LOGIN“อยากจูบหนูไหมคะ?”
คนตัวโตไม่ตอบ แต่กดสะโพกสอบเน้นย้ำเข้าไปจนสุดทาง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไป ใช้ปากหยักปิดปากชมพูด้วยจูบที่ร้อนแรง แลกเปลี่ยนลมหายใจและเรียวลิ้นอย่างโหยหา เอวแกร่งเริ่มกลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้งด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว เสียงครางหวานถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ พร้อมกับวิญญาณที่แทบจะหลุดลอยไปกับรสสัมผัสที่เขามอบให้ จังหวะรักเริ่มร้อนแรงขึ้นเมื่อเอวสอบกระแทกกระทั้นเน้นย้ำเข้าหาจุดกระสันอย่างไม่ลดละ เสียงเนื้อกระทบกันดังถี่รัวประสานกับเสียงครางหวานที่เริ่มขาดเป็นห่วงๆ ร่างเล็กบิดเร่าภายใต้ร่างแกร่ง ใบหน้าสวยเหยเกด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานจนเกินจะต้านทาน “พี่ภีม... มะ... ไม่ไหว หนูจะ อ๊ะ! อื้อออ” ก้านนิ้วเรียวเล็กจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างจนขึ้นรอยแดง ร่างกายของอมีนาเริ่มกระตุกสั่นถี่รัว ผนังนุ่มตอดรัดสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในกายเธออย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เธอจะหวีดร้องออกมาแผ่วเบาแล้วเกร็งค้าง ปล่อยให้คลื่นความสุขซัดสาดจนล่วงหน้าไปถึงสวรรค์ก่อนรอบหนึ่ง “อึก! อร๊ายยยย!” “ตอดแรงขนาดนี้... กะจะให้พี่ใจขาดตายคารูเลยเหรอ!” ภีมพัฒน์ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน เขาไม่ยอมหยุดให้เธอได้พักหายใจ แต่กลับเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นรัวเร็วขึ้นไปอีกเพื่อฉุดรั้งให้เธอกลับขึ้นไปบนจุดสูงสุดพร้อมกับเขาอีกครั้ง “พะ... พี่ภีม หนูเสียว ไม่ไหวแล้วอ่ะ” “อีกนิดเดียวคนดี... พร้อมกันนะ” พายุรักโหมกระหน่ำรุนแรงจนเตียงกว้างสั่นคลอน เอวแกร่งโถมกายเข้าหาหนักๆ เป็นจังหวะสุดท้าย ทว่าในจังหวะที่ความเสียวซ่านพุ่งทะลุขีดจำกัด อมีนาที่รับรู้ถึงอันตรายจากแรงอัดฉีดก็พยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายใช้ฝ่ามือเล็กผลักหน้าท้องแกร่งหวังจะให้เขาถอนกายออก “พะ... พี่ภีม เดี๋ยว! อย่าเพิ่ง!...” แต่ทว่ามันสายเกินไป อารมณ์ที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุดทำให้ภีมพัฒน์ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ทัน เขาคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับกระแทกย้ำเน้นๆ เข้าไปจนสุดทางรัก สองร่างกอดรัดกันแน่นสั่นสะท้านไปพร้อมกับความรู้สึกที่ระเบิดออกเป็นสายธารความร้อนระอุที่ฉีดรินจนท่วมท้นช่องทางรัก “อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊างงงง! /ฮึ๊ ฮึ๊ ฮึ๊! อ๊าสสส!” “ซี๊ดดดด! อ๊าาา!” “พี่ภีมมมม!” สองลมหายใจหอบกระเส่าดังประสานกันในความเงียบ ภีมพัฒน์ทิ้งตัวลงซบหน้ากับไหล่เนียนอย่างหมดแรง แต่ก็ยังคงฝังลึกตัวตนอยู่ในกายสาวราวกับอยากจะกักเก็บความรู้สึกนี้ไว้ให้นานที่สุด เขาจูบซับเหงื่อที่ขมับของยัยหนูอย่างเอ็นดู ก่อนจะรับรู้ถึงแรงผลักเบาๆ จากคนใต้ร่างที่ดูเหมือนจะกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ขอโทษนะ... พี่ขอโทษครับมีน่า พอดีอารมณ์มันพาไปจริงๆ” เขาผละออกมาสบตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือด้วยแววตาสำนึกผิด “พรุ่งนี้... อย่าลืมซื้อยา (คุมฉุกเฉิน) มากินด้วยนะครับ พี่ขอโทษจริงๆ” “พี่ภีม... เดี๋ยวก็ซวยหรอก!” คนตัวเล็กที่แอบกังวลปนกับความเหนื่อยล้า “กลัวเหรอ... ศิษย์เอกของพี่” “หนู... หมดแรงแล้ว” เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ ปิดลง ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำในบทรักอันยาวนานทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี ทั้งคู่ขยับกายเข้าหากันใต้อ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ก่อนจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทราที่แสนหวานไปพร้อมๆ กันโดยมีจังหวะหัวใจเริ่มเต้นเป็นจังหวะเดียวกันโดยไม่รู้ตัว แสงแดดยามเช้าส่องทะลุผ่านม่านจางๆ กระทบเปลือกตาบาง อมีนาค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแขนแกร่งที่ยังพาดอยู่บนเอวเธอ “ฉิบหายแล้ว!” เธออุทานออกมาเบาๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยาม ป่านนี้เจ้าสาวของเขาไม่แหกอกเธอตายแล้วเหรอ! หญิงสาวรีบแกะมือหนาออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะกระโดดลงจากเตียงแล้วลนลานคว้าเศษเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาสวม “ตื่น! คุณ... พี่ภีม! ตื่นสิคะ!” เธอเรียกคนที่กำลังหลับอยู่พร้อมกับใช้เท้าสะกิดขาเขาแรงๆ “สายแล้วนะ! รีบแต่งตัวแล้วออกไปเดี๋ยวนี้เลย!” “อือ... จะรีบไปไหน” ภีมพัฒน์ครางงึมงำ พลิกตัวนอนหงายเผยให้เห็นแผงอกเปลือยเปล่าที่มีรอยเล็บจางๆ ของเธอประดับอยู่ “ยังจะมาถามอีก! กลับไปหาเมียพี่ไงคะ! เร็วๆ สิ!” อมีนารีบสวมเสื้อผ้าแบบลุกลน เธอไม่ได้รอช้า พอจัดการตัวเองเสร็จก็รีบชะโงกหน้าออกไปนอกประตูห้อง ท่าทางเหมือนสายลับที่กำลังปฏิบัติภารกิจลับระดับชาติ ซ้ายว่าง... ขวาว่าง... ทางสะดวก! “มีน่า... จะไปไหนน่ะ” ภีมพัฒน์ยันตัวขึ้นถามอย่างงงๆ ท่าทางมึนหัวกับท่าทีลนลานของยัยตัวแสบ “ไม่ต้องถาม! พี่ห้ามออกไปตอนนี้จนกว่าหนูจะพ้นจากชั้นนี้นะคะ!” พูดจบเธอก็หายวับออกไปจากประตูห้อง ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่วิ่งสับอย่างรวดเร็วจนหายลับไปกับตา ภีมพัฒน์ที่กึ่งหลับกึ่งตื่นได้แต่นั่งมองบานประตูที่ยังสั่นไหวน้อยๆ ด้วยความงุนงง “อะไรวะ...!” เขายกมือเกาหัวแกรกๆ นึกขำในใจ ยัยเด็กนี่คงคิดว่าตัวเองเป็นชู้รักที่ต้องหนีตาย