เข้าสู่ระบบณ ร้านนั่งดริงก์ชิวๆ
บรรยากาศในร้านนั่งดริงก์ย่านไชน่าทาวน์เริ่มสลัวลง แสงไฟนีออนสีแดงสะท้อนหยดน้ำตาที่เปื้อนแก้มเนียนลัลนา นั่งอยู่ตรงข้ามกับชายหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้ เธอไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นใคร รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เธอต้องการอะไรก็ได้ที่แรงพอจะดับความเจ็บใจในอก
“เอ้า! ดื่มค่ะพี่... เดี๋ยวหนูเลี้ยงเอง” ลัลนายกแก้วค็อกเทลสีสวยขึ้นกระดกอึกๆ ราวกับน้ำเปล่า
“น้องครับ... ใจเย็นๆ เดี๋ยวเมา” ภาคินปรามอึกอัก เขามองสาวน้อยคออ่อนที่กลืนของมึนเมาลงคอแบบไม่คิดชีวิต
“ก็ให้เมานี่แหละค่ะพี่! ไม่เมาจะลืมไอ้เรื่องเฮงซวยนี่ได้ไง”
พฤติกรรม “เด็กดีที่อยากร้าย” ของเธอเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าเส้นเลือด ลัลนาเริ่มนั่งตัวอ่อน มือไม้ปัดป่ายขณะที่ปากก็พรั่งพรูความในใจออกมาแบบไม่มีกั๊ก
“พี่รู้ไหมคะ... หนูกับไอ้เลวนั่นพึ่งคบกันได้สองเดือนเอง” เธอกระแทกแก้วลงบนโต๊ะ “แต่ที่น่าสมเพชที่สุดคือหนู... หนูเนี่ย!” เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพลางหัวเราะร่าทั้งน้ำตา
“หนูอุส่าห์จองตั๋ว บินข้ามน้ำข้ามทะเลมา เพราะอยากจะลองดูสักครั้ง... อยากรู้ว่าไอ้การ ‘ถูกเปิดซิง’ ครั้งแรกมันเป็นยังไง ที่ตลกคือหนูแม่งออกค่าใช้จ่ายทุกอย่าง! เพราะไม่อยากทำเรื่องแบบนี้ที่เมืองไทย อายผีสางเทวดา อายข้างห้อง... เลยกะมาจัดให้จบๆ ที่สิงคโปร์”
ภาคินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินความจริงจากปากเธอ เขามองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้า ผิวขาวนวลของเธอตัดกับปากชมพูสั่นระริกนั้นทำให้เขาเผลอจ้องมองอย่างลืมตัว
“แต่ไอ้เลวนั่นมัน! มันทำกับหนูได้...” ลัลนาสะอื้นฮัก “แต่ก็ดีแล้วแหละ สันดานมันออกมาก่อน ไม่งั้นหนูต้องเสียทั้งตัว เสียทั้งเงินหนักกว่านี้”
“แล้วน้องไม่เสียใจเหรอครับ?” ภาคินถามหยั่งเชิง แววตาที่เคยนิ่งสุขุมเริ่มเปลี่ยนเป็นสายตาที่ลุ่มลึกและเซ็กซี่อย่างที่สาวๆ คนไหนเห็นเป็นต้องใจสั่น
“หึ! เจ็บใจมากกว่าค่ะ” ลัลนาเชิดหน้าขึ้นอย่างรั้นๆ “เสียเวลาคุยกับมันตั้งสองเดือน แถมยังต้องเสียเงินฟรีๆ ให้คนอย่างมันอีก... พี่รู้ไหม ในถุงที่หนูซื้อมา มีถุงยางตั้งหลายไซส์เลยนะ หนูเตรียมมาเผื่อมันทุกอย่างขนาดเลย! ตลกชะมัด”
พูดจบเธอก็หัวเราะกิ๊กกั๊กออกมาเหมือนคนเสียสติ ภาคินถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับ เขาไม่รู้จะเอ็นดูหรือสงสารยัยเด็กแก่แดดแก่ลมคนนี้ก่อนดี แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ ยัยเด็กนี่ยังบริสุทธิ์แน่นอน
“แล้วถุงยางพวกนั้น... จะเอาไปทิ้งที่ไหนล่ะครับ?” ภาคินแกล้งถามเย้า พร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตากลเยิ้มของเธอ
“ทิ้งทำไมคะ... แพงนะพี่” ลัลนาพึมพำก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ “เสียดาย... ยังไม่ได้ใช้เลยสักกล่อง...”
