Se connecterเขาไม่เคยบอกว่าชอบ ไม่เคยพูดว่าคิดถึง แต่กลับเป็นคนที่อยู่ตรงนั้นเสมอ จากเพื่อนสนิทของพี่ชายที่คุ้นเคยกลับมาทำให้หัวใจหวั่นไหวอีกครั้ง
Voir plusติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นในจังหวะที่ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จพอดี ร่างเล็กในชุดนอนเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กที่กำลังใช้เช็ดผมอยู่ ก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะข้างเตียงที่มีโทรศัพท์วางอยู่
ใครทักมาตอนนี้กันนะ?
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อคนส่งข้อความ
[AKIN: เฮ้ พี่ชายเธอฝากถามว่าเธอกลับถึงห้องรึยัง]
อ๋อ…พี่อคิณนี่เอง
ฉันกดเข้าไปอ่านข้อความ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างไม่รีบร้อน
[Preem : ถึงแล้วค่ะ เพิ่งถึง]
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ต้องการคำตอบแค่นั้น เพราะข้อความถัดมาเด้งขึ้นแทบจะทันที
[AKIN: กลับกับใคร]
[AKIN: ทำไมเพิ่งถึง]
[AKIN: ดึกขนาดนี้อันตราย]
ฉันมองข้อความสามบรรทัดตรงหน้าแล้วหลุดหัวเราะเบา ๆ คนเดียว นี่ฉันเพิ่งตอบไปเองนะว่าสบายดี แต่ดูเหมือนคนถามจะยังไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่
[Preem : เรียกรถกลับ]
[AKIN: คนเดียว?]
[Preem : ค่ะ]
[AKIN: คราวหลังบอกฉัน]
[AKIN: ดึกขนาดนี้อย่าเรียกรถเองอีก]
ฉันอ่านแล้วกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
[Preem : โอเคค่ะ จะนอนแล้วว]
[AKIN: ฉันยังไม่นอน มีอะไรโทรมาได้นะ]
พออ่านข้อความสุดท้ายจบ ฉันก็วางโทรศัพท์ลงบนเตียงพร้อมกับยิ้มบาง ๆ
อคิณเพื่อนสนิทของพี่ชายฉันทักมาถามหลังจากที่ฉันออกไปท่องราตรีมา แหะ ๆ
จริง ๆ วันนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจจะกลับดึกขนาดนี้หรอก ตอนแรกคิดว่าออกไปนั่งเล่นกับเพื่อนแป๊บเดียว กินอะไรนิดหน่อยแล้วก็กลับ แต่พออยู่กับเพื่อน ๆ ทีไร เวลามักจะผ่านไปเร็วกว่าที่คิดทุกที กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เกือบเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว
แล้วทำไมพี่ชายฉันถึงให้เพื่อนทักมาน่ะเหรอ?
ก็เจ้าตัวยังไม่กลับไง!
อิตานั่นออกไปกินต่อกับเพื่อนตั้งแต่หัวค่ำ ป่านนี้ไม่รู้ว่าไปจบอยู่ร้านไหนแล้ว แทนที่จะกลับมาดูแลน้องสาวตัวเอง กลับกลายเป็นว่าต้องให้เพื่อนมาทำหน้าที่แทนเสียอย่างนั้น
พูดแล้วก็หมั่นไส้จริง ๆ
ส่วนคนที่กำลังรับหน้าที่เป็นผู้ปกครองจำเป็นอยู่ตอนนี้ก็คือพี่อคิณ เพื่อนสนิทของพี่ชายฉันเอง
ถ้าจะให้พูดถึงพี่อคิณละก็…เขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างเพอร์เฟกต์เลยล่ะ ทั้งหน้าตา ฐานะ การเรียน แถมยังขับรถสปอร์ตอีกต่างหาก เรียกได้ว่าครบสูตรหนุ่มหล่อบ้านรวยที่สาว ๆ หลายคนคงอยากรู้จัก
เราเจอกันครั้งแรกตั้งแต่ฉันยังเรียนมัธยมปลาย ตอนนั้นพี่ชายมักจะพาเพื่อนมาที่บ้านอยู่บ่อย ๆ ซึ่งพี่อคิณก็เป็นหนึ่งในนั้น
จำได้ว่าวันแรกที่เจอกัน ฉันอยู่ในสภาพที่ดูไม่จืดเอาเสียเลย
ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าก็แทบไม่ได้แต่งอะไร เพราะกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างเอาเป็นเอาตาย พอได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามาก็เดินออกไปดูตามปกติ โดยไม่ได้คิดว่าจะมีแขกมาด้วย
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าคนที่เดินตามหลังพี่ชายเข้ามาจะหน้าตาดีขนาดนั้น
