เข้าสู่ระบบหลังจากมื้อเที่ยงจบลง ภาคินพาเธอกลับไปที่โรงแรมเดิมย่านไชน่าทาวน์เพื่อจัดการเก็บสัมภาระของเธอออกมาจาก "นรก" ที่ไอ้ปอทิ้งไว้ ลัลนารีบยัดเสื้อผ้าและ "กล่องถุงยางหลากไซส์" ที่ยังไม่ได้ใช้อีกเกือบสิบกล่องลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินตามภาคินไปขึ้นรถหรูที่เขาสั่งมารับ
ไม่นานนัก รถก็มาจอดสนิทหน้าคอนโดมิเนียมสูงระฟ้าใจกลางเมืองที่ดูทันสมัยจนน่าขนลุก ภาคินใช้คีย์การ์ดสีทองแตะผ่านทางเข้าพิเศษ ก่อนจะพาเธอขึ้นลิฟต์ความเร็วสูงมายังห้องชุดเพดานสูงที่ตกแต่งอย่างเนี๊ยบกริบ “วางตรงนี้แหละค่ะ ไม่ต้องห่วง หนูอยู่ได้สบายมาก” ในความคิดภาคิน “ใครเขาห่วงเธอล่ะ ฉันห่วงห้องฉันต่างหาก! นี่เราคิดผิดหรือคิดถูกวะ!... ที่ให้ยัยเด็กแก่แดดมาอยู่ที่ห้อง” ลัลนาลากกระเป๋าเดินทางใบจิ๋วเข้ามาวางแหมะไว้ข้างโซฟาหนังแบรนด์เนมอย่างไม่ยี่หระ เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่กว้างจนแทบจะเตะตะกร้อได้ พลางผิวปากเบาๆ ด้วยความทึ่ง “โห... พี่... ท่าทางบริษัทพี่จะจ่ายเงินเดือนเยอะนะคะ ถึงกล้าเช่าห้องใหญ่ขนาดนี้ ขนาดห้องเช่ารายเดือนยังหรูขนาดนี้ ถ้าเป็นห้องจริงๆ ที่ไทยจะขนาดไหนเนี่ย” ภาคินที่กำลังก้มลงเช็กความเรียบร้อยของนาฬิกาบนข้อมือถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เขาเลิกคิ้วมอง ‘ยัยเด็กช่างมโน’ ที่สรุปเอาเองว่าเขาเช่าห้องนี้อยู่ชั่วคราว แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ “ก็พออยู่ได้ครับ ไม่ได้ลำบากอะไร” เขาตอบเสียงเรียบพลางยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาอีกครั้ง “พี่ต้องไปสนามบินแล้วนะ อีกไม่กี่ชั่วโมงเครื่องจะออกแล้ว” “อ๋อ โอเคค่ะ! เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอบอกลาเขาเหมือนบอกลาเพื่อนข้างบ้าน ท่าทางที่ดูไม่ได้แยแสหรือเรียกร้องอะไรจากเขาเลย ทั้งที่เพิ่งผ่านบทเรียนรักอันเร่าร้อนมาด้วยกัน ทำให้ภาคินรู้สึกแปลกใจอย่างบอกไม่ถูก “เอานี่... คีย์การ์ด พรุ่งนี้เช้าเช็กเอาต์ออกแล้วล็อกห้องให้พี่ด้วย” “รับทราบค่ะ! เดี๋ยวหนูจัดการให้เรียบร้อยเหมือนไม่เคยมีใครมาอยู่เลย พี่คนไทยรีบไปเถอะเดี๋ยวตกเครื่อง” เธอยกมือทำท่าตะเบ๊ะรับทราบพลางหันมายิ้มร่าให้เขา ภาคินยืนนิ่งมองใบหน้าใสซื่อที่ดูไม่ทุกข์ร้อนนั่นครู่หนึ่ง แววตาเซ็กซี่ใต้กรอบหน้าคมคายสั่นไหวเล็กน้อย เขาเกือบจะหักห้ามใจไม่ให้ก้มลงไป ‘สั่งลา’ ยัยตัวแสบคนนี้ไม่ได้ “อยู่ที่นี่คนเดียว... อย่าซนจนห้องพี่พังล่ะ” ภาคินตัดบทก่อนจะรีบก้าวออกจากห้องไป เพราะถ้าขืนอยู่นานกว่านี้ เขาอาจจะเปลี่ยนใจทิ้งตั๋วเครื่องบินแล้วอยู่สั่งสอนยัยเด็กแก่แดดคนนี้ต่ออีกสักรอบ! ขณะที่เสียงประตูปิดลง