تسجيل الدخولณ Gardens by the Bay
บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ แสงไฟสีสวยจากต้นไม้จำลองยักษ์ (Supertrees) กะพริบวิบวับราวกับสรวงสวรรค์ ภาคินเดินเคียงข้างลัลนาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอยังคงวนเวียนอยู่ใต้จมูก ทว่าบรรยากาศโรแมนติกก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ในมือหญิงสาว
“ปอ! แฟนหนูเขาโทรมาค่ะ”
ลัลนารีบกดรับสายด้วยความดีใจ แต่ยังไม่ทันพูดอะไรเธอก็รีบวิ่งออกไปทันที ภาคินขมวดคิ้วแล้วก้าวตามไปติดๆ จนมาถึงจุดขึ้นรถหน้ามารีน่าเบย์ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือปอ ในสภาพดูไม่จืด เดินควงสาวสวยเซ็กซี่ออกมาอย่างไม่แคร์สายตาใคร ทั้งคู่พากันขึ้นรถแท็กซี่ไปต่อหน้าต่อตา
“ปอ! รอลัลก่อน ปอ!”
ลัลนาวิ่งตามรถคันนั้นจนสุดแรง ร่างเล็กทรุดลงร้องไห้โฮข้างถนน ภาคินรีบเรียกแท็กซี่อีกคันพยายามจะตามไปให้ทัน แต่การจราจรที่หนาแน่นทำให้รถของปอคลาดสายตาไปอย่างน่าเสียดาย สุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงพาเธอกลับมาส่งที่ย่านไชน่าทาวน์
“พี่คนไทย... ขะ... ขอบคุณนะคะที่ช่วยหนู” ลัลนาปาดน้ำตาพลางสะอื้น
“แล้วน้องจะกลับโรงแรมเลยไหม กลับถูกใช่ไหมครับ?” ภาคินถามเสียงนุ่ม
“พี่จะไม่ถามหนูหน่อยเหรอคะ... ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“มันเป็นเรื่องส่วนตัวครับ” ภาคินสบตาเธอนิ่ง “เราคนไทยเหมือนกัน เห็นคนบ้านเดียวกันลำบาก... จะไม่ช่วยได้ยังไง”
ลัลนายกมือไหว้ขอบคุณทั้งน้ำตา เธอควักเงินสดส่งให้เขาเป็นค่าโดยสาร “นี่ค่าแท็กซี่นะคะพี่... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ เก็บไว้เถอะ”
ภาคินมองตามร่างบางที่ก้มหน้าก้มตาเดินเข้าที่พักไปจนลับสายตา เขาถอนหายใจยาว ความรู้สึกหงุดหงิดในใจพลุ่งพล่านจนไม่อยากกลับห้องพัก เขาจึงตัดสินใจเดินเล่นรับลมเย็นย่านไชน่าทาวน์ จนมาหยุดอยู่ที่บาร์กึ่งร้านอาหารแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มสั่งเบียร์มาจิบฆ่าเวลาเพื่อดับอารมณ์ร้อน
แต่แล้ว... เรื่องราวกลับไม่จบง่ายๆ
ในขณะที่เขากำลังหยิบถั่วเข้าปากและกระดกเบียร์เย็นๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างเดิม... ลัลนาลากกระเป๋าเดินทางใบจิ๋ววิ่งผ่านหน้าบาร์ไปพร้อมเสียงสะอื้น ตามมาด้วยปอที่วิ่งกวดมาในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่ได้ติดกระดุม
‘เร็วขนาดนั้นเชียว? คงเรียบร้อยกันไปแล้วสินะ’ ภาคินเหยียดยิ้มสมเพชในใจพลางส่ายหน้า เขาคิดจะปล่อยผ่าน แต่วินาทีที่เห็นสาวเซ็กซี่อีกคนเดินตามหลังปอมาติดๆ เขาก็วางแก้วเบียร์ลงทันที ภาคินวางเงินไว้บนโต๊ะแล้วสาวเท้าตามไปอย่างรวดเร็ว
ที่หัวมุมถนน... เสียงทะเลาะกันดังระงม
“อย่าใจแคบนักสิ!” ปอตวาด “เรื่องธรรมดาของผู้ชาย เธอเองก็อยากลองไม่ใช่เหรอถึงได้ชวนเรามาสิงคโปร์น่ะ!”
