Mag-log inงานเสริม
หลายวันต่อมา
ภายในงานมหกรรมยานยนต์ที่ถูกจัดขึ้นในศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ ผู้คนมากหน้าหลายตาจากทั่วทุกสารทิศต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาชมรถยนต์และรถจักรยานยนต์หรูที่พึ่งเปิดตัวใหม่
คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาในงานนี้ต่างสนใจหรือชื่นชอบเรื่องรถเป็นพิเศษ แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่เข้ามาเพื่อดูพริตตี้สาวสวยโดยเฉพาะ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเธอเป็นสีสันสำคัญของงานจริง ๆ ไม่เพียงแค่สวยเท่านั้น การพูดก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ชวนดึงดูดความสนใจจากคนในงานได้เช่นกัน
“ยัยชีเดินเร็ว ๆ หน่อยสิ” เจนจิเอ่ยเรียกเพื่อนที่กำลังเดินมาตามหลัง สายตาก็พลางมองหาเพื่อนอีกคน
“พีพีอยู่บูธไหนเหรอจ๊ะเจน?” แก้วตาถาม
“นั่นไง กำลังพูดพอดีเลย ไปเร็วแก้วตาเดี๋ยวไม่ทัน” น้ำเสียงของเธอตื่นเต้นราวกับแม่มาดูลูกประกวดเต้นงานโรงเรียน รีบจูงมือแก้วตาตรงไปที่บูธเปิดตัวรถยนต์หรูแบรนด์ดัง
วันนี้พีพีถูกจ้างให้มาเป็นพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ของแบรนด์ต่างประเทศแบรนด์หนึ่ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอได้รับโอกาสดีแบบนี้ เนื่องจากช่วงนี้ไม่ได้รับงานไลฟ์สดจึงรับงานนี้เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในชีวิต
เจนจิกับแก้วตายืนโบกไม้โบกมือให้กับเพื่อนที่กำลังยืนพูดอย่างสง่างามอยู่ข้างรถยนต์สปอร์ตคันสีเหลืองที่ดูโฉบเฉี่ยวพอ ๆ กับชุดสีเหลืองดำที่พีพีสวมใส่อยู่
“เพื่อนฉันสวยมาก” เจนจิยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเพื่อน ปากก็เอ่ยชื่นชมเพื่อนอยู่ตลอด
พริตตี้สาวสวยนามว่าพีพีทำการบ้านมาอย่างดี เธอพูดถึงคุณสมบัติของรถได้อย่างไหลลื่นเกือบจะเทียบเท่ากับระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ เสียงเจื้อยแจ้วของพีพีที่กำลังร่ายบทยาว เป็นน้ำเสียงที่ฟังเพลินสบายหูทำเอาหลายคนหันมาสนใจบูธนี้เป็นจำนวนมาก ไม่ใช่แค่สนใจรถแต่เพราะคนพรีเซ้นท์ทั้งสวยทั้งเก่งเสียงก็เพราะน่าฟังขนาดนี้ใครกันจะไม่หลงเสน่ห์