ทั้งที่จริงเขาจะเดินออกไปประกาศว่าได้รับบทเป็นพระเอกในชีวิตจริงของเธอแล้วยังทำได้เลย! ภีมพัฒน์ล้มตัวลงนอนสูดกลิ่นหอมของเธอที่ยังติดอยู่บนหมอน พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่มุมปาก... หนีไปเถอะมีน่า ยังไงนิยายเรื่องนี้พี่ก็คือพระเอก และเธอก็หนีนักล่าอย่างพี่ไม่พ้นหรอก! แล้วเธอจะได้รู้... ว่าการเก็บข้อมูลกับ ‘ครู’ อย่างพี่ มันต้องแลกด้วยอะไรบ้าง ยัยตัวแสบ! ที่บ้านของอมีนา ภายในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความหอมละมุน อมีนานั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ แสงแดดอ่อนๆ และสายลมเย็นที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้ผ้าม่านสีชมพูพลิ้วไหวไปตามแรงลม ลมเย็นปะทะเข้ากับใบหน้าหวานทว่าไม่ได้ช่วยให้ใจที่รุ่มร้อนของเธอเย็นลงได้เลย บนหน้าจอโน้ตบุ๊กมีเพียงหน้ากระดาษสีขาวว่างเปล่าที่รอการเติมเต็ม แต่ในหัวของเธอกลับไม่ว่างเปล่าตามไปด้วย... อมีนาเผลอหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนไหลวนกลับมาเป็นฉากๆ ราวกับหนังม้วนเก่าที่ถูกรีเพลย์ สัมผัสจัดจ้านและรสจูบที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้นยังคงแจ่มชัด หญิงสาวเผลอเม้มริมฝีปากล่างก่อนจะขบเบาๆ ที่มุมปากอย่างลืมตัว มือเล็กเผลอจิกเกร็งไปที่หน้าขาเมื่อมโนภาพการ “ขึ้นสวรรค์” ครั้งแรกในชีวิตพุ่งโจมตีความรู้สึกจนตัวสั่นเทิ้ม “อื้ออออ... พี่ภีมนะพี่ภีม...” “โอ๊ย! ไม่ได้นะมีน่า! หยุดฟุ้งซ่านเดี๋ยวนี้นะ!” หญิงสาวชะงักกึก ก่อนจะรวบรวมพละกำลังทั้งหมดเคาะกำปั้นลงบนกระหม่อมตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา “นิยาย! แกต้องเขียนนิยาย! มีน่า... โฟกัสที่งานสิ อย่าเพ้อเจ้อ!” เธอพยายามจ้องหน้าจอสีขาวเขม็ง นิ้วเรียวเตรียมจะกดแป้นพิมพ์เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงลงไปเป็นตัวอักษร แต่พอจะพิมพ์คำว่า “บทรัก” ใบหน้าเจ้าเล่ห์ของคนตัวโตก็โผล่ขึ้นมาทับซ้อนบนหน้าจอเสียอย่างนั้น “แต่สัมผัสเขามัน... อื้อออออ... ไม่เอา! ไม่คิด!” เธอส่ายหน้าพรืดจนผมสะบัด สองมือขยี้หัวตัวเองจนฟูฟ่อง “สติ! สติ! ตั้งสติเขียนนิยายสิยัยมีน่า อย่าวอกแวก! ถือซะว่าเขาเป็นแค่... เป็นแค่หุ่นลองเสื้อ! เป็นแค่อาจารย์ใหญ่สายเฉพาะกิจเท่านั้นเอง!” อมีนาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ฮึดสู้กับความหื่นกระหายของตัวเองที่กำลังตีรวนกับจรรยาบรรณนักเขียน แต่ดูเหมือนว่ายิ่งพยายามจะลืม... สัมผัสตรงกึ่งกลางกายกลับยิ่งย้ำเตือนว่า ‘ข้อมูล’ เมื่อคืนมันแน่นปึ้กแค่ไหน! ที่เพ้นเฮาส์ภีมพัฒน์ ตัดภาพกลับมาที่ทางฝั่งของภีมพัฒน์ ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างละเลียดจิบกาแฟดำรสเข้มอยู่บนโซฟาหนังตัวหรู