<เพี๊ยะ!>
ฝ่ามือเล็กตบเข้าที่ใบหน้าเลวๆ นั่นสุดแรง “ไอ้ชั่ว! ถ้าฉันรู้ว่าแกจะเลวขนาดนี้ ฉันไม่บ้ามาที่นี่กับแกหรอก!”
“ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว ป่ะ! กลับโรงแรม อย่างี่เง่าได้ไหมลัล!”
ปอทำท่าจะกระชากแขนลัลนา แต่ทันใดนั้น... มือหนาที่แข็งแรงกว่าก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของปอไว้แน่น!
“มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าครับ?” ภาคินถามเสียงเย็นเหยียบ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งจนปอถึงกับชะงัก “ที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทยนะครับ กฎหมายสิงคโปร์เคร่งมาก ถ้ามีเรื่อง... ผมว่าคุณจะไม่จบแค่โดนตบแน่”
“ใครอีกวะ!” ปอสะบัดมือออก “นี่เธออย่าบอกนะที่ลากกระเป๋าออกมา เพราะนัดไอ้หมอนี่ไว้!”
“หยาบคาย!” ลัลนาตวาดกลับ “แกคิดว่าคนอื่นเขาจะเป็นเหมือนแกหรือไง!”
“เคลียร์จบรึยังคะ?” หญิงสาวนิรนามที่ปอควงมาแทรกขึ้นพร้อมใช้เล็บนิ้วหัวแม่มือดันเล็บนิ้วกลางนิ้วนางด้วยท่าทางหงุดหงิด “ฉันจะกลับแล้วนะ จะต่อมั้ย... อารมณ์เสีย!”
ภาคินปรายตามมองผู้หญิงคนนั้นก่อนจะหันมาทางลัลนาที่ยืนสั่นไปทั้งตัว ในใจเขารู้ดีว่าความบริสุทธิ์ของเธอยังอยู่... กลิ่นหอมและความเดียงสานี้ไม่ได้ถูกทำลายอย่างที่เขาคิด
หญิงสาวนิรนามเดินเข้ามาเกาะแขนปออย่างแสดงตัวตน พลางใช้สายตามองลัลนาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม ภาพตรงหน้าเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลใจ ลัลนาสะอื้นจนตัวโยน ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นความแค้นใจอย่างรุนแรง
“ไอ้เลว... แกจะไปเอากันที่ไหนก็ไปเลยนะ! ค่าโรงแรมทั้งหมดฉันเป็นคนจ่าย แกจะไปไหนก็ไป!” เธอตะโกนใส่หน้าชายที่เธอเคยคิดจะมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตให้
“ลัลอย่าใจแคบสิ กลับโรงแรม! ค่อยไปคุยกัน” ปอยังคงทำหน้าตายด้าน ไม่สะทกท้านกับหยาดน้ำตาของแฟนสาว
“ฉันไม่คุยอะไรทั้งนั้น! ฉันจะกลับไปที่โรงแรมแต่แกต้องไสหัวไป จะไปเอากันที่ไหนก็เชิญ!”