“และในลำดับถัดไปขอเชิญทุกท่านพบกับ...xxxx (ชื่อรุ่นของรถยนต์) ค่ะ” นำเสนอส่วนของตัวเองจบพีพีก็ส่งไม้ต่อไปให้พริตตี้คนอื่นได้นำเสนอรถรุ่นใหม่ เธอทำหน้าที่ได้อย่างดีโดยไม่มีจุดสะดุดหรือบกพร่อง คนในงานเผลอฉีกยิ้มให้เธออย่างไม่รู้ตัว พูดจบคนหลายสิบคนก็กรูเข้าไปดูรถคันที่เธอพรีเซ้นท์ทันที เรียกว่าบรรลุเป้าหมายของคนที่จ้างงานเธอแล้ว
“เป็นไงบ้างแก ให้ฉันกี่คะแนนดี” หลังจากทำงานเสร็จพีพีรีบเดินมาหาเพื่อนรักทั้งสอง ขอคะแนนจากเพื่อนจากการทำงานในวันนี้
“ร้อยเต็มสิบไปเลยเพื่อน โคตรดีโคตรเก่งโคตรจะปัง ฉันกับยัยชียืนอึ้งไปเลย แกทำได้ไงวะเพื่อน นี่ขนาดไม่เคยทำนะ ถ้าผันตัวมาทำงานนี้จริงจังแกได้เป็นพริตตี้เบอร์ต้น ๆ ของประเทศแน่ ๆ” เจนจิชมเปาะแถมยกนิ้วโป้งให้เพื่อน
“นี่ใครจ๊ะ ต้าวพีพีเองแก เก่งอยู่แล้ว”
“พีพีเก่งมากเลยจ้ะ สวยมากด้วย” แก้วตาเอ่ยชมพร้อมมอบยิ้มหวานเติมพลังบวกให้เพื่อน
“ขอบคุณพวกเธอมากนะที่มาให้กำลังใจฉัน เลิกงานแล้วเราไปไหนกันต่อดี”
ยังไม่ทันที่พีพีจะได้คำตอบจากเพื่อน เสียงทุ้มของใครบางคนก็เอ่ยแทรกขึ้น
“พีพี!” ทุกคนหันขวับไปมองโดยพร้อมเพรียงกัน
“ไอ้พี่มอส?” ทันทีที่เห็นว่าเป็นใครเจนจิเอ่ยชื่อเขาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“พี่มอส?” พีพีแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นแฟนเก่าโผล่มาทักทาย หลายเดือนแล้วที่เธอไม่ได้เจอหน้าเขาคนนี้
มอส หนุ่มแว่นวัยสามสิบสอง การแต่งกายของเขาดูดีมีระดับไม่แพ้หน้าตาที่หล่อเหลา ใส่สูทผูกไทแต่งตัวสมกับเป็นเจ้าของธุรกิจโชว์รูมรถยนต์ที่มีมากกว่าสิบสาขาทั่วประเทศ ถือว่าฐานะค่อนข้างรวยถึงรวยมาก เปลือกนอกดูเป็นคนอบอุ่นใจดี รักเดียวใจเดียว แต่เนื้อแท้นั้นเป็นผู้ชายใจร้ายและหลายใจ
เขาคือแฟนเก่าของพีพี คนที่เธอเคยคิดว่าดีมากคนหนึ่งจนเกือบจะทำให้ลืมรักแรกได้ ทว่าความลับไม่มีในโลก ชู้ของเขามาตามด่าพีพีถึงห้อง เพียงเพราะอยากคบกับมอสอย่างเปิดเผย ความลับของมอสจึงถูกเปิดโปง ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้แสนดีอย่างที่เธอคิด
พีพีเสียใจไม่น้อยกับเรื่องของมอส แต่เป็นความเสียใจในเรื่องของความไว้ใจมากกว่าเป็นเรื่องของหัวใจ เพราะเอาจริง ๆ ที่เธอตัดสินใจคบกับมอสเพื่อแก้เหงาเท่านั้น ถ้าเทียบความเสียใจเรื่องที่ไทเธย์บอกเลิกแล้วก็ถือว่าไม่เท่าไหร่ แค่มดกัดแสบ ๆ คัน ๆ
“เมียพี่ไปไหนคะ ไม่มาด้วยกันเหรอ?” เจนจิถามมอส
“เฮอ...พี่เลิกกับเปรี้ยวแล้ว” ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะตอบด้วยสีหน้าที่ดูเศร้าใจ
