม
"...มันน่าสงสัยอยู่นะที่เขาเจาะจงเลือกแกเป็นพิเศษ อาจจะเป็นแผนการร้ายก็ได้" โมน่าคลี่ยิ้ม มองหน้าเพื่อนสนิทตัวเล็ก มันไม่เชิงแผนร้าย แต่มันเป็นเกมที่เขาให้เธอลงไปเล่น
"เขาทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ไม่ต้องเป็นห่วง" โมน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โบว์ กับโมน่าต่างแยกย้ายขึ้นรถเพราะไปคนละทาง
โมน่าเดินมาถึงคอนโดที่หรูหรา เธอแหงนหน้ามองตึกที่สูงเสียดฟ้า เสียงสายเข้าในโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเธอจึงหยิบออกมาจากกระเป๋าแล้วกดรับ
(ถึงหรือยัง) เสียงพุ่งตรงหนักแน่นดังมาจากลำโพงโทรศัพท์ โดยที่เธอยังไม่ได้ปริปากทักทาย
"โมน่าอยู่หน้าคอนโดแล้วค่ะ" โมน่าปรับอารมณ์จากที่เย็นชา กลับกลายเป็นสาวแบ๊ว ตอบกลับด้วยเสียงอ่อนหวาน
(รออยู่ข้างล่างเดี๋ยวลงไปรับ)
"ค่ะ" พอสิ้นเสียง โทรศัพท์ก็โดนตัดสายไป เธอจ้องไปที่หน้าจอแล้วแค่นหัวเราะออกมา
"เริ่มเกม!" โมน่ากล่าวเสียงทุ้มต่ำ แล้วกระตกมุมปากยกยิ้ม
โมน่านั่งก้มหน้าก้มตาเปิดหนังสืออ่านระหว่างรอเจ้านายหนุ่ม เวลาผ่านไปราว ๆ สิบนาที เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินตรงมา จึงปิดหนังสือแล้วเงยหน้าขึ้นก็พบว่าชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเหลายืนกอดอกมองอยู่ เธอรีบเอาหนังสือใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน
"สวัสดีค่ะ" แล้วกล่าวทักทายพร้อมกับเผยยิ้มเบา ๆ
"ตามพี่มา" หนุ่มวิศวะเดินนำหน้าสาวนิเทศฯไปขึ้นลิฟต์
ไคโตะเปิดประตูห้องกว้างเพื่อให้หญิงสาวได้เข้าไปก่อน โมน่าเดินเข้าไปพร้อมกับเบิกตากว้างกวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง
"ว้าว ห้องพี่ไคโตะน่าอยู่มากเลยนะคะ" เธอกล่าวแล้วยิ้มอย่างไร้เดียงสา ในขณะที่ชายหนุ่มที่เดินตามหลังเปล่งเสียงหัวเราะเบา ๆ พอได้ยิน
"เหอะ" โมน่าถือวิสาสะไปนั่งที่โซฟาแล้ววางกระเป๋าหนังสือไว้บนโต๊ะกระจก โดยที่เจ้าของห้องเดินเข้าไปในห้องครัว
ไม่นานนักไคโตะก็ถือเครื่องดื่มที่เป็นน้ำผลไม้ พร้อมกับเบียร์กระป๋อง เขาวางถาดบนโต๊ะกระจก ก่อนจะเปิดเครื่องดื่มซึ่งเป็นน้ำผลไม้รินใส่แก้วก่อนจะยื่นมาให้โมน่า เธอคลี่ยิ้มแล้วรับมาก
"ขอบคุณค่ะ" เขาดูเป็นสุภาพบุรุษดี เลือกที่จะเอาเครื่องดื่มที่ยังไม่เปิด และรินให้เธอเห็นตรงหน้า แสดงความบริสุทธิ์ใจ
"A วิชาอะไรบ้าง" พูดจบ เสียงดึงห่วงกระป๋องก็ดังขึ้น 'ป๊อก'
"ทุกวิชาค่ะ เป็นA+" ระหว่างที่ไคโตะกำลังกระดกกระป๋องเบียร์ลงคอ พอได้ยินคำตอบจากนักศึกษาสาวนิเทศฯ ก็แทบจะสำลักออกมา เขารีบดึงทิชชูมาเช็ดปากทันที
"A+ทุกวิชา?" โมน่ายิ้มหวานแล้วพยักหน้า
"....." เขานั่งอึ้งไปหลายวินาทีก่อนจะเผยยิ้มออกมาอย่างเจื่อน ๆ
