Mag-log inย่ำยีหัวใจ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“พี่เอาผ้าเช็ดตัวกับเสื้อมาให้เปลี่ยน” พีพียืนรอเขาเปิดประตูอยู่หน้าห้องน้ำ
แกร็ก...ทันใดนั้นเสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้น ก่อนประตูจะถูกเปิดออกมาจากคนข้างใน
คุณพระ! ขาวจั๊วะ แน่นปึก งานดีไม่ไหว
พีพีอ้าปากค้าง สายตาเพ่งตรงไปที่ซิกแพคของเขาอย่างห้ามสายตาไม่ได้ ไม่พอตายังหลุบมองไปใต้สะดือ ถึงตรงนี้น้ำลายแทบจะหก
“งับปากพี่ด้วย” ชายหนุ่มเอื้อมมือมาแตะปลายคางของเธอขึ้นกลัวว่าน้ำลายของสาวจะไหลออกมาจริง ๆ
“อะไรล่ะ นี่เสื้อกับผ้าเช็ดตัว” เธอยื่นให้เขาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนจะเดินงุดหนี เล่นถอดเสื้อโชว์เนื้อหนังกันซึ่งหน้าแบบนี้ ใครมันจะไม่อยากมอง
“ตอนคบกัน ทำไมฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลยนะ เราเป็นอะไรไปเนี่ย ทำไมใจเต้นแรงจัง มีคนเข้ามาตีกลองสะบัดชัยในนี้เหรอ?”
เธอนึกในใจพลางยกมือวางทาบที่หน้าอกข้างซ้าย ใบหน้าร้อนผ่าว พร้อมฉีกยิ้มเชิงเคอะเขิน
“ยิ้มอะไร” หลังจากเปลี่ยนเสื้อเสร็จ ชายหนุ่มเดินออกมาเห็นเธอกำลังยืนเขินตัวบิดในห้องนั่งเล่น พีพีรีบหุบยิ้มแทบไม่ทัน
“ปะ...เปล่า”
“ทะลึ่งเหมือนกันนะพี่อะ” แต่ชายหนุ่มรู้ทัน
“ทะลึ่งอะไร”
“มองตาไม่กะพริบขนาดนั้นจะอะไรล่ะ”
“...” พีพีไม่ตอบ แต่แอบอมยิ้มกรุ้มกริ่ม “รู้สึกว่าวันนี้เธย์จะพูดเยอะขึ้นนะ”
“ก็ปกติ”
“พี่ว่าไม่ ก่อนหน้านี้นายเย็นชากว่านี้มาก วันนี้ต่อปากต่อคำได้แล้ว แสดงว่าเริ่มใจอ่อนแล้วสิ”
“ฮึ” เขาไม่พูดอะไร นอกจากขำเบา ๆ พลางยิ้มมุมปากหนึ่งข้างเล็กน้อย
“หรือไม่จริง ยอมรับมาเถอะน่าว่ายังมีใจให้กันอยู่”
“เลิกคิดไปเองได้แล้ว”
“นายทำให้พี่คิดเองนี่นา” พีพีส่งสายตาเจ้าเล่ห์ใส่เขา ขาก็พาตัวขยับเข้าใกล้ชายหนุ่มจนเกือบประชิดตัวเขา เงยหน้าจ้องสายตาคม “นายจูบพี่เองนะ แทนที่พี่จะเกลียดนาย พี่กลับรู้สึกว่านายกำลังบอกว่า...คิดถึงพี่จัง”
“...” ไทเธย์นิ่งไม่ยอมโต้ตอบ สายตาเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
“ปฏิเสธไม่ลงเลยล่ะสิ”
“ฮึ” มุมปากข้างหนึ่งกระตุกยิ้มเยาะ
พรึบ! ฝ่ามือใหญ่กระชากร่างบางลงไปนอนที่โซฟาหนังสีครีมตัวยาว โดยมีร่างสูงของเขาคร่อมอยู่บนตัวเธอ
“นายจะทำอะไร!” พีพีเบิกตากว้าง ตกใจการกระทำเช่นนี้ของเขา เมื่อก่อนไทเธย์อ่อนโยนกับเธอมาก
“ทำแบบที่พี่ชอบไง”