ลัลนาก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนโซฟานุ่มนิ่ม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเกรดพรีเมียมยังติดอยู่ที่ปลายจมูก “อ่า... สบายจัง ห้องเช่าคนรวยนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง ขอบคุณความโชคดีในความโชคร้ายนะลัลนา ได้นอนห้องหรูฟรีๆ แถมเมื่อคืนยังได้กำไรเป็นอาหารตาเกรดพรีเมียมอีก... คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!” เธอหลับตาลงอย่างผู้ชนะ โดยไม่รู้เลยว่า ‘เจ้าของห้องเช่า’ ที่เธอคิด กำลังจะกลายเป็นคนที่มาปั่นป่วนชีวิตการฝึกงานของเธอจนไม่ได้พักผ่อนในนาคต! หลังจากที่จัดการตัวเองจนเรียบร้อย ลัลนา ก็เริ่มใช้คีย์การ์ดสีทองที่ได้รับมาประหนึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เธอเดินสำรวจห้องชุดสุดหรูด้วยความตื่นเต้น และจังหวะที่เหลือบมองนาฬิกา เธอก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า... วันนี้คือวันเกิดครบรอบ 21 ปีของเธอพอดี! “21 ปีบริบูรณ์... เข้าคาสิโนได้แล้วนี่นา!” ความคิดพิเรนทร์แล่นเข้ามาในหัวตามประสาเด็กซุกซนที่อยากรู้อยากลอง ไม่รอช้า ลัลนาพาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าคาสิโนชื่อดัง เธอยื่นพาสปอร์ตยืนยันตัวตนด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะแลกชิปเงินสดก้อนสุดท้ายที่มีติดตัวเพื่อลองเสี่ยงโชคดูสักครั้งในชีวิต แต่แล้ว... ความเป็นจริงก็ช่างโหดร้าย เพียงไม่นานเงินสดทั้งหมดที่เธอมีก็ละลายหายไปกับโต๊ะพนันอย่างไร้ร่องรอย “หมด... หมดตัวจริงๆ ด้วยลัลนาเอ๊ย! เค้าเล่นกันยังไงถึงได้เงินแสนวะ เอาไงวะอีลัลเอ้ย!” เธอเดินคอตกออกมาจากคาสิโนพร้อมกับเศษเหรียญไม่กี่เซ็นต์ในกระเป๋า ตังค์จะนั่งรถกลับคอนโดก็ไม่มี เธอต้องเดินลัดเลาะตาม GPS มาเรื่อยๆ ท่ามกลางความหิวโหย จนกระทั่งมาถึงร้านสะดวกซื้อใต้ตึกสูงด้วยความหวังสุดท้าย ลัลนาหยิบของกินพะรุงพะรังแล้วลองยื่นบัตรเดบิตการ์ดที่พ่อแม่ทำไว้ให้... ติ๊ด! เสียงเครื่องรูดบัตรทำงานทำเอาเธอถอนหายใจโล่งอก "รอดตายแล้ว! ขอบคุณนะคะ พ่อจ๋า แม่จ๋า"ภายในห้องชุดสุดหรู ลัลนาหอบของกินขึ้นมาบนห้องอย่างทุลักทุเล เธอจัดการแกะของกินด้วยความหิวโหย แต่พอเปิดตู้เย็นเพื่อหาเครื่องดื่ม เธอก็ต้องตาค้าง เมื่อพบว่าข้างในนั้นเต็มไปด้วยเบียร์ เหล้า ไวน์ราคาแพง ขนมขบเคี้ยว และผลไม้สดพรีเมียมวางไว้อย่างพรั่งพร้อม “โห... นี่ห้องเช่าหรือมินิมาร์ทวะเนี่ย? รู้เงี้ยไม่น่าเปลืองตังค์ซื้อมาเลย” เธอพึมพำพลางสำรวจตู้เสื้อผ้าที่ยังมีชุดคลุมและของใช้ส่วนตัวของภาคินวางอยู่ครบถ้วน “แปลกจัง... เขาไม่เอาของไปด้วยเหรอ หรือโรงแรมระดับพรีเมียมเขามีบริการให้ยืมแม้กระทั่งชุดคลุม?” บรรยากาศเริ่มดึกสงัด ลัลนาตัดสินใจทำสิ่งที่ใจอยากทำมาตลอด