Se connecterเธอวิ่งกลับไปหาเขา...คนที่เคยทิ้งไป เพื่อให้เขาทิ้งเธอไปอีกครั้งงั้นเหรอ?อ่านหนังสือเล่มเก่าตอนจบก็เหมือนเดิม ซะเมื่อไหร่ละ! ก็เธอไม่เชื่อแบบนั้น มันเปลี่ยนเนื้อหากันใหม่ได้ และเธอจะทำมันเอง...
Voir plusบทนำ
หากพูดถึงหนังสือเล่มเก่า คำว่า คนรักเก่าก็จะแวบขึ้นมาในทันทีทันใด ไม่ว่าจะเลิกรากันด้วยเหตุผลใด แต่การได้กลับมาเจอกันอีกครั้งทั้งที่ไม่อยากจะเจอ มันก็น่าคิดต่อไปว่า นี่เราใช้เวรใช้กรรมกับคนคนนี้ยังไม่หมดอีกเหรอ
หรือแฟนเก่าจะกลับมาเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
อย่างไรก็ตาม หลายคนที่ผิดหวังกับความรักมักจะปิดหัวใจไม่ต้อนรับคนรักเก่าที่เคยทิ้งไป เพราะหากให้โอกาสกับคนเดิม สุดท้ายความรักก็มักจะปิดฉากลงด้วยปัญหาเดิม ๆ ซ้ำซาก ดั่งตอนจบในหนังสือเล่มโปรดที่เคยหยิบขึ้นมาอ่านครั้งแล้วครั้งเล่า...
แต่อาจจะไม่ใช่เธอคนนี้….
ทั้งสองยืนโอบกอดกันที่ริมทะเลในยามเย็น แสงอัสดงกำลังลาลับกระทบผืนน้ำระยิบระยับจับตา ชายหญิงมองทอดสายตาไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
“ผมรักคุณนะที่รัก...”
“ฉันก็รักคุณค่ะ...”
จบบริบูรณ์
“เรื่องนี้ฉันอ่านสามรอบได้แล้วมั้ง แต่เนื้อเรื่องมันสนุกจนต้องหยิบมาอ่านเรื่อย ๆ นี่นา” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองก่อนจะปิดหนังสือและวางนวนิยายเล่มโปรดไว้เบาะด้านข้าง “เฮอ...ติดอะไรนักหนา” เธอบ่นพลางเอื้อมมือไปวางบนพวงมาลัยรถยนต์หรู เงยหน้ามองสัญญาณไฟที่ยังคงขึ้นสีแดง ก็ลอบถอนหายใจ ทำหน้าเบื่อหน่าย เพราะนั่งรอไฟเขียวมาหลายนาทีแล้ว รอจนอ่านนวนิยายจบตอน
“เขียวเถอะนะ ขอร้องล่ะ” ร่างบางจ้องมองสัญญาณไฟตาแทบไม่กะพริบพลางอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในรถให้ช่วยดลบันดาลให้ไฟแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว และบังเอิญทันใดนั้นไฟเหลืองก็กะพริบ ต่อด้วยไฟสีเขียว “เยส” เธอทำท่าดีใจราวกับผู้ชนะ รีบขับรถไปตามทางที่มีรถมากมายหลายยี่ห้อขับขี่บนท้องถนน
สังคมเร่งรีบต่างคนต่างเร่งเครื่องเพื่อไปทำงานให้ทันเวลา แต่เมื่อออกตัวมาได้ไม่นาน เท้าของเธอก็ต้องแตะเบรกอีกครั้ง
“ไม่ทันอีกแล้ว ชิ ไฟแดงอีกแล้ว วันนี้ทำไมฉันเจอไฟแดงทุกแยกเลยนะ ซวยจริง” คนสวยทำหน้างออีกรอบ “นิยายก็อ่านจบแล้ว งั้นร้องเพลงรอแล้วกัน” หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลือกเพลงที่จะเปิด
โครม...ทันใดนั้นจึงเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น
