Share

บทที่ 4

Author: Sherlina
last update Petsa ng paglalathala: 2025-02-18 17:08:34

EP.3

ทันทีที่มาเฟียหนุ่มเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ขวัญพิชชายืนตัวแข็ง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ แล้วดึงสติตัวเองกลับมาเมื่อรามิลเรียกชื่อเธอ

“มาเบล”

ก้าวเท้าถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก ถึงเขาจะหล่อเหลาแค่ไหนแต่กลับไม่น่าเฉียดเข้าใกล้เลยสักนิด สองมือบางบีบเข้าหากัน พลันคิดหาวิธีเอาตัวรอดในการออกจากห้องนี้

“กลัวฉัน” หัวคิ้วขยับชิดเข้าหากัน รามิลเริ่มแสดงความไม่พอใจบนใบหน้า เมื่อขวัญพิชชายืนห่างจากเขาอยู่มาก เพราะถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น คงไม่เล่นตัวมากแบบเธอ มีแต่จะเข้าหา เอาอกเอาใจ อยากมี อยากได้เงินทอง อยากเป็นเจ้าของเขาทั้งนั้น

“เปล่าค่ะ”

“เปล่าก็เดินมาหาฉันใกล้ ๆ ”

“เบลยืนตรงนี้ดีอยู่แล้วค่ะ"

“งั้นฉันเดินเข้าไปหาเธอเอง” เรือนกายสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน สองเท้าก้าวยาวและมั่นคงอย่างไม่รีบร้อน รีโมทสีดำอันเล็กที่ถูกซ่อนอยู่ในอุ้งมือ ปลายนิ้วยาวขยับกดปุ่มล็อคห้องทำงานอัตโนมัติ

ประตูห้องนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบเซนเซอร์ ควบคุมด้วยรีโมทจากเจ้าของห้อง และอนุญาตให้เข้าได้เฉพาะคนที่จำเป็นเท่านั้น

หญิงสาวเห็นรองเท้าหนังสีดำราคาแพงเดินสืบเท้าเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นทุกที

ขวัญพิชชาเริ่มหายใจลำบาก เมื่อเขายืนอยู่ตรงหน้า รามิลเป็นมาเฟีย เธอคือเด็กกำพร้า ไม่มีชื่อเสียงหรือเงินทอง เขาและเธออยู่กันคนละระดับชั้น

“ทีนี้จะตอบฉันได้หรือยัง”

“เบลไม่อยากเป็นผู้หญิงของคุณ”

คนถูกปฏิเสธจึงยื่นข้อเสนอ “เธอจะได้ทุกอย่าง บ้าน คอนโด รถ เงิน ทอง กระเป๋า...”

“เบลไม่อยากได้”

รามิลยังไม่ทันจะพูดจบ ขวัญพิชชาเอ่ยปฏิเสธทุกอย่างด้วยใบหน้าตื่นตระหนก สิ่งของที่เขากล่าวขึ้นนั้นล้วนเป็นของมีค่าทั้งสิ้น เธอไม่ใช่คนโลภ ไม่ได้อยากมีอยากได้ หรืออยากเป็นคนของเขาเลยสักนิด

“เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ปฏิเสธฉัน”

“งั้นคุณเคนโซก็ไปหาผู้หญิงที่ไม่ปฏิเสธความโลภพวกนี้เถอะค่ะ”

“ต่อปากต่อคำดีนี่” รามิยกมือขึ้นจับปลายคางมนเงยขึ้นเพื่อสบตาคม นิ้วเรียวขยับไล้ริมฝีปากสีสวยอย่างอ้อยอิ่ง นึกอยากลิ้มลองรสชาติลิปสติกสีชมพูที่ดูเป็นธรรมชาติ สัมผัสความชุ่มชื้นบนเรียวปากนั้น

ปากหนาเผยอเปิดเพียงนิด โน้มใบหน้ามองหญิงสาวใกล้ ๆ เธอทั้งน่ารังแกและอยากขย้ำเธอเต็มแก่

“คุยกับผู้ใหญ่ควรจะมองหน้า ไม่ใช่หลบตาฉันแบบนี้” ในเนื้อเสียงแฝงแววตำหนิทว่ากลับนุ่มนวล ดวงตาคมสบลึกเข้าไปยังดวงตาสุกใสน่ามองอย่างร้อนแรงเต็มไปด้วยเสน่หา

“อย่ามองเบลด้วยสายตาแบบนี้สิคะ”

“แบบไหน ฉันก็มองเธอปกติ”

“มองเหมือนกับจะ...”