เธอเดินไปรูดม่านกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นวิวแสงสีของสิงคโปร์จากมุมสูง ก่อนจะจัดการแก้ผ้าแล้วลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำสุดหรู เธอเริ่มบีบโฟมอาบน้ำจนฟองนุ่มฟูพูนท่วมอ่าง เธอยกถาดผลไม้ที่มีองุ่นพวงโตและไวน์ที่แช่เย็นไว้มาวางข้างอ่าง ประหนึ่งกำลังเสวยสุขในวิมานส่วนตัว “นี่มันสวรรค์ชัดๆ ... โดนเปิดซิงไปแค่นี้แต่ได้ขึ้นสวรรค์เลย คุ้มจัง! ทั้งหล่อ ทั้งตัวหอม ผิวก็ขาวสะอาด... อยากลองอีกสักครั้งจัง แบบไม่เมานะ จะฟินขนาดไหนกันเชียว เมื่อคืนจำไม่ค่อยได้ซะด้วย” เธอพูดยิ้มๆ พลางยกแก้วไวน์ขึ้นกระดกอึกใหญ่ “ว้าย! แคร๊กๆ ...ฝาดจัง ไม่เห็นอร่อยเลย” เธอรีบยัดองุ่นตามเข้าปาก “ถ้าไม่ติดว่าอยากถ่ายรูปเซลฟี่อวดยัยแคทกับยัยเฌอนะ ไม่กินหรอกไวน์ฝาดๆ เนี่ย!” สาวน้อยลุกขึ้นจากอ่างในสภาพเปียกโชก เดินธงๆ ไปเติมไวน์ที่ตู้เย็นอีกรอบแล้วกลับมาจิบต่ออย่างสบายใจ เมื่อหนำใจแล้วเธอก็ขึ้นจากอ่าง ล้างตัวเสร็จก็เดินล่อนจามไปทั่วห้องโดยไม่คิดจะระแวงว่าจะมีกล้องแอบถ่ายหรือมีใครเห็นหรือไม่ แถมยังหยิบชุดคลุมตัวใหญ่ของภาคินมาสวม เดินเซลฟี่รอบห้องจนใบหน้าเริ่มแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ด้วยความมึน ลัลนาเดินเซจนสะดุดขาตัวเอง ล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น ขนมที่ซื้อมาและของใช้เริ่มกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง แต่เธอก็ยังไม่วายเดินไปคว้าขวดไวน์มากระดกอีกรอบ “กิน ๆ ไปเถอะของแพง... โอกาสดี ๆ ไม่ได้มีบ่อยๆ ฮ่าๆๆ”ตัดภาพมาที่หน้าประตูห้อง ภาคิน ยืนขมวดคิ้วอยู่หน้าห้องของตัวเอง เขาตัดสินใจทิ้งตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินดึกเพื่อกลับมาดูให้เห็นกับตา ความจริงเขาไม่ได้เป็นห่วงเด็กผู้หญิงที่มองเขาเป็นคนแปลกหน้าคนนั้นเท่าไหร่นัก แต่เขาเป็นห่วงห้องของเขามากกว่า เพราะนี่ไม่ใช่โรงแรมเช่าอย่างที่เธอเข้าใจ แต่มันคือพื้นที่ส่วนตัวที่เขาหวงแหน ถึงแม้เขาจะกำชับพนักงานไว้แล้วว่าให้ดูแลเธอในฐานะแขกโรงแรมเพื่อไม่ให้เธอรู้ความจริง แต่ใจเขาก็ยังไม่สงบพอ “ยัยเด็กนั่นจะทำห้องเราพังไหมนะ...” ภาคินแตะคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปด้วยความเงียบเชียบ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาเขาถึงกับต้องยกมือกุมขมับ... กลิ่นไวน์ฟุ้งกระจาย ขนมเกลื่อนพื้น และที่สำคัญที่สุด... ยัยตัวแสบในชุดคลุมของเขาที่ใส่แบบหลุดลุ่ย กำลังนั่งหัวเราะร่าและกระดกไวน์ขวดละหลายหมื่นของเขาเหมือนกินน้ำเปล่า! “เวรล่ะ!”