LOGINแสงแดดยามเช้าของสิงคโปร์ลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาแยงตาลัลนา พยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง ความรู้สึกแรกที่จู่โจมคืออาการปวดศีรษะตุบๆ และความเจ็บแปลบที่กึ่งกลางกายจนเธอต้องนิ่วหน้า แต่พอหันไปด้านข้าง... ลมหายใจก็แทบสะดุด
ไม่ใช่ความฝัน! พี่คนไทยสุดหล่อเมื่อคืนยังนอนอยู่ตรงนั้น
ในยามหลับใหลไร้แว่นสายตา ภาคินดูเหมือนเทพบุตรที่หลุดออกมาจากภาพวาด ผิวเขาขาวนวลละเอียดจนผู้หญิงยังอาย คิ้วหนาเรียวสวยดั่งวาดรับกับจมูกโด่งคมเป็นสัน ปากหยักอมชมพูที่เคยบดขยี้ริมฝีปากเธอเมื่อคืนยังดูดึงดูดใจไม่เปลี่ยน
ในความคิดลัลนา ‘คนอะไรจะเพอร์เฟกต์ได้ขนาดนี้ จมูกเหรอนั่น ของจริงเหรอ! แมลงวันบินผ่านไม่ขาดครึ่งเลยเหรอ! ถ้าจะคมขนาดนั้น... หล่อขนาดนี้มีแฟนแล้วชัวร์... แต่เอาเถอะลัลนา ถึงจะไม่ได้เสียให้คนที่รัก แต่ได้ระดับเทพบุตรขนาดนี้ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม!’
"เสียดายจัง มัวแต่เมาจำไม่ค่อยได้เลย" เธอพึมพำกับตัวเองพลางเอื้อมมือไปคว้าเศษซากเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายบนพื้นมาสวมแบบลุกลี้ลุกลน
“ตื่นแล้วเหรอครับ...”
เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่านิดๆ ดังขึ้น ลัลนาสะดุ้งสุดตัวค่อยๆ หันกลับไปมอง ภาพตรงหน้าทำเอาเธอตาค้าง...
ในความคิดลัลนา 'แม่จ้าวว! อกอีลัลจะแตก! หัวนมชมพูนั่น! ตายๆๆ หื่น!'
ภาคินนอนตะแคงข้างอย่างผ่อนคลาย ลำแขนแกร่งที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อใช้ฝ่ามือค้ำยันศีรษะไว้ ข้อศอกตั้งฉากกับที่นอนอย่างมั่นคง ส่วนมืออีกข้างวางแนบไปกับสะโพกสอบที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางที่หมิ่นเหม่จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ ผมทรงยุ่งๆ เหยิงๆ ของคนเพิ่งตื่นกลับยิ่งส่งให้ใบหน้าคมคายนั้นดู ‘แบดบอย’ และเซ็กซี่จนน่าใจหาย เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาพราวเสน่ห์ราวกับสิงโตที่กำลังมองลูกแมวตัวน้อยที่กำลังพยายามหนี
“ขะ...ขอโทษค่ะที่ทำให้ตื่น คือหนู... หนูขะ...ขอบคุณมากนะคะ” เธอรีบก้มหน้าก้มตาพูดยังกับท่องจำ
“ขอบคุณเรื่องไหนครับ? เรื่องที่ช่วยไว้เมื่อคืน... หรือขอบคุณที่ช่วยเปิด ‘ประสบการณ์ใหม่’ ให้”
คำถามตรงไปตรงมาทำเอาลัลนาหน้าแดงแปร๊ดจนถึงใบหู เธอกระโดดพรวดคว้าชุดวิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้ภาคินนอนหัวเราะเบาๆ ในลำคอด้วยความเอ็นดู
ไม่นานนัก ลัลนาแง้มประตูห้องน้ำออกมาเห็นภาคินแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เขาใส่เชิ้ตขาวตัวเดิมที่มีรอยยับย่นเล็กน้อย แต่มันกลับดูเท่อย่างบอกไม่ถูก ยามที่เขาเสยผมและขยับปกเสื้อ ลุคสุขุมนิ่งๆ แบบนักธุรกิจก็กลับมาทันที
ภาคินกำลังจะบอกลาเพราะมีไฟลท์บินกลับไทยช่วงเย็น แต่แล้ว...
<โครก! จ๊อก จ๊อก!~>
เสียงท้องของคนตัวเล็กดังประท้วงขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ลัลนาอยากจะมุดแผ่นดินหนีที่สิงคโปร์ไปให้รู้แล้วรู้รอด!
ภาคินหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “เมื่อคืนใช้แรงเยอะไปหน่อยล่ะมั้ง งั้นเดี๋ยวไปหาอะไรกินก่อน เดี๋ยวพี่จะพาไปแถวมารีน่า...”
“ใช่แล้ว! ศูนย์อาหารแม็กซ์เวลล์!” ลัลนาโพล่งขึ้นมาขณะก้มดูรีวิวในมือถือ “เขาบอกข้าวมันไก่เจ้านี้เด็ดสุด หนูอยากลองมาก พี่รีบไหมคะ... เดี๋ยวมื้อนี้หนูเลี้ยงเองค่ะ!”
“หือ? เลี้ยงพี่เหรอครับ?” ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง ทายาทพันล้านอย่างเขาที่ปกติทานแต่ภัตตาคารหรูหรูถึงกับไปไม่เป็น แต่พอเห็นดวงตากลมโตที่ดูตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ไปเที่ยวสวนสนุก เขาก็พยักหน้า “...ก็ได้ครับ”
ที่ Maxwell Food Centre บรรยากาศจอแจและร้อนอบอ้าว ภาคินยืนตัวสูงเด่นท่ามกลางผู้คน เขาดูเก้ๆ กังๆ กับการถือถาดพลาสติกและการต้องไปยืนต่อแถวข้าวมันไก่เจ้าดังตามคำสั่งของสาวน้อยลัลนา
“พี่คะยืนเฝ้าโต๊ะไว้นะคะ! เดี๋ยวหนูไปต่อแถวเอง คนเยอะมากพี่สู้เขาไม่ไหวหรอก!” เธอสั่งแจ๋วๆ ก่อนจะวิ่งปรู๊ดไปต่อคิวด้วยท่าทางกระตือรือร้น
ภาคินมองตามแล้วขำ ยัยเด็กนี่มีความสุขกับการได้ประหยัดเงินและได้กินของอร่อยตามรีวิวสินะ เขาพึมพำกับตัวเอง
เธอวิ่งกลับมาพร้อมจานข้าวมันไก่สองจาน แถมยังถือแก้วน้ำอ้อยแก้วใหญ่พะรุงพะรังจนเกือบหกใส่เสื้อเชิ้ตราคาแพงของเขา
“ลองกินดูค่ะพี่ อ้ามมม~” เธอตักข้าวมันไก่คำโตจ่อที่ปากเขาแบบลืมตัว
ภาคินมองช้อนพลาสติกสลับกับหน้าใสๆ ของเธอ ก่อนจะยอมอ้าปากรับข้าวมันไก่จากมือเด็กที่ไม่รู้จักแถมวันไนท์กันมาหมาดๆ รสชาติมันก็ดี... แต่ที่ดีกว่าคือรอยยิ้มโก๊ะๆ ของคนตรงหน้ามากกว่า
เมื่อมื้ออาหารจบลง ภาคินต้องเตรียมลาจริงๆ เสียที เขาถามเธอด้วยความห่วงใยว่า
“แล้วน้องกลับวันไหนครับ”
ลัลนาทำหน้ามุ่ยทันที
“ตอนแรกกะกลับคืนนี้ค่ะ แต่เปลี่ยนใจแล้ว หนูไม่อยากนั่งเครื่องลำเดียวกับไอ้เวรนิสัยเสียคนนั้น พี่พอจะมีโรงแรมแนะนำไหมคะ... แบบไม่ต้องแพงมากนะคะ เดี๋ยวตังค์ไม่พอซื้อข้าวกิน คือหนูตั้งใจมาแค่คืนเดียว ไม่ได้แลกตัวค์มาเผื่อ... กะอยู่ต่ออีกซักคืนนึงค่ะ”
ภาคินอ้ำอึ้งไปครู่หนึ่ง ใจหนึ่งก็อยากจะเดินจากไปเพื่อจบเรื่องคืนเดียว แต่อีกใจพอนึกถึงว่าเธอต้องอยู่คนเดียวในต่างแดนก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“เอ่อ... ไปพักที่ห้องพี่ก่อนก็ได้ครับ”
“แล้วแฟนพี่ล่ะคะ?” ลัลนาถามขวับ ทำเอาภาคินสะดุ้ง
“เอ่อ... เรื่องนั้น...”
“ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพี่มีปัญหากับแฟน หนูไม่อยากเป็นมือที่สาม”
“ไม่มี! ไม่มีแน่นอน!” ภาคินรีบปฏิเสธเสียงสูงจนลัลนาขมวดคิ้ว “คือ... แฟนพี่เขาอยู่ไกลน่ะ ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ”
“อ๋อ...” ลัลนาลากเสียงยาว ในใจแอบวูบโหว่เบาๆ ‘โธ่ ดีใจหมด นึกว่าไม่มีแฟน แฟนอยู่ไกลนี่เอง’
“งั้นหนูขออาศัยห้องพี่คนไทยหนึ่งคืนนะคะ ไหนๆ เมื่อคืนมันก็... คือแบบว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้วค่ะ หนูคงไม่ต้องกลัวพี่แล้วแหละ แฮ่ๆ”
ภาคินมองหน้าเธอแล้วคิดในใจ ‘เด็กอะไร แก่แดดแก่ลม ไม่มีความกลัวเลย นี่ถ้าไม่ได้สัมผัสความฟิตแน่นจนเห็นหยดเลือดบนเตียงเมื่อคืน ฉันคงคิดว่าเธอโชกโชนแน่ๆ ยัยลูกแมวเอ้ย! ร้ายกว่าที่คิดนะเนี่ยที่กล้าขอมาอยู่ห้องผู้ชายแปลกหน้าต่อแบบนี้’
ส่วนลัลนาก็แอบคิดในใจอย่างกระหยิ่ม ‘ไหนๆ ก็เสียซิงให้เขาไปแล้ว ช่างแม่งเหอะ จะเจออีกสักดอกสองดอกจะเป็นไรไป ตัวหอมแถมขาวอมชมพูขนาดนั้น ที่ไทยจะมีแบบนี้รึเปล่าก็ไม่รู้ ของดีระดับพรีเมียมต้องตักตวง เรื่องฟงเรื่องแฟนชั่งแม่งเหอะ!’
ทั้งคู่สบตากัน ต่างระเบิดหัวเราะออกมาเบาๆ โดยไม่รู้เลยว่าต่างฝ่ายต่างมีความคิดที่ ‘ร้ายพอกัน’ ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มนั้น
ร่างสูงกระชากร่างบางเข้าหาตัวก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปอย่างอดใจไม่ไหว กลีบปากหนาบดขยี้ริมฝีปากเล็กอย่างเร่าร้อนและหิวกระหาย ลิ้นอุ่นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน นัวเนียกันอย่างดูดดื่มจนขอบปากเลอะเปรอะไปด้วยหยาดน้ำแห่งความปรารถนา “อื้ม...!” ฝ่ามือหนาโอบหมับเข้าที่เอวบางที่กำลังบิดเร้า บีบคลึงสะโพกงามอย่างจงใจ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาขย้ำหน้าอกอวบอิ่มทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วงผ่านเนื้อผ้า “อึก...! อื้อ~” ลัลนาก็ไม่ยอมถอย เธอสู้กลับอย่างเต็มที่พยายามเล้าโลมเพื่อจะแกล้งให้ภาคินทรมาน หญิงสาวก้มลงจูบซับไปที่ซอกคอของเขา พร้อมกับเป่าลมหายใจอุ่น ๆ รดทั่วต้นคอแกร่ง... ยิ่งเธอรุกเร้ามากเท่าไหร่ อารมณ์ของเขายิ่งพุ่งพล่านมากขึ้นเท่านั้น ภายใต้กางเกงที่ตึงเปรี๊ยะของภาคินปวดหนึบ บางอย่างกำลังดันขึ้นมาอย่างแข็งขืนจนลัลนารู้สึกได้ถึงความใหญ่โต มือเรียวเล็กตัดสินใจเลื่อนลงสัมผัสเข้าไปใต้กางเกง สัมผัสถึงความร้อนรุ่มและขนาดที่โอฬาร เธอค่อย ๆ ลูบไล้บีบนวดอย่างเบามือ ทำเอาเขาทนไม่ไหวจนต้องผละริมฝีปากออกอย่างเร่งรีบเพื่อสูดอากาศ “เอาใหญ่แล้วนะ... ใจกล้าขึ้นนะเรา เด็กดื้อ... หึ~!” ดวงตาคมกริบจ้องเธอด้วยไ
ก่อนจะมุ่งหน้าไปล่ารางวัลใหญ่ในคาสิโน ภาคินพาเดินลัดเลาะเลียบอ่าวมาริน่ามาจนถึงแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง Merlion สิงโตพ่นน้ำตัวมหึมาที่กำลังทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างขยันขันแข็งบรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่พยายามหามุมกล้องประหลาดๆ ลัลนายืนมองนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่พยายามอ้าปากกว้างเพื่อทำมุมให้เหมือนน้ำที่พ่นออกมาตกลงในปากพอดี บางคนก็ยกมือทำท่ารับน้ำเหมือนกำลังสระผม