แควก...เขาฉีกเสื้อของเธอออก เผยให้เห็นบราเซียร์สีขาวด้านในที่โอบอุ้มส้มโอสองลูกเอาไว้
“จะทำอะไร?” เธอทำได้แค่ตกใจ อึ้งกับพฤติกรรมรุนแรงนี้
เขาก้มลงไซ้ซอกคอของเธออย่างคนหื่นกระหาย นึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะทำอะไรป่าเถื่อนแบบนี้
“อย่านะเธย์!” เธอพยายามดิ้นให้หลุดมือเขา ทว่ายิ่งดิ้นเขายิ่งจับข้อมือเล็กไว้แน่น จนเธอรู้สึกเจ็บ “พี่เจ็บนะ นายเป็นบ้าไปแล้วรึไง”
“ผมไม่ได้เป็นไทเธย์คนที่พี่เคยรู้จักอีกแล้ว นี่แหละตัวตนของผม”
หมับ...พูดจบก็ก้มลงกระแทกริมฝีปากจูบเธออย่างดูดดื่ม หญิงสาวคิดจะเบือนหน้าหนีทว่าเขากลับเอามือข้างหนึ่งง้างปากบีบคางเรียวแล้วแทรกลิ้นอุ่นผ่านไรฟันเข้าไปชิมความหวานในโพรงปากอย่างบ้าคลั่ง จูบแรงถึงหนักหน่วง จ๊วบจ้าบจนคนตัวเล็กรู้สึกเจ็บไปทั่วทั้งปาก นัยน์ตาเริ่มแดงเพราะน้ำตาคลอเบ้า นี่มันไม่ใช่การจูบอย่างคนรัก เขากำลังขืนใจเธออย่างไร้ความปรานี
“อื้อ ๆ ๆ” พีพีได้แต่ส่งเสียงร้องในลำคอขอความเห็นใจให้ชายหนุ่มหยุดเสียที จนเขายอมถอนจูบออก
“จูบแบบนี้พี่คิดว่าผมคิดอะไร” เขาถามก่อนจะลุกขึ้นยืนพลางจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย
พีพีนอนนิ่งมองดวงตาคู่คมที่มองดูเธอราวกับคนไร้หัวใจ น้ำใสใสไหลปาดลงแก้ม ริมฝีปากที่บวมเปล่งจากการถูกรุกหนักสั่นระริก ทั้งโกรธทั้งกลัว นึกไม่ถึงว่าอดีตคนรักที่แสนดีในวันวานจะกระทำกับเธอรุนแรงถึงเพียงนี้
พรึบ...เขาหยิบหมอนทรงสี่เหลี่ยมโยนปิดทับหน้าอกของเธอไว้
“อุจาดตา” ทั้งที่เป็นคนฉีกเสื้อเธอขาดจนเห็นเสื้อชั้นในของพีพีเองแท้ ๆ เขากลับพูดกับเธอเช่นนี้ ทำเกินไปจริง ๆ
หญิงสาวได้แต่กัดฟันกรอด ไม่ต่อว่าหรือด่าทออะไรเขา เพราะเธอเจ็บจนพูดไม่ออก รู้สึกผิดหวังกับผู้ชายคนนี้ขึ้นมาทันที เผลอคิดว่าหัวใจที่มอดดับไปแล้วกำลังจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง สุดท้ายมันก็เป็นแค่ภาพลวงตาที่เธอมโนขึ้นมาเอง
เขาไม่เหมือนเดิมแล้ว
คราวนี้เธอคงเกลียดเขาได้จริง ๆ
“ต่อไป เราคงไม่ต้องเจอกันอีกนะ ถ้าต้องเจอจริง ๆ ก็ให้ทำเป็นไม่รู้จักผมจะดีกว่า เลิกสืบประวัติผม ได้ยินมายังไงก็เป็นอย่างนั้น อย่าเสียเวลากับคนเดิม ชีวิตผมไม่มีพี่ตั้งนานแล้ว” คำที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมาล้วนเป็นดั่งมีดทิ่มแทงใจให้กับคนที่นอนฟังอยู่ โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย เขาลืมเธอไปตั้งนานแล้ว คงมีแต่เธอที่ยังบ้าไม่ยอมตัดใจจากเขาสักที
