Masuk
NAN PART
“ทำไมทางไม่คุ้นเลยล่ะ” เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับจากนายบอดี้การ์ดที่เป็นคนขับเลย ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม จะว่าไป นายนี่แปลกๆตั้งแต่ขับรถออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว “ปืน ฉันถามนายอยู่นะ” “คุณกลัวเหรอ” คราวนี้ยอมตอบเฉยเลย แต่ทำไมน้ำเสียงนิ่งๆแปลกๆก็ไม่รู้ เขาทำให้ฉันขนลุก จากที่เนื้อตัวก็เริ่มไม่ปกติตั้งแต่เห็นว่าทางมันไม่คุ้นแล้ว ใช่ ฉันกลัวอย่างที่นายนี่ถามนั่นแหละ ก็จะไม่ให้กลัวได้ยังไง นี่มันค่ำแล้ว ทางมันเปลี่ยว แถมมืดมากด้วย “ตกลงตาให้นายพาฉันไปไหนกันแน่” ฉันยังไม่ได้บอกใช่มั้ย ว่าที่ฉันยอมขึ้นรถมากับบอดี้การ์ดของธีคนนี้ เอ่อ ธีเป็นคนที่ฉันอยากจะแต่งงานด้วยน่ะ และฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขามา ถึงแม้จะต้องใช้วิธีเลวๆแค่ไหนก็ตาม ฉันยอมทั้งนั้น เอาเป็นว่ากลับมาเรื่องเดิมแล้วกัน ที่ฉันยอมมากับนายปืน หมายถึงนายบอดี้การ์ดที่เป็นคนขับนั่นแหละ เพราะนายนี่บอกว่าตาของธีโทรตามฉัน อยากเจอตัวฉันด่วน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตาอยากเจอฉันเรื่องอะไรนะ แล้วถ้าถามว่าทำไมฉันต้องมากับนายปืน ทั้งๆที่รถฉันก็จอดอยู่ที่โรงพยาบาล เอ่อ พอดีเมื่อกี้ฉันไปหาธีที่โรงพยาบาลมา เขาถูกยิง แถมที่อาการกำเริบก็เพราะฝืนสังขารตัวเองไปช่วยคนที่ไม่สมควรจะช่วยนั่นแหละ อย่าให้พูดเลย เดี๋ยวเรื่องมันจะยาว เอาเรื่องนี้ก่อนละกัน เมื่อกี้ฉันบอกว่าไงนะ ทำไมไม่ไปหาตาเองใช่มั้ย ทั้งๆที่รถฉันก็จอดอยู่โรงพยาบาล คำตอบคือนายนี่บอกว่าตากำชับให้ไปส่ง ฉันเลยจำใจต้องขึ้นรถแล้วให้นายนี่ขับมา เดี๋ยวนะ นายนี่ไม่ตอบคำถามฉันอีกแล้ว “ทำไมนายไม่ตอบฉัน” “คุณเองก็ยังไม่ตอบผมเลย ว่าคุณกลัวเหรอ” “เอ่อ ฉัน ฉันแค่สงสัย” เรื่องอะไรฉันจะบอกไปตรงๆว่าฉันกลัว จริงสิ ลืมบอกไป ฉันชื่อแนนนะ ส่วนอย่างอื่น ช่างมันเถอะ รู้แค่ว่าฉันไม่ใช่คนดีก็พอ ฉันพร้อมจะทำเรื่องเลวๆได้ตลอดเวลา ถ้ามันจำเป็น ถ้าทำแล้วจะได้ในสิ่งที่ฉันต้องการ ...ถ้าทำแล้ว ฉันจะชนะ! “จริงเหรอครับ คุณแค่สงสัยจริงเหรอ” ฉันเห็นนายนั่นเหลือบมองฉันทางกระจก เพราะตอนนี้ฉันนั่งอยู่ตรงเบาะด้านหลัง “ผมนึกว่าคุณกลัวซะอีก เห็นหน้าซีด” “ฉันไม่ได้หน้าซีด” ฉันเถียงออกไปทั้งๆที่ไม่เห็นหน้าตัวเองหรอก ก็เถียงๆไปก่อน “เหรอครับ ไอ้ผมก็นึกว่าคุณกำลังรู้สึกเหมือนคุณโรสซะอีก” โรสเหรอ ชื่อนี้ฉันไม่อยากได้ยินเลยจริงๆ ฉันเกลียดมัน มันแย่งธีไปจากฉัน เพราะมัน ธีถึงไม่ยอมแต่งงานกับฉัน ไม่เลือกฉัน เพราะมัน ฉันถึงต้องเลว แต่ถึงต้องเลวยังไงฉันก็ไม่เกี่ยงหรอก เพราะให้ตายยังไง ฉันก็ไม่มีวันยอมแพ้มัน “ทำไมฉันต้องรู้สึกเหมือนมัน” “หึ ไม่เห็นยาก คุณลองนึกถึงตอนคุณโรสถูกหลอกให้ขึ้นรถไปด้วยสิ แล้วทางมันไม่คุ้น ยิ่งนั่ง ก็ยิ่งรู้สึกว่ายิ่งไกลจากจุดหมายเข้าไปทุกที” “นายหมายความว่าไง นาย นายกำลังจะบอกอะไรฉัน” ความซวยของฉันตอนนี้คือฉันเริ่มจะเก็บอาการ(กลัว)ไม่อยู่ “ผมก็แค่จะบอกว่า คุณโรสรู้สึกยังไง ตอนที่โดนหลอกไปฆ่า” เอี๊ยดดดด...!!! อยู่ๆนายนั่นก็เบรกแล้วหันมาหาฉันช้าๆ สายตาน่ากลัว ฉัน ฉันกลัว คำพูดของนายนั่นเมื่อกี้นี้มันเยือกเย็น มันชวนให้หายใจไม่ออกยังไงก็ไม่รู้ ฉันรู้สึกอึดอัด ตัวมันสั่นไปหมด ทั้งๆที่ตอนนี้นายนั่นยิ้มมุมปากให้ฉันอยู่แท้ๆ “ทีนี้คุณเข้าใจรึยังล่ะครับ” “นะ...นาย นายหมายความว่ายังไงอ่ะ ตาล่ะ ตาอยู่ไหน แล้วนายจอดรถทำไม!” “หึๆ” “นายหัวเราะอะไร!” “หัวเราะคนที่กำลังโดนกรรมตามสนอง แล้วยังไม่รู้ตัวไง” พอพูดจบ สายตานายนั่นก็เปลี่ยนไป มันเปลี่ยนเป็น เปลี่ยนเป็นอำมหิตและน่ากลัวกว่าเดิม “มะ...หมายความว่าไง” ฉันไม่รู้จริงๆนะว่านายนั่นพูดอะไร ฉันรู้แค่ว่าฉันกลัว อย่างอื่นฉันไม่รู้ เวรกรรมอะไร ฉันไม่เข้าใจ “หมายความว่าคุณกำลังเจออย่างที่คุณโรสเจอไง และคุณกำลังรู้สึกเหมือนที่คุณโรสรู้สึก และไม่ใช่แค่นี้หรอก แต่คุณจะต้องเจอกับทุกความรู้สึกที่คุณทำให้นายกับคุณโรสต้องเจอ” “นี่นาย...!” ฉันเริ่มเข้าใจแล้ว แต่ไม่อยากจะเชื่อ คิดไม่ถึงเลยว่านายนี่จะทำแบบนี้ “นาย นายหลอกฉันมา ยะ...อย่างนั้นเหรอ แสดงว่านายวางแผนตั้งแต่แรก” “ฉลาดขึ้นมาแล้วนี่ ใช่! ผมหลอกคุณมา ผมจะทำทุกอย่างให้เหมือนกับที่คุณทำกับคุณโรสแล้วก็นาย อะไรที่คุณอยากให้พวกเขาสองคนสัมผัส ผมจะยัดเยียดให้คุณก่อน!” “นะ...นาย” ฉันเริ่มนั่งไม่ติดเบาะ เสียงมันสั่น ท่าทางของฉันมันปกปิดไม่อยู่อีกแล้ว ความกลัวมันแผ่ซ่านออกมาประจานฉันในทุกกิริยาท่าทาง คงเป็นอย่างที่นายนี่ว่าจริงๆ กรรมกำลังสนองฉัน ตอนนี้ฉันคงกำลังรู้สึกเหมือนตอนที่ยัยโรสนั่นรู้สึก เพราะฉันรู้อยู่แก่ใจ รู้ทุกอย่าง ว่ายัยนั่นต้องเจอกับอะไรบ้าง “อันดับแรก ผมคิดว่าผมทำสำเร็จแล้วนะ คุณโดนหลอกให้ขึ้นรถมาด้วย ที่สำคัญ ตอนนี้คุณกลัวผมจนไม่รู้จะกลัวยังไง ใช่มั้ย” “อย่าเข้ามานะ!” นายนั่นทำท่าจะเลื่อนตัวข้ามเบาะมา จนฉันสะดุ้งถอยติดประตูรถแทบไม่ทัน และฉันคิดว่าคงอยู่บนรถนี้ไม่ได้แล้ว ปึก! ฉันเปิดประตูรถแล้วรีบวิ่งออกมา รอบตัวฉันมันมีแต่ความมืด มันมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ฉันรู้เพียงแต่ว่าฉันต้องวิ่ง วิ่งอย่างเดียวเท่านั้น “ว้าย!” “จะไปไหน!” ฉันโดนรั้งไว้ทั้งตัว ฉันไม่รู้ว่านายนั่นตามฉันมาทันได้ยังไง ทั้งๆที่เมื่อกี้ฉันก็วิ่งไม่คิดชีวิต “ปล่อย ปล่อยฉันนะ!” “ให้รีบปล่อยไปไหน บอกแล้วไง คุณต้องเจอกับทุกอย่างที่คุณทำ!” นายนั่นใช้มือกดหลังฉันแล้วใช้มืออีกข้างกดท้ายทอยฉันเข้าไปหา “ต่อจากหลอกคุณโรสให้ขึ้นรถพาไปโกดัง แล้วคุณสั่งให้ลูกน้องคุณทำอะไรต่อนะ” “โอ๊ย!” ปืนกดท้ายทอยฉันแรงขึ้น และถึงตอนนี้มันจะมืด แต่ฉันก็รู้สึกได้ ว่าเขาเลื่อนหน้าเข้ามา ลมหายใจร้อนๆที่เป่ารดหน้าฉันเข้ามาเรื่อยๆนั่นไง แถมตอนนี้สายตาฉันมันเริ่มปรับแสงได้นิดหน่อย ฉันก็เลยมองเห็นลางๆ “ว่าไงครับ หรือคุณจำไม่ได้ งั้นผมบอกให้แล้วกัน” ตอนนี้ฉันทั้งเจ็บทั้งกลัว แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง เพราะฉันรู้ ฉันรู้คำตอบของคำถามนั้นอยู่แก่ใจ “ข่มขืนไง”“อย่างนั้นหรอกเหรอ แสดงว่าผมเข้าใจผิดมาตลอด” เสียงเขาสลดลงกว่าเดิม แต่บอกแล้วไงว่าไม่สงสาร“ใช่น่ะสิ!” ฉันรีบตอบ ก็ใครจะไปยอมรับให้เสียฟอร์มกัน และที่สำคัญ คือฉันไม่อยากให้เขามาหัวเราะเยาะฉัน ถ้าหากเขารู้ว่าฉันรักเขาอยู่ฝ่ายเดียว ในขณะที่เขาไม่ได้รักฉันเลย“แต่ผมรักคุณจริงๆนะ” นั่นไงเห็นมั้ย เขาบอกว่าเขาไม่ได้รักฉัน เห้ยเดี๋ยวนะ แต่เมื่อกี้ฉันเหมือนไม่ได้ยินคำว่าไม่ ทั้งสมองทั้งหัวใจมันได้ยินแต่คำว่า...