LOGIN"พี่รู้ได้ยังไงว่าโมน่าจะรับไม่ไหว!" โมน่าตวาดเสียงไม่ดังมากแต่ก็ทำให้ไคโตะตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มโน้มลงมาแล้วประกบริมฝีปากดูดดุนทั้งบนและล่างจนเปียกชื้น อีกฝ่ายก็ตอบรับตามสัญชาตญาณ ความหวาบหวามแล่นริ้วขึ้นมาทันทีที่เขาสัมผัสริมฝีปากนุ่ม ทั้งสองสอดใส่ลิ้นร้อนเข้าไปในโพลงปากแล้วตวัดพันกันเป็นหนึ่งเดียว ลมหายใจทั้งคู่หอบถี่จึงผละออก"เธอพูดเองนะว่าไหว" ไคโตะเอ่ยน้ำเสียงกระเซ่ามองโมน่าดวงตาหยาดเยิ้มมือก็ปลดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตออกจนหมดเผยกล้ามเนื้อแน่นชวนน่าสัมผัส โมน่ามองด้วยสายตาพราวระยับเพราะเธอชอบเรือนร่างของสามีป้ายแดงคนนี้มากไคโตะโน้มใบหน้าลงมาแล้วจูบที่หน้าผากของโมน่าก่อนจะถอดเสื้อผ้าของเธอออก"โมน่า...พี่รักเธอ" ว่าจบ ก็โน้มต่ำลงไปยังเนินหน้าอกแล้วดูดเลียยอดปทุมถันที่เขาคลั่งไคล"อื้อ" โมน่าส่งเสียงครางออกมาเมื่อไคโตะใช้ฟับขบที่ตุ่มไตอย่างแผ่วเบา สลับทั้งสองข้างจนเปียกแฉะไปหมด เขายังคงดูดยอดอกราวกับว่าจะมีน้ำนมไหลรินออกมา"อ่า.." มือหนาซุกไซร้ไปทั่วร่าง ทุกจุดที่เขาสัมผัสราวกับมีไฟร้อน โมน่ารู้สึกกระสันซ่านเป็นที่สุดไคโตะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใ
ไคโตะตื่นขึ้นจากการมึนเมาเขาหยัดกายลุกขึ้นพลางเอามือกุมศีรษะแล้วส่ายเบา ๆ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนของเขาในบ้านใหญ่ เมื่อคืนโยชิได้พาเขามาส่งที่นี่ตามคำขอ ไคโตะมีความรู้สึกโกรธเพื่อนอยู่เล็กน้อยที่กลับมาส่งที่บ้านจริง ๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้โมน่าคงร้องไห้ตาบวมไปแล้ว พอคิดเช่นนั้นเขาก็ลงจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย"ทำไมเมื่อคืนถึงกลับมานอนบ้านได้ แล้วโมน่าล่ะ" ไคโตะเดินผ่านห้องรับแขกใหญ่เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น เขาหันไปก็พบกับทัพพีที่นั่งดื่มกาแฟบนโซฟา ไคโตะจึงเดินก้มหน้าเข้ามาหาคนเป็นแม่"เมื่อคืนผมเมามากไปหน่อยจึงไม่อยากให้โมน่าเห็นสภาพผมตอนเมา" ไคโตะโกหกทัพพีเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นแม่รู้สถานการณ์ระหว่างเขากับแฟนสาว"เหอะ อย่าคิดนะว่าฉันจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย" ลูกชายคนเล็กของบ้านมีอาการประหม่าอย่างชัดเจน"นั่งลง!" ไคโตะนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่รู้ตัว"ทำไมแกจะต้องบังคับให้โมน่าแต่งงาน""ผมไม่ได้บังคับนะครับคุณแม่" ทัพพีจ้องมองลูกชายตาเขม็ง"ผะ ผมแค่อยากแต่งงานกับเธอให้เร็วที่สุด...." ไคโตะชะงักริมฝีปากดวงตาขุ่นมัว"....ถ้านานกว่านี้ผมกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ" เขารู้สึกถึงความหนา
