เข้าสู่ระบบ“เชิญคุณนตเข้าเซ็ตถ่ายเป็นเซตสุดท้ายค่ะ”
ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียกให้นักร้องหนุ่มกลับเข้าไปถ่ายงาน ต่อเพื่อที่จะได้จบงานของวันนี้ “ครับ” นตหันไปตอบทีมงาน และมีทีมช่างแต่งหน้ามาช่วยเติมหน้าให้เขาก่อนที่เขาจะมองหญิงสาวอีกครั้งด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ และเดินกลับเข้าเซ็ต” “เดี๋ยวถ้าจบเซ็ตนี้ เรากลับพร้อมกันเลยละกัน เดี๋ยวพี่จะพาไปคุยเรื่องงานวันถัดไปของนตอีกที” “ค่ะพี่บอย… ถ้าอย่างนั้นอายขอไปรอที่ห้องแต่งตัวคุณนตก่อนได้ไหมคะ พอดีอยากจะเข้าไปดูรายละเอียดงานคร่าวๆก่อนค่ะ” “ได้จ้ะ เพราะเดี๋ยวพี่มีคุยงานทางโทรศัพท์กับลูกค้าต่อ ถ้านตถ่ายเสร็จแล้ว ก็โทรหาพี่อีกทีนะ พี่ได้ให้คนขับรถเขาเตรียมตัว” “ค่ะพี่บอย ถ้าเสร็จแล้วอายจะโทรไปค่ะ” เมื่อว่าจบพี่บอยก็เดินออกไปร้านกาแฟแถวๆสตูดิโอที่ถ่ายงาน เพราะใกล้ถึงเวลาที่นัดคุยงานกับลูกค้าแล้ว ส่วนทางหญิงสาวเดินกลับไปห้องแต่งตัวของนักร้องหนุ่ม และสำรวจชุดของเขา คอยเก็บและจดรายละเอียดไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ที่เขามักจะใช้ สไตล์เครื่องประดับที่ชอบสวมใส่ หรือรองเท้าที่เขาเลือกใช้ว่าเป็นประเภทไหน สไตลิสต์ไม่ใช่เพียงแต่จะดูแค่เสื้อผ้าเท่านั้น แต่ต้องดูภาพรวมของศิลปินเพื่อให้เป็นที่โดดเด่นและน่าจดจำ ในระหว่างที่สไตลิสต์สาวตั้งใจกับการจดและศึกษารายละเอียด ของนักร้องชายอยู่นั้น ก็มีเสียงประตูเปิดขึ้น ทำให้หญิงสาวสะดุ้งและหันกลับไปมอง เมื่อชายหนุ่มเห็นปฏิกิริยาของเธอก็ทำให้เขารู้สึกสนุกขึ้น เขาเดินเข้าไปใกล้เธออย่างช้า ๆ ทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจเหมือนคนทำผิดถูกจับได้ “คุณทำอะไรอยู่ แอบดมเสื้อผ้าของผมหรอ” “คะ… ไม่ใช่ค่ะ ฉันแค่มาศึกษาสไตล์ของคุณเพิ่มเติมเท่านั้นค่ะ” หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆและตอบเขา และรีบเดินออกมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องแต่งตัว “ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ คุณจะได้แต่งตัวสะดวก” ว่าจบเธอก็จับลูกบิดเพื่อเตรียมตัวจะเดินออกไป แต่แล้วเสียงเขาก็หยุดการกระทำของเธอไว้ได้อีกครั้ง “เธอจะออกไปทำไม ในเมื่อเธอเป็นสไตลิสต์ส่วนตัว ของฉัน สุดท้ายคนที่จะเปลี่ยน ถอด หรือใส่ เสื้อผ้าให้ฉันก็คือเธอเท่านั้น… เพราะมันคืองานของเธอ” คนเอาแต่ใจพูดกลับด้วยน้ำเสียงนุ่ม ลึก และเน้นคำในสิ่งที่เขาอยากจะสื่อให้เธอได้เข้าใจตรงกันกับเขา” “ขอโทษค่ะฉันไม่ได้ลืมหน้าที่ แต่กลัวว่าคุณจะยังไม่สะดวกแค่นั้นค่ะ” เธอตอบอย่างใจกล้า ปิดบังความกลัวไว้ไม่ให้เขาได้รู้ว่าเธอแอบกังวล