ตอนนั้นฉันจำได้แค่ว่าเขาสูงมาก แล้วก็หล่อชะมัด
ส่วนฉันน่ะเหรอ…อยากจะมุดกลับเข้าไปในห้องให้รู้แล้วรู้รอด
หลังจากวันนั้นก็มีโอกาสเจอกันอยู่เรื่อย ๆ เพราะพี่ชายชอบพาเพื่อนมาที่บ้าน บางครั้งก็เห็นนั่งเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่น บางครั้งก็เจอตอนเดินลงมาหาอะไรในครัว แต่เราก็ไม่ได้สนิทกันเป็นพิเศษหรอก ส่วนใหญ่จะเป็นการทักทายกันตามมารยาทมากกว่า
จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัย ฉันกับพี่ชายก็แยกออกมาอยู่คอนโดกัน ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป ต่างคนต่างมีเรียน มีงาน มีสังคมของตัวเอง เลยแทบไม่ได้เจอพวกพี่ ๆ อีก
ฉันเองก็มีเรื่องให้ต้องสนใจตั้งเยอะแยะ โดยเฉพาะเรื่องความรัก
ใช่แล้ว…ฉันเคยมีแฟนด้วยนะ
เขาชื่อเรย์ เป็นรุ่นพี่นักศึกษาแพทย์ที่ตอนนั้นฉันคิดว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้คบด้วย แต่สุดท้ายความสัมพันธ์ก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เพราะอิตานั่นดันไปกุ๊กกิ๊กกับผู้หญิงคนอื่นทั้งที่ยังคบกับฉันอยู่
ตอนรู้เรื่องใหม่ ๆ ยอมรับเลยว่าเสียความรู้สึกมาก แต่สุดท้ายก็เลือกเดินออกมา เพราะฉันไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องทนอยู่กับคนที่ไม่ได้ให้เกียรติกัน
ปัญหาคือหลังจากเรื่องนั้น พี่ชายฉันก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
จากพี่ชายที่ปกติไม่ได้สนใจว่าฉันจะไปไหนหรือกลับกี่โมง กลายเป็นคนที่โทรถามตลอดว่าอยู่ที่ไหน ไปกับใคร กลับเมื่อไหร่ บางวันถ้ารู้ว่าฉันกลับดึกก็โทรตามจนแทบอยากปิดเครื่องหนี
บางครั้งฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าเขาเป็นพี่ชายหรือคุณพ่อคนที่สองกันแน่
แล้วที่น่าหงุดหงิดก็คือช่วงนี้เจ้าตัวไม่ค่อยอยู่ให้ฉันบ่นด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่ใช้ชีวิตกับเพื่อน ๆ ของตัวเอง แต่พอเป็นเรื่องฉันทีไร กลับมีคนคอยรายงานสถานการณ์อยู่ตลอด
อย่างเช่นพี่อคิณในคืนนี้
“เห็นเป็นเด็กรึไง”
ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาเสียบปลั๊ก เตรียมจัดการกับผมที่ยังเปียกหมาด ๆ
ถึงจะบ่นไปอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้โกรธอะไรจริงจังหรอก ฉันรู้ว่าพี่ชายเป็นห่วง เพียงแต่บางครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองโตพอจะดูแลตัวเองได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีคนคอยเช็กทุกฝีก้าวก็ได้
ส่วนพี่อคิณ…
ฉันเหลือบมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นห่วงตามคำฝากของพี่ชาย หรือจริง ๆ แล้วเป็นคนที่ชอบดูแลคนอื่นอยู่แล้วกันแน่
แต่จะว่าไปก็แปลกเหมือนกันนะ ทั้งที่เราไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนเมื่อก่อน แต่เขาก็ยังจำได้ว่าฉันควรกลับถึงห้องตอนไหน แถมยังทักมาถามเองอีกต่างหาก
เอาเถอะ คงเพราะเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายล่ะมั้ง
ฉันส่ายหน้าไล่ความคิดตัวเอง ก่อนจะก้มลงเป่าผมต่อให้แห้งสนิท
พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้า ถ้ายังมัวแต่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่แบบนี้ มีหวังตื่นสายแน่ ๆ
คืนนี้นอนก่อนดีกว่า
ส่วนคุณพ่อคนที่สองกับพี่ชายตัวดีนั่น…พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที!
