เข้าสู่ระบบโมน่า กับโบว์เดินออกมาจากบริษัท ทั้งคู่มีสีหน้ารวมถึงอาการสงสัยไม่ต่างกัน เป็นโบว์ที่เปิดปากพูดออกมาก่อน
"แก ฉันว่ามันดูแปลก ๆ มั้ย" โมน่าทำสีหน้านิ่ง ๆ แต่ในหัวกำลังคิดเรื่องราวบางอย่าง
"แปลกยังไง" เธอหยุดความคิดแล้วหันไปเอ่ยถามเพื่อนสนิท
"แก ไม่เคยรู้จักกับคนที่ชื่อไคโตะสักหน่อย ทำไมเขาถึง....." โบว์ชะงักริมฝีปาก ก็จะขมวดคิ้วจ้องมาที่โมน่าก่อนจะเอ่ยประโยคหลัง
"....หรือว่าแกเคยเจอกันแล้ว" โมน่าผงกหัวรับ
"ใช่ ฉันเคยเจอกับเขา แต่ก็ปฏิเสธรับงานจากเขาไปแล้ว" โมน่าบอกกับเพื่อนตามความจริง
"ปฏิเสธไปแล้วทำไมยัง..."
"....หรือว่าเขาตกหลุมรักแก" โมน่าคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า
"เจอกันแค่ครั้งสองครั้งจะรักเลยเหรอ"
"แกไม่เคยได้ยินคำว่ารักแรกพบอ่ะ"
"เหอะ" พอสิ้นเสียง โมน่าก็แค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ
"ไร้สาระ" ทั้งสองแยกย้ายกลับบ้าน โมน่าเดินเข้าประตูรั้วเล็ก เดินมายังห้องพักแม่บ้าน เธอชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงสวมช็อปสีเลือดหมูทับเสื้อคอกลมสีขาว นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ม้าหินหน้าลานบ้าน
"ทำไมเพิ่งกลับ" โยชิทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วปรี่เข้ามาหาคนเป็นน้อง ด้วยสีหน้าร้อนรน
"มีอะไร" โมน่าเดินสวนเขามานั่งที่เก้าอี้ม้าหินด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"ไอ้เชี่ยไคโตะมันมีแผนชั่วจริง ๆ ด้วย" โยชิเดินตามมาแล้วนั่งลงตรงข้ามน้องสาวก่อนจะพูดด้วยความโมโห ในขณะที่โมน่าได้ยินแล้วก็ยกยิ้มมุมปากเบา ๆ
"มันกับญิ๋งญิ๋งต่างร่วมมือกัน" คนเป็นน้องได้แต่นั่งฟังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ
"โดยใช้เธอกับพี่เป็นเหยื่อ" โมน่ายังคงเป็นผู้ฟัง
"ญิ๋งญิ๋งจะทำให้พี่รักเธอหมดใจสุดท้ายก็หักอกพี่ ตลกชะมัด ฮ่าฮ่าฮ่า" พอสิ้นเสียง คนเป็นน้องสาวก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นความคิดที่ตลก และงี่เง่ามาก คนอย่างโยชิเคยรักใครเป็นด้วยงั้นเหรอ
"ส่วนไอ้เชี่ยไคโตะ มันจะทำให้เธอหลงรักมัน ฮ่าฮ่าฮ่า....." โยชิระเบิดหัวเราะไม่หยุด เพราะเขารู้ดีว่าน้องสาวต่างมารดาคนนี้ไม่สนใจเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เธอเป็นคนเย็นชามาก จนบางครั้งก็สงสัยว่าเธอไม่มีหัวใจ
"....พอเธอรักมันหลงมัน เธอก็ไม่มีสมาธิเรียน แล้วจะทำให้เธอคะแนนตก"
"เหอะ ๆ" โมน่ากลั้วหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วส่ายหน้ากับความคิดของชายหญิงคู่นั้นมาก
"พี่รู้แผนของเขาได้ไง" เธอถามพี่ชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"พี่ให้คนไปสืบมา" คนเป็นน้องพยักหน้ารับ
"พรุ่งนี้พี่จะเอาพวกไปจัดการแม่ง!"