"พี่ไคโตะต้องการให้โมน่าเน้นติววิชาอะไรคะ" จริง ๆ แล้วทั้งสองก็เรียนคนละคณะ ซึ่งไคโตะก็รับรู้ แต่ไม่คิดว่าโมน่าจะเตรียมตัวมาอย่างดี เธอยื่นตัวอย่างข้อสอบวิชาหลักของสาขาให้เขาดู
"เธอรู้เรื่องพวกนี้ด้วย" เขาเปิดดูแต่ล่ะแผ่นแล้วกล่าวถามอย่างประหลาดใจ
"มันก็ไม่ได้ยากนี่คะ" พูดจบ ก็คลี่ยิ้มหวาน ทำให้ชายหนุ่มจ้องมองเธอค้างใบหน้าแดงก่ำลามไปยันใบหู
"พี่ไคโตะเป็นอะไรหรือเปล่าคะ" โมน่าเอื้อมมือมากำลังจะแตะที่หน้าผากของไคโตะ ทว่าเขาก็เอียงหนีแล้วกล่าวน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"มะ ไม่ได้เป็นอะไร"
"แต่พี่หน้าแดงมากเลยนะคะ" เธอสวนกลัวทำย่นหัวคิ้วเข้าหากันบาง ๆ ด้วยสีหน้าใสซื่อ
"อาจจะเพราะกินเบียร์ไปน่ะ...." เขาลุกขึ้นกะทันหัน ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้าย
"....พี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" ว่าแล้ว ก็รีบก้าวขาเดินไปทันที จนไม่เห็นว่าโมน่าแอบยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ
อีกด้าน
ไคโตะเดินเข้ามาในห้องน้ำส่วนตัวตรงมาที่อ่างล้างหน้า ยื่นมือไปเปิดก๊อก กวักน้ำลูบไปทั่วใบหน้าที่ร้อนผ่าว สาวนิเทศฯทำให้เขาเสียอาการขนาดนี้เลยเหรอ?
เขายืนมองใบหน้าที่เปียกชุ่มผ่านกระจกใส ก่อนจะคว้าไปหยิบผ้ามาเช็ดให้แห้ง แล้วเดินออกมาจากห้อง
ไคโตะชะงักฝีเท้ามองแผ่นหลังที่ปกคลุมด้วยเส้นผมที่ดำกริบอย่างพินิจ ใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความอ่อนหวาน นัยน์ตากลมโตไร้เดียงสา ริมฝีปากอมชมพูอมชมพูเป็นธรรมชาติ ก็ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ เขาพ่นหายใจแล้วเดินมานั่งวางมาดบนโซฟา
"โมน่า..." เขาเอ่ยแผ่วเบา ก่อนจะยกกระป๋องเบียร์กระดกลงคอ
"...มีแฟนหรือยังครับ" โมน่าเงยหน้าสบตากับชายหนุ่มหลายวินาที ก็จะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างเขินอาย
"โมน่ายังไม่มีแฟนหรอกค่ะ" พูดจบ ก็ก้มหน้างุด
"พี่ก็ยังไม่มีแฟน" โมน่าเงยหน้าขึ้นมอง หนุ่มวิศวะก็เผยรอยยิ้มเสน่ห์ออกมา
"พี่หล่อขนาดนี้ยังไม่มีแฟนจริง ๆ เหรอคะ" โมน่าทำหน้าใสซื่อกล่าวถาม
"อืม...." เขาตอบกลับสั้น ๆ ก่อนจะกระดกเบียร์ลงคอ
"....แต่พี่ชอบคนคนนึง"
"ใครเหรอคะ" โมน่าโพลงถามตามเกม โดยที่ไม่ได้ใส่ใจว่าเขาจะตอบหรือไม่
"เธอคิดว่าเป็นใครล่ะ" ไคโตะเอ่ยพลางจ้องมาที่โมน่าด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง
"โม...โมน่าไม่รู้หรอกค่ะ" เธอแสดงความไม่รู้ ไร้เดียงสาออกมาอย่างชัดเจน ทำให้เขาเผยรอยยิ้มพร้อมกับแค่นหัวเราะออกมา
"หึหึ" หลังจากที่ไคโตะกระดกเบียร์จนหมดกระป๋อง เขาก็กลับมาในโหมดจริงจัง