ร่างสูงกระชากร่างบางเข้าหาตัวก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปอย่างอดใจไม่ไหว กลีบปากหนาบดขยี้ริมฝีปากเล็กอย่างเร่าร้อนและหิวกระหาย ลิ้นอุ่นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน นัวเนียกันอย่างดูดดื่มจนขอบปากเลอะเปรอะไปด้วยหยาดน้ำแห่งความปรารถนา “อื้ม...!” ฝ่ามือหนาโอบหมับเข้าที่เอวบางที่กำลังบิดเร้า บีบคลึงสะโพกงามอย่างจงใจ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาขย้ำหน้าอกอวบอิ่มทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วงผ่านเนื้อผ้า “อึก...! อื้อ~” ลัลนาก็ไม่ยอมถอย เธอสู้กลับอย่างเต็มที่พยายามเล้าโลมเพื่อจะแกล้งให้ภาคินทรมาน หญิงสาวก้มลงจูบซับไปที่ซอกคอของเขา พร้อมกับเป่าลมหายใจอุ่น ๆ รดทั่วต้นคอแกร่ง... ยิ่งเธอรุกเร้ามากเท่าไหร่ อารมณ์ของเขายิ่งพุ่งพล่านมากขึ้นเท่านั้น ภายใต้กางเกงที่ตึงเปรี๊ยะของภาคินปวดหนึบ บางอย่างกำลังดันขึ้นมาอย่างแข็งขืนจนลัลนารู้สึกได้ถึงความใหญ่โต มือเรียวเล็กตัดสินใจเลื่อนลงสัมผัสเข้าไปใต้กางเกง สัมผัสถึงความร้อนรุ่มและขนาดที่โอฬาร เธอค่อย ๆ ลูบไล้บีบนวดอย่างเบามือ ทำเอาเขาทนไม่ไหวจนต้องผละริมฝีปากออกอย่างเร่งรีบเพื่อสูดอากาศ “เอาใหญ่แล้วนะ... ใจกล้าขึ้นนะเรา เด็กดื้อ... หึ~!” ดวงตาคมกริบจ้องเธอด้วยไ
ก่อนจะมุ่งหน้าไปล่ารางวัลใหญ่ในคาสิโน ภาคินพาเดินลัดเลาะเลียบอ่าวมาริน่ามาจนถึงแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง Merlion สิงโตพ่นน้ำตัวมหึมาที่กำลังทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างขยันขันแข็งบรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่พยายามหามุมกล้องประหลาดๆ ลัลนายืนมองนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่พยายามอ้าปากกว้างเพื่อทำมุมให้เหมือนน้ำที่พ่นออกมาตกลงในปากพอดี บางคนก็ยกมือทำท่ารับน้ำเหมือนกำลังสระผม บ้างก็ป้องมือเหมือนรองน้ำดื่ม“พี่คินดูนั้นสิคะ ทำไปได้ยังไงเนี่ย ตลกจังเลย” ลัลนาหัวเราะคิกคักพลางส่ายหน้า “ลัลไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอนค่ะพี่คิน มันดูตลกเกินไป ถ่ายรูปทั้งทีขอแบบสวยๆ ปกติดีกว่า ท่าแปลกๆ แบบนั้นลัลไม่เอาด้วยหรอกนะคะ เสียลุคหมด”“จริงเหรอครับ? พี่ว่าก็น่ารักดีออกนะ” ภาคินเลิกคิ้ว ยิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน“ไม่แน่นอนค่ะ! พี่คินเตรียมกดชัตเตอร์เลยนะ ลัลจะยืนโพสต์สวยๆ ตรงนี้แหละ”ลัลนาจัดแจงจัดระเบียบชุดให้เข้าที่ ยืนทิ้งสะโพกโปรยยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กล้องของภาคินไปได้ 2-3 รูป เขาก้มลงดูรูปในมือถือเพื่อเช็กความคมชัดอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที เขาก็ต้องชะงักกึกพร้อมกับนัยน์ตาที่เบิกกว้างภาพตรงหน้าค