“ฮึก...ฮึก...ฮือ...” เมื่อชายหนุ่มเดินออกไปได้พักใหญ่ เสียงสะอึกสะอื้นของหญิงสาวก็ดังลั่นบ้าน เธอนอนร้องไห้โฮเสียงดังราวกับเด็กสามสี่ขวบ ยกมือปาดน้ำตาที่ไหลเอ่อล้นสองแก้ม นึกเห็นภาพที่เขาทำกับตัวเองเมื่อครู่นี้ยิ่งเสียใจหนักมาก
แต่ทว่าคนที่เสียใจไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ผู้ชายที่ดูใจร้าย ใจแข็งดั่งหิน และเย็นชากับเธออยู่ตลอด แท้จริงแล้วกลับมานั่งแอบกลืนน้ำตาตัวเองอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว
หลังจากวันนี้พ่นคำแรง ๆ ตอกหน้าเธอไป ตกดึกมาไทเธย์กลับมานั่งกระดกเบียร์ที่ห้องเช่าเล็ก ๆ เพียงลำพัง ภายในห้องนอนที่มืดสลัว มีเพียงแสงสว่างเล็กน้อยจากโคมไฟหัวเตียง บรรยากาศชวนให้เศร้าปนเหงาเคล้าความรู้สึกผิด เป็นความรู้สึกทั้งหมดของชายหนุ่มที่กำลังนั่งชันเข่าหนึ่งข้างหลังพิงขอบเตียงท่าทางอย่างกับคนหมดอาลัยตายอยาก นัยน์ตาฉายชัดว่ากำลังครุ่นคิดเรื่องหนักอกหนักใจ
“ขอโทษนะพี่ พี่ควรได้เจอกับคนที่ดีกว่าผม เฮอ...” เขาถอนหายใจก่อนจะยกซดเบียร์ ดื่มไปหลายอึกจนเกือบจะหมดขวด
ไทเธย์นึกถึงเรื่องที่เขาทำกับพีพีในวันนี้ ที่จริงแค่ต้องการแสดงบทบาทผู้ชายเลว ๆ เพื่อไม่ให้เธอคิดว่าเขายังรักเธออยู่ ให้เธอเลิกยุ่งและเลิกหวังที่จะกลับมาสานสัมพันธ์กับเขาอีกครั้ง เพราะคิดว่าตอนนี้ชีวิตเขามีแต่ปัญหาและอันตรายรอบตัว การที่ให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อาจจะทำให้ชีวิตเธอไม่ปลอดภัยได้ นี่คงเป็นวิธีเดียวที่เขาคิดออกในตอนนี้
ทำให้เกลียด แม้เธอหรือตัวเองจะเจ็บก็ต้องยอมแลก
ไทเธย์จับสร้อยคอที่ใส่อยู่ ก่อนจะออกแรงดึง จนสร้อยขาดคามือ ตาคมจ้องมองจี้ที่เป็นชื่อของเธอด้วยสีหน้าอาวรณ์
“ผมคงต้องทิ้งพี่จริง ๆ แล้ว” มือหนากำจี้เอาไว้แน่น เขาเองก็รู้สึกปวดใจไม่ต่างกับพีพีเลย ตลอดเวลายังรักและคิดถึงเธอเสมอ แม้จะตัดสินใจเริ่มต้นคบกับคนใหม่แล้ว แต่มันก็ดีได้แค่ชั่วคราว แค่หาคนมาแทนที่เธอ และแน่นอนว่ายังไม่มีใครมาแทนที่พีพีได้ ช่วงเวลาที่คบหากับแฟนคนใหม่เขาเองก็แอบรู้สึกผิดต่อริโกะอยู่ตลอดเวลา เพราะจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ชอบนึกถึงหน้าพีพี นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรเมื่อถูกบอกเลิก สบายใจเสียด้วยซ้ำที่ไม่ต้องไปทำร้ายใจใครอีก