ไคโตะกับโยชิได้พาคาซูเอะชมโรงงานที่เขากับเพื่อนช่วยกันก่อตั้ง คาซูเอะรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขามองน้องชายคนเล็กของบ้านด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากนั้นไคโตะก็พาพี่ชายคนโตไปยังบริษัท เพื่อปรึกษาพูดคุยเรื่องธุรกิจ"นายคิดจะเอาเครื่องจักรกลพวกนั้นส่งออกบ้างมั้ย" คาซูเอะถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าคำพูดของเขาทำให้คนเป็นน้องและหุ้นส่วนดวงตาเปล่งประกาย"อยากครับ" ไคโตะตอบกลับไปทันที เพราะถ้าสินค้าที่โรงงานของเขาได้ส่งออกขายทั่วโลกก็เป็นผลดีมาก"เดี๋ยวพอฉันกลับไปจะให้คนมาพูดคุยรายละเอียด" ไคโตะผงกหัวรับแล้วหันมายิ้มดีใจกับโยชิ พอคุยเรื่องงานจบ ไคโตะก็เชิญคาซูเอะไปทานทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งครอบครัวของเขาไปเป็นประจำ ยังมีโยชิ และโซระคนสนิทที่คอยติดตามคาซูเอะมาด้วย"นายจะแต่งงาน?" อยู่ ๆ คาซูเอะก็เอ่ยถามขึ้น"ใช่ครับ" ไคโตะคลี่ยิ้มแล้วตอบรับ"อืม""พี่คาซูเอะต้องมางานแต่งของผมด้วยนะ" คนเป็นน้องรีบบอกพี่ชายเพราะกลัวว่าเขาจะไม่มา"งานมงคลแบบนี้นายคิดว่าฉันที่เป็นพี่จะไม่มา?" ไคโตะยกมือเกาท้ายทอยเขาลืมไปเลยว่าตอนกระติ๊บแต่งงานพี่ชายจอมเย็นชายังมาร่วมยินดีแถมยังให้ของขวัญวันแต่งงานเป็
การสอบปลายภาคใกล้เข้ามาทุกที ประจวบกับที่โมน่าหมดเวลาฝึกงานพอดี เธอจึงมีเวลาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ ทางด้านไคโตะกิจการไปได้ด้วยดีที่แล้ว อะไหล่ที่สั่งมาจากคาซูเอะจากประเทศญี่ปุ่นล้วนเป็นของชั้นดีทั้งนั้น"พรุ่งนี้พี่คาซูเอะจะบินมาเยี่ยมบริษัท และโรงงานของเรา" ไคโตะพูดขึ้นระหว่างที่กำลังทานมื้อเย็นกับโมน่าอยู่"จะมากี่วันเหรอคะ""ยังไม่แน่ใจ" ชายหนุ่มลูกเสี้ยวญี่ปุ่นตอบกลับก่อนจะตักข้าวเข้าปาก"พี่คาซูเอะมีแฟนหรือยังคะ" โมน่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยและอยากรู้"ไม่รู้สิ แต่เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านเลยนะ" ไคโตะย่นคิ้วบาง ๆ สีหน้าครุ่นคิดหลังจากตอบคำถามโมน่าจบ"พี่คิดอะไรอยู่เหรอคะ""พี่สงสัยว่า พี่คาซูเอะอาจจะชอบผู้ชาย" พอไคโตะพูดจบ โมน่าก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ"ทำไมพี่คิดแบบนั้นล่ะคะ""ตอนนี้พี่คาซูเอะก็จะสามสิบแล้วนะ แต่ยังไม่มีเมียเลยมันน่าคิดป่ะล่ะ" ไคโตะพูดพร้อมกับทำสีหน้าดูจริงจัง"พี่เขาอาจจะยังไม่อยากมีครอบครัวหรือเปล่า" โมน่าเอ่ยขัด เพราะคิดว่าพี่ชายของไคโตะไม่ได้ชอบผู้ชายหรอก เขาดูสุขุมแววตาดุดันนิสัยเย็นชาเข้าถึงยาก คงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา"....." ไคโตะได้แต่ทานข้าวตรงหน้
โรงงานของไคโตะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ส่วนที่ตั้งบริษัทเคนตะเป็นคนออกเงินซื้อตึกขนาดกลางให้เป็นของขวัญที่เรียนจบ"แม้จะไม่ใหญ่มาก ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้น" เคนตะจ้องมองลูกชายคนเล็กด้วยความภาคภูมิใจ"ขอบคุณครับคุณพ่อ" ไคโตะเอ่ยด้วยความเคารพรัก แม้ว่าเคนตะจะเข้มงวดกับเขามากแต่เขาก็รับรู้ถึงความรักที่พ่อมีให้ลูกอย่างแท้จริง"ไคโตะของเราโตขึ้นแล้ว" ทัพพีพูดขึ้นดวงตาแดงก่ำ"ต้องขอบคุณน้องโมน่าที่เปลี่ยนขยะเปียกให้เป็นceo" กระติ๊บกล่าวแล้วหันไปหัวเราะกับฌาณ รวมถึงโมน่าที่อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้"กระติ๊บว่าใครเป็นขยะเปียก" ไคโตะกล่าวถามท่าทางเอาเรื่อง"ฉันไม่ได้เอ่ยถึงนายเลยนะร้อนตัวทำไม" คนเป็นพี่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้"คุณแม่ครับ ดูกระติ๊บดิ" ไคโตะทำอะไรไม่ได้ก็หันไปฟ้องผู้เป็นแม่"โต ๆ กันแล้วยังทะเลาะกันเหมือนเด็กอยู่อีก" ทัพพีไม่เข้าข้างใครเธอเลือกที่จะดุและตักเตือนลูกทั้งสองโมน่ามองครอบครัวของไคโตะที่ดูอบอุ่น เธอเลือกไม่ผิดจริง ๆ ที่ตัดสินใจเดิมพันกับเขา ทุกคนในบ้านหลังนี้มีแต่ความรัก ความห่วงใย ความเมตตา บางทีเธอยังแอบอิจฉาไคโตะอยู่นิดหน่อยที่เขาได้เกิดมาในครอบครัวนี้ตอนนี้เธอเริ่ม
ถิงถิงเป็นคนอาสาพาไคโตะและโมน่าเที่ยว และช้อปปิ้งน้องสาวต่างมารดาของโมน่าช่างพูดช่างจาน่าเอ็นดู"ถิงถิงจะพาพี่โมน่ากับพี่เขย..." เธอปิดริมฝีปากแล้วมองหน้าโมน่าสลับกับไคโตะสีหน้ารู้สึกผิดน้อย ๆ"เรียกพี่เขยถูกแล้ว" ไคโตะพูดก่อนที่น้องสาวของแฟนจะรู้สึกผิดไปมากกว่านี้"งั้นถิงถิงเรียกพี่เขยได้ใช่มั้ยคะ" เธอเหมือนจะไม่แน่ใจจึงหันมาถามโมน่าอย่างใสซื่อ"ได้จ้ะ" โมน่าตอบกลับไปอย่างอ่อนโยนพลางเอามือลูบศีรษะน้องสาวต่างมารดาด้วยความเอ็นดู"ที่แรกที่ถิงถิงจะพาไปก็คือจิมซาจุ่ย" โมน่าผงกหัวรับด้วยใบหน้าดูตื่นเต้นจิมซาจุ่ยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ที่สำคัญของฮ่องกง มีทั้งร้านหรู บาร์ ผับ และร้านอาหารมากมาย ผู้คนพลุกพล่าน โมน่ากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ ทำให้ไคโตะมีความรู้สึกกลัวอยู่ในใจ กลัวว่าโมน่าคิดจะมาอยู่ที่นี่กับพ่อของเธอโดยไม่กลับไปอยู่ไทยแล้ว"ถ้าเธอชอบที่นี่ เรามากันเดือนล่ะครั้งดีมั้ย" เขาเดินเข้ามาโอบไหล่แล้วเอ่ยข้างใบหูเบา ๆ โมน่าหันไปทางเขาแล้วย่นคิ้วเข้าหากันบาง"เปลืองเงิน" โมน่าพูดน้ำเสียงราบเรียบก็สะพัดตัวเดินออกมา"เงินพี่มีเยอะนะ เธอใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก" ไคโตะวิ่งตามมา







