LOGINหลังจากการแต่งงานที่อบอุ่นของคนทั้งคู่ผ่านไปไม่กี่เดือน ในเช้าของวันหนึ่งเลย์ลาและฟาริคกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่โต๊ะทานข้าวเหมือนกับทุกวัน แต่ขณะนั้นเอง"อุบ แหวะ!" เสียงของเลย์ลาก็ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของร่างเล็กทำท่าจะอาเจียนออกมาขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้ากับสามีของตัวเอง ทำเอาฟาริคที่นั่งอ
"อ๊ะ! เฮียอย่าใจร้อน" เสียงหวานเอ่ยบอกคู่หมั้นของตัวเองทันทีที่ถูกซุกไซ้ทั่วร่างกายอย่างดูดดื่ม ลิ้นร้อนของฟาริคไล่เลียไปทั่วร่างกายของเลย์ลาตั้งแต่ลำคอสวยอันขาวเนียนไล่ลงมาที่หน้าอกอวบอิ่ม จากนั้นก็ไล่ต่ำลงไปที่สะดือ ฟาริคทั้งดูดเม้มรวมถึงใช้ฟันขบกัดบางจุดด้วยความมันเขี้ยวในร่างกายอวบอิ่มของเลย์ลาท
สองปีต่อมาปัจจุบันเราเป็นรุ่นพี่ปีสี่ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ใช่แล้วตอนนี้เราอยู่ปีสี่แล้ว สองปีที่ผ่านมาชีวิตของแปรเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะมาก ๆ แต่ในทางที่ดีขึ้นนะ เราใกล้เรียนจบแถมตอนนี้เรายังได้เป็นนักวาดชื่อดังตามความฝันที่เราเคยวาดฝันไว้เราไม่ได้ดังระดับประเทศอะไรขนาดนั้น แต่ว่าเราสามารถใช้สิ่งที่เ
สองวันต่อมาเราสวมใส่ชุดเดรสสีขาวมุก พร้อมกับเครื่องประดับราคาแพงที่คุณฟาริคเป็นคนจัดเตรียมไว้ให้ เราแต่งตัวด้วยความงุนงง เพราะคุณฟาริคไม่บอกอะไรเราสักคำและตั้งแต่ตื่นนอนมาเรายังไม่เจอคุณฟาริคเลยด้วย"ชุดเป็นทางการเกินไปมาก จะพาไปไหนล่ะเนี่ย" เราพูดขึ้นด้วยสีหน้าอยากรู้สุดใจ ขณะกำลังส่องกระจกเช็กควา
"โอ๊ย! เจ็บนะเฮีย" ฟิลิกซ์ดึงหัวตัวเองกลับมาก่อนจะลูบหัวตัวเองเบา ๆ พร้อมกับแสดงสีหน้าเจ็บปวดหลังจากถูกมือแกร่งของฟาริคฟาดเข้าเต็ม ๆ"ไอ้เวรนี่ ทำอะไรไม่รู้จักล็อกประตูถ้าไม่ใช่กูเข้ามาจะทำยังไง" ฟาริคเอ่ยขึ้นบ่นน้องชายตัวเอง"ไม่มีใครเขาไร้มารยาทเข้ามาแบบเฮียแล้วเว้ย ขัดจังหวะความสุขของผมฉิบ!" ฟิลิ
วันต่อมาติ๊ง!เสียงโทรศัพท์ของเราดังขึ้นพร้อมกับข้อความจากคุณฟาริคแสดงขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์คุณฟาริค : ขึ้นห้องเรียนไปรึยัง เธอลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่รถเราเปิดอ่านข้อความพร้อมกับสองเท้าของเราหยุดชะงัก ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินกลับไปที่หน้าตึกเรียนของคณะตัวเองเพื่อไปที่ที่คุณฟาริคเพิ่งมาจอดรถส่งเราก่อนหน้
ตึกตึกเสียงสองเท้าหนักของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกำลังสาวเท้าเดินเข้ามาในกาสิโนสาขาหลักของตัวเองที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง เขาสาวเท้าเดินไปยังห้องที่มีชื่อเรียกว่าห้องแบล็กรูมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่นัยน์ตาของเขากลับมีความน่ากลัวฉายออกมาอย่างน่าขนลุกด้วยใบหน้านิ่งขรึมและรังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจา
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเรากำลังยืนเก็บของใช้ส่วนตัวของเราเข้ากระเป๋าสะพายอยู่ที่เตียงรักษาคนไข้ เตียงที่เรานอนมาหนึ่งอาทิตย์กว่า ๆ ได้"หายดีแล้วจริง ๆ เหรอ ไม่เจ็บตรงไหนแล้วจริงเหรอ" ในตอนนั้นเองเสียงของคุณฟาริคก็เอ่ยถามเราขึ้น ซึ่งคำถามนี้คุณฟาริคควรถามเรามาตั้งแต่ที่รู้ว่าเราจะได้ออกจากโรงพยาบาล"คุณฟ
ช่วงค่ำของวันดวงตากลมของเลย์ลาที่หลับสนิทอยู่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกมึนงงเนื่องจากการรักษาอาการบาดเจ็บและการพักฟื้นที่ค่อนข้างยาวนาน"อื้อ…อ๊ะ!" เสียงของเลย์ลาที่เพิ่งรู้สึกตัวดังขึ้น ทำให้ฟาริคที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เตียงรีบดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจ"เลย์ลา
"คะ คุณฟาริคว่ายังไงนะครับ" เสียงบัณฑิตเอ่ยถามฟาริคด้วยน้ำเสียงตกใจกับประโยคที่เพิ่งได้ยิน ไม่ต่างจากลูอิสที่กำลังแสดงสีหน้าคาดไม่ถึงเมื่อได้ยินว่าเจ้านายของตัวเองเอ่ยปากจะซื้อผู้หญิงคนนี้ลูอิสทำงานกับฟาริคมานานถึงสิบปีแต่ไม่เคยเห็นฟาริคแยแสหรือสนใจผู้หญิงคนไหน เพราะสำหรับเจ้านายเขาแล้วงานคือที่หนึ