“ลืมไปแล้วเหรอ!” ปอแค่นหัวเราะพลางชูคีย์การ์ดในมือขึ้น “โรงแรมนั้นจองในชื่อเรานะลัล! แล้วจะไล่เราไปไหน? ถ้าใครจะต้องไป คนนั้นต้องเป็นลัลต่างหาก”
คำพูดไร้ความรับผิดชอบนั่นทำให้ลัลนาถึงกับอึ้งจนหน้าชา เธอเสียทั้งเงิน เสียทั้งใจ และตอนนี้เขากำลังจะทำให้เธอเสียที่ซุกหัวนอนในต่างถิ่น
“ไอ้เลว... งั้นแกคืนค่าตั๋ว คืนค่าโรงแรมมาเลยนะ!”
“เธอชวนเรามาเองนะลัล ลืมไปแล้วเหรอ? อยากโดนเปิดซิงจนต้องเปย์ผู้ชายมาเที่ยวสิงคโปร์เอง พอไม่ได้อย่างใจแล้วมาเรียกร้อง... มันดูแย่นะ”
“หยุดปากพล่อยๆ ของคุณได้แล้ว” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของ ภาคิน ดังแทรกขึ้น
เขาที่ยืนสังเกตการณ์อยู่นานก้าวเข้ามาขวางระหว่างปอและลัลนาไว้ ร่างสูงสง่าในชุดแบรนด์เนมดูมีอำนาจกว่าปออย่างเทียบไม่ได้ ภาคินจ้องมองปอด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงแววสังหาร
“เท่าไหร่?” ภาคินถามสั้นๆ
“ฮะ? ... ว่าอะไรนะ” ปอขมวดคิ้ว
“ค่าโรงแรมกับค่าตั๋วเครื่องบินของผู้หญิงคนนี้... ทั้งหมดเท่าไหร่ ผมจะจ่ายคืนให้เธอแทนคุณเอง” ภาคินหยิบกระเป๋าสตางค์หนังใบหรูออกมา... “แล้วคุณก็ไสหัวไปพร้อมกับผู้หญิงของคุณซะ ก่อนที่ผมจะแจ้งตำรวจที่นี่ว่าคุณมีพฤติกรรมกรรโชกทรัพย์และข่มขู่ผู้หญิง”
ปอหน้าเสียเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของภาคิน ประกอบกับบุคลิกที่ดูเหมือนนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลทำให้เขาเริ่มไม่มั่นใจ
“เหอะ! อยากเป็นฮีโร่นักก็ตามใจ” ปอคว้าคีย์การ์ดโรงแรมยัดใส่มือลัลนา “เอาไป! อยากได้นักก็เอาไป นอนคนเดียวให้เข็ดนะลัล... แล้วอย่ามาง้อเราล่ะ!”
พูดจบปอก็สะบัดหน้าเดินโอบเอวสาวสวยคนใหม่หายลับไปกับแสงไฟในย่านไชน่าทาวน์ ทิ้งให้ลัลนายืนถือคีย์การ์ดทั้งน้ำตาที่นองหน้า เธอพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในความรักครั้งแรกที่ตั้งใจจะยอมให้เขา
“น้องครับ...” ภาคินเรียกเบาๆ “ไหวไหม?”
ลัลนาไม่ได้ตอบ เธอทรุดลงนั่งข้างกระเป๋าเดินทางใบจิ๋วแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร ภาคินมองร่างเล็กที่ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่กำลังจะแตก เขาถอนหายใจพลางขยับแว่น ที่เขาหยิบมาสวมแก้เขิน แล้วตัดสินใจพูดในสิ่งที่เขาเองก็ไม่คิดว่าจะพูดกับคนแปลกหน้า
“คืนนี้... ไปพักที่โรงแรมของพี่ก่อนไหมครับ?”