แต่วันนี้ไทเธย์ก็ได้ทำร้ายจิตใจพีพีอีกครั้ง ทั้งย่ำยีร่างกายและหัวใจของเธอแหลกสลายจนไม่รู้ว่ามันจะกลับมาเหมือนเดิมได้อีกไหม ไม่รู้ว่าเธอจะเกลียดหรือจะกลัวเขามากแค่ไหน รู้แค่ว่าเธอร้องไห้หนักมาก
“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจแรงของชายหนุ่ม เมื่อนึกถึงใบหน้างามที่คงจะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเขายิ่งรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นที่ก้อนเนื้อข้างซ้าย ศีรษะเอนลงหนุนขอบเตียงแหงนหน้ามองเพดาน นัยน์ตาขาวค่อย ๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า เพียงเปลือกตาปิดลงน้ำตาก็พลันไหลลงอาบสองแก้ม
พยายามแล้วที่จะไม่ให้มันไหลออกมา แต่ในเวลานี้คงฝืนความรู้สึกที่อึดอัดคับแน่นภายในใจของตัวเองไว้ไม่ไหว ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติก็แล้วกัน
ต่างคนต่างมีใจให้กันอยู่ แต่เพราะมีเหตุผลบางอย่าง ทำให้เขาเลือกทำแบบนี้กับเธอ ไม่รู้ว่าเธอจะเข็ดหรือไม่
บทส่งท้ายสามเดือนต่อมา“คืนนี้...พี่ดูสวยเป็นพิเศษนะครับ” ชายหนุ่มในชุดสูทสีครีมรวบเอวเจ้าสาวเข้ามาสวมกอดหลวม ๆ ก่อนจะเอ่ยชมด้วยสายตาเปล่งประกายของความสุข“ปากหวานนะ ต้องการอะไร” เธอเงยหน้าสบสายตาคมพีพีสวมชุดเจ้าสาวสีขาวแบรนด์ดังที่มีสไตล์เรียบหรูดูดี ใบหน้าอมชมพูระเรื่อเผยรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจ“ไม่น่าถามนะครับว่าต้องการอะไร” ดวงตาฉายแววเป็นประกาย มือก็เลื่อนขึ้นมารูดซิปด้านหลังที่เป็นชุดเกาะอกลงช้า ๆพีพีรับรู้ได้ว่าเขากำลังทำอะไรกับชุดเธอ แต่เธอไม่ว่าอะไร มิหนำซ้ำยังถอดเสื้อให้เขาอีกด้วย“ต้องไปอาบน้ำก่อนนะ”“ครับ อาบด้วยกันเลย”"เดี๋ยว จริงสิ เกือบลืมไปเลย" เธอเดินไปหยิบของบางอย่างในกระเป๋า "นี่เป็นของขวัญวันแต่งงาน" เธอเปิดกล่องสีดำกำมะหยี่ขนาดพอดีมือ ก่อนจะหยิบสร้อยคอที่มีจี้ตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า PP ยื่นให้กับเขา "อย่
ยอมเธอแล้วสามวันต่อมาช่วงบ่ายพีพีมาหาไทเธย์ที่ในโชว์รูมรถของว่าที่สามี เธอลงรถมาพร้อมกับกระเช้าผลไม้หลากหลายชนิด เป็นของจากสวนพ่อเบิ้มที่ตั้งใจเก็บมาให้ว่าที่ลูกเขย ว่าที่แม่ยายคะยั้นคะยอให้ลูกสาวเอามาให้เขาด้วยตัวเอง เพราะรู้ว่าลูกสาวยังงอนแฟนหนุ่มไม่หาย อีกสามเดือนข้างหน้าจะถึงฤกษ์แต่งงานกันอยู่แล้ว ยังปรับความเข้าใจกันไม่ได้สักที คนเป็นแม่ก็พลอยกลุ้มใจตามไปด้วย“แม่ให้เอาผลไม้มาให้ วางไว้ตรงนี้นะ” พีพีขึ้นมาหาเขาที่ห้องทำงาน วางของฝากไว้ที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟาแล้วหมุนตัวจะเดินกลับ เธอไม่ให้เขาได้ตั้งตัวอะไรเลย จู่ ๆ ก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาวางของลงแล้วก็จะเดินจากไป ไม่ทักทายหรือถามเขาสักคำ ชายหนุ่มไม่รู้จะยิ้มหรือขมวดคิ้วดี“เดี๋ยวสิพี่” เขารีบลุกออกจากเก้าอี้ตรงปรี่ไปหาเธอ ร่างบางชะงักปลายเท้าอยู่หน้าประตูพอดี เธอหันหน้ากลับมาคุยกับเขา“ฉันมีธุระ”
แต่งงานชายหนุ่มงัวเงียมือไม้ก็พลางควานหาร่างอุ่นของหญิงสาวกะจะดึงเข้ามากอดให้หายหนาว ทว่าพอลืมตาขึ้นกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ เขาลุกพรวดขึ้นนั่งกุมขมับตัวเอง เพราะรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย“ยังเช้าอยู่เลยรีบกลับซะแล้ว” พึมพำก่อนจะลงจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัว@บ้านของพีพี“เธอยอมเขาอีกแล้วยัยพีพี เธอจะโง่เป็นครั้งที่ร้อยไม่ได้นะ สงสัยคงต้องหาเวลาไปวัดกับแก้วตาสักวัน ช่วงนี้โดนตัณหาราคะเข้าครอบงำบ่อยเกินไปแล้ว” เธอคุยกับตัวเองผ่านกระจกเงาในห้องน้ำ หลังจากกลับมาถึงบ้านก็รีบขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวชำระร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบและกลิ่นกายของเขา เมื่อคืนก็ไม่ใช่แค่รอบเดียวที่เขากับเธอเปิดศึกกันบนเตียง ตื่นมาเพลียสุด ๆ แต่ก็ยังต้องรีบชิ่งหนีก่อนที่เขาจะตื่น ไม่งั้นไม่ได้กลับกันพอดี“คะ? พี่บีมีอะไร” พีพียกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูซ้าย(ว่างรึเปล่าเย็นนี้)“เย็นนี้...อืม...” เธอทำท่าคิดครู
ก็ว่าจะไม่...แล้วนะคำเตือน บทนี้มีการบรรยายฉาก 18+ตกเย็นทั้งคู่กลับเข้ามาในห้องพบว่าอาหารถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยบนโต๊ะอาหาร พร้อมทั้งเครื่องดื่มของมึนเมาพีพีอึ้งกับบรรยากาศภายในห้องที่เปลี่ยนไป ดอกกุหลาบสีขาวหลายดอกถูกประดับในแจกันวางไว้ตั้งแต่ทางเข้าไปจนทั่วทุกมุมห้อง ไฟในห้องปรับลงพอสลัว มีกลิ่นดอกไม้หอมฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ชวนให้อารมณ์ดีผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกนี่เขาคิดจะหลอกล่อเธอด้วยเล่ห์กลอะไรอีก ใช้หลักวิทยาศาสตร์บวกกับหลักจิตวิทยาแขนงไหน ใจของคนมันอ่อนไหวง่ายนะรู้ไหมโดยเฉพาะกับเธอ...มิน่าล่ะถึงชวนเธอออกไปเดินห้างฆ่าเวลาแถมยังซื้อชุดเดรสสั้นสีขาวผ้าพลิ้วให้ หนำซ้ำยังบังคับให้ใส่เลยทันที ก็เพื่อสิ่งนี้สินะ“แค่กินข้าวทำไมต้องเว่อร์” เธอเอ่ยเหมือนไม่ยี่หระกับสิ่งที่เขาตั้งใจทำให้“กินข้าวกับคนพิเศษก็ต้องส