สายตาคมปลาบทอดมองออกไปยังวิวเมืองที่วุ่นวายผ่านกระจกบานใหญ่ ใกล้ๆ กันนั้นมีกระเป๋าเดินทางวางอยู่ ภายในบรรจุเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นเพียงบางส่วนเพื่อเตรียมตัวย้ายเข้าบ้านใหม่ ท่ามกลางความเงียบสงบในห้อง กลิ่นกาแฟที่หอมกรุ่นกลับไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเขาได้เท่ากับภาพใบหน้าตื่นๆ ของยัยตัวแสบเมื่อเช้านี้ “คนอะไร... เลอะเทอะ เพี้ยนได้น่ารักชะมัด” ภีมพัฒน์พึมพำออกมาคนเดียวพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก เมื่อนึกถึงวีรกรรมของอมีนาที่พูดเองเออเองไปเสียทุกอย่าง ยิ่งนึกถึงตอนที่เธอข่มขู่เขาเรื่องงานแต่งงานเขาก็ยิ่งขำ “คิดได้ยังไงว่าเป็นงานแต่งพี่... แถมยังกล้าออกคำสั่งยื่นคำขาดว่าถ้าต้องการเมื่อไหร่ห้ามปฏิเสธ พี่ไม่ใช่ผู้ชายขายบริการนะยัยเพี้ยนเอ๊ย” เขาส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความมั่นใจแบบผิดๆ ของนักเขียนมือใหม่ที่พยายามจะคุมเกมส์รุ่นใหญ่อย่างเขา เธอคงไม่รู้เลยว่าการดึงเสืออย่างเขาเข้าไปอยู่ใน แผนลับฉบับ NC ของเธอนั้น มันคือการเปิดประตูให้เขาเดินเข้าไปขย้ำเธอต่างหาก “แต่ถ้าอยากจะเล่นบทนี้... พี่ก็จะตามน้ำให้แล้วกันนะยัยเด็กแสบ” เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา สายตาจดจ้องไปยังหน้าจอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “แล้วอย่ามาร้องขอให้พี่หยุดก็แล้วกัน เพราะข้อมูลชุดต่อไป... พี่จะสอนให้ถึงใจจนเธอขาดพี่ไม่ได้เลยล่ะ อมีนา”ยามโพล้เพล้ ณ สนามทดสอบรถ (Test Track) ส่วนตัวเบื้องหลังโชว์รูมรถหรูของภีมพัฒน์ พื้นที่ราบเรียบกว้างขวางถูกล้อมรอบด้วยรั้วมิดชิดและต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดสำหรับการทดสอบสมรรถนะรถคลาสพิเศษ บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงลมพัดผ่านเบาๆ และเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มจากรถสปอร์ตคันหรูที่จอดนิ่งสนิท“พี่ภีม... หนูว่าให้หนูไปเรียนขับพวกรถตลาดทั่วไปไม่ดีกว่าเหรอคะ! รถตั้งหลายล้าน ถ้าหนูเหยียบพลาดไปชนขอบสนามขึ้นมาจะทำยังไง” นักเรียนอมีนาหันมาถามครูผู้สอนด้วยสายตาละห้อย มือเรียวเล็กกำพวงมาลัยแน่นจนขาวซีด“ในสนามนี้ไม่มีอะไรให้ชนหรอกครับคนดี พี่เคลียร์พื้นที่ไว้ให้หนูคนเดียวเลย... ก็หนูอยากเรียนขับรถไม่ใช่เหรอ?” ภีมพัฒน์ยิ้มละมุนพรางลูบหัวคนตัวเล็กเพื่อปลอบ “เริ่มจากจับพวงมาลัยให้มั่น แล้วค่อยๆ เลื่อนเกียร์ตามที่พี่บอกนะครับ”อมีนาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสมาธิที่กระเจิดกระเจิง สายตามองตรงไปข้างหน้าแต่ใจกลับเต้นรัวแรง มือเรียวเล็กยื่นไปข้างหน้าหมายจะคว้าหัวเกียร์เพื่อเข้าเกียร์ถอยหลังตามคำสั่ง แต่เพราะมัวแต่มองกระจกหลังและตื่นเต้นจนลนลาน มือเจ้ากรรมดันคว้าพลาดเป้าไปเต็มๆ!“หมับ