“แล้วยังไงคะ จะกลับมาหาเพื่อนเจนว่างั้นเถอะ” เจนจิถามอย่างคนรู้ทัน หมั่นไส้ผู้ชายคนนี้ที่สุด
“ถ้าบอกว่าใช่ พีพีจะให้โอกาสพี่มั้ยครับ” เขาเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา ส่งแววตาให้ดูน่าเห็นใจไปถึงคนรักเก่า ทว่าเธอไม่สนใจ ไม่แม้แต่จะหลงเหลือความเคารพเขาด้วยซ้ำ
“อย่าเลยค่ะพี่มอส หนังสือเล่มเก่าหากหยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ตอนจบก็คงเหมือนเดิม” คำตอบของพีพีทำเอาเจนจิลอบยิ้มเจือความสะใจ
“แต่พี่ยังรักพีพีอยู่นะครับ”
“พอเถอะค่ะพี่มอส เพื่อนเจนอยากเริ่มต้นใหม่กับคนใหม่ ๆ ปล่อยเธอไปให้เจอกับมนุษย์บ้างเถอะนะ ที่ผ่านมาพีพีเจอแต่ ห...” เจนจิพูดยังไม่ทันจบ แก้วตาที่พอจะรู้ว่าเพื่อนจะพูดชื่อสัตว์ประเภทไหนออกมารีบเอ่ยแทรกขึ้นมาตัดบทก่อนเลย
“แก้วตาว่าวาสนาของพี่มอสกับพีพีคงจบกันเพียงแค่นี้ ชาติที่แล้วคงทำบุญกันมาน้อย ชาตินี้จึงไม่ได้เป็นคู่ชีวิต พี่มอสตัดใจจากพีพีเถอะนะคะ” เป็นการช่วยเพื่อนปฏิเสธแบบนุ่มนวลตามสไตล์คนใจบุญ
“พี่ไม่เชื่อเรื่องพวกนั้นครับ พี่อยากคืนดีกับพีพี ที่ผ่านมาพี่ขอโทษจริง ๆ” เขายังจะตื๊อไปยอมเลิก
“น้องพีพีคนสวย” ยังไม่ทันที่พีพีจะอ้าปากตอบมอสไป ก็มีเสียงเรียกชื่อเธออีกครั้ง ทุกคนต้องหันไปมองตามเสียงอีกรอบ
“พี่รุจ?” พีพีเรียกชื่อของคนที่พึ่งเดินเข้ามาร่วมวงพูดคุย
“วันนี้น้องพีพีสวยมากนะคะ และขายของเก่งเหมือนเดิม จนพี่ต้องรีบสั่งจองรถสปอร์ตคันนั้นทันที” รุจส่งยิ้มให้พีพี ทั้งคู่สนทนากันอยู่สองคนทำอย่างกับคนข้าง ๆ เป็นอากาศ
“ใครอะแก?” เจนจิกระซิบถามเพื่อน
“อ๋อ นี่พี่รุจ เจ้าของอู่ที่ฉันเอารถไปซ่อม”
“สวัสดีค่ะสาว ๆ นี่เพื่อนน้องพีพีเหรอคะ แก๊งนี้หน้าตาดีกันทุกคนเลย” รุจกวาดสายตาพราวเสน่ห์ให้สาว ๆ เขาคนนี้ออกแนวเจ้าชู้เปิดเผย ซึ่งตรงข้ามกับอีกคนที่เจ้าชู้เงียบ
“ขอบคุณค่ะ” เจนจิยิ้มอย่างพอใจให้รุจ ไม่ใช่ว่าเธอชอบเขา แต่คิดอะไรดี ๆ ออก
“ขอบคุณค่ะ” แก้วตาเอ่ย
“ชื่ออะไรกันบ้างคะเนี่ย”
“คนนี้เจนจิ ส่วนคนที่ดูเรียบร้อยนี่แก้วตาค่ะ” พีพีแนะนำเพื่อนให้รุจรู้จัก
“ไม่คิดจะทักผมหน่อยเหรอครับ?” มอสเอ่ยขึ้น หลังจากที่รุจเดินเข้ามาเขาก็กลายเป็นแค่อากาศธาตุ
“ดีครับคุณมอส มาซื้อรถเหมือนกันเหรอครับ” บทสนทนาของสองหนุ่มที่ฟังดูน่าจะคุ้นเคยกันมาก่อน แต่แววตากลับดูไม่ค่อยเป็นมิตรกันสักเท่าไหร่
“คุณรุจรู้จักพีพีด้วยเหรอครับ?” มอสถาม
“ใคร ๆ ก็รู้จักต้าวพีพีคนสวยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะรู้จักมากน้อยแค่ไหน”