การอยู่กันสองต่อสองในฐานะศิลปินและสไตลิสต์โดยทั่วไปอาจ จะไม่ความรู้สึกพิเศษอะไร ถ้าเธอไม่ใช่แฟนคลับเขามาก่อน… เธอพยายามปกปิดความคลั่งในตัวเขาไม่ให้ใครรู้ และคนอื่นก็จะรู้ไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะพี่บอย ไม่งั้นเธอคงได้ตกงาน และตำแหน่งสไตลิสต์ส่วนตัวคุณนต ก็ถูกเปลี่ยนไปเป็นของคนอื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอยอมไม่ได้เด็ดขาด!! “ถ้าอย่างนั้น คุณช่วยมาเปลี่ยนชุดให้ผมหน่อย” เขาพูดในขณะที่กำลังนั่งอยู่หน้ากระจก รอเธอหยิบชุดมาให้ เขายืนขึ้นเต็มความสูง ทำให้เธอที่ยืนอยู่หน้าเขา ซึ่งห่างกันเพียงแค่คืบเท่านั้น ความสูงของเขาทำให้เธอดูเป็นเด็กน้อยเหมือนสาวมัธยมต้นคลั่งนักร้องอย่างงั้น ด้วยความสูงของนักร้องหนุ่มประมาณ 187 เซนติเมตร และความสูงของสไตลิสต์สาวหน้ามัธยมต้นนั้นสูงเพียงแค่ 154 เซนติเมตร เพราะอย่างนั้นจึงทำให้เธอต้องใส่รองเท้าส้นสูงอยู่บ่อยครั้ง จะได้ดูไม่ตัวเล็กและเด็กเหมือนใบหน้าของเธอจนเกินไป เมื่ออ๊ะอายยื่นชุดให้เขาเปลี่ยน คนเอาแต่ใจกลับยืนนิ่งเฉย ซึ่งเธอก็เข้าใจถึงประโยคที่เขาพูดก่อนหน้านี้ได้ในทันที “ขออนุญาตนะคะ” หญิงสาวค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของชายหนุ่มอย่างช้าๆ เก็บความประหม่าไว้ไม่ให้เขาได้รู้ เมื่อปลดกระดุมเสื้อเสร็จเขาก็ยอมที่จะถอดเสื้อนั้นออกมาเองและรับเสื้อที่เธอเตรียมไว้มาสวมใส่ อ๊ะอายคอยจัดแจงชุดให้เรียบร้อยอีกครั้ง และติดกระดุมทีละเม็ดอย่างระมัดระวัง “เรียบร้อยค่ะ ส่วนกางเกง ฉันคงต้องรบกวนทางคุณนตไปเปลี่ยนที่ห้องเปลี่ยน ชุดเองนะคะ ฉันคงไม่สามารถเปลี่ยนให้คุณได้ ต้องขออภัยที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ค่ะ” เขารู้ว่าคำตอบของเธอนั้นประชดเขาอยู่… “ผมก็นึกว่าคุณจะเป็นมืออาชีพมากกว่านี้… ผมคาดหวังว่าคุณจะ ถอด และ ใส่ ให้ผมซะอีก” ชายหนุ่มว่าจบ ก็เดินยิ้มมุมปาก และเดินไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนให้เรียบร้อย จะได้ไม่ทำให้ใครบางคนต้องตกใจมาช่วยเขาเปลี่ยนท่อนล่าง กลัวว่าเธอเห็นน้องชายของเขาแล้วจะรีบหนีไปซะก่อน เมื่อเขาเดินเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพียงไม่กี่วิ หญิงสาวก็รีบออกจากห้อง วิ่งไปหลบมุม รีบไปทำให้หัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองนั้น ทำให้สงบมาเป็นจังหวะที่ปกติเสียที ผ่านไปไม่นาน อ๊ะอายตั้งสติได้จึงรีบโทรหาพี่บอยเพื่อแจ้งว่าทางนตเสร็จงาน แล้วและกำลังเปลี่ยนเสื้อเพื่อเตรียมกลับ หลังจากนั้นไม่นาน… นตก็เดินออกมาจากห้องและสไตลิสต์สาวก็เห็นเขากำลังเดินมา ทางเธอและมายืนประชิดข้างเธออย่างช้า ๆ หญิงสาวรีบขยับตัวออก แต่รองเท้าส้นสูงกลับไม่เป็นใจ สะดุดส้นรองเท้าตนเองทำให้เสียการทรงตัวและจะล้ม ชายหนุ่มประคองเอวของเธอไว้ได้ทัน ทำให้เกิดภาพเสมือนการกอดกันหน้าสตูดิโอ ทีมงานผู้หญิงคนเดิมบังเอิญเห็นฉากกอดกันพอดีจึงรีบหยิบมือมาถ่ายรูปคนสองคนกำลังกอดกัน ถึงแม้เห็นหน้าของชายหนุ่มเพียงแค่ด้านข้าง แต่มองออกชัดว่าคือนักร้องชาย ส่วนผู้หญิงนั้นมองไม่เห็นใบหน้า เพราะฝ่ายชายกำลังประคองเอวอย่างแนบชิดอยู่ จึงไม่สามารถเห็นใบหน้าหญิงสาวได้เลย ด้านหน้าสตูดิโอ “อ๊ะ… ขอโทษค่ะ ฉันเผลอสะดุดส้นรองเท้า” “อืม… ไม่เป็นไร แล้วทำไมคุณถึงใส่รองเท้าสูงขนาดนี้ มันอันตราย คุณไม่รู้รึยังไง” “ฉันใส่เพื่อเสริมความมั่นใจค่ะ ใครจะอยากเกิดมาตัวเล็กหละ” ประโยคหลังหญิงสาวบ่นเบา ๆ ไม่ได้อยากให้ใครได้ยิน “ตัวเล็ก และ ตัวหอมด้วยสินะ” อ๊ะอายได้ยินอย่างนั้นแอบเขิลจนหน้าแดงจนคนข้างๆเห็นแล้วก็ แอบยิ้มร้ายเช่นกัน ไม่ได้คลั่งรัก แต่ฉันว่าฉันนั้นคลั่งไคล้เธอ เธอเชื่อไหมนี่เป็นอะไรที่ฉันไม่เคยพบเจอ เรื่องที่ฉันนั้นยังไม่เคยได้เข้าใจ (because of you) ไม่ได้คลั่งรัก เป็นแบบนี้เพราะเธอคนเดียวรู้ไหม ให้เป็นตัวเองก็ยังไม่ไหว ก็ฉันไม่ได้คลั่งรักแต่คลั่งเธอ เพลง คลั่งเธอ (นนท์ ธนนท์) เสียงเพลงจากมือถือของอ๊ะอายที่ตั้งเป็นเสียงสายโทรเข้าดังขึ้น หญิงสาวได้แต่นึกในใจว่าทำไมเพลงโทรศัพท์ของเธอต้องมาดังขึ้นในจังหวะบรรยากาศแบบนี้ด้วย เมื่อแอบเหลือบมองผู้ชายคนข้างๆก็เห็นเขายิ้มมุมปาก อ๊ะอายรีบควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าถือของเธอ “ฮัลโหล ค่ะพี่บอย อายกับคุณนตรออยู่ที่หน้าสตูดิโอแล้วค่ะ” “พี่อยู่กับคนขับรถแล้ว กำลังจะถึงหน้าสตูแล้วจ้ะ รอแปปนะอาย” “โอเคค่ะพี่บอย” หลังจากวางสายพี่บอยไม่ถึงหนึ่งนาที รถก็ขับมาจอดข้างหน้าทั้งสองคน พี่บอยก็รีบเปิดประตูลงมาจากรถทันที “นต มีเปลี่ยนแผนนิดหน่อย ลูกค้างานวันนี้เขาปิดร้านเลี้ยงจบงานอ่ะ เราต้องไปตามมารยาทนะ นตโอเคใช่ไหม” “ได้ครับ กลับไปผมก็ไม่รู้จะทำอะไรอยู่แล้ว นาน ๆ ทีไปนั่งดื่มกับลูกค้าบ้าง ไม่เป็นไรครับ” “แล้วอายหละ ไปได้ไหม แต่ถ้าอายจะกลับพี่คงแวะไปส่งไม่ได้หนะสิ เพราะลูกค้าและทีมงานเขารออยู่ร้านกันแล้วด้วย” หญิงสาวแอบลำบากใจ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรทำอยู่แล้วเหมือนกัน ไปดื่มเพื่อสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าและทีมงานบ้างก็คงไม่เสียหาย “เอ่อ… ก็พอไปได้ค่ะ แต่อาจจะขอกลับก่อนได้ไหมคะ พี่บอยจะว่าอะไรไหมคะ” “ได้จ้ะ ไม่เป็นไร ถ้าพอถึงเวลาอายจะกลับเดี๋ยวพี่เรียกแกร๊ปให้อีกที พาน้องมาพี่ต้องดูแลความปลอดภัยของน้องอยู่แล้ว งั้นเรารีบขึ้นรถไปกันเถอะ” Bar & Restaurant ย่านทองหล่อ บรรยากาศเลี้ยงกำลังคึกคักได้ที่ เพราะกว่าทางนตและอ๊ะอายจะเดินทางมาถึง ต้องฝ่าการจราจรอันโหดร้ายแถวเส้นสุขุมวิทในช่วงเวลาเร่งด่วน เพราะพนักงานหลายบริษัทกำลังจะเลิกงาน กว่าจะผ่านมาได้ก็ใช้เวลาเดินทาง ถีงร้านประมาณหนึ่งทุ่ม เมื่อเข้าร้านทุกคนเริ่มดื่มและเต้นกันอย่างสนุกสนาน ฝั่งของพี่บอย นต และอ๊ะอายก็เดินเข้าไปกล่าวทักทายโต๊ะที่ลูกค้านั่งอยู่ และได้พูดคุยเรื่องงานวันนี้ไปอย่างครื้นเครง “น้องนตคะ ขอบคุณสำหรับงานวันนี้มากเลยนะคะ รูปออกมาสวยถูกใจพี่เลยค่ะ พอนตเปลี่ยนลุคมาใส่เสื้อหนังนะ กร้าวใจพี่สุดๆ” ลูกค้าคนที่ว่าจ้างเอ่ยชมชายหนุ่มด้วยความถูกใจ เพราะงานที่ถ่ายวันนี้เป็นชุดจากแบรนด์ของลูกค้าที่กำลังจะออกคอลเลคชั่นใหม่ เพื่อตีตลาดกลุ่มผู้ชายที่ใส่แล้วดูเท่ห์ และเซ็กซี่มีเสน่ห์ “ขอบคุณครับ ด้วยชุดของแบรนด์ก็สวยอยู่แล้วด้วยครับ ผมทำได้แค่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาให้ตรงกับบรีฟที่ทางลูกค้าต้องการครับ” “แหม…น้องนตก็ถ่อมตัวไปค่ะ น้องใส่ชุดไหนก็หล่ออยู่แล้ว แต่ลุคนี้พี่เพิ่งเห็น พี่ว่าเหมาะกับน้องนตมากจริง ๆ… มาค่ะ ชนแก้วเพื่อฉลองกับชุดคอลใหม่ของแบรนด์กันค่ะ” Cheers!!! นักร้องหนุ่มไม่เพียงแต่หันไปชนแก้วกับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังจ้องมองไปยังสไตลิสต์สาวและเอื้อมไปชนแก้วไวน์กับเธอ [ NOTH PART] สายตาของนตคอยเฝ้ามองอ๊ะอายตลอดเวลา เธอรู้สึกถึงสายตาของเขาตลอดเวลา แต่ทำเป็นไม่สนใจ และคอยพูคุยกับคนนู้นคนนี้ที่เข้ามาทักทายเพราะเธอค่อนข้าง เป็นจุดสนใจของหนุ่มๆในร้านพอสมควร ในช่วงตลอดเวลางานเลี้ยงได้ดำเนินไปเรื่อย ๆ บรรยากาศในร้านก็ยิ่งคึกคัก มีทั้งดนตรีสด และมีดีเจเปิดแผ่นสลับช่วงกันไป ไฟในร้านก็ดิมให้แสงน้อยลง ทำให้ทุกคนมีความกล้าที่จะเต้นและเข้าไปพูดคุยกัน โดยเฉพาะผู้ชายในร้านหลายคนที่คอยเข้ามาทำความรู้จักและชนแก้วกับกับอ๊ะอายอยู่เรื่อยๆ จนเธอรู้สึกเริ่มมึนหัว นักร้องหนุ่มคอยมองเธออยู่ตลอดและในใจก็หงุดหงิดที่เธอไม่คอยระวังตัว ชนแก้วกันคนในร้านไปทั่ว หัวเราะคิกคักเหมือนเธอจงใจอ่อยผู้ชายในร้านอยู่ตลอด เห็นแล้วขัดใจจนอยากจะลากเธอออกจากร้านไปสั่งสอนสักหน่อย “นี่คุณ… ไหวรึเปล่า หน้าคุณแดงแล้วนะ” หญิงสาวหันมาตอบชายหนุ่มด้วยสายตาหวานเยิ้มกว่าปกติ “ยังไหวค่ะ คุณนั่นแหละเมารึเปล่า นิ่งเหมือนหลับอย่างนั้นแหละ” เขาเห็นท่าทีของหญิงสาวแล้วก็เหมือนคำตอบของเธอนั้นช่วยเพิ่ม ระดับความหงุดหงิดให้เขามากขึ้นอีก สงสัยเมาแล้วปากดีเชียวนะ “พี่บอยคะ เดี๋ยวอายขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” “โอเคจ้ะ พอดีพี่จะกลับแล้ว เด็กเขาไลน์ตามพี่หนะ” “อ่าวหรอคะ งั้นอีกสักพักอายก็จะกลับแล้วค่ะ สวัสดีค่ะพี่บอย เจอกันพรุ่งนี้ที่ออฟฟิศค่ะ” “สวัสดีจ้ะ อายก็กลับดี ๆ นะ พี่ฝากนตเรียกแกร็ปให้อายด้วยหละ” “ครับพี่บอย… ไม่ต้องห่วงผม ไม่ต้องห่วงทางนี้ เดี๋ยวผมดูแลเองครับ” เขาพูดพร้อมกับหันไปมองตามคนที่กำลังลุกไปเข้าห้องน้ำ เมื่อพี่บอยขอลากลับไปก่อน นตก็บอกลาลูกค้าในโต๊ะเช่นกัน “งั้นผมก็ขอตัวเลยนะครับ ยังไงก็ขอบคุณที่แบรนด์ให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับ” “เช่นกันนะน้องนต กลับดีๆนะคะ” หลังจากนั้นชายหนุ่มก็รีบคว้ากระเป๋าที่หญิงสาวทิ้งไว้ที่เก้าอี้พร้อมกับเดินตามไปรอหลบมุมอยู่หน้าห้องน้ำหญิง เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจมาก ผ่านไป 5 นาที ก็ยังไม่เห็นเธอเดินออกมาจนคิดว่าจะเข้าไปตามในห้องน้ำ แต่พอไม่นานเธอก็เดินซวนเซออกมา เขาเห็นอย่างนั้นก็รีบเข้าไปคว้าเอวเธอมาประคองไว้ไม่ให้เธอล้ม หญิงสาวตกใจจึงรีบผลักออก แต่พอเงยหน้ามองก็เห็นว่าเป็นนักร้องหนุ่มจึงยอมให้เขาช่วย ประคองเดินออกไปทางหลังร้านเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจ เมื่อเดินออกมานอกร้านแล้วชายหนุ่มก็ถามหญิงสาวเพื่อที่จะไปส่งเธอที่บ้าน “คุณ…ยังไหวไหม บอกทางกลับบ้านได้ไหม เดี๋ยวให้คนขับรถไปส่ง” “ไหว…” ชายหนุ่มยังคงประคองเอวของเธอแน่น และเมื่อเห็นอาการของเธอก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะดูเหมือนเธอหลับไปแล้ว “เฮ้อ… ไหวแบบไหน” “ช่วยไม่ได้ ถ้างั้น…ฉันพากลับเอง”เมื่อมองย้อนกลับไปสามปีก่อน…ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้นอ๊ะอายนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องเช่าเล็กๆ ของเธอ แสงไฟดิมไลท์ส่องหน้าจอในความมืดเธอกำลังพิมพ์โพสต์ในเพจที่เธอเพิ่งเปิดขึ้นมายอดผู้ติดตาม สิบสองคน ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนสนิทที่กดไลค์เพราะเอ็นดูเธอพิมพ์โพสต์แรกของเพจ@มายซันชาย : สวัสดีค่ะ นี่คือบ้านของนตค่ะ เพจนี้สร้างขึ้นเพราะอยากให้แฟนคลับทุกคนมีที่รวมตัวค่ะ แอดจะคอยอัพเดทข่าวสารและรูปภาพ ของนตอยู่เสมอนะคะ ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ 🖤เธอกดโพสต์ แล้วก็ปิดแล็ปท็อปไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งเพจนั้นจะพาเธอไปที่ไหนวันนี้…อีกสามปีต่อมาอ๊ะอายนั่งอยู่ที่ระเบียงบ้าน กาแฟอุ่นอยู่ในมือ แท็บเล็ตวางอยู่บนตักเธอเปิดเพจบ้านของนตยอดผู้ติดตาม สี่แสนเจ็ดหมื่นกว่าคนเธออ่านคอมเมนต์ล่าสุดในโพสต์วันครบรอบเมื่อวาน@baan_noth_forever : บ้านหลังนี้จะอยู่ตลอดไปนะคะแอด 🖤อ๊ะอายยิ้ม แล้วพิมพ์ตอบ@มายซันชาย : ตลอดไปค่ะ 🖤เธอวางแท็บเล็ตลง มองออกไปที่วิวสวนข้างล่างเสียงประตูระเบียงเปิดออก นตเดินออกมาพร้อมกาแฟสองแก้ว"ทำไมออกมาคนเดียวครับ""อากาศข้างนอกกำลังดีเลยค่ะ"เขานั่งลงข้างๆ ยื่นแก้วกาแฟให้เธอเธอรับมา