ร่างสูงกระชากร่างบางเข้าหาตัวก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปอย่างอดใจไม่ไหว กลีบปากหนาบดขยี้ริมฝีปากเล็กอย่างเร่าร้อนและหิวกระหาย ลิ้นอุ่นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน นัวเนียกันอย่างดูดดื่มจนขอบปากเลอะเปรอะไปด้วยหยาดน้ำแห่งความปรารถนา “อื้ม...!” ฝ่ามือหนาโอบหมับเข้าที่เอวบางที่กำลังบิดเร้า บีบคลึงสะโพกงามอย่างจงใจ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาขย้ำหน้าอกอวบอิ่มทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วงผ่านเนื้อผ้า “อึก...! อื้อ~” ลัลนาก็ไม่ยอมถอย เธอสู้กลับอย่างเต็มที่พยายามเล้าโลมเพื่อจะแกล้งให้ภาคินทรมาน หญิงสาวก้มลงจูบซับไปที่ซอกคอของเขา พร้อมกับเป่าลมหายใจอุ่น ๆ รดทั่วต้นคอแกร่ง... ยิ่งเธอรุกเร้ามากเท่าไหร่ อารมณ์ของเขายิ่งพุ่งพล่านมากขึ้นเท่านั้น ภายใต้กางเกงที่ตึงเปรี๊ยะของภาคินปวดหนึบ บางอย่างกำลังดันขึ้นมาอย่างแข็งขืนจนลัลนารู้สึกได้ถึงความใหญ่โต มือเรียวเล็กตัดสินใจเลื่อนลงสัมผัสเข้าไปใต้กางเกง สัมผัสถึงความร้อนรุ่มและขนาดที่โอฬาร เธอค่อย ๆ ลูบไล้บีบนวดอย่างเบามือ ทำเอาเขาทนไม่ไหวจนต้องผละริมฝีปากออกอย่างเร่งรีบเพื่อสูดอากาศ “เอาใหญ่แล้วนะ... ใจกล้าขึ้นนะเรา เด็กดื้อ... หึ~!” ดวงตาคมกริบจ้องเธอด้วยไ
ก่อนจะมุ่งหน้าไปล่ารางวัลใหญ่ในคาสิโน ภาคินพาเดินลัดเลาะเลียบอ่าวมาริน่ามาจนถึงแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง Merlion สิงโตพ่นน้ำตัวมหึมาที่กำลังทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างขยันขันแข็งบรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่พยายามหามุมกล้องประหลาดๆ ลัลนายืนมองนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่พยายามอ้าปากกว้างเพื่อทำมุมให้เหมือนน้ำที่พ่นออกมาตกลงในปากพอดี บางคนก็ยกมือทำท่ารับน้ำเหมือนกำลังสระผม บ้างก็ป้องมือเหมือนรองน้ำดื่ม“พี่คินดูนั้นสิคะ ทำไปได้ยังไงเนี่ย ตลกจังเลย” ลัลนาหัวเราะคิกคักพลางส่ายหน้า “ลัลไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอนค่ะพี่คิน มันดูตลกเกินไป ถ่ายรูปทั้งทีขอแบบสวยๆ ปกติดีกว่า ท่าแปลกๆ แบบนั้นลัลไม่เอาด้วยหรอกนะคะ เสียลุคหมด”“จริงเหรอครับ? พี่ว่าก็น่ารักดีออกนะ” ภาคินเลิกคิ้ว ยิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน“ไม่แน่นอนค่ะ! พี่คินเตรียมกดชัตเตอร์เลยนะ ลัลจะยืนโพสต์สวยๆ ตรงนี้แหละ”ลัลนาจัดแจงจัดระเบียบชุดให้เข้าที่ ยืนทิ้งสะโพกโปรยยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กล้องของภาคินไปได้ 2-3 รูป เขาก้มลงดูรูปในมือถือเพื่อเช็กความคมชัดอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที เขาก็ต้องชะงักกึกพร้อมกับนัยน์ตาที่เบิกกว้างภาพตรงหน้าค