ภาคินมองร่างบางที่สิ้นฤทธิ์อยู่ตรงหน้า เขากระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ พลางหยิบธนบัตรวางลงบนโต๊ะเพื่อเช็คบิล
“ในเมื่อเตรียมมาแล้ว... และไม่อยากเสียเงินฟรี” ภาคินพึมพำเสียงทุ้มข้างหูเธอ “งั้นเปลี่ยนคนใช้... สนใจไหมครับ?”
บรรยากาศภายในห้องพักสุดหรูที่ลัลนาเป็นคนจ่ายเงินจองดูเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา ตัดกับเสียงหัวใจของภาคินที่เต้นโครมครามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ภาคิน ที่ตอนนี้ไร้กรอบแว่นบดบังสายตา เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์และความเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขามองสาวน้อยที่ยืนโงนเงนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยพิษน้ำเมาแต่กลับดูยั่วยวนอย่างเป็นธรรมชาติ
“พี่นี่... หล่อจังเลยนะคะ ดูสิ!.. จะมองมุมไหนก็หล่อไปหมด แล้ว... พี่อายุเท่าไหร่เนี๊ยะ! น่าเด็กจัง พี่ปี4 ยังหน้าแก่กว่าพี่อีกน่ะ แถมพี่ยัง... แถมยังตัวหอมอีกค่ะ” ลัลนาพึมพำขณะที่ปลายนิ้วเรียวเล็กยังคงซน ลากผ่านริมฝีปากหยักของเขาอย่างแผ่วเบา “ถ้าต้องเสียครั้งแรกให้พี่... หนูว่าไม่ขาดทุนนะ! หนูชื่อลัลนะคะ พี่อยากเปิดซิงหนูมั้ย! เอาป่าว!”
คนตัวโตถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขาติดใจตั้งแต่หลายปีก่อนและเมื่อตอนกลางวัน บัดนี้มันอบอวลอยู่ตรงหน้า แถมยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ที่ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวผู้ชายอย่างเขาให้ตื่นตัว
“ชื่อลัลสินะ... น้องรู้ตัวไหมครับว่าพูดอะไรออกมา!...” ภาคินกระซิบเสียงพร่า เขารวบเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกัน ลัลนาไม่ได้ขัดขืน แต่กลับแหงนหน้ามองเขาด้วยสายตาหวานเยิ้ม
“รู้ค่ะ... ลัลแค่อยากรู้ว่า ‘จูบ’ ของพี่... มันจะดีเหมือนหน้าตาไหม”
ภาคินไม่รอให้เธอท้าทายซ้ำ เขาโน้มใบหน้าลงไปบดเบียดริมฝีปากนุ่มอย่างหนักแน่น แฝงไปด้วยความหิวกระหาย ลิ้นร้อนเริ่มรุกล้ำชิมความหวานภายในอย่างชั้นเชิง จนคนตัวเล็กถึงกับแขนขาอ่อนแรงต้องยึดไหล่หนาไว้แน่น เขาประคองร่างบางลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ สายตาคมที่จ้องมองมาทำให้ลัลนาแทบจะหลอมละลาย
“ไม่ต้องกลัวนะครับ... มองตาพี่” ภาคินกระซิบสั่งเสียงทุ้มพร่าพลางแกะยางรัดผมของเธอออก ปล่อยให้เส้นผมสลวยกระจายเต็มหมอน เขาปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกเผยแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะเลื่อนมือหนาไปจัดการกับกางเกงในตัวจิ๋วใต้กระโปร่งของคนตัวเล็ก
“อย่าหนีบสิครับ... หนีบไว้แบบนี้ พี่จะถอดยังไง” เขาเย้าเสียงนุ่ม จนขาเรียวต้องยอมคลายออกอย่างเขินอาย
มือหนารีบถอดกางเก่งตัวในแล้วตัวนอกของตัวเองออกอย่างเร่งรีบ พร้อมกับรีบสวมเกาะป้องกันอย่างชำนาญ ก่อนจะขยับเข้าหาความนุ่มนวลที่แสนคับแน่น เขาโน้มลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นเพื่อปรับอารมณ์ให้คนตัวเล็ก พร้อมกับดันแก่นกายเข้าหาช่องทางรักที่แสนบริสุทธิ์
“กึก! อ๊ะ! จะ...เจ็บ! พี่... หนูเจ็บค่ะ!”