“จะอะไร...” ขยับหน้าเข้าใกล้เธออีกนิด ปลายจมูกสัมผัสกัน

“ถ้าหมดธุระแล้วเบลขอตัว” หญิงสาวสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น ทำทีจะหมุนตัวแต่ถูกมาเฟียหนุ่มกักด้วยวงแขน

“มันคงไม่ง่ายเท่าไหร่ที่จะออกจากห้องนี้” ท่อนแขนที่อุดมไปด้วยมัดกล้าม ตวัดโอบรอบเอวเล็กดึงเข้าหาตัวกันเธอจะเดินหนี แต่ถึงต่อให้จะพยายามหนีแค่ไหน เธอก็ออกจากห้องนี้ไม่ได้ ถ้าเขาไม่อนุญาต

“แต่ห้องนี้เป็นห้องของคุณท่าน”

“ห้องพ่อก็เหมือนห้องฉัน”

“ปล่อยเบลเถอะนะคะ อย่าทำแบบนี้” น้ำเสียงหวานใสฟังแล้วระรื่นหู ขวัญพิชชาเอ่ยขอร้องอย่างใจเย็น ถึงเธอจะโดนเขากักไว้กับตัว ขวัญพิชชาทำใจดีสู้เสือ แหงนหน้าขึ้นมองมาเฟียหนุ่ม เก็บความหวาดกลัวบนใบหน้าไม่ให้อีกฝ่ายได้ใจ

เธอโดนเขาต้อนเข้ามาในห้องที่เงียบและเย็นเยียบ แม้ลึก ๆ จะไม่ได้อยากมายืนอยู่ที่นี่เลยก็ตาม แต่เพียงเพราะเขาเป็นลูกชายผู้มีพระคุณ ให้เธอต่อต้านกว่านี้ก็จะยิ่งเป็นอันตรายกับเธอ

“ฉันไม่ปล่อย”

“เบลต้องยอมเป็นผู้หญิงของคุณงั้นเหรอคะ ทำไมต้องเป็นเบลด้วย”

“ไม่มีเหตุผล”

“งั้นเบลก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเอาตัวเข้าแลก”

“ฉันยังไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะเบล แค่บอกให้เธอมาเป็นผู้หญิงของฉันก็เท่านั้น” คำตอบที่ผิดคาดไปจากคนฟัง ขวัญพิชชาอ้าปากเหวอ หรือเธอตีความหมายของเขาผิดไป รามิลเลือกเธอไปเป็นผู้หญิงของเขา ไม่ใช่ว่าต้องการให้ทำเรื่องอย่างว่า...แล้วจะให้เธอทำอะไร

“ฉันนึกว่าเธอจะใสซื่อเสียอีก แบบนี้ฉันคงไม่ต้องออกแรงอะไรมากใช่ไหม”

“อย่าเข้าใจเบลผิด เบลไม่ได้...” คำสุดท้ายในประโยคชะงักในลำคอ เมื่อเสียงโทรศัพท์ของขวัญพิชชาดังขึ้นขัดจังหวะ สมาร์ทโฟนที่เธอกำอยู่ในมือมันกำลังร้องเตือนให้ดูบนหน้าจอ

“ปล่อยเบลก่อนนะคะ เบลต้องรับโทรศัพท์ สายนี้สำคัญ”

“สำคัญกว่าฉันที่ยืนกอดเธออยู่ตรงนี้”

“เบลขอรับสายนะคะ”

มือบางยกขึ้นเพียงเล็กน้อย เพราะแขนของเธอขยับไม่ได้ ถูกคนโตกว่ากักเธอไว้กับอก ขวัญพิชชาชำเลืองมองชื่อบนหน้าจอ

‘ซีนาย’