"ไปจัดการ?" โมน่าย่นคิ้วกล่าวถามพี่ชายต่างมารดา
"กระทืบแม่ง! กล้าคิดแผนชั่ว ๆ" โมน่าส่ายหน้าเชิงห้าม
"ในเมื่อพวกเขาอยากจะเล่น..." เธอยกยิ้มที่ริมฝีปาก
"...เราก็ต้องลงไปเล่นกับพวกเขาสักหน่อย" พอสิ้นเสียง โยชิก็ตบที่โต๊ะเสียงดัง
"ตกลง!"
ตึกวิศวะสาขาเครื่องกล
ไคโตะ ธีร์ และเติ้ลต่างศึกษากับการออกแบบ และสร้างเครื่องจักรชนิดใหม่ ทั้งสามสีหน้าเคร่งเครียด จริงจัง และมุ่งมั่นมากว่าจะต้องทำสำเร็จ
"ปีนี้พวกเราต้องชนะแน่" ธีร์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายินดี
"แค่เครื่องจักรกระจอก ๆ เอาอะไรมาชนะ" เป็นพวกของโยชิที่อยู่อีกฝั่งตะโกนเสียงดัง
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า" จากนั้น โยชิและพวกก็พากันหัวเราะชอบใจ ทำให้ไคโตะวางเครื่องมือแล้วเดินปรี่ไปที่กลุ่มของโยชิอย่างเอาเรื่อง
"ไอ้สัสโยชิ มึงออกมาตัวต่อตัวกับกูเลยมา" หนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นกวักมือท้าทายฝ่ายตรงข้าม
"ก็มาดิครับ" โยชิถอดช็อปสีเลือดหมูออกแล้วโยนไปให้เพื่อนเก็บก่อนจะเดินไปหาไคโตะ
ทั้งสองเผชิญหน้ากันต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองแลกหมัดต่อหมัด จนล้มลงก็ยังไม่มีใครยอม จนกระทั่ง
"หยุดดดดด!!" เสียงทุ้มดุดังสนั่นลั่นห้อง ทำให้ทั้งสองชะงัก แล้วแยกออกจากกัน
"ไคโตะ โยชิ พวกเธออีกแล้วนะ" อาจารย์อาวุโสเอ่ยพลางถอนหายใจ
"ตามอาจารย์ไปที่ห้อง" ทั้งคู่จ้องหน้ากันก่อนจะรับเสื้อช็อปจากเพื่อนมาสวมทับเสื้อคอกลม แล้วเดินตามอาจารยไป ทั้งคู่โดนอาจารย์ตักเตือนไป ก็ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว จนอาจารย์รู้สึกเอือมระอา เพราะทั้งไคโตะ และโยชิ ต่างชกต่อยกันเป็นประจำจนเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าอาจารย์ไม่เคยทำโทษ โทษหนักก็ทำมาแล้วก็ยังไม่อาจยับยั้งทั้งคู่ แต่ยังดีที่ทั้งคู่ไม่ได้ลงมือรุนแรงถึงขนาดบาดเจ็บสาหัส บางครั้งก็หลับตาข้างเดียวทำเป็นมองไม่เห็น
หลังจากออกมาจากห้องพักอาจารย์ ทั้งคู่ก็ต่างแยกย้าย
ไคโตะกลับมาที่คอนโดเขาถอดเสื้อช็อปโยนไปบนโซฟา แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์กระป๋องขึ้นมาแล้วเปิดฝากระดกดื่มด้วยใบหน้าที่มีรอยฟกซ้ำ
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้สัสโย!" เขากำกระป๋องเบียร์แน่นด้วยความคับแค้น ระหว่างที่นั่งกระดกเบียร์เย็น ๆ เสียงกริ่งก็ดังมาจากหน้าห้อง หนุ่มวิศวะพาตัวเองไปเปิดประตู
"ไคโตะ หน้านายไปโดนอะไรมาอ่ะ" คนที่อยู่หน้าประตูเมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าของห้องก็กล่าวถามทันที
"...." ไคโตะไม่ตอบเขาเลือกที่จะหันหลังเดินมานั่งที่โซฟาอย่างไม่สนใจกับคำถาม
"ไปมีเรื่องชกต่อยอีกแล้วใช่มั้ย"
"รู้แล้วยังจะมาถามอีก" เขาตอบเสียงเรียบ
"ฉันเป็นพี่สาวนายนะ!" กระติ๊บตวาดใส่น้องชายตัวแสบ
"ที่มาเนี่ย เพื่อโชว์ศักยภาพความเป็นพี่?" ไคโตะเอ่ยคำยียวนพี่สาว
"ฉันแค่จะมาบอกนายว่า น้องโมน่าตกลงจะมาเป็นติวเตอร์ให้นายแล้วนะ" พอสิ้นเสียง ไคโตะก็หันไปที่พี่สาวคนสวยอย่างตื่นเต้น
"จริงเหรอกระติ๊บ" คนเป็นพี่ผงกหัวหยิก ๆ
"จริงสิ ฉันจะโกหกนายไปทำไมล่ะ..." กระติ๊บชะงักจ้องมองดวงตาน้องชายด้วยความสงสัย
"...นายชอบน้องโมน่าคนสวยคนนั้นใช่มั้ย"
"ไปเอาความคิดโง่ ๆ แบบนี้มาจากไหน ติดมาจากไอ้ฌาณ?"