ลัลนาสะดุ้งสุดตัว มือบางจิกไหล่หนาจนขึ้นรอยแดง ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาโน้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาของเธออย่างอ่อนโยน “ครั้งแรกก็แบบนี้แหละครับ... อดทนหน่อยนะ”
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจสวนสะโพกแกร่งกระแทกเข้าหาความคับแน่นอย่างหนักหน่วงจนสุดด้ามในคราวเดียว!
“อึก! อ๊าาาา!” เสียงหวานหวีดร้องออกมาพร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้าน ภาคินเองถึงกับตาพร่า ซี๊ดปากออกมาด้วยความเสียวซ่านที่บีบรัดจนแทบจะทนไม่ไหว เขาก้มลงมองจุดเชื่อมประสาน และในจังหวะนั้นเอง... หยดเลือดสีแดงสดที่บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ก็ค่อยๆ ซึมไหลออกมาอาบแก่นกายที่ฝังลึกอยู่ภายในร่องรัก
หัวใจของภาคินพองโตด้วยความภาคภูมิใจอย่างถึงที่สุด ความตื่นเต้นที่ได้เป็นคนแรกและคนเดียวที่ได้ครอบครองพื้นที่หวงแหนนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นผู้ชนะ
“แน่นชิบ... เธอ... เธอสดซิงจริงๆ ด้วย” เขาพึมพำเสียงพร่า ความภูมิใจและความเงี่ยนงำโถมเข้าใส่จนเขาไม่อาจหยุดยั้ง เขาจับขาเรียวทั้งสองข้างขึ้นพาดบ่า เปิดทางให้เข้าถึงเธอได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“พะ...พี่คะ หนูเจ็บ...แต่... อ๊ะ!”
ภาคินเริ่มขยับสะโพกเนิบนาบในตอนแรก ก่อนจะเพิ่มความถี่รัวตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน สะโพกแกร่งสอบกระแทกเข้าหาร่องรักที่บีบรัดแน่นอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมไปทั่วห้องสี่เหลี่ยม
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊างงง! พี่... หนู... ลัลใจจะขาดแล้ว อื้อออ!”
“เรียกชื่อพี่สิครับ...เรียกพี่คินสิ บอกพี่ซิว่าเสียวแค่ไหน!” ภาคินครางกระเส่า แรงตอดรัดจากภายในทำเอาเขาแทบจะถึงฝั่งฝัน แต่เขายังคงกระแทกกระทั้นเน้นย้ำความยิ่งใหญ่ของตัวเองเข้าไปให้ลึกที่สุด
ลัลนาหลับตาพริ้ม รับสัมผัสที่แสนวาบหวามและรุนแรงอย่างที่ไม่เคยพบเจอในชีวิต ความเจ็บในตอนแรกมลายหายไป เหลือเพียงความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูประสาท
เสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังสอดประสานไปกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่หนักหน่วงและสม่ำเสมอ ภาคินโถมกายเข้าใส่ร่างบางอย่างลืมตาย ความรู้สึกคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขาอยู่ทุกจังหวะการเคลื่อนไหว ยิ่งตอกย้ำความภาคภูมิใจว่าเขาได้เปิดบริสุทธิ์คนตัวเล็กที่อยู่เบื้องหน้า...
“อ๊ะ... อ๊าาา พี่... หนูไม่ไหวแล้ว...” ลัลนาครางกระเส่า มือบางที่เคยจิกไหล่บัดนี้เปลี่ยนเป็นโอบรอบลำคอหนา ร่างกายสาวบิดเร้าไปตามแรงส่งที่รุนแรงและป่าเถื่อนขึ้นทุกที
ภาคินกัดฟันจนกรามปูดโปน นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่เหยเกด้วยความเสียวซ่านหยาดเยิ้ม เขาจับเอวบางไว้มั่นก่อนจะโหมสะโพกสอบกระแทกเข้าหาอย่างถี่รัว ทุกลำหักลำโค่นเน้นย้ำลงไปในจุดที่ลึกที่สุด ราวกับจะฝังรากลึกความทรงจำนี้ลงในทุกอณูเนื้อของเธอ
“ลัล... พี่จะจำชื่อเธอไว้...!”
เสียงคำรามทุ้มพร่าดังขึ้นพร้อมกับจังหวะสุดท้ายที่หนักหน่วงสะเทือนไปทั้งเตียง ภาคินกดแก่นกายฝังลึกค้างไว้ในร่างที่สั่นสะท้านของลัลนา ร่างทั้งสองเกร็งกระตุกไปพร้อมกับกระแสความซาบซ่านที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ลัลนาหวีดร้องออกมาเสียงหลงก่อนจะซบหน้าลงกับอกแกร่งที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ หอบหายใจรินรดกันและกันในความเงียบที่มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
ภาคินค่อยๆ ถอนกายออกมาอย่างแสนเสียดาย เขามองหยดเลือดสีหวานที่ยังคงเปื้อนผ้าปูที่นอนและตัวตนของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพอใจ แต่คนตัวเล็กที่บัดนี้ดูเมาและอ่อนเพลียจนหลับคาอกเขาไปในทันที
มันไม่ใช่แค่การเปิดซิงอย่างที่เธอตั้งใจในตอนแรก... แต่เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น ซึ่งกำลังจะผูกพันคนสองคนไว้ด้วยกันในค่ำคืนนี้ที่สิงคโปร์
ร่างสูงกระชากร่างบางเข้าหาตัวก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปอย่างอดใจไม่ไหว กลีบปากหนาบดขยี้ริมฝีปากเล็กอย่างเร่าร้อนและหิวกระหาย ลิ้นอุ่นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน นัวเนียกันอย่างดูดดื่มจนขอบปากเลอะเปรอะไปด้วยหยาดน้ำแห่งความปรารถนา “อื้ม...!” ฝ่ามือหนาโอบหมับเข้าที่เอวบางที่กำลังบิดเร้า บีบคลึงสะโพกงามอย่างจงใจ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาขย้ำหน้าอกอวบอิ่มทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วงผ่านเนื้อผ้า “อึก...! อื้อ~” ลัลนาก็ไม่ยอมถอย เธอสู้กลับอย่างเต็มที่พยายามเล้าโลมเพื่อจะแกล้งให้ภาคินทรมาน หญิงสาวก้มลงจูบซับไปที่ซอกคอของเขา พร้อมกับเป่าลมหายใจอุ่น ๆ รดทั่วต้นคอแกร่ง... ยิ่งเธอรุกเร้ามากเท่าไหร่ อารมณ์ของเขายิ่งพุ่งพล่านมากขึ้นเท่านั้น ภายใต้กางเกงที่ตึงเปรี๊ยะของภาคินปวดหนึบ บางอย่างกำลังดันขึ้นมาอย่างแข็งขืนจนลัลนารู้สึกได้ถึงความใหญ่โต มือเรียวเล็กตัดสินใจเลื่อนลงสัมผัสเข้าไปใต้กางเกง สัมผัสถึงความร้อนรุ่มและขนาดที่โอฬาร เธอค่อย ๆ ลูบไล้บีบนวดอย่างเบามือ ทำเอาเขาทนไม่ไหวจนต้องผละริมฝีปากออกอย่างเร่งรีบเพื่อสูดอากาศ “เอาใหญ่แล้วนะ... ใจกล้าขึ้นนะเรา เด็กดื้อ... หึ~!” ดวงตาคมกริบจ้องเธอด้วยไ
ก่อนจะมุ่งหน้าไปล่ารางวัลใหญ่ในคาสิโน ภาคินพาเดินลัดเลาะเลียบอ่าวมาริน่ามาจนถึงแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง Merlion สิงโตพ่นน้ำตัวมหึมาที่กำลังทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างขยันขันแข็งบรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่พยายามหามุมกล้องประหลาดๆ ลัลนายืนมองนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่พยายามอ้าปากกว้างเพื่อทำมุมให้เหมือนน้ำที่พ่นออกมาตกลงในปากพอดี บางคนก็ยกมือทำท่ารับน้ำเหมือนกำลังสระผม บ้างก็ป้องมือเหมือนรองน้ำดื่ม“พี่คินดูนั้นสิคะ ทำไปได้ยังไงเนี่ย ตลกจังเลย” ลัลนาหัวเราะคิกคักพลางส่ายหน้า “ลัลไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอนค่ะพี่คิน มันดูตลกเกินไป