หนึ่งปีต่อมากรุงเทพฯ ยามเช้าของวันเสาร์แสงแดดอ่อนๆ สาดเข้ามาทางหน้าต่างคอนโดที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวครีมและ ไม้ ไม่ใช่คอนโดของนต ไม่ใช่คอนโดของอ๊ะอาย แต่เป็นคอนโดที่ทั้งสองเลือกด้วยกันเมื่อหกเดือนก่อนไม่ใหญ่เท่าเพนต์เฮ้าส์ของนต แต่ก็ไม่เล็กเกินไป มีระเบียงเล็กๆ ที่มองเห็นวิวสวน มีห้องทำงานที่เธอใช้วางแบบชุดและเขาใช้ แต่งเพลง มีครัวที่เขาชงกาแฟให้เธอทุกเช้าและเธอทำอาหาร ให้เขาในวันที่ทั้งสองไม่มีงานเป็นบ้านที่ทั้งสองสร้างด้วยกันเจ็ดโมงเช้าอ๊ะอายตื่นมาในความเงียบของห้อง แสงเช้าอ่อนๆ กรองผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามามือเธอเอื้อมออกไปหาอีกฝั่งเตียงว่างเปล่า แต่ยังอุ่นอยู่เธอลืมตาขึ้น มองเพดานห้องสักครู่ ก่อนจะได้ยินเสียงมาจากครัว เสียงแก้วกระทบเบาๆ เสียงเครื่องชงกาแฟทำงานเธอลุกขึ้น สวมเสื้อคลุมบางๆ ทับชุดนอน แล้วเดินออกมานตยืนอยู่ที่ครัว หันหลังให้เธอ เสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีเทา ผมยุ่งนิดหน่อย กำลังเทกาแฟลงในแก้วสองใบเขาได้ยินเสียงเท้าเธอ หันกลับมา"ตื่นแล้วหรอครับ""ค่ะ กลิ่นกาแฟปลุกค่ะ"เขายื่นแก้วให้เธอ เธอรับมา จิบหนึ่งอึก"อ๊ะ กาแฟหวานไปนิดนึงค่ะ""คุณบอกว่าชอบหวานนิดหน่อยนี่นา
คืนคอนเสิร์ต ฮอลล์จุคนได้หมื่นกว่าคน เต็มทุกที่นั่งแสงไฟเวทีส่องจ้า เสียงเพลงเปิดดังขึ้นนตก้าวออกมาบนเวทีในลุคแรก ชุดหนังสีดำที่อ๊ะอายออกแบบมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะเสียงกรี๊ดระเบิดขึ้นทั่วฮอลล์อ๊ะอายยืนอยู่หลังเวที มองผ่านช่องเล็กๆ ที่มองเห็นเวทีหัวใจของเธอเต้นแรง แต่ไม่ใช่แบบแฟนคลับที่ตื่นเต้นกับไอดอลอีกต่อไปแล้วมันเต้นในแบบของคนที่มองคนที่รักขึ้นไปยืนอยู่บนที่ที่เขาเป็น ของเขาอย่างแท้จริงนตร้องเพลงแรก เสียงของเขาเต็มฮอลล์ตาของเขากวาดมองผู้ชม แต่อ๊ะอายรู้ว่าในบางจังหวะ สายตาของเขาเลื่อนมาทางปีกเวทีด้านที่เธอยืนอยู่และเมื่อเขามองมา เธอก็มองตอบผ่านแสงไฟและเสียงดนตรีผ่านฝูงชนและความวุ่นวายพวกเขาเห็นกันและกันระหว่างพักเปลี่ยนชุดนตวิ่งเข้ามาหลังเวที อ๊ะอายยืนรออยู่พร้อมชุดถัดไปเธอช่วยเขาเปลี่ยนชุดอย่างคล่องแคล่ว มืออาชีพ รวดเร็ว ไม่เสียเวลาแต่ในความเร็วนั้น เขาก็ยังหาเวลาพูดกับเธอสั้นๆ"ทุกอย่างโอเคไหม""โอเคค่ะ ไปได้เลยค่ะ อีกสองนาที""ครับ"ก่อนเขาจะวิ่งกลับขึ้นเวที เขาหยุดนิดหนึ่ง หันกลับมา"อาย""คะ""ขอบคุณนะครับ"เธอยิ้ม"ไปเลยค่ะ แฟนคลับรอค่ะ"เขายิ้มตอบแล้ววิ่งกลับไป