“รัก! เมื่อกี้นายบอกว่า”“ผมรักคุณ” คราวนี้ชัดเจนกว่าครั้งแรกอีก แล้วสรุปนี่เรื่องจริงใช่มั้ย ฉันไม่ได้หูฝาด หรือว่าคิดไปเองใช่มั้ย“นายรักฉันจริงๆเหรอ ไหนนายบอกว่าเกลียดฉันไง แล้วอยู่ๆนายมาบอกว่ารักฉัน ไม่จริงหรอก ในเมื่อนายเกลียดฉันขนาดนั้น”“เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ผมรู้แค่ว่า ตอนนี้ผมรักคุณ”“ไม่อ่ะ ฉันไม่เชื่อ นายโกหก นายคงคิดจะแก้แค้นอะไรฉันอีก ถึงได้พูดแบบนี้ จะหลอกให้ฉันตายใจใช่มั้ย คิดจะวางแผนแก้แค้นฉันอีกใช่มั้ย” ฉันร้อนรนขนาดนี้ แต่เขากลับส่ายหน้าช้าๆ“คราวนี้ไม่มีแผน ไม่มีการแก้แค้นอะไรทั้งนั้น ผมรักคุณจริงๆ แต่ถ้าจะมีคนโดนแก้แค้น คน
10 นาทีผ่านไป...รถค่อยๆเคลื่อนออกจากรีสอร์ตช้าๆ พร้อมกับความรู้สึกตื่นเต้นของฉัน และในตอนนี้ ฉันจะขอลืมทุกเรื่องที่อยู่ในใจไปให้หมดก่อนก็แล้วกัน ปล่อยใจไปกับทริปในวันนี้ เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้นบ้างRrrrrr...!!!โทรศัพท์ฉันดังขึ้นหลังจากที่รถออกมาได้สักพัก...พ่อ“ค่ะพ่อ” ฉันไม่ลังเลที่จะรับสาย เพราะตอนนี้ฉันกับพ่อเข้าใจกันดีแล้ว และฉันถือว่ามันเป็นเรื่องดีที่สุดในชีวิตของฉันเรื่องนึงเลย ที่ฉันได้พ่อคืนมา ส่วนยัยนีน มันก็โดนพ่อลงโทษด้วยการดัดสันดานไปตามระเบียบ ไอ้ฉันก็แอบสมน้ำหน้ามันนิดนึง ช่วยไม่ได้ ก็ฉันมันไม่ใช่แม่พระ“เป็นไงแนน ที่นั่นโอเคมั้ย”“ค่ะ โอเคมาก อากาศก็ดีค่ะ”“งั้นก็ดีแล้วล่ะลูก แล้ว เจอใครบ้างมั้ย” ทำไมพ่อถามแปลกๆ ฉันก็ต้องเจออยู่แล้วสิ ก็คนเต็มรถซะขนาดนี้“เจอสิคะพ่อ เต็มเลย ส่วนใหญ่เขาก็มากันกับครอบครัว พ่อถามทำไมเหรอคะ”“อ้อ! เปล่า พ่อก็แค่ลองถามดู งั้นเที่ยวให้สนุกนะ”“ค่ะพ่อ...” เอี๊ยดดดด!!!“ว้าย!”“เกิดไรขึ้นแนน!” นั่นสิ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆรถก็เบรก“รถเบรกกะทันหันค่ะพ่อ ไม่รู้มีไรรึเปล่า งั้นแค่นี้ก่อนนะคะพ่อ เดี๋ยวแนนโทรกลับ”“จ้ะ มีไรบอกพ่อนะ”“ค่ะพ่อ”