ถ่ายรูปทั้งทีขอแบบสวยๆ ปกติดีกว่า ท่าแปลกๆ แบบนั้นลัลไม่เอาด้วยหรอกนะคะ เสียลุคหมด”“จริงเหรอครับ? พี่ว่าก็น่ารักดีออกนะ” ภาคินเลิกคิ้ว ยิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน“ไม่แน่นอนค่ะ! พี่คินเตรียมกดชัตเตอร์เลยนะ ลัลจะยืนโพสต์สวยๆ ตรงนี้แหละ”ลัลนาจัดแจงจัดระเบียบชุดให้เข้าที่ ยืนทิ้งสะโพกโปรยยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กล้องของภาคินไปได้ 2-3 รูป เขาก้มลงดูรูปในมือถือเพื่อเช็กความคมชัดอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที เขาก็ต้องชะงักกึกพร้อมกับนัยน์ตาที่เบิกกว้างภาพตรงหน้าค
ฉากต่อจากตอนที่ 3 ที่ลัลนาเข้าคาสิโนไม่ได้เพราะอายุ ยังไม่ถึงเกณฑ์ ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนสิงคโปร์ ณ Gardens by the Bay อาณาจักรแห่งพฤกษาสู่โลกอนาคต ลัลนาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ลัลนาเดินก้มหน้าปล่อยให้หยาดน้ำตาหยดลงบนพื้นทางเดินปูนเลียบอ่าวมาลิน่าเบย์ทีละหยด สองเท้าคู่เล็กบัดนี้ก้าวไปอย่างไร้จุดหมาย ความเจ็บปวดจากการถูกคนรักหักหลังทิ้งไว้ในเมืองที่เธอไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะไปที่ไหน ทำให้โลกทั้งใบของเธอกลายเป็นสีเทาหม่น แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยแสงสีของเมืองหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ตาม ภาคินเดินตามหลังร่างเล็กนั้นมาเงียบๆ เว้นระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เธอกดดัน แต่สายตาคมกริบไม่เคยละไปจากแผ่นหลังที่สั่นเทานั้นเลย เขารู้ดีว่าความรู้สึกพังทลายมันเป็นอย่างไร และในฐานะคนที่ "ตั้งใจ" จะมาที่นี่อยู่แล้ว (แม้จะเป็นการโกหกหน้าตายเพื่อไม่ให้เธอเกรงใจก็ตาม) เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ยัยลูกแมวหลงทางตัวนี้เดินตกลงไปในอ่าวมาลิน่าเสียก่อน “จะเดินไปจนถึงสนามบินเลยไหมครับ?” เสียงทุ้มเปรยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอเดินมาไกลพอสมควรแล้ว ลัลนาชะงักฝีเท้า สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบใช้หลังมือเช็ดหน้าเช็ดตา “
ท่ามกลางเสียงกลองสันทนาการที่ดังระงมไปทั่วคณะ ลัลนาเฟรชชี่สาวปีหนึ่งสภาพดูไม่จืด ใบหน้าที่เคยจิ้มลิ้มบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยแป้งฝุ่นผสมน้ำขยี้จนด่างดวง ลิปสติกสีแดงเถือกถูกขีดเขียนจนเลยขอบปาก แถมผมทรงน้ำพุที่พี่ระเบียบมัดให้ก็ยุ่งเหยิงจนดูเหมือนสายไฟพันกัน ความล้าและอาการปวดเบาทำให้เธอรีบก้มหน้าก้มตาเดินเข้าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ทันสังเกตป้ายหน้าประตู “ว้ายยยย! ไอ้! โรคจิต!” เสียงแหลมเล็กแผดก้องทำเอาภาคิน รุ่นพี่ปีสี่ที่กำลังยืนทำธุระส่วนตัวอย่างสงบถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนเกือบเสียหลัก เขาหันขวับมามองผู้บุกรุกด้วยความตกใจพอๆ กัน “เฮ้ยยย! น้องเข้ามาได้ไงเนี๊ยะ!” ภาคินโวยวายพร้อมรีบจัดการเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ “แกสิ เข้ามาได้ไง! ช่วยด้วยๆ มีโรคจิตอยู่ในห้องน้ำ!” ลัลนาโวยวายกลับทั้งที่ตัวเองยืนอยู่หน้าโถฉี่ชายแท้ๆ เธอไม่ฟังอีร้าค่าอีรม เตรียมจะป่าวประกาศให้โลกกู้ “เฮ้ยยย! น้องเงียบๆ บ้าไปแล้วเหรอ!” ด้วยความกลัวว่าคนข้างนอกจะเข้าใจผิด ภาคินจึงรีบถลาเข้าไปหาหวังจะระงับเหตุ แต่ด้วยความรีบร้อน มือหนาที่เพิ่งจะกุมท่อนซุงจัดระเบียบร่างกายเมื่อครู่ กลับพุ่งตรงไปแปะเข้าที่ปากเล็กๆ ขอ