ฉากต่อจากตอนที่ 3 ที่ลัลนาเข้าคาสิโนไม่ได้เพราะอายุ ยังไม่ถึงเกณฑ์ ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนสิงคโปร์ ณ Gardens by the Bay อาณาจักรแห่งพฤกษาสู่โลกอนาคต ลัลนาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ลัลนาเดินก้มหน้าปล่อยให้หยาดน้ำตาหยดลงบนพื้นทางเดินปูนเลียบอ่าวมาลิน่าเบย์ทีละหยด สองเท้าคู่เล็กบัดนี้ก้าวไปอย่างไร้จุดหมาย ความเจ็บปวดจากการถูกคนรักหักหลังทิ้งไว้ในเมืองที่เธอไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะไปที่ไหน ทำให้โลกทั้งใบของเธอกลายเป็นสีเทาหม่น แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยแสงสีของเมืองหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ตาม ภาคินเดินตามหลังร่างเล็กนั้นมาเงียบๆ เว้นระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เธอกดดัน แต่สายตาคมกริบไม่เคยละไปจากแผ่นหลังที่สั่นเทานั้นเลย เขารู้ดีว่าความรู้สึกพังทลายมันเป็นอย่างไร และในฐานะคนที่ "ตั้งใจ" จะมาที่นี่อยู่แล้ว (แม้จะเป็นการโกหกหน้าตายเพื่อไม่ให้เธอเกรงใจก็ตาม) เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ยัยลูกแมวหลงทางตัวนี้เดินตกลงไปในอ่าวมาลิน่าเสียก่อน “จะเดินไปจนถึงสนามบินเลยไหมครับ?” เสียงทุ้มเปรยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอเดินมาไกลพอสมควรแล้ว ลัลนาชะงักฝีเท้า สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบใช้หลังมือเช็ดหน้าเช็ดตา “
ท่ามกลางเสียงกลองสันทนาการที่ดังระงมไปทั่วคณะ ลัลนาเฟรชชี่สาวปีหนึ่งสภาพดูไม่จืด ใบหน้าที่เคยจิ้มลิ้มบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยแป้งฝุ่นผสมน้ำขยี้จนด่างดวง ลิปสติกสีแดงเถือกถูกขีดเขียนจนเลยขอบปาก แถมผมทรงน้ำพุที่พี่ระเบียบมัดให้ก็ยุ่งเหยิงจนดูเหมือนสายไฟพันกัน ความล้าและอาการปวดเบาทำให้เธอรีบก้มหน้าก้มตาเดินเข้าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ทันสังเกตป้ายหน้าประตู “ว้ายยยย! ไอ้! โรคจิต!” เสียงแหลมเล็กแผดก้องทำเอาภาคิน รุ่นพี่ปีสี่ที่กำลังยืนทำธุระส่วนตัวอย่างสงบถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนเกือบเสียหลัก เขาหันขวับมามองผู้บุกรุกด้วยความตกใจพอๆ กัน “เฮ้ยยย! น้องเข้ามาได้ไงเนี๊ยะ!” ภาคินโวยวายพร้อมรีบจัดการเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ “แกสิ เข้ามาได้ไง! ช่วยด้วยๆ มีโรคจิตอยู่ในห้องน้ำ!” ลัลนาโวยวายกลับทั้งที่ตัวเองยืนอยู่หน้าโถฉี่ชายแท้ๆ เธอไม่ฟังอีร้าค่าอีรม เตรียมจะป่าวประกาศให้โลกกู้ “เฮ้ยยย! น้องเงียบๆ บ้าไปแล้วเหรอ!” ด้วยความกลัวว่าคนข้างนอกจะเข้าใจผิด ภาคินจึงรีบถลาเข้าไปหาหวังจะระงับเหตุ แต่ด้วยความรีบร้อน มือหนาที่เพิ่งจะกุมท่อนซุงจัดระเบียบร่างกายเมื่อครู่ กลับพุ่งตรงไปแปะเข้าที่ปากเล็กๆ ขอ