เคนโซเหลือบมองตามสายตาของหญิงสาว แล้วอ่านชื่อนั้นทวนในใจ ‘ซีนาย’ หัวคิ้วขยับเข้าหากัน เกิดความสงสัยบนใบหน้าหล่อสะอาด ชื่อนี้จะใช่ผู้ชายคนเดียวกันกับที่เขาคิดไว้หรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ความบังเอิญว่าชื่อเหมือนกันเท่านั้น

มาเฟียหนุ่มจึงยอมคลายกอดให้เธอรับสาย “เปิดลำโพง”

“คะ”

“เปิดลำโพง ฉันอยากฟังเสียงมัน”

“นี่มันเรื่องส่วนตัวของเบล”

“อย่ามาอาจหาญให้มาก”

เมื่อถูกสายตาคมดุบังคับ สุดท้ายเธอก็ต้องยอมทำตามแต่โดยดี

“ค่ะคุณซีนาย”

[ ผมมารับคุณ ]

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Toxic Lie รักร้ายลวงหลอก   บทที่ 74

    “ใช่ เบลยังมีพี่ มีลูก ๆ เป็นความรักความอบอุ่นให้กับเบล”“แต่เบลมีเรื่องจะขอพี่อีกอย่าง”“อะไรล่ะ”“เรื่องงาน...”“พี่ขอไม่รับปาก มันเป็นงานที่ครอบครัวพี่ก็สร้างมานาน คุณพ่อส่งต่อให้พี่เป็นคนจัดการ แต่ก็จะพยายามตัดไปทีละข้อ”“ค่ะ เบลเข้าใจ เบลห่วงลูกค่ะไม่ใช่อะไร ตอนนี้แกเข้าใจแค่ว่าพ่อเป็นมาเฟีย มี

  • Toxic Lie รักร้ายลวงหลอก   บทที่ 73

    คนมันของขาด! “อยากจะรู้จริง ว่าเมียพี่ยังเด็ดเหมือนเดิมไหม”“อื้อ พี่เคนเดี๋ยวสิคะ”“ไม่เดี๋ยวแล้ว พี่จะไม่ไหวแล้วนะ” รามิลช้อนใต้เรียวขาแล้วอุ้มไว้แนบอก พาภรรยาไปเล่นจ้ำจี้กันในห้องน้ำ รามิลวางภรรยาไว้ในอ่างอาบน้ำไฟเบอร์ที่วางตั้งอยู่ริมกำแพงสีขาวสะอาด ส่วนเขาลากเก้าอี้มาวางตั้ง ปลดเปลืองผ้าทุกชิ้

  • Toxic Lie รักร้ายลวงหลอก   บทที่ 72

    SPECIAL 3“สวัสดีค่ะคุณลุง เมื่อไหร่คุณลุงจะมาหาวีนัสคะ วีนัสคิดถึงคุณลุงม๊ากมากค่ะ วีนัสอยากอยู่กับคุณลุง วีนัสอยากไปเที่ยวเกาะค่ะ”[ ไม่น่าจะอยากมาหาลุงหรอก อยากมาเล่นน้ำมากกว่า ถามคุณพ่อหนูก่อนไหม ว่าอนุญาตหรือเปล่า ]อาชวะโดนหลานสาวตัวน้อยออดอ้อน มีเหรออาชวะจะไม่ใจอ่อน แค่เธอเปิดปากขอ อาชวะก็จัด

  • Toxic Lie รักร้ายลวงหลอก   บทที่ 71

    ขวัญพิชชาและรามิลเดินมองตามลูก ๆ ของตน ก่อนที่ภรรยาจะเป็นคนพูดขึ้น “ดีนะคะ ที่ลูกชายไม่ได้นิสัยพี่มาทั้งหมด” ขวัญพิชชาเอ่ยแซวสามี รามิลเองก็ไม่ได้ออกปากคัดค้าน เพราะสิ่งที่ภรรยาพูดมามันเป็นเรื่องจริง“วิคเตอร์เป็นเด็กที่คุมสติได้ดีกว่าพี่ แต่เรื่องปากนี่ใช้ได้ พี่ชอบนะ”คำเรียกแทนตัวเองของรามิลเปลี่