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านร่องไม้ของตัวบ้านไม้เก่าแก่ เสียงไก่ขันประสานกับเสียงนกกระจิบดังก้องไปทั่วสวนมะม่วง ภายในมุ้งสีขาวสะอาดที่แกว่งไกวตามลมโชย สองร่างยังคงนอนตระกองกอดกันอย่างแนบชิด ลัลนาซุกใบหน้าหวานอยู่กับแผงอกอุ่น ขณะที่ภาคินโอบรัดเธอไว้ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ความสุขตรงหน้าจะเลือนหายไป “อะแฮ่ม!!!” เสียงกระแอมไอที่จงใจให้ดังสนิทมาจากหน้าประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ ทำเอาลัลนาสะดุ้งสุดตัวจนเกือบตกเตียง เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงด้วยใบหน้าแดงก่ำไปถึงคอ “พ่อ! / คุณพ่อ!” สองเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน พ่อของลัลนายืนกอดอกพิงกรอบประตู มองดู “คุณชายจากเมืองกรุง” ที่พยายามลุกขึ้นมานั่งในท่าที่สำรวมที่สุดทั้งที่ยังอยู่ในมุ้งสีหวาน ภาคินรีบลงจากเตียงมานั่งพับเพียบกับพื้นไม้ทันที “หลับสบายดีไหมล่ะคุณภาคิน! ห้องแขกที่แม่เขาจัดไว้ให้มันนอนลำบากจนต้องย้ายมานอนมุ้งเดียวกับลูกสาวผมเลยรึไง!” พ่อถามเสียงเรียบ แต่แววตาไม่ได้มีความโกรธจัดอย่างที่ลัลนากลัว “ผมขอโทษครับคุณพ่อ... คือเมื่อคืนผมไข้ขึ้น ลัลนาเลยช่วยดูแลผมครับ” ภาคินตอบตะกุกตะกัก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมาดมั่นบ
บรรยากาศยามเย็นที่บ้านสวนบางคล้าช่างเงียบสงบ พ่อกับแม่พากันออกไปดูหน้าดินที่ท้ายสวน ทิ้งให้ ภาคินและลัลนา อยู่ด้วยกันตามลำพัง ภาคินที่เพิ่งฟื้นไข้ขยับตัวลุกขึ้นด้วยท่าทางอ่อนแรง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองมือตัวเองที่ถูกพันแผลไว้จนหนาเตอะ ก่อนจะหันไปหาคนตัวเล็กที่กำลังง่วนกับการเตรียมผ้าเช็ดตัวให้เขา “ลัล... พี่อยากอาบน้ำ” ภาคินอ้อนเสียงแผ่ว “แต่ดูมือพี่สิ... โดนน้ำไม่ได้เลย แผลมันจะอักเสบ” ลัลนาหันมามอง “ก็เช็ดตัวไปก่อนสิคะ พรุ่งนี้ค่อยอาบ” “ไม่ได้ครับ พี่ขุดดินมาทั้งวัน ตัวเหนียวไปหมดแล้ว...” ภาคินก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นกายจางๆ “ช่วยพี่หน่อยนะ... สระผมให้พี่ด้วย พี่ก้มเองไม่ได้จริงๆ” ณ ห้องน้ำกึ่งเอาท์ดอร์ริมสวน ลัลนาใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นภาคินเดินออกมาโดยมีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียว พันหมิ่นเหม่รอบเอวสอบ ผิวพรรณของเขาที่เคยเห็นว่าขาวจัด บัดนี้กลับดูขาวอมชมพูยิ่งขึ้นเพราะฤทธิ์ไข้ที่ยังหลงเหลือและแดดที่เพิ่งเผาไปเมื่อกลางวัน หยดน้ำที่เกาะอยู่ตามแผงอกกว้างที่มีกล้ามเนื้อกำยำพอดิบพอดีทำให้เขาดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ “นั่งลงที่ม้านั่งนี่ค่ะ ลัลจะสระผมให้ก่อน” เธอสั่งเสียงสั