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านร่องไม้ของตัวบ้านไม้เก่าแก่ เสียงไก่ขันประสานกับเสียงนกกระจิบดังก้องไปทั่วสวนมะม่วง ภายในมุ้งสีขาวสะอาดที่แกว่งไกวตามลมโชย สองร่างยังคงนอนตระกองกอดกันอย่างแนบชิด ลัลนาซุกใบหน้าหวานอยู่กับแผงอกอุ่น ขณะที่ภาคินโอบรัดเธอไว้ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ความสุขตรงหน้าจะเลือนหายไป “อะแฮ่ม!!!” เสียงกระแอมไอที่จงใจให้ดังสนิทมาจากหน้าประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ ทำเอาลัลนาสะดุ้งสุดตัวจนเกือบตกเตียง เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงด้วยใบหน้าแดงก่ำไปถึงคอ “พ่อ! / คุณพ่อ!” สองเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน พ่อของลัลนายืนกอดอกพิงกรอบประตู มองดู “คุณชายจากเมืองกรุง” ที่พยายามลุกขึ้นมานั่งในท่าที่สำรวมที่สุดทั้งที่ยังอยู่ในมุ้งสีหวาน ภาคินรีบลงจากเตียงมานั่งพับเพียบกับพื้นไม้ทันที “หลับสบายดีไหมล่ะคุณภาคิน! ห้องแขกที่แม่เขาจัดไว้ให้มันนอนลำบากจนต้องย้ายมานอนมุ้งเดียวกับลูกสาวผมเลยรึไง!” พ่อถามเสียงเรียบ แต่แววตาไม่ได้มีความโกรธจัดอย่างที่ลัลนากลัว “ผมขอโทษครับคุณพ่อ... คือเมื่อคืนผมไข้ขึ้น ลัลนาเลยช่วยดูแลผมครับ” ภาคินตอบตะกุกตะกัก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมาดมั่นบ
บรรยากาศยามเย็นที่บ้านสวนบางคล้าช่างเงียบสงบ พ่อกับแม่พากันออกไปดูหน้าดินที่ท้ายสวน ทิ้งให้ ภาคินและลัลนา อยู่ด้วยกันตามลำพัง ภาคินที่เพิ่งฟื้นไข้ขยับตัวลุกขึ้นด้วยท่าทางอ่อนแรง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองมือตัวเองที่ถูกพันแผลไว้จนหนาเตอะ ก่อนจะหันไปหาคนตัวเล็กที่กำลังง่วนกับการเตรียมผ้าเช็ดตัวให้เขา “ลัล... พี่อยากอาบน้ำ” ภาคินอ้อนเสียงแผ่ว “แต่ดูมือพี่สิ... โดนน้ำไม่ได้เลย แผลมันจะอักเสบ” ลัลนาหันมามอง “ก็เช็ดตัวไปก่อนสิคะ พรุ่งนี้ค่อยอาบ” “ไม่ได้ครับ พี่ขุดดินมาทั้งวัน ตัวเหนียวไปหมดแล้ว...” ภาคินก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นกายจางๆ “ช่วยพี่หน่อยนะ... สระผมให้พี่ด้วย พี่ก้มเองไม่ได้จริงๆ” ณ ห้องน้ำกึ่งเอาท์ดอร์ริมสวน ลัลนาใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นภาคินเดินออกมาโดยมีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียว พันหมิ่นเหม่รอบเอวสอบ ผิวพรรณของเขาที่เคยเห็นว่าขาวจัด บัดนี้กลับดูขาวอมชมพูยิ่งขึ้นเพราะฤทธิ์ไข้ที่ยังหลงเหลือและแดดที่เพิ่งเผาไปเมื่อกลางวัน หยดน้ำที่เกาะอยู่ตามแผงอกกว้างที่มีกล้ามเนื้อกำยำพอดิบพอดีทำให้เขาดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ “นั่งลงที่ม้านั่งนี่ค่ะ ลัลจะสระผมให้ก่อน” เธอสั่งเสียงสั