"อย่ามาว่าสามีฉันนะ!....." กระติ๊บตวาดปกป้องสามีเด็กของเธอทันที
"....แล้วฌาณก็ไม่ได้โง่ด้วยฉลาดกว่านายตั้งเยอะ"
"เฮ้อ" ไคโตะพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วส่ายหน้า เขายอมรับว่าเพื่อนของเขาเก่ง และฉลาด
"ถ้านายไม่ชอบแล้วทำไมต้องระบุเป็นน้องโมน่าเท่านั้นล่ะ" กระติ๊บเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"เรื่องนั้นกระติ๊บไม่ต้องยุ่ง" พูดจบ ก็ยกเบียร์เย็น ๆ ขึ้นกระดกลงคอ
"ถ้าคิดจะทำเรื่องเลว ๆ ฉันขอสั่งนายให้หยุดซะ" คนเป็นพี่ออกคำสั่งน้ำเสียงดุ ๆ
"หึหึ" น้องชายคนเล็กของบ้าน กลั้วหัวเราะอย่างคนเอาแต่ใจ
"ก็แค่จะเอาเธอมาเป็นหมากในเกมนี้เท่านั้นเอง"
"เฮ้ออออออ" คนเป็นพี่ถอนหายใจพรืดยาวทันทีที่น้องชายตัวแสบว่าจบ
ตัดมาที่ทางโยชิ เขาขับรถยนต์คันหรูไปจอดที่โรงรถ แล้วแบกเอาใบหน้าที่มีรอยฟกซ้ำไปที่ห้องพักแม่บ้าน พอเดินมาถึงเห็นไฟในห้องเปิดก็เข้าไปทุบประตูทันที
"โมน่า โมน่า เปิดประตูให้พี่หน่อย" ผ่านไปไม่กี่วินาที ประตูก็เปิดออก พอโมน่าเห็นใบหน้าพี่ชายต่างมารดาก็ลอบหายใจเบา ๆ
"ไคโตะ?" พี่ชายต่างมารดาพยักหน้า
"ไม่ทำให้แผนพังหรอกหน่า" โมน่าพาโยชิไปนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนที่ลานบ้าน
"วันนี้โคตรสะใจเลย ได้ต่อยไอ้เชี่ยไคโตะไปตั้งหลายหมัด อะ อุ้ย เจ็บ" ระหว่างที่พี่ชายต่างมารดานั่งโม้ คนเป็นน้องก็เอายามาทาให้ ด้วยความหมั่นไส้เธอจึงลงมือทาแรง ๆ
"เบา ๆ หน่อยสิ จะฆ่ากันไง"
"ทำเอง" คนเป็นน้องวางยาลง ทว่าโยชิก็คว้ามือไว้
"แค่นี้ทำเป็นงอน" ที่โมน่ายอมที่จะทายาให้ก็เพราะคนเป็นพี่จ้าง เธอก็ไม่ได้สนใจเงินสักเท่าไหร่ แค่สงสารเขาที่ใบหน้ายับเยินมาก
"โมน่าตกลงจะไปติวให้ไคโตะแล้วนะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบพลางทายาให้พี่ชายไป
"ยังไงก็ระวังตัวด้วย ไอ้เชี่ยไคโตะมันเลว"
"ไม่ต่างกับพี่หรอก"
"เธอว่าไงนะ!" โมน่าคลี่ยิ้มบาง ๆ ขนาดพึมพำเบา ๆ หนุ่มวิศวะเครื่องกลดันหูดีซะงั้น
"จำไว้นะเราจะเดินเส้นทางคนเลว เพื่อไม่ให้คนเลวได้มีทางเดิน"
"พูดได้ดี พี่ชอบ ฮ่าฮ่าฮ่า" คนเป็นพี่หัวเราะอย่างพอใจ
"พี่รู้ได้ยังไงว่าโมน่าจะรับไม่ไหว!" โมน่าตวาดเสียงไม่ดังมากแต่ก็ทำให้ไคโตะตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มโน้มลงมาแล้วประกบริมฝีปากดูดดุนทั้งบนและล่างจนเปียกชื้น อีกฝ่ายก็ตอบรับตามสัญชาตญาณ ความหวาบหวามแล่นริ้วขึ้นมาทันทีที่เขาสัมผัสริมฝีปากนุ่ม ทั้งสองสอดใส่ลิ้นร้อนเข้าไปในโพลงปากแล้วตวัดพันกันเป็นหนึ่งเดียว ลมหายใจทั้งคู่หอบถี่จึงผละออก"เธอพูดเองนะว่าไหว" ไคโตะเอ่ยน้ำเสียงกระเซ่ามองโมน่าดวงตาหยาดเยิ้มมือก็ปลดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตออกจนหมดเผยกล้ามเนื้อแน่นชวนน่าสัมผัส โมน่ามองด้วยสายตาพราวระยับเพราะเธอชอบเรือนร่างของสามีป้ายแดงคนนี้มากไคโตะโน้มใบหน้าลงมาแล้วจูบที่หน้าผากของโมน่าก่อนจะถอดเสื้อผ้าของเธอออก"โมน่า...