@บ้านแนน“มาทำไม!” นี่แหละครับ คำทักทายประโยคแรกจากเจ้าของบ้าน แต่ผมไม่รู้สึกโกรธหรือเคืองอะไรคุณนพหรอก เพราะผมรู้ตัวว่าผมผิดจริงๆ“ผมพาปืนมาหาแนนครับลุง”“ไม่ กลับไป!”“ให้โอกาสเขาสองคนได้คุยกันสักครั้งเถอะครับลุง อย่างน้อยๆ เขาก็ระ...”“พอเถอะธี ลุงไม่อยากฟัง พาคนของแกกลับไป” คุณนพพูดโดยไม่คิดจะมองหน้าผม แม้แต่หางตาก็ไม่ ก่อนท่านจะหันหลังไปทางบันได แต่ไม่มีทาง ผมไม่มีวันปล่อยให้โอกาสมันหลุดลอยไป“เดี๋ยวครับคุณนพ”“ปืน!” นายคงตกใจ เพราะผมไม่ใช่แค่เรียก แต่คุกเข่าลงด้วย“ผมขอร้องเถอะนะครับ ให้โอกาสผมสักครั้ง ผมรู้ว่าผมผิด ผมมันเลว ผมจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้น ผมขอแค่ให้ได้เจอหน้าแนน ได้ขอโทษแนนสักครั้ง จะให้ผมแลกด้วยอะไรผมก็ยอม ขอเพียงให้ผมได้บอกกับเธอในสิ่งที่ผมอยากจะบอก ทุกความรู้สึกที่ผมมี แล้วถ้าผลของมันคือแนนไม่ต้องการมัน ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากได้ยินเสียงผมอีก ผมก็ยินดีจะไป ผมจะไปแล้วก็ไม่มายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของแนนอีก นะครับ ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะนะครับ” ผมพูด และพยายามพูดทุกคำออกมาจากความรู้สึกข้างใน แม้ตอนนี้คุณนพยังยืนหันหลังให้ผมอยู่ และแม้จะมีความหวังเพียงแค่ริบหรี่ก็ตามที“
พวกนั้นตอบรับแล้วแก้มัดผม จากนั้นคงไม่ต้องบอกใช่มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุการณ์มันวนๆซ้ำๆอยู่แบบนี้ทุกวัน มันทรมานก็จริง แต่อย่างที่ผมเคยบอก ...สิ่งที่มันทำให้ผมเจ็บที่สุด เจ็บยิ่งกว่าความทรมานทางกาย คือการได้รู้ว่าผมจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าแนนอีกแล้ว ไม่มีสิทธิ์ได้ขอโทษเรื่องลูก และทุกๆเรื่องที่ผมเคยทำ เพราะผมรู้ตัวเองดี ว่าผมคงจะตายในอีกไม่ช้านี้ ตายไปพร้อมกับความผิดที่ยังไม่ได้แก้ไข และการที่ต้องตายโดยที่ยังมีอะไรค้างคาใจ แน่นอน ผมคงไม่มีวันตายตาหลับ แม้ตายไปแล้ว แต่ผมก็คงยังต้องจมปรักอยู่กับความทรมาน“พ่อ หยุดเถอะ อย่าทำเขาอีกเลย” เหมือนผมจะหูฝาดใช่มั้ยที่ได้ยินเสียง... ใช่ เสียงของแนน โบราณว่าคนใกล้ตายมักจะได้ยินหรือเห็นภาพหลอน สงสัยคงจะจริง เพราะตอนนี้ผมไม่ใช่แค่ได้ยิน แต่ผมเห็นแนนวิ่งมาทางผม พยุงผมที่นอนแน่นิ่งหายใจรวยรินขึ้นมา“แนน ปล่อยมัน พ่อจะฆ่ามัน จะเอาคืนมันให้ลูก ปล่อยมัน”“ไม่ ฮือๆ พ่ออย่าทำเขาอีกเลยนะ แนนขอร้อง ฮือๆๆ...” ความฝัน ห้วงภวังค์นี้ที่ผมกำลังได้สัมผัส ทำไมมันถึงเหมือนจริงนักล่ะ ผมรู้สึกว่าผมเห็นหน้าแนนลางๆ ในห้วงความคิดที่เหมือนไร้สติไปแล้วของผม ผมเห็นเธอร้องไห