ไคโตะอธิบายวิชาหลักของสาขาที่เขาเรียนคร่าว ๆ โดยที่จริงแล้วเขาควรจ้างติวเตอร์ที่เก่งวิศวะ และสาขาที่เขาเรียนจะเห็นผลลัพท์ดีกว่า มาจ้างเด็กนิเทศฯอย่างเธอ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็แค่คนรวยที่อยากเอาความรู้สึกมาเล่นเป็นเกมไร้สาระ
"พี่รู้ได้ยังไงว่าโมน่าจะรับไม่ไหว!" โมน่าตวาดเสียงไม่ดังมากแต่ก็ทำให้ไคโตะตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มโน้มลงมาแล้วประกบริมฝีปากดูดดุนทั้งบนและล่างจนเปียกชื้น อีกฝ่ายก็ตอบรับตามสัญชาตญาณ ความหวาบหวามแล่นริ้วขึ้นมาทันทีที่เขาสัมผัสริมฝีปากนุ่ม ทั้งสองสอดใส่ลิ้นร้อนเข้าไปในโพลงปากแล้วตวัดพันกันเป็นหนึ่งเดียว ลมหายใจทั้งคู่หอบถี่จึงผละออก"เธอพูดเองนะว่าไหว" ไคโตะเอ่ยน้ำเสียงกระเซ่ามองโมน่าดวงตาหยาดเยิ้มมือก็ปลดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตออกจนหมดเผยกล้ามเนื้อแน่นชวนน่าสัมผัส โมน่ามองด้วยสายตาพราวระยับเพราะเธอชอบเรือนร่างของสามีป้ายแดงคนนี้มากไคโตะโน้มใบหน้าลงมาแล้วจูบที่หน้าผากของโมน่าก่อนจะถอดเสื้อผ้าของเธอออก"โมน่า...พี่รักเธอ" ว่าจบ ก็โน้มต่ำลงไปยังเนินหน้าอกแล้วดูดเลียยอดปทุมถันที่เขาคลั่งไคล"อื้อ" โมน่าส่งเสียงครางออกมาเมื่อไคโตะใช้ฟับขบที่ตุ่มไตอย่างแผ่วเบา สลับทั้งสองข้างจนเปียกแฉะไปหมด เขายังคงดูดยอดอกราวกับว่าจะมีน้ำนมไหลรินออกมา"อ่า.." มือหนาซุกไซร้ไปทั่วร่าง ทุกจุดที่เขาสัมผัสราวกับมีไฟร้อน โมน่ารู้สึกกระสันซ่านเป็นที่สุดไคโตะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใ
ไคโตะตื่นขึ้นจากการมึนเมาเขาหยัดกายลุกขึ้นพลางเอามือกุมศีรษะแล้วส่ายเบา ๆ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนของเขาในบ้านใหญ่ เมื่อคืนโยชิได้พาเขามาส่งที่นี่ตามคำขอ ไคโตะมีความรู้สึกโกรธเพื่อนอยู่เล็กน้อยที่กลับมาส่งที่บ้านจริง ๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้โมน่าคงร้องไห้ตาบวมไปแล้ว พอคิดเช่นนั้นเขาก็ลงจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย"ทำไมเมื่อคืนถึงกลับมานอนบ้านได้ แล้วโมน่าล่ะ" ไคโตะเดินผ่านห้องรับแขกใหญ่เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น เขาหันไปก็พบกับทัพพีที่นั่งดื่มกาแฟบนโซฟา ไคโตะจึงเดินก้มหน้าเข้ามาหาคนเป็นแม่"เมื่อคืนผมเมามากไปหน่อยจึงไม่อยากให้โมน่าเห็นสภาพผมตอนเมา" ไคโตะโกหกทัพพีเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นแม่รู้สถานการณ์ระหว่างเขากับแฟนสาว"เหอะ อย่าคิดนะว่าฉันจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย" ลูกชายคนเล็กของบ้านมีอาการประหม่าอย่างชัดเจน"นั่งลง!" ไคโตะนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่รู้ตัว"ทำไมแกจะต้องบังคับให้โมน่าแต่งงาน""ผมไม่ได้บังคับนะครับคุณแม่" ทัพพีจ้องมองลูกชายตาเขม็ง"ผะ ผมแค่อยากแต่งงานกับเธอให้เร็วที่สุด...." ไคโตะชะงักริมฝีปากดวงตาขุ่นมัว"....ถ้านานกว่านี้ผมกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ" เขารู้สึกถึงความหนา