พี่รักเธอ" ว่าจบ ก็โน้มต่ำลงไปยังเนินหน้าอกแล้วดูดเลียยอดปทุมถันที่เขาคลั่งไคล"อื้อ" โมน่าส่งเสียงครางออกมาเมื่อไคโตะใช้ฟับขบที่ตุ่มไตอย่างแผ่วเบา สลับทั้งสองข้างจนเปียกแฉะไปหมด เขายังคงดูดยอดอกราวกับว่าจะมีน้ำนมไหลรินออกมา"อ่า.." มือหนาซุกไซร้ไปทั่วร่าง ทุกจุดที่เขาสัมผัสราวกับมีไฟร้อน โมน่ารู้สึกกระสันซ่านเป็นที่สุดไคโตะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใ
ไคโตะตื่นขึ้นจากการมึนเมาเขาหยัดกายลุกขึ้นพลางเอามือกุมศีรษะแล้วส่ายเบา ๆ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนของเขาในบ้านใหญ่ เมื่อคืนโยชิได้พาเขามาส่งที่นี่ตามคำขอ ไคโตะมีความรู้สึกโกรธเพื่อนอยู่เล็กน้อยที่กลับมาส่งที่บ้านจริง ๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้โมน่าคงร้องไห้ตาบวมไปแล้ว พอคิดเช่นนั้นเขาก็ลงจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย"ทำไมเมื่อคืนถึงกลับมานอนบ้านได้ แล้วโมน่าล่ะ" ไคโตะเดินผ่านห้องรับแขกใหญ่เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น เขาหันไปก็พบกับทัพพีที่นั่งดื่มกาแฟบนโซฟา ไคโตะจึงเดินก้มหน้าเข้ามาหาคนเป็นแม่"เมื่อคืนผมเมามากไปหน่อยจึงไม่อยากให้โมน่าเห็นสภาพผมตอนเมา" ไคโตะโกหกทัพพีเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นแม่รู้สถานการณ์ระหว่างเขากับแฟนสาว"เหอะ อย่าคิดนะว่าฉันจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย" ลูกชายคนเล็กของบ้านมีอาการประหม่าอย่างชัดเจน"นั่งลง!" ไคโตะนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่รู้ตัว"ทำไมแกจะต้องบังคับให้โมน่าแต่งงาน""ผมไม่ได้บังคับนะครับคุณแม่" ทัพพีจ้องมองลูกชายตาเขม็ง"ผะ ผมแค่อยากแต่งงานกับเธอให้เร็วที่สุด...." ไคโตะชะงักริมฝีปากดวงตาขุ่นมัว"....ถ้านานกว่านี้ผมกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ" เขารู้สึกถึงความหนา