ณ สตูดิโอซ้อม ช่วงสิบโมงเช้านตซ้อมอยู่กลางห้อง เสื้อยืดสีขาวธรรมดา กางเกงขายาวสีดำ ผมเล็กน้อยยุ่งจากการเคลื่อนไหวอ๊ะอายนั่งดูอยู่มุมห้อง สมุดจดบันทึกวางอยู่บนตักสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังแถลงข่าว สื่อและโซเชียลมีเดียยังคงพูดถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่กระแสเริ่มเบาลงตามธรรมชาติสิ่งที่ยังคงอยู่คือการที่ทั้งสองคนไม่ต้องซ่อนอีกต่อไปแล้วนตหยุดซ้อม หันมามองเธอ"คุณดูซ้อมมาสองชั่วโมงแล้ว ไม่เบื่อหรือครับ""ไม่เบื่อค่ะ" เธอตอบเรียบๆ "แต่ลุคที่สามต้องแก้นิดหน่อย ตอนที่คุณเคลื่อนไหวแรงๆ แขนเสื้อมันดึงทำให้รูปทรงเสียค่ะ"นตมองตัวเองในกระจก"แก้ยังไงครับ""ต้องปล่อยตะเข็บนิดหน่อยค่ะ เดี๋ยวอายแก้ให้เองได้ ไม่ต้องส่งไปที่ร้าน"เขาเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ เธอ หยิบขวดน้ำดื่ม"อาย""คะ""สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้างครับ"เธอวางปากกาลง คิดอยู่สักพัก"ก็อเคค่ะ ดีกว่าที่คิดไว้ด้วย มีคนที่ยังไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็มีคนที่เข้าใจมากกว่าที่คาดไว้""แล้วเรื่องเพจหละครับ""ลูกบ้านส่วนใหญ่โอเคค่ะ มีบางคนที่บอกว่าต้องการเวลา อายก็เข้าใจ ไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนจะรับได้ทันที""อาย…" เขาพูดช้าๆ "ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องเจอ
เช้าวันต่อมา ที่คอนโดอ๊ะอาย กว่าทั้งสองคนจะได้นอนกันจริงๆก็เกือบจะเช้ามืด ทั้งคู่นอนกอดกันทั้งๆที่ร่างกายยังเปลือยเปล่าและสภาพเตียงยับยู่ยี่ มรสุมแรงพิษสวาทเพิ่งจบไปไม่กี่ชั่วโมงนี้ นคค่อยๆลืมตาตื่นแล้วกระชับอ้อมกอดของหญิงสาวที่กำลังนอน ขดตัวอยู่ เขาก้มลงหอมหัวของคนตัวเล็กที่ยังนอนงัวเงียอยู่ มือหน้าก็เริ่มที่จะซุกซนลูบไล้ไปยังเอวคอดไล่ลงไปยังสะโพก จนถึงก้มที่กลมกลึงของเธอ ชายหนุ่มบีบก้นเธออย่างหมั่นเขี้ยว จนทำให้หญิงสาวในอ้อมกอดเริ่มขยับและรู้สึกตัวเล็กน้อย “อื้ออออ อายยังง่วงอยู่เลยค่ะนต” จุ๊บ “มอนิ่งครับ ผมขออาหารเช้าก่อนได้ไหม” “คุณไม่เหนื่อยหรอคะ ทำจนถึงเช้าแล้ว นี่อายเพิ่งได้นอนเองค่ะ” “ก็ผมหิว ไม่กินคุณมาหลายอาทิตย์แล้ว ไม่สงสารผมหรอครับ หื้มมม” นักร้องหนุ่มไม่ได้พูดเฉย มืออีกข้างเขาเริ่มซุกซน เลื้อยมาบีบเต้าอันอวบอิ่มแล้วใช้นิ้วค่อยๆเขี่ยยอดปทุมถันเพื่อให้หญิงสาวพร้อมเป็นอาหารเช้าให้เขา มือหนาอีกข้างก็เลื้อยมาเขี่ยช่องทางรักที่ตอนนี้กำลังฉ่ำเยิ้มอย่าง เฉอะแฉะจนเกิดเสียงน่าอาย แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ “ง่วงยังไงครับตัวเล็ก ข้างล่างแฉะขนาดนี้” “อื้ออออ อย่าแซวอายสิค