ฉากที่ถูกตัดออกหลังจากอมีนากระโดดลงจากหน้าต่างชั้นสองที่บ้านของภีมพัฒน์ภีมพัฒน์เกิดความคิดพิเรนทร์ขึ้นมา เขาอยากจะใช้โอกาสนี้มัดมือชกและยั่วให้ “ว่าที่เมียเด็ก” ยอมรับออกมาเสียทีว่ารักเขา“พี่พิมพ์... เดี๋ยวผมพาไปสวัสดีคุณแม่ของคุณเวย์นะ บ้านติดกันเลยเนี่ย” ภีมพัฒน์เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ“มาอารมณ์ไหนเนี่ยเรา? ยิ้มหน้าบานเชียว” พิมพ์ลดาเลิกคิ้วมองน้องชาย“ชัดเจนมากเลยเหรอพี่...” เขาลูบใบหน้าตัวเองเบาๆ“ชัดสิจ๊ะ! บอกพี่มานะ มีอะไรในกอไผ่? หรือที่แอบมาซื้อบ้านแถวนี้เพราะมีสาเหตุอื่น?”ภีมพัฒน์โน้มตัวลงกระซิบพี่สาวด้วยแววตาเป็นประกาย “พี่อยากเห็นหน้า ‘ว่าที่น้องสะใภ้’ ไหมล่ะ?”“ใคร! ยังไง! ไหนเล่าซิ!” พิมพ์ลดาตกใจจนเสียงหลง เพราะน้องชายคนนี้หวงความโสดมากยิ่งกว่าอะไร“ค่อยเล่าครับ... แต่คนนี้ผมจริงจัง อยากได้แบบนี้แหละ... เป็นหลานสาวคุณเวย์”“ห๊ะ! หละ... หลาน! เด็กเหรอตาภีม!” พี่สาวตาโต “ไม่ใช่ไปหลอกน้องเขานะ เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติดกับคุณเวหา”“ก็เด็กนะ ยี่สิบต้นๆ ... คนนี้ผมจริงจังครับพี่... แต่เอาเป็นว่า... อ๊ะ! ไม่ว่าผมจะพูดอะไร พี่ก็ตามน้ำผมไปก่อนนะ โอเคไหมครับ?” ภีมพัฒน์ท
ณ โชว์รูมรถหรูของภีมพัฒน์บรรยากาศในห้องทำงานของภีมพัฒน์ยังคงเงียบสงบ จนกระทั่งเวหาเดินออกไปสั่งงานลูกน้องที่โชว์รูมด้านนอก แต่กลับลืมของสำคัญทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานแรงสั่นของสมาร์ทโฟนที่วางทิ้งไว้ทำให้ภีมพัฒน์ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เขาเอื้อมมือหนาไปหยิบมือถือเครื่องนั้นขึ้นมาตั้งใจจะเดินตามเอาไปให้เวหาแต่่แล้วสายตาคมกริบก็ต้องชะงักกึ!ก(สายเรียกเข้า มีน่า...)ภาพบนหน้าจอโชว์รูปเด็กสาววัยใสคนหนึ่งในลุคธรรมชาติไร้เมคอัพ เธอกำลังยิ้มแป้นสดใสจนตาหยี ผิวขาวเนียนและใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นทำให้หัวใจของภีมพัฒน์กระตุกอย่างประหลาด“มีน่าเหรอ? ... ทำไมคุ้นหน้าจังวะ!”เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาคมกริบจ้องมองรูปบนหน้าจออย่างค้นหา ความรู้สึกเหมือนมีภาพซ้อนทับกันระหว่างเด็กสาวในรูปกับ ‘ใครบางคน’ ที่เขาเพิ่งเจอมาเมื่อไม่กี่คืนก่อนลอยเข้ามาในหัว แต่ก่อนที่จะนึกออก สายก็ตัดไปเสียก่อน“อ้อ... ผมกำลังจะเอาไปให้พอดีเลยคุณเวย์” ภีมพัฒน์ปรับสีหน้าให้เป็นปกติพรางยื่นมือถือให้เพื่อนที่เดินกลับเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“ขอบคุณครับคุณภีม ดีนะนึกขึ้นได้ กำลังจะออกไปทำธุระพอดีเลย” เวหารับไปพลางตรวจส