ไคโตะกับโยชิได้พาคาซูเอะชมโรงงานที่เขากับเพื่อนช่วยกันก่อตั้ง คาซูเอะรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขามองน้องชายคนเล็กของบ้านด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากนั้นไคโตะก็พาพี่ชายคนโตไปยังบริษัท เพื่อปรึกษาพูดคุยเรื่องธุรกิจ"นายคิดจะเอาเครื่องจักรกลพวกนั้นส่งออกบ้างมั้ย" คาซูเอะถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าคำพูดของเขาทำให้คนเป็นน้องและหุ้นส่วนดวงตาเปล่งประกาย"อยากครับ" ไคโตะตอบกลับไปทันที เพราะถ้าสินค้าที่โรงงานของเขาได้ส่งออกขายทั่วโลกก็เป็นผลดีมาก"เดี๋ยวพอฉันกลับไปจะให้คนมาพูดคุยรายละเอียด" ไคโตะผงกหัวรับแล้วหันมายิ้มดีใจกับโยชิ พอคุยเรื่องงานจบ ไคโตะก็เชิญคาซูเอะไปทานทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งครอบครัวของเขาไปเป็นประจำ ยังมีโยชิ และโซระคนสนิทที่คอยติดตามคาซูเอะมาด้วย"นายจะแต่งงาน?" อยู่ ๆ คาซูเอะก็เอ่ยถามขึ้น"ใช่ครับ" ไคโตะคลี่ยิ้มแล้วตอบรับ"อืม""พี่คาซูเอะต้องมางานแต่งของผมด้วยนะ" คนเป็นน้องรีบบอกพี่ชายเพราะกลัวว่าเขาจะไม่มา"งานมงคลแบบนี้นายคิดว่าฉันที่เป็นพี่จะไม่มา?" ไคโตะยกมือเกาท้ายทอยเขาลืมไปเลยว่าตอนกระติ๊บแต่งงานพี่ชายจอมเย็นชายังมาร่วมยินดีแถมยังให้ของขวัญวันแต่งงานเป็
การสอบปลายภาคใกล้เข้ามาทุกที ประจวบกับที่โมน่าหมดเวลาฝึกงานพอดี เธอจึงมีเวลาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ ทางด้านไคโตะกิจการไปได้ด้วยดีที่แล้ว อะไหล่ที่สั่งมาจากคาซูเอะจากประเทศญี่ปุ่นล้วนเป็นของชั้นดีทั้งนั้น"พรุ่งนี้พี่คาซูเอะจะบินมาเยี่ยมบริษัท และโรงงานของเรา" ไคโตะพูดขึ้นระหว่างที่กำลังทานมื้อเย็นกับโมน่าอยู่"จะมากี่วันเหรอคะ""ยังไม่แน่ใจ" ชายหนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นตอบกลับก่อนจะตักข้าวเข้าปาก"พี่คาซูเอะมีแฟนหรือยังคะ" โมน่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยและอยากรู้"ไม่รู้สิ แต่เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านเลยนะ" ไคโตะย่นคิ้วบาง ๆ สีหน้าครุ่นคิดหลังจากตอบคำถามโมน่าจบ"พี่คิดอะไรอยู่เหรอคะ""พี่สงสัยว่า พี่คาซูเอะอาจจะชอบผู้ชาย" พอไคโตะพูดจบ โมน่าก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ"ทำไมพี่คิดแบบนั้นล่ะคะ""ตอนนี้พี่คาซูเอะก็จะสามสิบแล้วนะ แต่ยังไม่มีเมียเลยมันน่าคิดป่ะล่ะ" ไคโตะพูดพร้อมกับทำสีหน้าดูจริงจัง"พี่เขาอาจจะยังไม่อยากมีครอบครัวหรือเปล่า" โมน่าเอ่ยขัด เพราะคิดว่าพี่ชายของไคโตะไม่ได้ชอบผู้ชายหรอก เขาดูสุขุมแววตาดุดันนิสัยเย็นชาเข้าถึงยาก คงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา"....." ไคโตะได้แต่ทานข้าวตรงหน้
โรงงานของไคโตะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ส่วนที่ตั้งบริษัทเคนตะเป็นคนออกเงินซื้อตึกขนาดกลางให้เป็นของขวัญที่เรียนจบ"แม้จะไม่ใหญ่มาก ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้น" เคนตะจ้องมองลูกชายคนเล็กด้วยความภาคภูมิใจ"ขอบคุณครับคุณพ่อ" ไคโตะเอ่ยด้วยความเคารพรัก แม้ว่าเคนตะจะเข้มงวดกับเขามากแต่เขาก็รับรู้ถึงความรักที่พ่อมีให้ลูกอย่างแท้จริง"ไคโตะของเราโตขึ้นแล้ว" ทัพพีพูดขึ้นดวงตาแดงก่ำ"ต้องขอบคุณน้องโมน่าที่เปลี่ยนขยะเปียกให้เป็นceo" กระติ๊บกล่าวแล้วหันไปหัวเราะกับฌาณ รวมถึงโมน่าที่อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้"กระติ๊บว่าใครเป็นขยะเปียก" ไคโตะกล่าวถามท่าทางเอาเรื่อง"ฉันไม่ได้เอ่ยถึงนายเลยนะร้อนตัวทำไม" คนเป็นพี่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้"คุณแม่ครับ ดูกระติ๊บดิ" ไคโตะทำอะไรไม่ได้ก็หันไปฟ้องผู้เป็นแม่"โต ๆ กันแล้วยังทะเลาะกันเหมือนเด็กอยู่อีก" ทัพพีไม่เข้าข้างใครเธอเลือกที่จะดุและตักเตือนลูกทั้งสองโมน่ามองครอบครัวของไคโตะที่ดูอบอุ่น เธอเลือกไม่ผิดจริง ๆ ที่ตัดสินใจเดิมพันกับเขา ทุกคนในบ้านหลังนี้มีแต่ความรัก ความห่วงใย ความเมตตา บางทีเธอยังแอบอิจฉาไคโตะอยู่นิดหน่อยที่เขาได้เกิดมาในครอบครัวนี้ตอนนี้เธอเริ่ม
ถิงถิงเป็นคนอาสาพาไคโตะและโมน่าเที่ยว และช้อปปิ้งน้องสาวต่างมารดาของโมน่าช่างพูดช่างจาน่าเอ็นดู"ถิงถิงจะพาพี่โมน่ากับพี่เขย..." เธอปิดริมฝีปากแล้วมองหน้าโมน่าสลับกับไคโตะสีหน้ารู้สึกผิดน้อย ๆ"เรียกพี่เขยถูกแล้ว" ไคโตะพูดก่อนที่น้องสาวของแฟนจะรู้สึกผิดไปมากกว่านี้"งั้นถิงถิงเรียกพี่เขยได้ใช่มั้ยคะ" เธอเหมือนจะไม่แน่ใจจึงหันมาถามโมน่าอย่างใสซื่อ"ได้จ้ะ" โมน่าตอบกลับไปอย่างอ่อนโยนพลางเอามือลูบศีรษะน้องสาวต่างมารดาด้วยความเอ็นดู"ที่แรกที่ถิงถิงจะพาไปก็คือจิมซาจุ่ย" โมน่าผงกหัวรับด้วยใบหน้าดูตื่นเต้นจิมซาจุ่ยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ที่สำคัญของฮ่องกง มีทั้งร้านหรู บาร์ ผับ และร้านอาหารมากมาย ผู้คนพลุกพล่าน โมน่ากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ ทำให้ไคโตะมีความรู้สึกกลัวอยู่ในใจ กลัวว่าโมน่าคิดจะมาอยู่ที่นี่กับพ่อของเธอโดยไม่กลับไปอยู่ไทยแล้ว"ถ้าเธอชอบที่นี่ เรามากันเดือนล่ะครั้งดีมั้ย" เขาเดินเข้ามาโอบไหล่แล้วเอ่ยข้างใบหูเบา ๆ โมน่าหันไปทางเขาแล้วย่นคิ้วเข้าหากันบาง"เปลืองเงิน" โมน่าพูดน้ำเสียงราบเรียบก็สะพัดตัวเดินออกมา"เงินพี่มีเยอะนะ เธอใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก" ไคโตะวิ่งตามมา