ฉากต่อจากตอนที่ 3 ที่ลัลนาเข้าคาสิโนไม่ได้เพราะอายุ ยังไม่ถึงเกณฑ์ ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนสิงคโปร์ ณ Gardens by the Bay อาณาจักรแห่งพฤกษาสู่โลกอนาคต ลัลนาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ลัลนาเดินก้มหน้าปล่อยให้หยาดน้ำตาหยดลงบนพื้นทางเดินปูนเลียบอ่าวมาลิน่าเบย์ทีละหยด สองเท้าคู่เล็กบัดนี้ก้าวไปอย่างไร้จุดหมาย ความเจ็บปวดจากการถูกคนรักหักหลังทิ้งไว้ในเมืองที่เธอไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะไปที่ไหน ทำให้โลกทั้งใบของเธอกลายเป็นสีเทาหม่น แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยแสงสีของเมืองหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ตาม ภาคินเดินตามหลังร่างเล็กนั้นมาเงียบๆ เว้นระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เธอกดดัน แต่สายตาคมกริบไม่เคยละไปจากแผ่นหลังที่สั่นเทานั้นเลย เขารู้ดีว่าความรู้สึกพังทลายมันเป็นอย่างไร และในฐานะคนที่ "ตั้งใจ" จะมาที่นี่อยู่แล้ว (แม้จะเป็นการโกหกหน้าตายเพื่อไม่ให้เธอเกรงใจก็ตาม) เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ยัยลูกแมวหลงทางตัวนี้เดินตกลงไปในอ่าวมาลิน่าเสียก่อน “จะเดินไปจนถึงสนามบินเลยไหมครับ?” เสียงทุ้มเปรยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอเดินมาไกลพอสมควรแล้ว ลัลนาชะงักฝีเท้า สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบใช้หลังมือเช็ดหน้าเช็ดตา “
ท่ามกลางเสียงกลองสันทนาการที่ดังระงมไปทั่วคณะ ลัลนาเฟรชชี่สาวปีหนึ่งสภาพดูไม่จืด ใบหน้าที่เคยจิ้มลิ้มบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยแป้งฝุ่นผสมน้ำขยี้จนด่างดวง ลิปสติกสีแดงเถือกถูกขีดเขียนจนเลยขอบปาก แถมผมทรงน้ำพุที่พี่ระเบียบมัดให้ก็ยุ่งเหยิงจนดูเหมือนสายไฟพันกัน ความล้าและอาการปวดเบาทำให้เธอรีบก้มหน้าก้มตาเดินเข้าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ทันสังเกตป้ายหน้าประตู “ว้ายยยย! ไอ้! โรคจิต!” เสียงแหลมเล็กแผดก้องทำเอาภาคิน รุ่นพี่ปีสี่ที่กำลังยืนทำธุระส่วนตัวอย่างสงบถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนเกือบเสียหลัก เขาหันขวับมามองผู้บุกรุกด้วยความตกใจพอๆ กัน “เฮ้ยยย! น้องเข้ามาได้ไงเนี๊ยะ!” ภาคินโวยวายพร้อมรีบจัดการเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ “แกสิ เข้ามาได้ไง! ช่วยด้วยๆ มีโรคจิตอยู่ในห้องน้ำ!” ลัลนาโวยวายกลับทั้งที่ตัวเองยืนอยู่หน้าโถฉี่ชายแท้ๆ เธอไม่ฟังอีร้าค่าอีรม เตรียมจะป่าวประกาศให้โลกกู้ “เฮ้ยยย! น้องเงียบๆ บ้าไปแล้วเหรอ!” ด้วยความกลัวว่าคนข้างนอกจะเข้าใจผิด ภาคินจึงรีบถลาเข้าไปหาหวังจะระงับเหตุ แต่ด้วยความรีบร้อน มือหนาที่เพิ่งจะกุมท่อนซุงจัดระเบียบร่างกายเมื่อครู่ กลับพุ่งตรงไปแปะเข้าที่ปากเล็กๆ ขอ