กลางดึกหลายวันต่อมาเสียงปลดล็อกประตูบ้านดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัด อมีนาในชุดนอนผ้าแพรสีหวานบางเฉียบแอบย่องเข้ามาด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความคิดถึงที่ไม่ได้นอนกอดร่างหนามาหลายวันทำให้เธอยอมเสี่ยงฝ่าด่านย่าอ่อนออกมาเมื่อถึงหน้าห้องนอนสามีสุดที่รัก เมียเด็กส่งเสียงอ้อนอันเป็นเอกลักษณ์“ผัวจ๋า... หนูมาแล้ว”“แอบออกมาเหรอเรา!” ภีมพัฒน์ที่เพิ่งลุกจากโต๊ะทำงานสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ทันได้ตั้งตัว แขนเรียวเล็กก็โผเข้าโอบรอบคอแกร่ง กระโดดเกี่ยวเอวสอบของเขาไว้แน่นอย่างออเซาะ“อืม... ก็หนูคิดถึงพี่นี่นา” เธอกระซิบชิดใบหู“คิดถึงอะไร เจอหน้ากันทุกวัน แถมช่วงนี้พี่ก็ไปฝากท้องบ้านคุณย่าหนูแทบทุกเย็น” เขาหัวเราะหึในลำคอ แต่แขนแกร่งกลับรัดสะโพกมนไว้ไม่ยอมปล่อย“หรือพี่ไม่คิดถึงหนูอ่ะ? ไม่ยากนอนกอดหนูแล้วเหรอ... พี่เบื่อหนูแล้วใช่ไหมอ่ะ!” ใบหน้าหวานงอง้ำเตรียมประชดประชันตามสไตล์นักเขียนนิยายเจ้าบทบาท“ไม่คิดถึงได้ยังไง... พี่อยากกอดจนจะบ้าอยู่แล้ว”สิ้นคำยืนยัน ภีมพัฒน์ก็ช้อนอุ้มร่างบางที่ตัวเบาหวิวตรงไปยังเตียงกว้างทันที อมีนาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยเปลวไฟปรารถ
ภายในห้องโถงกว้างของบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาเผา อมีนาพยายามลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกมาจากโถงทางเดิน ท่ามกลางสายตาคมกริบของย่าอ่อน ที่ยืนกอดอกขวางทางไว้อย่างมั่นคง โดยมี เวหายืนอยู่ข้างๆ คอยสังเกตการณ์“จะคบก็คบกันไปสิ ย่าไม่ได้ห้าม! แต่จะหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่บ้านผู้ชายโท่งๆ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน ย่าไม่ให้ไป!” ย่าอ่อนตำหนิเสียงเรียบแต่ทรงพลัง ตามฉบับคุณย่าที่ห่วงหลานสาว“ใช่มีน่า ทำอะไรให้มันเห็นหัวผู้ใหญ่บ้าง เราเป็นผู้หญิงนะ จะไปอยู่อาศัยกับผู้ชายก่อนแต่งมันดูไม่ดี” เวหาช่วยเสริมพลางประคองไหล่แม่ไว้ เมื่อเห็นท่านเริ่มมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาจริงๆ“หนูโตแล้วนะ! อาเวย์ แล้วหนูก็ไม่ได้จะไปอยู่กับผู้ชายทั่วไปนะย่า... ดูนี่! หนูไปอยู่กับ ‘สามี’ ที่ถูกต้องตามกฎหมายของหนูค่ะ!”อมีนาสวนกลับทันควัน ก่อนจะหยิบซองเอกสารออกมาจากกระเป๋าผ้าแล้วดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมายื่นโชว์ตรงหน้าย่าอ่อน เวหารีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาดูแทนแม่ทันที ทันทีที่เห็นตัวอักษรบน ใบสำคัญการสมรส ชัดเจน เวหาก็ถึงกับตาค้าง หน้าถอดสี ส่วนย่าอ่อนพอได้อ่านข้อความในกระดาษชัดๆ ก็ถึงกับนิ่งอึ้ง