“ฮึ คุณรุจคงไม่รู้ว่าผมกับพีพีเคยเป็นแฟนกัน” มอสยกยิ้มเยาะอวดเบ่งโชว์เหนือว่าตัวเองสนิทกับพีพีมากกว่ารุจ
ทำเอาคู่สนทนาถึงกับแสดงสีหน้าชัดว่าไม่พอใจนัก เขาไม่คิดว่าพีพีจะคบกับมอสมาก่อน
ความจริงคือทั้งคู่ไม่ค่อยถูกชะตากันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะเรื่องธุรกิจ รุจเปิดร้านคาร์แคร์ ส่วนพ่อแม่ของเขาเปิดโชว์รูมขายรถยนต์ด้วย แต่ไม่ได้มีหลายสาขาเท่ากับมอส โชว์รูมของมอสแม้จะมาเปิดทีหลังแต่กลับเป็นที่นิยมของลูกค้ามากกว่า ไม่พอเขายังเปิดสาขาใกล้กับโชว์รูมของพ่อแม่รุจที่มีอยู่หกสาขาทั่วประเทศ เขาจะไปเปิดที่อื่นก็ได้แต่ไม่ทำ เหมือนพยายามขัดขาคู่แข่ง ทำให้รุจไม่ชอบวิธีทำธุรกิจของมอสมาแต่ไหนแต่ไร
เป็นคู่แข่งทางธุรกิจแล้วยังอยากเป็นคู่แข่งจีบสาวกันอีก
บังเอิญอะไรขนาดนี้ รุจก็เป็นเจ้านายของไทเธย์ซึ่งเป็นแฟนเก่าพีพี แถมรุจยังเป็นศัตรูคู่แข่งของมอสที่เป็นแฟนเก่าเธอเช่นกัน โลกกลมเกินไปไหม
บทส่งท้ายสามเดือนต่อมา“คืนนี้...พี่ดูสวยเป็นพิเศษนะครับ” ชายหนุ่มในชุดสูทสีครีมรวบเอวเจ้าสาวเข้ามาสวมกอดหลวม ๆ ก่อนจะเอ่ยชมด้วยสายตาเปล่งประกายของความสุข“ปากหวานนะ ต้องการอะไร” เธอเงยหน้าสบสายตาคมพีพีสวมชุดเจ้าสาวสีขาวแบรนด์ดังที่มีสไตล์เรียบหรูดูดี ใบหน้าอมชมพูระเรื่อเผยรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจ“ไม่น่าถามนะครับว่าต้องการอะไร” ดวงตาฉายแววเป็นประกาย มือก็เลื่อนขึ้นมารูดซิปด้านหลังที่เป็นชุดเกาะอกลงช้า ๆพีพีรับรู้ได้ว่าเขากำลังทำอะไรกับชุดเธอ แต่เธอไม่ว่าอะไร มิหนำซ้ำยังถอดเสื้อให้เขาอีกด้วย“ต้องไปอาบน้ำก่อนนะ”“ครับ อาบด้วยกันเลย”"เดี๋ยว จริงสิ เกือบลืมไปเลย" เธอเดินไปหยิบของบางอย่างในกระเป๋า "นี่เป็นของขวัญวันแต่งงาน" เธอเปิดกล่องสีดำกำมะหยี่ขนาดพอดีมือ ก่อนจะหยิบสร้อยคอที่มีจี้ตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า PP ยื่นให้กับเขา "อย่
ยอมเธอแล้วสามวันต่อมาช่วงบ่ายพีพีมาหาไทเธย์ที่ในโชว์รูมรถของว่าที่สามี เธอลงรถมาพร้อมกับกระเช้าผลไม้หลากหลายชนิด เป็นของจากสวนพ่อเบิ้มที่ตั้งใจเก็บมาให้ว่าที่ลูกเขย ว่าที่แม่ยายคะยั้นคะยอให้ลูกสาวเอามาให้เขาด้วยตัวเอง เพราะรู้ว่าลูกสาวยังงอนแฟนหนุ่มไม่หาย อีกสามเดือนข้างหน้าจะถึงฤกษ์แต่งงานกันอยู่แล้ว ยังปรับความเข้าใจกันไม่ได้สักที คนเป็นแม่ก็พลอยกลุ้มใจตามไปด้วย“แม่ให้เอาผลไม้มาให้ วางไว้ตรงนี้นะ” พีพีขึ้นมาหาเขาที่ห้องทำงาน วางของฝากไว้ที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟาแล้วหมุนตัวจะเดินกลับ เธอไม่ให้เขาได้ตั้งตัวอะไรเลย จู่ ๆ ก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาวางของลงแล้วก็จะเดินจากไป ไม่ทักทายหรือถามเขาสักคำ ชายหนุ่มไม่รู้จะยิ้มหรือขมวดคิ้วดี“เดี๋ยวสิพี่” เขารีบลุกออกจากเก้าอี้ตรงปรี่ไปหาเธอ ร่างบางชะงักปลายเท้าอยู่หน้าประตูพอดี เธอหันหน้ากลับมาคุยกับเขา“ฉันมีธุระ”
แต่งงานชายหนุ่มงัวเงียมือไม้ก็พลางควานหาร่างอุ่นของหญิงสาวกะจะดึงเข้ามากอดให้หายหนาว ทว่าพอลืมตาขึ้นกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ เขาลุกพรวดขึ้นนั่งกุมขมับตัวเอง เพราะรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย“ยังเช้าอยู่เลยรีบกลับซะแล้ว” พึมพำก่อนจะลงจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัว@บ้านของพีพี“เธอยอมเขาอีกแล้วยัยพีพี เธอจะโง่เป็นครั้งที่ร้อยไม่ได้นะ สงสัยคงต้องหาเวลาไปวัดกับแก้วตาสักวัน ช่วงนี้โดนตัณหาราคะเข้าครอบงำบ่อยเกินไปแล้ว” เธอคุยกับตัวเองผ่านกระจกเงาในห้องน้ำ หลังจากกลับมาถึงบ้านก็รีบขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวชำระร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบและกลิ่นกายของเขา เมื่อคืนก็ไม่ใช่แค่รอบเดียวที่เขากับเธอเปิดศึกกันบนเตียง ตื่นมาเพลียสุด ๆ แต่ก็ยังต้องรีบชิ่งหนีก่อนที่เขาจะตื่น ไม่งั้นไม่ได้กลับกันพอดี“คะ? พี่บีมีอะไร” พีพียกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูซ้าย(ว่างรึเปล่าเย็นนี้)“เย็นนี้...อืม...” เธอทำท่าคิดครู
ก็ว่าจะไม่...แล้วนะคำเตือน บทนี้มีการบรรยายฉาก 18+ตกเย็นทั้งคู่กลับเข้ามาในห้องพบว่าอาหารถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยบนโต๊ะอาหาร พร้อมทั้งเครื่องดื่มของมึนเมาพีพีอึ้งกับบรรยากาศภายในห้องที่เปลี่ยนไป ดอกกุหลาบสีขาวหลายดอกถูกประดับในแจกันวางไว้ตั้งแต่ทางเข้าไปจนทั่วทุกมุมห้อง ไฟในห้องปรับลงพอสลัว มีกลิ่นดอกไม้หอมฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ชวนให้อารมณ์ดีผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกนี่เขาคิดจะหลอกล่อเธอด้วยเล่ห์กลอะไรอีก ใช้หลักวิทยาศาสตร์บวกกับหลักจิตวิทยาแขนงไหน ใจของคนมันอ่อนไหวง่ายนะรู้ไหมโดยเฉพาะกับเธอ...มิน่าล่ะถึงชวนเธอออกไปเดินห้างฆ่าเวลาแถมยังซื้อชุดเดรสสั้นสีขาวผ้าพลิ้วให้ หนำซ้ำยังบังคับให้ใส่เลยทันที ก็เพื่อสิ่งนี้สินะ“แค่กินข้าวทำไมต้องเว่อร์” เธอเอ่ยเหมือนไม่ยี่หระกับสิ่งที่เขาตั้งใจทำให้“กินข้าวกับคนพิเศษก็ต้องส