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านร่องไม้ของตัวบ้านไม้เก่าแก่ เสียงไก่ขันประสานกับเสียงนกกระจิบดังก้องไปทั่วสวนมะม่วง ภายในมุ้งสีขาวสะอาดที่แกว่งไกวตามลมโชย สองร่างยังคงนอนตระกองกอดกันอย่างแนบชิด ลัลนาซุกใบหน้าหวานอยู่กับแผงอกอุ่น ขณะที่ภาคินโอบรัดเธอไว้ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ความสุขตรงหน้าจะเลือนหายไป “อะแฮ่ม!!!” เสียงกระแอมไอที่จงใจให้ดังสนิทมาจากหน้าประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ ทำเอาลัลนาสะดุ้งสุดตัวจนเกือบตกเตียง เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงด้วยใบหน้าแดงก่ำไปถึงคอ “พ่อ! / คุณพ่อ!” สองเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน พ่อของลัลนายืนกอดอกพิงกรอบประตู มองดู “คุณชายจากเมืองกรุง” ที่พยายามลุกขึ้นมานั่งในท่าที่สำรวมที่สุดทั้งที่ยังอยู่ในมุ้งสีหวาน ภาคินรีบลงจากเตียงมานั่งพับเพียบกับพื้นไม้ทันที “หลับสบายดีไหมล่ะคุณภาคิน! ห้องแขกที่แม่เขาจัดไว้ให้มันนอนลำบากจนต้องย้ายมานอนมุ้งเดียวกับลูกสาวผมเลยรึไง!” พ่อถามเสียงเรียบ แต่แววตาไม่ได้มีความโกรธจัดอย่างที่ลัลนากลัว “ผมขอโทษครับคุณพ่อ... คือเมื่อคืนผมไข้ขึ้น ลัลนาเลยช่วยดูแลผมครับ” ภาคินตอบตะกุกตะกัก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมาดมั่นบ
บรรยากาศยามเย็นที่บ้านสวนบางคล้าช่างเงียบสงบ พ่อกับแม่พากันออกไปดูหน้าดินที่ท้ายสวน ทิ้งให้ ภาคินและลัลนา อยู่ด้วยกันตามลำพัง ภาคินที่เพิ่งฟื้นไข้ขยับตัวลุกขึ้นด้วยท่าทางอ่อนแรง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองมือตัวเองที่ถูกพันแผลไว้จนหนาเตอะ ก่อนจะหันไปหาคนตัวเล็กที่กำลังง่วนกับการเตรียมผ้าเช็ดตัวให้เขา “ลัล... พี่อยากอาบน้ำ” ภาคินอ้อนเสียงแผ่ว “แต่ดูมือพี่สิ... โดนน้ำไม่ได้เลย แผลมันจะอักเสบ” ลัลนาหันมามอง “ก็เช็ดตัวไปก่อนสิคะ พรุ่งนี้ค่อยอาบ” “ไม่ได้ครับ พี่ขุดดินมาทั้งวัน ตัวเหนียวไปหมดแล้ว...” ภาคินก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นกายจางๆ “ช่วยพี่หน่อยนะ... สระผมให้พี่ด้วย พี่ก้มเองไม่ได้จริงๆ” ณ ห้องน้ำกึ่งเอาท์ดอร์ริมสวน ลัลนาใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นภาคินเดินออกมาโดยมีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียว พันหมิ่นเหม่รอบเอวสอบ ผิวพรรณของเขาที่เคยเห็นว่าขาวจัด บัดนี้กลับดูขาวอมชมพูยิ่งขึ้นเพราะฤทธิ์ไข้ที่ยังหลงเหลือและแดดที่เพิ่งเผาไปเมื่อกลางวัน หยดน้ำที่เกาะอยู่ตามแผงอกกว้างที่มีกล้ามเนื้อกำยำพอดิบพอดีทำให้เขาดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ “นั่งลงที่ม้านั่งนี่ค่ะ ลัลจะสระผมให้ก่อน” เธอสั่งเสียงสั





![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