“ว้าย!” ถ้าไม่คาดเข็มขัดนิรภัยหัวเธอคงทิ่มไปข้างหน้า สันจมูกงามคงหักไปแล้ว มือถือก็เกือบจะหล่นจากมือ จู่ ๆ มีเสียงดังมาจากท้ายรถด้านนอก สะเทือนเข้ามาข้างในจนรู้สึกได้ “รถฉัน ไม่นะ” เธอคาดว่ารถคงโดนเฉี่ยวชนเข้าแล้ว
เมื่อมองผ่านกระจกออกไป เห็นคนขี่บิ๊กไบค์คันหนึ่งกำลังชี้มือไปข้างหน้า หญิงสาวกำลังจะปรี๊ดแตกกะจะลงมาด่าเจ้าของบิ๊กไบค์ให้หูดับ ทว่าสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี และไบค์เกอร์ก็ออกตัวไปก่อนเธอ ทำให้เธอยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ คิดว่าเขาจะหนี
“ชนแล้วจะหนีเหรอ?” เธอรีบขับตามหลังเขาไป ไม่นานก็เจอเขาพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีเขียวคาดดำจอดอยู่ริมทางข้างฟุตบาท
เห็นเขาและจำได้แม่นเธอจึงขับรถมาจอดด้านหน้า รีบลงจากรถด้วยอาการไม่พอใจ
“นี่คุณ คุณคิดจะชนแล้วหนีใช่มั้ย”
เจ้าของใบหน้าสวย ผมยาวลอนใหญ่สีน้ำตาลแดงขับกับผิวขาวผ่องสะดุดตา รูปร่างสูงเพียงไหล่ของเขา ตัวเล็กแต่แอบเซ็กซี่ เอวเอสบอบบางจนสงสัยว่าเอาตับไตไส้พุงไปไว้ตรงไหน เธอตั้งท่าเดินดุ่ม ๆ โวยวายโดยไม่สนใจฟังเหตุผลของเขา
ชายหนุ่มกำลังจะถอดหมวกกันน็อกออก เพื่อเจรจากับคู่กรณีดี ๆ แต่พอเห็นหน้าเธอเท่านั้น เขากลับชะงักไป
เธอเป็นคนที่เขารู้จัก แต่ไม่อยากให้รู้จัก...
ชายหนุ่มเลือกเปิดแค่กระจกขึ้น เผยให้เห็นแค่ดวงตาคู่คม หวังว่าคนตรงหน้าจะจำเขาไม่ได้
“ผมขอโทษ ไม่ได้คิดจะหนี ตอนนั้นไฟเขียวพอดี เลยส่งสัญญาณมือบอกให้พี่...เอ่อ ให้คุณมาเจอกันข้างหน้านี้” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างใจเย็น
หญิงสาวไม่ตอบอะไรแถมยังกัดฟันกรอด ถลึงตาใส่เขาด้วยอาการไม่พอใจ ก่อนจะตวัดหางตาไปเช็กสภาพรถตัวเอง
“ตายแล้วลูกรักของแม่!” เห็นรอยสีถลอกและยุบเข้าเล็กน้อย หญิงสาวก็แทบเข่าอ่อน โวยวายอีกรอบ ก็กว่าจะได้รถคันนี้มาเธอต้องทำงานอย่างหนัก “คุณต้องชดใช้ค่าซ่อมให้ฉัน และค่าเสียเวลาด้วยนะ”
“ได้ เดี๋ยวผมจัดการให้ คุณสะดวกขับรถตามผมไปที่ร้านมั้ย”
“อะไรนะ? จะให้ฉันตามไปเอาเงินที่ทำงานคุณเหรอ จ่ายมาตอนนี้เลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา ค่าซ่อมเดี๋ยวค่อยจ่าย เอามาก่อนแสนนึงค่าเสียเวลา” รู้สึกว่าเธอจะเคี่ยวเอาเรื่องเหมือนกัน
“ผมไม่มีเงิน”
“ฮึ นึกแล้วว่าต้องมาไม้นี้ คิดจะชิ่งหนีล่ะสิท่า จะให้ไปที่ร้าน ทำไม? เงินอยู่ที่นั่นหรือที่บ้านเปิดอู่ซ่อมรถ” หญิงสาวพูดเชิงประชดประชัน
“ผมทำงานที่ ATR CAR CARE” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ
“อ้อ...เหรอ” ได้ยินแบบนี้เธอก็วางใจได้บ้าง เพราะอู่ซ่อมรถที่เขาพูดถึง เป็นร้านซ่อมรถที่มีชื่อเสียงในด้านบวกพอสมควร ทั้งยังเป็นร้านใหญ่ครบวงจร ส่วนมากจะมีแต่รถยนต์หรูที่เข้าไปใช้บริการ ถ้าเขาพูดจริงเธอก็หมดห่วงเรื่องรถ
“จะให้ร้านมาขับไปหรือคุณจะขับตามผมไป”
“ฉันขับไปเองได้ อย่าคิดไม่ซื่อก็แล้วกัน” เธอยังไม่ไว้ใจเขาสักเท่าไหร่ เขยิบเข้าไปใกล้เขาเชิดหน้าจ้องตาเชิงข่มขู่
ชายหนุ่มไม่ได้หลบตาแถมยังจ้องตาคู่สวยกลับ ทำให้จู่ ๆ หัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้นแปลก ๆ
“สายตาเขาทำไมดูคุ้น ๆ จัง”
เธอนึกในใจว่าเขาเหมือนใครบางคน จนเผลอยกมือขึ้นจะไปจับหน้าคู่กรณีอย่างไม่รู้ตัว จนชายหนุ่มต้องรีบเอ่ยบางอย่างออกมาก่อนที่มือเล็กจะถึงหน้าเขา
“เราไปกันเถอะ เดี๋ยวคุณจะเสียเวลามากกว่านี้” ได้ยินเสียงเขาเธอถึงได้สติรีบดึงมือกลับ
“ได้ ก็นำทางไปสิ”
หากโลกนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ การได้กลับมาเจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญ ก็คงจะเป็น “พรหมลิขิต” สินะ
บทส่งท้ายสามเดือนต่อมา“คืนนี้...พี่ดูสวยเป็นพิเศษนะครับ” ชายหนุ่มในชุดสูทสีครีมรวบเอวเจ้าสาวเข้ามาสวมกอดหลวม ๆ ก่อนจะเอ่ยชมด้วยสายตาเปล่งประกายของความสุข“ปากหวานนะ ต้องการอะไร” เธอเงยหน้าสบสายตาคมพีพีสวมชุดเจ้าสาวสีขาวแบรนด์ดังที่มีสไตล์เรียบหรูดูดี ใบหน้าอมชมพูระเรื่อเผยรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจ“ไม่น่าถามนะครับว่าต้องการอะไร” ดวงตาฉายแววเป็นประกาย มือก็เลื่อนขึ้นมารูดซิปด้านหลังที่เป็นชุดเกาะอกลงช้า ๆพีพีรับรู้ได้ว่าเขากำลังทำอะไรกับชุดเธอ แต่เธอไม่ว่าอะไร มิหนำซ้ำยังถอดเสื้อให้เขาอีกด้วย“ต้องไปอาบน้ำก่อนนะ”“ครับ อาบด้วยกันเลย”"เดี๋ยว จริงสิ เกือบลืมไปเลย" เธอเดินไปหยิบของบางอย่างในกระเป๋า "นี่เป็นของขวัญวันแต่งงาน" เธอเปิดกล่องสีดำกำมะหยี่ขนาดพอดีมือ ก่อนจะหยิบสร้อยคอที่มีจี้ตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า PP ยื่นให้กับเขา "อย่
ยอมเธอแล้วสามวันต่อมาช่วงบ่ายพีพีมาหาไทเธย์ที่ในโชว์รูมรถของว่าที่สามี เธอลงรถมาพร้อมกับกระเช้าผลไม้หลากหลายชนิด เป็นของจากสวนพ่อเบิ้มที่ตั้งใจเก็บมาให้ว่าที่ลูกเขย ว่าที่แม่ยายคะยั้นคะยอให้ลูกสาวเอามาให้เขาด้วยตัวเอง เพราะรู้ว่าลูกสาวยังงอนแฟนหนุ่มไม่หาย อีกสามเดือนข้างหน้าจะถึงฤกษ์แต่งงานกันอยู่แล้ว ยังปรับความเข้าใจกันไม่ได้สักที คนเป็นแม่ก็พลอยกลุ้มใจตามไปด้วย“แม่ให้เอาผลไม้มาให้ วางไว้ตรงนี้นะ” พีพีขึ้นมาหาเขาที่ห้องทำงาน