“แนน”พ่อเรียกฉันพร้อมกับจับมือฉันเบาๆ“ทำใจให้สบายๆนะ คิดซะว่าเขายังไม่ถึงเวลามาอยู่กับเรา”“พ่อ แต่ว่าแนน แนนทำใจไม่ได้ ฮือๆ...”“โถ่แนน” พ่อโน้มตัวลงมากอดฉัน และมันนานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ฉันไม่ได้อ้อมกอดจากพ่อ“แนนลูกพ่อ พ่อขอโทษนะ ตลอดเวลาพ่อไม่เคยสนใจว่าแนนต้องการอะไร สิ่งที่แนนบอกกับพ่อเมื่อวานมันทำให้พ่อคิดได้ มันทำให้พ่อได้รู้ ว่าพ่อไม่เคยให้ความรักความอบอุ่นกับลูกเลยจริงๆ พ่อมองข้ามมัน ไม่เคยเห็นความสำคัญ พ่อมันเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนเลย พ่อลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน พ่อขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่พ่อผิดไปแล้ว พ่อจะชดเชยให้นะลูก พ่อจะชดเชยให้”“พ่อ...” ฉันพูดไม่ออก ในขณะที่พ่อลูบหัวฉัน มองหน้าฉันแล้วร้องไห้ ฉันเองก็น้ำตาไหลไม่ขาดเหมือนกัน“ต่อไปนี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ ได้มั้ยแนน นะ พ่อสัญญาว่าจะเป็นพ่อที่ดี มีเหตุผล ไม่หูเบา ไม่ลำเอียง ไม่ปล่อยปละละเลยความรู้สึกลูกอีกแล้ว พ่อขอโทษนะ อยากขอโทษอีกหลายครั้งที่พ่อผิดต่อแนน พ่อมันไม่ดี พ่อ...”“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ แนนไม่โกรธพ่อแล้ว แค่พ่อเข้าใจแนนก็พอ แนนรักพ่อนะ”“พ่อก็รักลูก” พ่อยิ้มให้ฉันแล้วจูบหน้าผากฉัน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาฉันรู้
วันต่อมา...ตอนนี้ผมถูกขังอยู่ในเรือนเล็ก ด้วยการถูกมัดไว้กับเสา ไม่มีโอกาสเห็นเดือนเห็นตะวัน แต่มันยังไม่ทรมานเท่าผมไม่มีโอกาสรับรู้อะไรทั้งนั้น สภาพผมที่มันยับเยินเพราะถูกซ้อมเมื่อคืนนี้ มันยังเจ็บน้อยกว่าการไม่ได้รู้ว่าตอนนี้ แนนกับลูกเป็นยังไง...คนเรามักจะคิดได้เมื่อสาย ชอบมาสำนึกได้ตอนไม่เหลือโอกาส ผมเชื่อแล้วว่ามันจริง“ไง มันตายไปรึยัง” เสียงนั้นดังมาจากประตูที่อยู่ๆก็เปิดออก ก่อนสายตาคู่อาฆาตจะตวัดมองมาที่ผม ก่อนเจ้าของของมันซึ่งก็คือพ่อของแนนจะเดินตรงมาหาผม“ฉันนึกว่าแกจะตายๆไปแล้วซะอีก!”