ไคโตะกับโยชิได้พาคาซูเอะชมโรงงานที่เขากับเพื่อนช่วยกันก่อตั้ง คาซูเอะรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขามองน้องชายคนเล็กของบ้านด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากนั้นไคโตะก็พาพี่ชายคนโตไปยังบริษัท เพื่อปรึกษาพูดคุยเรื่องธุรกิจ"นายคิดจะเอาเครื่องจักรกลพวกนั้นส่งออกบ้างมั้ย" คาซูเอะถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าคำพูดของเขาทำให้คนเป็นน้องและหุ้นส่วนดวงตาเปล่งประกาย"อยากครับ" ไคโตะตอบกลับไปทันที เพราะถ้าสินค้าที่โรงงานของเขาได้ส่งออกขายทั่วโลกก็เป็นผลดีมาก"เดี๋ยวพอฉันกลับไปจะให้คนมาพูดคุยรายละเอียด" ไคโตะผงกหัวรับแล้วหันมายิ้มดีใจกับโยชิ พอคุยเรื่องงานจบ ไคโตะก็เชิญคาซูเอะไปทานทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งครอบครัวของเขาไปเป็นประจำ ยังมีโยชิ และโซระคนสนิทที่คอยติดตามคาซูเอะมาด้วย"นายจะแต่งงาน?" อยู่ ๆ คาซูเอะก็เอ่ยถามขึ้น"ใช่ครับ" ไคโตะคลี่ยิ้มแล้วตอบรับ"อืม""พี่คาซูเอะต้องมางานแต่งของผมด้วยนะ" คนเป็นน้องรีบบอกพี่ชายเพราะกลัวว่าเขาจะไม่มา"งานมงคลแบบนี้นายคิดว่าฉันที่เป็นพี่จะไม่มา?" ไคโตะยกมือเกาท้ายทอยเขาลืมไปเลยว่าตอนกระติ๊บแต่งงานพี่ชายจอมเย็นชายังมาร่วมยินดีแถมยังให้ของขวัญวันแต่งงานเป็
การสอบปลายภาคใกล้เข้ามาทุกที ประจวบกับที่โมน่าหมดเวลาฝึกงานพอดี เธอจึงมีเวลาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ ทางด้านไคโตะกิจการไปได้ด้วยดีที่แล้ว อะไหล่ที่สั่งมาจากคาซูเอะจากประเทศญี่ปุ่นล้วนเป็นของชั้นดีทั้งนั้น"พรุ่งนี้พี่คาซูเอะจะบินมาเยี่ยมบริษัท และโรงงานของเรา" ไคโตะพูดขึ้นระหว่างที่กำลังทานมื้อเย็นกับโมน่าอยู่"จะมากี่วันเหรอคะ""ยังไม่แน่ใจ" ชายหนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นตอบกลับก่อนจะตักข้าวเข้าปาก"พี่คาซูเอะมีแฟนหรือยังคะ" โมน่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยและอยากรู้"ไม่รู้สิ แต่เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านเลยนะ" ไคโตะย่นคิ้วบาง ๆ สีหน้าครุ่นคิดหลังจากตอบคำถามโมน่าจบ"พี่คิดอะไรอยู่เหรอคะ""พี่สงสัยว่า พี่คาซูเอะอาจจะชอบผู้ชาย" พอไคโตะพูดจบ โมน่าก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ"ทำไมพี่คิดแบบนั้นล่ะคะ""ตอนนี้พี่คาซูเอะก็จะสามสิบแล้วนะ แต่ยังไม่มีเมียเลยมันน่าคิดป่ะล่ะ" ไคโตะพูดพร้อมกับทำสีหน้าดูจริงจัง"พี่เขาอาจจะยังไม่อยากมีครอบครัวหรือเปล่า" โมน่าเอ่ยขัด เพราะคิดว่าพี่ชายของไคโตะไม่ได้ชอบผู้ชายหรอก เขาดูสุขุมแววตาดุดันนิสัยเย็นชาเข้าถึงยาก คงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา"....." ไคโตะได้แต่ทานข้าวตรงหน้
โรงงานของไคโตะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ส่วนที่ตั้งบริษัทเคนตะเป็นคนออกเงินซื้อตึกขนาดกลางให้เป็นของขวัญที่เรียนจบ"แม้จะไม่ใหญ่มาก ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้น" เคนตะจ้องมองลูกชายคนเล็กด้วยความภาคภูมิใจ"ขอบคุณครับคุณพ่อ" ไคโตะเอ่ยด้วยความเคารพรัก แม้ว่าเคนตะจะเข้มงวดกับเขามากแต่เขาก็รับรู้ถึงความรักที่พ่อมีให้ลูกอย่างแท้จริง"ไคโตะของเราโตขึ้นแล้ว" ทัพพีพูดขึ้นดวงตาแดงก่ำ"ต้องขอบคุณน้องโมน่าที่เปลี่ยนขยะเปียกให้เป็นceo" กระติ๊บกล่าวแล้วหันไปหัวเราะกับฌาณ รวมถึงโมน่าที่อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้"กระติ๊บว่าใครเป็นขยะเปียก" ไคโตะกล่าวถามท่าทางเอาเรื่อง"ฉันไม่ได้เอ่ยถึงนายเลยนะร้อนตัวทำไม" คนเป็นพี่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้"คุณแม่ครับ ดูกระติ๊บดิ" ไคโตะทำอะไรไม่ได้ก็หันไปฟ้องผู้เป็นแม่"โต ๆ กันแล้วยังทะเลาะกันเหมือนเด็กอยู่อีก" ทัพพีไม่เข้าข้างใครเธอเลือกที่จะดุและตักเตือนลูกทั้งสองโมน่ามองครอบครัวของไคโตะที่ดูอบอุ่น เธอเลือกไม่ผิดจริง ๆ ที่ตัดสินใจเดิมพันกับเขา ทุกคนในบ้านหลังนี้มีแต่ความรัก ความห่วงใย ความเมตตา บางทีเธอยังแอบอิจฉาไคโตะอยู่นิดหน่อยที่เขาได้เกิดมาในครอบครัวนี้ตอนนี้เธอเริ่ม
ถิงถิงเป็นคนอาสาพาไคโตะและโมน่าเที่ยว และช้อปปิ้งน้องสาวต่างมารดาของโมน่าช่างพูดช่างจาน่าเอ็นดู"ถิงถิงจะพาพี่โมน่ากับพี่เขย..." เธอปิดริมฝีปากแล้วมองหน้าโมน่าสลับกับไคโตะสีหน้ารู้สึกผิดน้อย ๆ"เรียกพี่เขยถูกแล้ว" ไคโตะพูดก่อนที่น้องสาวของแฟนจะรู้สึกผิดไปมากกว่านี้"งั้นถิงถิงเรียกพี่เขยได้ใช่มั้ยคะ" เธอเหมือนจะไม่แน่ใจจึงหันมาถามโมน่าอย่างใสซื่อ"ได้จ้ะ" โมน่าตอบกลับไปอย่างอ่อนโยนพลางเอามือลูบศีรษะน้องสาวต่างมารดาด้วยความเอ็นดู"ที่แรกที่ถิงถิงจะพาไปก็คือจิมซาจุ่ย" โมน่าผงกหัวรับด้วยใบหน้าดูตื่นเต้นจิมซาจุ่ยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ที่สำคัญของฮ่องกง มีทั้งร้านหรู บาร์ ผับ และร้านอาหารมากมาย ผู้คนพลุกพล่าน โมน่ากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ ทำให้ไคโตะมีความรู้สึกกลัวอยู่ในใจ กลัวว่าโมน่าคิดจะมาอยู่ที่นี่กับพ่อของเธอโดยไม่กลับไปอยู่ไทยแล้ว"ถ้าเธอชอบที่นี่ เรามากันเดือนล่ะครั้งดีมั้ย" เขาเดินเข้ามาโอบไหล่แล้วเอ่ยข้างใบหูเบา ๆ โมน่าหันไปทางเขาแล้วย่นคิ้วเข้าหากันบาง"เปลืองเงิน" โมน่าพูดน้ำเสียงราบเรียบก็สะพัดตัวเดินออกมา"เงินพี่มีเยอะนะ เธอใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก" ไคโตะวิ่งตามมา