วางของฝากไว้ที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟาแล้วหมุนตัวจะเดินกลับ เธอไม่ให้เขาได้ตั้งตัวอะไรเลย จู่ ๆ ก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาวางของลงแล้วก็จะเดินจากไป ไม่ทักทายหรือถามเขาสักคำ ชายหนุ่มไม่รู้จะยิ้มหรือขมวดคิ้วดี“เดี๋ยวสิพี่” เขารีบลุกออกจากเก้าอี้ตรงปรี่ไปหาเธอ ร่างบางชะงักปลายเท้าอยู่หน้าประตูพอดี เธอหันหน้ากลับมาคุยกับเขา“ฉันมีธุระ”
แต่งงานชายหนุ่มงัวเงียมือไม้ก็พลางควานหาร่างอุ่นของหญิงสาวกะจะดึงเข้ามากอดให้หายหนาว ทว่าพอลืมตาขึ้นกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ เขาลุกพรวดขึ้นนั่งกุมขมับตัวเอง เพราะรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย“ยังเช้าอยู่เลยรีบกลับซะแล้ว” พึมพำก่อนจะลงจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัว@บ้านของพีพี“เธอยอมเขาอีกแล้วยัยพีพี เธอจะโง่เป็นครั้งที่ร้อยไม่ได้นะ สงสัยคงต้องหาเวลาไปวัดกับแก้วตาสักวัน ช่วงนี้โดนตัณหาราคะเข้าครอบงำบ่อยเกินไปแล้ว” เธอคุยกับตัวเองผ่านกระจกเงาในห้องน้ำ หลังจากกลับมาถึงบ้านก็รีบขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวชำระร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบและกลิ่นกายของเขา เมื่อคืนก็ไม่ใช่แค่รอบเดียวที่เขากับเธอเปิดศึกกันบนเตียง ตื่นมาเพลียสุด ๆ แต่ก็ยังต้องรีบชิ่งหนีก่อนที่เขาจะตื่น ไม่งั้นไม่ได้กลับกันพอดี“คะ? พี่บีมีอะไร” พีพียกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูซ้าย(ว่างรึเปล่าเย็นนี้)“เย็นนี้...อืม...” เธอทำท่าคิดครู
ก็ว่าจะไม่...แล้วนะคำเตือน บทนี้มีการบรรยายฉาก 18+ตกเย็นทั้งคู่กลับเข้ามาในห้องพบว่าอาหารถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยบนโต๊ะอาหาร พร้อมทั้งเครื่องดื่มของมึนเมาพีพีอึ้งกับบรรยากาศภายในห้องที่เปลี่ยนไป ดอกกุหลาบสีขาวหลายดอกถูกประดับในแจกันวางไว้ตั้งแต่ทางเข้าไปจนทั่วทุกมุมห้อง ไฟในห้องปรับลงพอสลัว มีกลิ่นดอกไม้หอมฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ชวนให้อารมณ์ดีผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกนี่เขาคิดจะหลอกล่อเธอด้วยเล่ห์กลอะไรอีก ใช้หลักวิทยาศาสตร์บวกกับหลักจิตวิทยาแขนงไหน ใจของคนมันอ่อนไหวง่ายนะรู้ไหมโดยเฉพาะกับเธอ...มิน่าล่ะถึงชวนเธอออกไปเดินห้างฆ่าเวลาแถมยังซื้อชุดเดรสสั้นสีขาวผ้าพลิ้วให้ หนำซ้ำยังบังคับให้ใส่เลยทันที ก็เพื่อสิ่งนี้สินะ“แค่กินข้าวทำไมต้องเว่อร์” เธอเอ่ยเหมือนไม่ยี่หระกับสิ่งที่เขาตั้งใจทำให้“กินข้าวกับคนพิเศษก็ต้องส