ความเงียบสงัดภายในเพนต์เฮาส์หรูถูกทำลายลงด้วยเสียงพลิกตัวแผ่วเบาบนเตียงกว้าง อมีนาลืมตาขึ้นมาในความมืดสลัว ความรู้สึกแสบที่กระเพาะเริ่มทุเลาลง แต่ความว่างเปล่าข้างในกลับเรียกร้องจนท้องส่งเสียงประท้วง“พี่ภีม... พี่ภีมคะ” เสียงแหบพร่าเรียกคนตัวโตที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียง“หื้อ! เป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า!” ภีมพัฒน์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีอย่างคนระแวดระวัง เขาดีดตัวขึ้นมาเช็กอาการคนบนเตียงด้วยสายตาลนลาน ห่วงว่าเธอจะกลับมาปวดท้องอีกรอบ“คือ... หนูหิวค่ะ อยากกินมาม่า”ภีมพัฒน์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองสบดวงตากลมโตที่จ้องเขาตาแป๋ว แววตาพยศร้ายเมื่อตอนกลางวันหายวับไป เหลือเพียงเด็กหญิงจอมหิวที่นอนห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม เขาหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้พลางลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแสนรัก“หมดฤทธิ์ หมดเดช ก็ตื่นมาหิวนี่นะ... ได้สิครับ รอแป๊บนะ”เขาพูดพรางยื่นมือไปบีบจมูกรั้นด้วยความเอ็นดูจนคนตัวเล็กย่นคอหนี แววตาของชายหนุ่มในตอนนี้ไม่มีความเหนื่อยล้าแม้จะถูกปลุกกลางดึก เขาเต็มใจลุกไปจัดการต้มมาม่าให้เมียเด็กที่เริ่มแผลงฤทธิ์ความหิวณ โซนครัวเสียงน้ำเดือดปุดๆ พร้อมกลิ่นหอมของเครื่องปรุงมาม่าลอยคลุ้ง ภีมพัฒน์
เสียงเครื่องยนต์เรือเร็วคำรามลั่นริมหาดทราย ปลุกเร้าอารมณ์ความสนุกของกลุ่มพนักงานที่กำลังรวมตัวเล่นโซฟาโบ๊ท อมีนาตาโตด้วยความตื่นเต้น สะกิดแขนเพื่อนรักยิกๆ“ฟ้า! ไปเล่นอันนั้นกันเถอะ น่าสนุกชิบหายเลย ไปเร็ว!”“ไม่เอาอ่ะมีน่า ฉันกลัวตกน้ำ แกไปเล่นเถอะ เดี๋ยวฉันดูน้องสิงโตทางนี้เอง” ปลายฟ้าส่ายหน้าพั
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักที่เพิ่งผ่านพายุสวาทมาหมาดๆ อมีนานอนแผ่หลา ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อสั่นเทิ้มเบาๆ ดวงตากลมโตจ้องเพดานอย่างเหม่อลอย มือเล็กกำชายผ้าห่มที่ปิดอกเอาไว้แน่นมันเป็นแบบนี้นี่เอง... เธอคิดในใจ ความเจ็บปวดในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความซ่านสยิวจนถอนตัวไม่ขึ้น สมองบันทึก
“คนเลว... คุณมัน... อ๊ะ!”ก้านนิ้วแข็งแรงแทรกลึกเข้าไปในความคับแน่นอย่างย่ามใจ จนคนใต้ร่างสะดุ้งสุดตัว“เจ็บนะ! หนูเจ็บ!”“อยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าสวรรค์หน้าตาเป็นยังไง... เดี๋ยวพี่จะสอนให้” น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเหนือกว่า เขาไม่ฟังเสียงทัดทาน ริมฝีปากหยักกดซับความร้อนลงบนซอกคอหอมกรุ่น ลากไล้ฝา
“ปล่อยนะ! นี่คุณจะมายุ่งอะไรกับชีวิตหนูนักหนา ไปเข้าห้องหอโน้นไป! อย่ามาวุ่นวายกับหนู!” อมีนาแผดเสียงลั่นพร้อมบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แข็งราวกับปลอกเหล็ก ภีมพัฒน์บดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน“เข้าหออะไรของเธอ ยัยตัวแสบ! พูดเรื่องบ้าอะไร!”“จะเรื่องอะไร คุณก็รู้ดีอยู่แก่ใจหนิ! คุณก็อยู่ส่ว