  • Toxic Lie รักร้ายลวงหลอก   บทที่ 70

    SPECIAL 2วิคเตอร์ลูกชายคนโตวัย 8 ปี เดินเท้ามาพร้อมกับคุณพ่อ วัย 38 ปี ทั้งท่วงท่าและการเดิน หรือแม้แต่ใบหน้าทุกส่วนที่จัดวางเรียงเหมือนคนเป็นพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ตอนนี้สองพ่อลูกหยุดยืนอยู่ต่อหน้าบอดี้การด์นับสิบ พวกเขาแบ่งกันเป็นสองฝั่ง แต่ทว่ากลับมีบุคคลหนึ่ง นั่งคุกเข่่าสวมหมวกไอ้โม่งอยู่ตรงหน้า โด

  • Toxic Lie รักร้ายลวงหลอก   บทที่ 69

    SPECIAL 1ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อก่อน รามิลรู้ข่าวของอคิราห์และณิลินเมื่อคนที่เคยรักหักหลังกำลังจะไปหย่ากันที่เขต ลูกน้องถ่ายภาพส่งมารายงาน ในระหว่างที่เขากำลังเดินทางไปสนามบิน“ในที่สุด” เสียงทุ้มเรียบเย็นเอ่ยขึ้นเบา ๆ มองภาพคู่รักที่เพิ่งแตกหักกันสด ๆ ร้อน ๆแต่ในขณะเดียวกัน เขาเองก็คิดเรื่องขวัญพิช

  • Toxic Lie รักร้ายลวงหลอก   บทที่ 2

    EP.1เรื่องราวก่อนหน้ามูลนิธิสถานสงเคราะห์ BK ไม่แสวงหาผลกำไร เป็นมูลนิธิที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยเจ้าของรายใหญ่อย่าง ท่านเมธัส พัฒนาวรวงศ์ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง ทั้งด้วยอำนาจและบารมีอันน่าเกรงขาม แม้แต่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ยังต้องเคารพคำนับอีกทั้งยังมีธุรกิจมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว

  • Toxic Lie รักร้ายลวงหลอก   บทที่ 1

    INTROภายในห้องนอนที่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟเล็ดลอดมาจากทางใต้ประตูห้อง ชายหนุ่มร่างกำยำในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า เขานั่งอยู่ปลายเตียงในท่าเดิมนานนับวัน ถอดถอนหายใจแรงถี่ ๆ ราวกับคนวิตกกังวลกับอะไรบางอย่าง ดวงตาคมลุ่มลึกเหี้ยมเกรียมปรากฏใยบาง ๆ ของความเศร้า ชายหนุ่มนั่งกระสับกระส่าย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับต

  • Toxic Lie รักร้ายลวงหลอก   บทที่ 64

    EP.55เสียงผะแผ่วเบาพูดขึ้นผ่านริมฝีปากแห้ง รามิลเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ตอนนี้ทุกคนยืนรายล้อมเตียงเพื่อมาดูให้เห็นกับตา กระทั่งคุณหมอประจำตัวก็เข้าห้องมาเพื่อตรวจอาการให้กับคนไข้“คงต้องให้คุณเคนพักที่โรงพยาบาลอีกสัก 3-4 วัน นะครับ อาหารก็ยังให้ทานอ่อน ๆ อยู่ เดี๋ยวพยาบาลเราจะนำมาให้”“ค่ะ ขอบคุณคุณหมอม

  • Toxic Lie รักร้ายลวงหลอก   บทที่ 33

    EP.28ขวัญพิชชาเงยหน้าขึ้นฉับพลัน ดวงตาหวานตกตะลึงเมื่อเขาพูดชื่ออคิราห์ รามิลชำเลืองมองใบหน้าหวาน พลางเหยียดยิ้มในดวงตา อยากจะรู้จริงว่าถ้าเธอเจอมันแล้วจะทำหน้ายังไง“ได้ครับ” ผู้บริหารพาเขาและเธอไปรอยังห้องรับรอง แล้วโทรสั่งลูกน้องให้เรียกอคิราห์ ผู้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของบริษัทแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status