เห้อออ zZZ
: พรีมตั้งแต่ตกลงกันว่าจะไปเที่ยว ชีวิตของฉันก็เต็มไปด้วยข้อความในกลุ่มแชตที่ชื่อ “ทริปปีใหม่” ซึ่งมีสมาชิกอยู่กันแค่สามคน - - กว่าที่จะได้ข้อสรุปว่าจะไปไหน พี่เจย์กับพี่คิณก็เถียงกันไปแล้วไม่รู้กี่รอบ[Jay: ไปใกล้ ๆ ก็พอ][Akin: แล้วแต่มึง][Preem: พี่สองคนหยุดเถียงกันได้ไหมคะ][Jay: ก็มันเริ่มก่อน]เหนื่อยใจจริงๆ สุดท้ายสถานที่ที่เราเลือกก็ไม่ใช่ที่ที่พี่เจย์เสนอ และไม่ใช่ที่ที่พี่คิณเลือกแต่เป็นที่ที่ฉันเลือกเอง แน่นอนว่าฉันชนะ ^o^/…เช้าวันเดินทาง ฉันลงมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง แล้วเจอพีเจย์กับอคิณรออยู่แล้ว“ของแค่นี้ทำไมกระเป๋าใหญ่ขนาดนั้นวะ”“หนูไปเที่ยว ไม่ได้ไปค่ายลูกเสือ” ฉันมองค้อนใส่พี่ชายตัวเองเบๆ“ของเธอหนักกว่าของใช้กูทั้งกระเป๋าอีก” ดูนางพูด - -“พี่จะบ่นทำไม พี่ไม่ได้เป็นคนถือเองซะหน่อย” ฉันเดินไปพรางยื่นกระเป๋าให้พี่อคิณเอาไปใส่ไว้ในรถ เขาตอบรับมาโดยไม่พูดอะไร“กูเห็นแล้วหงุดหงิดว่ะ”“งั้นพี่ก็มีแฟนสักคนสิคะ จะได้มีคนถือให้”“กูถือเองได้!”พูดแล้วก็เดินไปที่รถ ระหว่างเดินทางฉันกับพี่ก็คุยกับตามปกติโดยมีอคิณที่นั่งฟังอยู่บ้าง ฉันเลือกไปรีสอร์ตริมแม่น้ำที่มีวิวธรรมชาติเ
หลังจากเรื่องวุ่นวายในห้างวันนั้นผ่านไป ดูเหมือนว่าคนที่ยังปรับตัวกับเรื่องนี้ไม่ได้ที่สุดจะไม่ใช่พรีมหรืออคิณ เป็นเจย์ต่างหาก อคิณเดินล้วงกระเป๋าข้างหนึ่ง ส่วนในมืออีกข้างก็ถือถุงขนมที่ติดมือมาจากร้านสะดวกซื้อก่อนจะยื่นให้กับพรีมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เจย์“มึงไม่ต้องคอยซื้ออะไรให้น้องกูทุกครั้งก็ได้”“กูซื้อให้แฟนกู” อคิศณหันไปมองหน้าเจ“เออ กูรู้แล้ว ไม่ต้องย้ำ!”“ก็มึงถาม” พรีมรับถุงขนมมามองก่อนจะเอ่ย“อย่าดุแฟนหนูได้ปะ” “นี่ก็อีกคน เข้าข้างกันเข้าไป” เจเหลือบตามองพรีมก่อนจะบ่นอุบอิบ“ก็พูดความจริง”“พอเลย มีของกินแล้วก็ไปเรียนได้แล้วไป - -” พรีมเบะปากให้เจย์ก่อนที่เธอจะแยกออกไปเข้าคลาสเรียนตอนบ่าย ส่วนเจย์กับอคิณก็เดินไปที่คณะตัวเอง ตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาว่างเจย์ก็พยายามเปิดใจคุยกับอคิณอีกครั้ง“มึงจริงจังกับน้องกูแค่ไหนวะ”“จริงจัง” อคิณหันไปมองเพื่อน ก่อนจะตอบโดยไม่ต้องคิดนาน“กูไม่ได้ถามเล่น ๆ นะ”“กูก็ไม่ได้ตอบเล่น ๆ” เจย์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ“กูแค่ไม่อยากเห็นมันเสียใจอีก”“กูรู้”“แล้วมึงก็รู้ว่ากูเป็นคนยังไง”“รู้สิ มึงน่ารำคาญจะตาย”“ไอ้เหี้ยคิณ กูพูดจริงจังอยู่!”อคิณ