ผัวะ!!!หมัดหนักๆกระแทกลงบนหน้าผม ซ้ำที่เก่าเมื่อคืนนี้ มันเต็มแรงมือเล่นเอาผมกระอัก แต่ก็อย่างที่บอก ถึงภายนอกของผมตอนนี้มันจะบอบช้ำแค่ไหน มันก็ไม่สาหัสเท่าความปวดร้าวในหัวใจผมตอนนี้“อยากรู้มั้ย แนนเป็นยังไง คนที่แกทำร้ายน่ะ อาการเป็นยังไง” ผมหูผึ่งทันทีกับประโยคนั้น“ครับ ผมอยากรู้ คุณนพจะบอกผมเหรอครับ”“ใช่! ฉันจะบอกแก บอกว่าความเลวระยำของแกมันส่งผลยังไงบ้าง!” ทำไมทั้งคำพูดและทั้งน้ำเสียงคุณนพมันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ“มะ...หมายความว่าไงครับ” ผมพยายามถามออกไปด้วยน้ำเสียงและสภาพที่น่าเวทนาขอ
@CONDO (คอนโดปืน)ตุบ!ปืนเหวี่ยงฉันลงมาบนเตียง หลังจากที่กระชากลากถูฉันขึ้นมาบนห้องได้“นายจะทำอะไร อย่านะ!” ฉันลุกขึ้นนั่งแล้วขยับถอยหนีแทบไม่ทัน ฉันโกรธ ฉันเสียใจที่เขาไม่เชื่อสิ่งที่ฉันพูดก็จริง แต่ฉันก็กลัวเขามากด้วย“สั่งสอนคุณไง ผู้หญิงอย่างคุณ มันต้องโดนดัดสันดานซะบ้าง““แต่ฉันไม่ผิด! นายไม
ฉันไม่ได้ตัดพ้อชีวิตตัวเองหรอก แต่ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมฉันถึงทนให้ผู้ชายโหดเหี้ยมคนนั้นทรมานอยู่ได้โดยที่ไม่ตาย ทั้งๆที่ความจริง ฉันควรจะตายไปตั้งนานแล้ว เพิ่งรู้นะว่าฉันมันก็ถึกกับเขาเหมือนกัน หรือบาปฉันมันหนาก็ไม่รู้ ที่เคยได้ยินมา ว่าคนบาปหนามักไม่ตายง่ายๆ สงสัยคงจะจริงตกดึก
เสียงนั้นทำฉันชะงักเท้าแทบไม่ทัน และฉันภาวนาให้ฉันหูเพี้ยน ...ต้องไม่ใช่เขา ต้องไม่ใช่“อ้าวปืน” เสียงเรียกชื่อของพ่อเหมือนช่วยตอกย้ำว่าหูฉันไม่ได้เพี้ยน“สวัสดีครับคุณนพ” ฉันหันไปเห็นตอนที่เขายกมือไหว้สวัสดีพ่อฉัน ส่วนสายตาเขากำลังมองมาทางฉัน ...ถึงใบหน้าเขาจะเรียบเฉย แต่สายตาเขาแปลกๆ ไม่น่าไว้ใจเ
เขาตะโกนบอกฉันแค่นั้นก่อนออกรถทันที เหมือนอยากจะไปตั้งนานแล้ว อยากไป โดยที่ไม่มีตัวเสนียดอย่างฉันติดไปด้วย“ฮือ ฮึก ฮือๆๆๆๆ...” ฉันฝืนยืนมองตามรถเขาที่แล่นไปด้วยความเร็วได้เพียงเสี้ยววินาที ก่อนทั้งตัวของฉันมันจะทรุดลงไปกองกับพื้นฟุตบาทเอาดื้อๆ สภาพของฉันในตอนนี้มันน่าเวทนาเหลือเกิน ฉันไม่เหลือแรงย







![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)