บ้างก็ป้องมือเหมือนรองน้ำดื่ม“พี่คินดูนั้นสิคะ ทำไปได้ยังไงเนี่ย ตลกจังเลย” ลัลนาหัวเราะคิกคักพลางส่ายหน้า “ลัลไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอนค่ะพี่คิน มันดูตลกเกินไป ถ่ายรูปทั้งทีขอแบบสวยๆ ปกติดีกว่า ท่าแปลกๆ แบบนั้นลัลไม่เอาด้วยหรอกนะคะ เสียลุคหมด”“จริงเหรอครับ? พี่ว่าก็น่ารักดีออกนะ” ภาคินเลิกคิ้ว ยิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน“ไม่แน่นอนค่ะ! พี่คินเตรียมกดชัตเตอร์เลยนะ ลัลจะยืนโพสต์สวยๆ ตรงนี้แหละ”ลัลนาจัดแจงจัดระเบียบชุดให้เข้าที่ ยืนทิ้งสะโพกโปรยยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กล้องของภาคินไปได้ 2-3 รูป เขาก้มลงดูรูปในมือถือเพื่อเช็กความคมชัดอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที เขาก็ต้องชะงักกึกพร้อมกับนัยน์ตาที่เบิกกว้างภาพตรงหน้าค
ฉากต่อจากตอนที่ 3 ที่ลัลนาเข้าคาสิโนไม่ได้เพราะอายุ ยังไม่ถึงเกณฑ์ ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนสิงคโปร์ ณ Gardens by the Bay อาณาจักรแห่งพฤกษาสู่โลกอนาคต ลัลนาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ลัลนาเดินก้มหน้าปล่อยให้หยาดน้ำตาหยดลงบนพื้นทางเดินปูนเลียบอ่าวมาลิน่าเบย์ทีละหยด สองเท้าคู่เล็กบัดนี้ก้าวไปอย่างไร้จุดหมาย ความเจ็บปวดจากการถูกคนรักหักหลังทิ้งไว้ในเมืองที่เธอไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะไปที่ไหน ทำให้โลกทั้งใบของเธอกลายเป็นสีเทาหม่น แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยแสงสีของเมืองหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ตาม ภาคินเดินตามหลังร่างเล็กนั้นมาเงียบๆ เว้นระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เธอกดดัน แต่สายตาคมกริบไม่เคยละไปจากแผ่นหลังที่สั่นเทานั้นเลย เขารู้ดีว่าความรู้สึกพังทลายมันเป็นอย่างไร และในฐานะคนที่ "ตั้งใจ" จะมาที่นี่อยู่แล้ว (แม้จะเป็นการโกหกหน้าตายเพื่อไม่ให้เธอเกรงใจก็ตาม) เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ยัยลูกแมวหลงทางตัวนี้เดินตกลงไปในอ่าวมาลิน่าเสียก่อน “จะเดินไปจนถึงสนามบินเลยไหมครับ?” เสียงทุ้มเปรยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอเดินมาไกลพอสมควรแล้ว ลัลนาชะงักฝีเท้า สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบใช้หลังมือเช็ดหน้าเช็ดตา “
ท่ามกลางเสียงกลองสันทนาการที่ดังระงมไปทั่วคณะ ลัลนาเฟรชชี่สาวปีหนึ่งสภาพดูไม่จืด ใบหน้าที่เคยจิ้มลิ้มบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยแป้งฝุ่นผสมน้ำขยี้จนด่างดวง ลิปสติกสีแดงเถือกถูกขีดเขียนจนเลยขอบปาก แถมผมทรงน้ำพุที่พี่ระเบียบมัดให้ก็ยุ่งเหยิงจนดูเหมือนสายไฟพันกัน ความล้าและอาการปวดเบาทำให้เธอรีบก้มหน้าก้มตาเดินเข้าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ทันสังเกตป้ายหน้าประตู “ว้ายยยย! ไอ้! โรคจิต!” เสียงแหลมเล็กแผดก้องทำเอาภาคิน รุ่นพี่ปีสี่ที่กำลังยืนทำธุระส่วนตัวอย่างสงบถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนเกือบเสียหลัก เขาหันขวับมามองผู้บุกรุกด้วยความตกใจพอๆ กัน “เฮ้ยยย! น้องเข้ามาได้ไงเนี๊ยะ!” ภาคินโวยวายพร้อมรีบจัดการเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ “แกสิ เข้ามาได้ไง! ช่วยด้วยๆ มีโรคจิตอยู่ในห้องน้ำ!” ลัลนาโวยวายกลับทั้งที่ตัวเองยืนอยู่หน้าโถฉี่ชายแท้ๆ เธอไม่ฟังอีร้าค่าอีรม เตรียมจะป่าวประกาศให้โลกกู้ “เฮ้ยยย! น้องเงียบๆ บ้าไปแล้วเหรอ!” ด้วยความกลัวว่าคนข้างนอกจะเข้าใจผิด ภาคินจึงรีบถลาเข้าไปหาหวังจะระงับเหตุ แต่ด้วยความรีบร้อน มือหนาที่เพิ่งจะกุมท่อนซุงจัดระเบียบร่างกายเมื่อครู่ กลับพุ่งตรงไปแปะเข้าที่ปากเล็กๆ ขอ
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านร่องไม้ของตัวบ้านไม้เก่าแก่ เสียงไก่ขันประสานกับเสียงนกกระจิบดังก้องไปทั่วสวนมะม่วง ภายในมุ้งสีขาวสะอาดที่แกว่งไกวตามลมโชย สองร่างยังคงนอนตระกองกอดกันอย่างแนบชิด ลัลนาซุกใบหน้าหวานอยู่กับแผงอกอุ่น ขณะที่ภาคินโอบรัดเธอไว้ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ความสุขตรงหน้าจะเลือนหายไป “อะแฮ่ม!!!” เสียงกระแอมไอที่จงใจให้ดังสนิทมาจากหน้าประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ ทำเอาลัลนาสะดุ้งสุดตัวจนเกือบตกเตียง เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงด้วยใบหน้าแดงก่ำไปถึงคอ “พ่อ! / คุณพ่อ!” สองเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน พ่อของลัลนายืนกอดอกพิงกรอบประตู มองดู “คุณชายจากเมืองกรุง” ที่พยายามลุกขึ้นมานั่งในท่าที่สำรวมที่สุดทั้งที่ยังอยู่ในมุ้งสีหวาน ภาคินรีบลงจากเตียงมานั่งพับเพียบกับพื้นไม้ทันที “หลับสบายดีไหมล่ะคุณภาคิน! ห้องแขกที่แม่เขาจัดไว้ให้มันนอนลำบากจนต้องย้ายมานอนมุ้งเดียวกับลูกสาวผมเลยรึไง!” พ่อถามเสียงเรียบ แต่แววตาไม่ได้มีความโกรธจัดอย่างที่ลัลนากลัว “ผมขอโทษครับคุณพ่อ... คือเมื่อคืนผมไข้ขึ้น ลัลนาเลยช่วยดูแลผมครับ” ภาคินตอบตะกุกตะกัก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมาดมั่นบ
บรรยากาศยามเย็นที่บ้านสวนบางคล้าช่างเงียบสงบ พ่อกับแม่พากันออกไปดูหน้าดินที่ท้ายสวน ทิ้งให้ ภาคินและลัลนา อยู่ด้วยกันตามลำพัง ภาคินที่เพิ่งฟื้นไข้ขยับตัวลุกขึ้นด้วยท่าทางอ่อนแรง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองมือตัวเองที่ถูกพันแผลไว้จนหนาเตอะ ก่อนจะหันไปหาคนตัวเล็กที่กำลังง่วนกับการเตรียมผ้าเช็ดตัวให้เขา “ลัล... พี่อยากอาบน้ำ” ภาคินอ้อนเสียงแผ่ว “แต่ดูมือพี่สิ... โดนน้ำไม่ได้เลย แผลมันจะอักเสบ” ลัลนาหันมามอง “ก็เช็ดตัวไปก่อนสิคะ พรุ่งนี้ค่อยอาบ” “ไม่ได้ครับ พี่ขุดดินมาทั้งวัน ตัวเหนียวไปหมดแล้ว...” ภาคินก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นกายจางๆ “ช่วยพี่หน่อยนะ... สระผมให้พี่ด้วย พี่ก้มเองไม่ได้จริงๆ” ณ ห้องน้ำกึ่งเอาท์ดอร์ริมสวน ลัลนาใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นภาคินเดินออกมาโดยมีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียว พันหมิ่นเหม่รอบเอวสอบ ผิวพรรณของเขาที่เคยเห็นว่าขาวจัด บัดนี้กลับดูขาวอมชมพูยิ่งขึ้นเพราะฤทธิ์ไข้ที่ยังหลงเหลือและแดดที่เพิ่งเผาไปเมื่อกลางวัน หยดน้ำที่เกาะอยู่ตามแผงอกกว้างที่มีกล้ามเนื้อกำยำพอดิบพอดีทำให้เขาดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ “นั่งลงที่ม้านั่งนี่ค่ะ ลัลจะสระผมให้ก่อน” เธอสั่งเสียงสั