: วันหยุดพรีมกับอคิณมาเดทกันตามปกติ ทั้งคู่เดินจับไปตามทางเดินในห้าง ระหว่างทางก็พูดคุยกันเรื่องหนังที่เพิ่งดูจบ ก่อนจะชวนกันไปหาร้านนั่งกินข้าวกันต่อทั้งคู่เดินตรงไปตามทางเดินมาเรื่อยๆ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีคนสองคนกำลังเดินสวนมาจากอีกฝั่ง จนกระทั่งระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่ก้าว“พรีม?”เสียงคุ้นหูดังขึ้นตรงหน้า ทำให้พรีมเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นพี่ชายตัวเอง“พี่เจย์?” พรีมชะงักเล็กน้อย แต่ที่แปลกไปมากกว่านั้นคือที่มือพี่ชายตัวเองกำลังจับอยู่กับผู้หญิงอีกคนอยู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาทั้งสี่คนยืนนิ่งไปชั่วขณะ เจย์นิ่งไปสองวิ เขาไปที่มือของทั้งคู่สลับกันอีกครั้ง ก่อนเงยหน้าขึ้นถาม“พวกมึงมาทำอะไรกันที่นี่วะ”“เดินห้างค่ะ” พรีมตอบหน้าตาเฉย“กูรู้ว่าเดินห้าง แต่พวกมึงสองคนมาได้ไง?”“ก็ขับรถมาค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม“พรีม!”“อะไร หนูตอบคำถามพี่อยู่นะ “อคิณหลุดหัวเราะในลำคอก่อนจะส่ายหัวเบาๆ ให้กับความกวนที่ไม่มีใครยอมใครของพี่น้องคู่นี้ ก่อนจะโดนเจย์หันมาจ้องเขม็ง“มึงก็อีกคน ยืนเงียบทำไมวะ”“แล้วจะให้กูพูดอะไร”“มึงกับน้องกู…” เจย์เว้นช่วง ก่อนจะชี้ไปยังมือท
: พรีม08:00เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ฉันแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ยังไม่ถึงสิบโมง วันนี้มีเรียนแต่เช้า แต่เพราะเมื่อคืนมีเรื่องบางอย่างวนอยู่ในหัวจนฉันนอนหลับไม่ค่อยสนิท โดยเฉพาะตอนที่ใครบางคนก้มลงมาจูบฉันอีกครั้งตรงหน้าประตูห้อง ฉันยกมือแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ก่อนจะรีบลดมือลงเมื่อโทรศัพท์บนเตียงสั่นขึ้น[Akin: ตื่นหรือยัง]ฉันอ่านข้อความนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมา[Preem: ตื่นแล้วค่ะ][Akin: กินข้าวด้วย][Preem: พี่คิณก็เหมือนกันนะคะ]อีกฝ่ายอ่านแล้วไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ฉันจึงวางโทรศัพท์ลง ก่อนจะลุกไปจัดการตัวเองไม่นานหลังจากนั้น เอแคลร์ก็โทรเข้ามาชวนออกไปหาอะไรกิน ฉันตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดนาน…“แกดูอารมณ์ดีผิดปกตินะวันนี้”เอแคลร์พูดขึ้นระหว่างที่เรานั่งอยู่ในโรงอาหาร เธอใช้หลอดคนเครื่องดื่มไปพลาง มองหน้าฉันไปพลางเหมือนกำลังจับผิดอะไรบางอย่าง“ปกติฉันก็อารมณ์ดีนะ”“ไม่เหมือนวันนี้”“ยังไง”“ก็แบบ…” เธอหรี่ตามอง“คนมีความรัก”ฉันชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อน“เพื่อนพี่ชายสุดหล่อที่แกเคยชอบตอนสมัยมอปลายน่ะ ในที่สุดก็ผีผลักซักทีนะ”“ก็…มีความสุขนิดหน่อย”“นิดหน่อยจริงเหรออ