คนเดียวกันหญิงสาวนั่งรอที่หน้าล็อบบี้ของโรงแรมตามที่พนักงานของเขาแจ้งเอาไว้ คนตัวเล็กนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าเบา ๆ พลางไถสมาร์ตโฟนอย่างอารมณ์ดีตามประสาคนจะได้จับเงินแสน ผ่านไปสักพักมีพนักงานสาวของโรงแรมเดินเข้ามาบอกกับเธอว่า“คุณพีพีคะ” พนักงานทักทายเธอด้วยรอยยิ้มสยามอย่างกับคนคุ้นเคย รู้ชื่อของเธอด้วย“คะ?” เธอละความสนใจจากหน้าจอมือถือหันมาสนใจพนักงานสาว“พอดีมิสเตอร์ไท่หยางไม่สะดวกลงมาข้างล่างแล้ว เดี๋ยวดิฉันจะพาคุณพีพีขึ้นไปพบมิสเตอร์ไท่หยางที่ห้อง ตามดิฉันมาทางนี้เลยค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยด้วยวาจาอ่อนหวาน เชิญให้เธอลุกเดินตามไป ทว่ากลับทำงานพลาดในจุดที่ไม่ได้ถามความคิดเห็นจากแขกก่อนไม่ถามเลยว่าเธอจะยอมขึ้นไปหาผู้ชายคนนั้นไหม พีพีก็ดันเคลิ้มตามบวกกับเกรงใจจึงไม่ทันได้ปฏิเสธออกไปตรง ๆ เดินตามพนักงานอย่างว่าง่ายราวกับถูกมนต์สะกดจิต รู้ตัวอีกทีเท้าก็เดินย่ำอยู่ที่ชั้นเจ็ดของโรงแรมแล้วปลายเท้าเล็กหยุดชะงักตามคนนำทางมา เธอชำเลื
ติดค้างเอาไว้ก่อนวันเปิดตัวโชว์รูมรถยนต์หรูโชว์รูม TT Luxury Cars อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ไท่หยาง ออโต้xxxx จำกัด เป็นโชว์รูมที่เน้นขายรถยนต์หรูจากฝั่งยุโรปโดยเฉพาะ ที่นี่ไม่มีบริการซ่อมหรือตรวจเช็กหลังการขาย แต่ลูกค้าสามารถเข้าใช้บริการดังกล่าวได้ที่ ATR CAR CARE อู่ซ่อมรถครบวงจรที่เซ็นสัญญาเป็นพาร์ทเนอร์ของบริษัทนั่นเอง“คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” หญิงสาวพึมพำขณะก้าวเดินเข้ามาในงานเจ้าของร่างบางในชุดเดรสสีนู้ดโทนเบจ เนื้อผ้าเรียบเนียนแนบลำตัว ช่วงบนเป็นสายเดี่ยวเปิดไหล่ดูสง่าและมีความเซ็กซี่แบบสุภาพ ผ้าพลีทด้านข้างที่ลากยาวลงมาเหมือนชายกระโปรง เพิ่มความพลิ้วและมิติให้กับชุดวันนี้เธอแต่งหน้าโทนสุภาพ เน้นผิวเนียนกริบแบบไม่ฉ่ำเกิน แต่ยังมีความโกลว์เบา ๆ ดูสุขภาพดี ส่วนผมนั้นเกล้ารวบตึงไปด้านหลังแบบเรียบกริบ แสกกลางชัด ทำให้ใบหน้าดูคมชัดขึ้นคนสวยแต่งยังไงก็สวย สวยจนแขกที่มาร่วมยินดีต่างพากันมองเธอไม่วางตา โดยเฉพา