คนเดียวกันหญิงสาวนั่งรอที่หน้าล็อบบี้ของโรงแรมตามที่พนักงานของเขาแจ้งเอาไว้ คนตัวเล็กนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าเบา ๆ พลางไถสมาร์ตโฟนอย่างอารมณ์ดีตามประสาคนจะได้จับเงินแสน ผ่านไปสักพักมีพนักงานสาวของโรงแรมเดินเข้ามาบอกกับเธอว่า“คุณพีพีคะ” พนักงานทักทายเธอด้วยรอยยิ้มสยามอย่างกับคนคุ้นเคย รู้ชื่อของเธอด้วย“คะ?” เธอละความสนใจจากหน้าจอมือถือหันมาสนใจพนักงานสาว“พอดีมิสเตอร์ไท่หยางไม่สะดวกลงมาข้างล่างแล้ว เดี๋ยวดิฉันจะพาคุณพีพีขึ้นไปพบมิสเตอร์ไท่หยางที่ห้อง ตามดิฉันมาทางนี้เลยค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยด้วยวาจาอ่อนหวาน เชิญให้เธอลุกเดินตามไป ทว่ากลับทำงานพลาดในจุดที่ไม่ได้ถามความคิดเห็นจากแขกก่อนไม่ถามเลยว่าเธอจะยอมขึ้นไปหาผู้ชายคนนั้นไหม พีพีก็ดันเคลิ้มตามบวกกับเกรงใจจึงไม่ทันได้ปฏิเสธออกไปตรง ๆ เดินตามพนักงานอย่างว่าง่ายราวกับถูกมนต์สะกดจิต รู้ตัวอีกทีเท้าก็เดินย่ำอยู่ที่ชั้นเจ็ดของโรงแรมแล้วปลายเท้าเล็กหยุดชะงักตามคนนำทางมา เธอชำเลื
ติดค้างเอาไว้ก่อนวันเปิดตัวโชว์รูมรถยนต์หรูโชว์รูม TT Luxury Cars อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ไท่หยาง ออโต้xxxx จำกัด เป็นโชว์รูมที่เน้นขายรถยนต์หรูจากฝั่งยุโรปโดยเฉพาะ ที่นี่ไม่มีบริการซ่อมหรือตรวจเช็กหลังการขาย แต่ลูกค้าสามารถเข้าใช้บริการดังกล่าวได้ที่ ATR CAR CARE อู่ซ่อมรถครบวงจรที่เซ็นสัญญาเป็นพาร์ทเนอร์ของบริษัทนั่นเอง“คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” หญิงสาวพึมพำขณะก้าวเดินเข้ามาในงานเจ้าของร่างบางในชุดเดรสสีนู้ดโทนเบจ เนื้อผ้าเรียบเนียนแนบลำตัว ช่วงบนเป็นสายเดี่ยวเปิดไหล่ดูสง่าและมีความเซ็กซี่แบบสุภาพ ผ้าพลีทด้านข้างที่ลากยาวลงมาเหมือนชายกระโปรง เพิ่มความพลิ้วและมิติให้กับชุดวันนี้เธอแต่งหน้าโทนสุภาพ เน้นผิวเนียนกริบแบบไม่ฉ่ำเกิน แต่ยังมีความโกลว์เบา ๆ ดูสุขภาพดี ส่วนผมนั้นเกล้ารวบตึงไปด้านหลังแบบเรียบกริบ แสกกลางชัด ทำให้ใบหน้าดูคมชัดขึ้นคนสวยแต่งยังไงก็สวย สวยจนแขกที่มาร่วมยินดีต่างพากันมองเธอไม่วางตา โดยเฉพา