หลังจากงานเลี้ยงฉลองเล็กๆจบลงทุกคนก็ต่างแยกย้ายเพราะมีคนเมาอยู่สองคน คืออ๊ะอายและหญิง ทั้งสองต่างพูดคุยกันอย่างออกรส และแข่งกันชนแก้วจนเมาพับไป ส่วนเจ้านายและนตไม่ได้ดื่มแอลกอฮอร์เหมือนสองสาว เพราะรู้ว่าวันนี้ตนเองต้องขับรถกลับพี่บอยจึงเสนอว่าให้แยกย้ายกันกลับ เจ้านายอาสาไปส่งหญิง ส่วนนตไปส่งอ๊ะอาย_____________________________________นตขับรถมาถึงคอนโดอ๊ะอายสไตลิสต์สาวดื่มฉลองค่อนข้างหนัก เป็นเพราะเธอรู้สึกว่าได้ยกภูเขาออกจากอก เหมือนได้ปลดล็อคปัญหาที่หนักหน่วงมาตลอดหลายเดือนนตไม่ต้องแอบหลบซ่อนอีกต่อไป เขาขับรถคันโปรดมาจอดที่ลานจอดรถของคอนโดเธอ และรีบเดินอ้อมไปเปิดประตูให้หญิงสาว“อายครับ ถึงคอนโดคุณแล้วครับ”ชายหนุ่มนั่งยองอยู่ข้างๆประตูแล้วสะกิดที่ต้นขาของเธอเพื่อให้ เธอรู้สึกตัว“อืมมมม อายง่วงจังเลยค่ะ”ชายหนุ่มเผลอยิ้มให้กับความน่ารักยามเธอเมา‘เมาทีไร ทำตัวน่ารักแบบนี้ทุกที เดี๋ยวก็จับกดให้หายเมาซะ’นักร้องหนุ่มได้แต่คิด“ให้ผมอุ้มไปส่งคุณบนห้องไหมครับ”“อืมมมม ค่าาาาา”เมื่อหญิงสาวพูดจบ มือหน้าก็ปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วค่อยๆช้อนตัวเธออุ้มขึ้นมาอย่างระวังชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวขึ
ทั้งคู่สบตากันอย่างเนิ่นนานเนิ่นนานจน บรรยากาศทั้งสตูดิโอเหมือนเสียงหายไปเหมือนเขากับเธอคือคนเดียวในห้องทั้งที่มีทีมงานเต็มไปหมด“ผมก็ฝากเนื้อ ฝากตัว ด้วยนะครับ”น้ำเสียงของนตไม่ได้เรียบร้อยแบบเวลาพูดหน้ากล้องแต่เป็นน้ำเสียงต่ำ ลึก และ ตั้งใจให้เธอได้ยินความหมายแฝงอ๊ะอายรู้…รู้ว่าเขาไม่ได้หมา
ปลายนิ้วของนตยังคงวางอยู่ใต้ชายเสื้อของเธอ สัมผัสผิวตรงเอวที่บอบบาง อุ่น นุ่มลึกและรู้สึกอยากจะครอบครองอ๊ะอายไม่สามารถถอยหลบเขาได้เลย เหมือนเธอหลุดเข้าไปในห้วงอารมณ์ของเขาลมหายใจของทั้งสองคนชิดกันจนไม่มีช่องว่างให้ความคิดได้แทรกสายตาของเขาค่อยๆเลื่อนจากดวงตาเธอลงมา…ที่ริมฝีปาก อย่างช้า ๆ แต่ชัดแล
แปะ… แปะ… แปะ… แปะ…เสียงปรบมือของเขาดังราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นแรงขึ้นในอกของอ๊ะอายชายหนุ่มเดินออกมาจากประตูห้องที่เชื่อมกับห้องสัมภาษณ์ ทุกย่างก้าวของเขาช้าและมั่นคง เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่บาดผิวหนังสายตาของเขาไม่ได้มองรูปแบบสุภาพ แต่เป็นสายตาของ ผู้ล่า ที่พบเหยื่อที่เขาเลือกเอง“ดูคุณทำ
“คุณนตคะ ขอถามเรื่องความรักช่วงนี้หน่อยค่ะ ไม่ทราบว่าตอนนี้สถานะหัวใจเป็นยังไงบ้างคะ ยังโสดอยู่รึเปล่าคะ หรือว่ามีคนคุยแล้วคะ”“ผมยังโสดครับ งานเยอะจนไม่มีเวลาหาคนคุยเลยครับ”“แล้วที่มีข่าวว่าช่วงนี้คุณนตสนิทสนมกับคุณกวาง เป็นเรื่องจริงรึเปล่าคะ”“กับคุณกวางเพื่อนกันครับ ช่วงนี้มีโปรเจคใหม่ทำด้วยกั







