Masukผ่านไปนานเท่าไรแล้วไม่รู้
ฌาเมลที่เหนื่อยจากกิจกรรมและการเรียนมาตลอดทั้งวัน เธอนั่งหลับบนรถ เพราะไม่รู้ว่าจะลงสถานีไหน เรย์ที่ไม่เคยนั่งรถแบบนี้เลยในชีวิต อยู่ ๆ เขาก็ง่วงนอนขึ้นมา แสงแดดด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นแสงตอนเย็นและใกล้ค่ำแล้ว
เรย์สัปหงกและฝืนลืมตาที่มันกำลังจะปิดไม่ไหวแล้ว ฌาเมลที่หลับไปแล้ว เธอเอียงหัวมาเรื่อย ๆ จนมาหยุดที่ไหล่กว้างของเรย์ ฌาเมลนอนหลับอยู่ตรงนั้น ส่วนเรย์เองก็เอาหัวตัวเองพิงกับหัวฌาเมลและหลับไป
...รถแล่นไปเรื่อย ๆ ตามทาง ป้ายแล้วป้ายเล่า ทั้งสองคนก็ยังไม่ตื่นขึ้น
รถขับมาถึงป้ายสุดท้ายของเส้นทางนี้
“ไอ้หนู” เสียงของพนักงานเก็บตั๋วพูดมาทางสองคน เธอสะกิดที่ตัวของเรย์ให้ตื่นขึ้น เรย์ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง เขาหลุบมองคนบนไหล่ตัวเอง จากนั้นเรย์ก็ขยับตัวลุกขึ้นมายืน
ฌาเมลที่ไม่มีที่พักหัว เธอฟุบลงไปที่เบาะรถ ร่างเล็กโวยวายขึ้นมาเสียงดังลั่น แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาฌาเมลเห็นเรย์และพนักงานยืนมองเธออยู่ ฌาเมลรีบหยิบกระเป๋านักเรียนตัวเองและลุกขึ้นยืนบ้าง
“ป้ายสุดท้ายแล้ว ป้าจะเอารถไปส่งแล้ว”
“อ่อค่ะคุณป้า เท่าไรคะ?”
“สองคนป้าคิดห้าสิบแล้วกัน”
ฌาเมลล้วงไปในกระโปรงนักเรียนตัวเอง เธอหยิบแบงก์ทั้งหมดในกระเป๋ามา มันมีแค่แบงก์ยี่สิบสองใบ ฌาเมลยิ้มเจื่อน ๆ ออกไป เธอหันไปทางเรย์ให้ช่วยกัน เรย์ถอนหายใจออกมา เขาหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงตัวเอง ที่มันมีแต่แบงก์พัน
“นี่ครับ”
“แบงก์ใหญ่ขนาดนี้ ป้าไม่มีทอนหรอกลูก”
“ไม่เป็นไรครับ เอาไปเลย”
เรย์พูดจบก็หมุนตัวหันหลังกลับ เขาเดินลงจากรถเมล์ไป ฌาเมลรีบวิ่งตามลงมาบ้าง ร่างเล็กลงมาด้านล่างที่ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว ฌาเมลไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน และยังมีเงินติดตัวแค่สี่สิบบาท เรย์ที่รู้ว่ามีคนเดินตาม เขาหยุดเดินกะทันหัน ทำให้ฌาเมลที่เดินตามมา หัวเธอกระแทกเข้ากับแผ่นหลังกว้างของเรย์เต็ม ๆ
“อ๊ะ! หยุดเดินทำไมคะ?”
เรย์หมุนตัวกลับมา และมองเธอที่ตัวเตี้ยกว่า “จะเดินตามมาทำไม?”
“ก็ ก็...” ร่างเล็กพูดติดขัด เธอก้มหน้าลงและพูดเบา ๆ “เมลไม่มีตัง ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน”
ร่างสูงถอนหายใจออกมา เขาล้วงไปหยิบแบงก์ทั้งหมดยื่นให้เธอ ฌาเมลมองเงินในมือและเบิกตากว้าง เพราะไม่เคยถือเงินเยอะขนาดนี้
“เอาไปซะ และอย่ามาวุ่นวายกับฉันอีก”
“ค่ะ ขอบคุณนะ” ในเมื่อเจ้าของเงินให้เงินเธอมา ฌาเมลก็ไม่คิดปฏิเสธ เธอกำลังจะหมุนตัวกลับไปเรียกรถที่ป้ายรถเมล์
‘เฮ้ย! มันอยู่นั้นไง’
เสียงของชายกลุ่มเดิมดังขึ้น ฌาเมลถอยหลังจนตัวเธอไปแนบชิดกับด้านหน้าของเรย์ ร่างสูงมองไปทางชายกลุ่มนั้นและถอนหายใจออกมา ร่างเล็กเอื้อมไปกำกางเกงนักเรียนของเรย์ไว้แน่น และกระตุกรัว ๆ
“พี่” เสียงหวานพูดกับคนด้านหลังด้วยความลนลาน
“แม่ง!”
กรี๊ด~ เสียงของฌาเมลกรีดร้องออกมา ร่างเล็กโดนดึงให้หมุนตัวกลับไปทางเรย์ ฝ่ามือหนาจับที่แขนเรียวและออกแรงดึงเธอจนปลิว เรย์พาฌาเมลวิ่งไปข้างหน้า ฌาเมลวิ่งท่านี้ไม่ถนัดเพราะเธอพร้อมจะล้มได้ทุกเมื่อ
ร่างเล็กแกะมือของเรย์ออก และเอื้อมไปจับมือของเขาไว้แน่น เรย์รู้สึกแปลก ๆ อยู่ ๆ หัวใจเขาก็เต้นแรงผิดปกติ ไม่รู้ว่าเกิดจากความเหนื่อยหรือเพราะความรู้สึกบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นกันแน่
เรย์และฌาเมลวิ่งหนีมาทางไหนไม่มีใครรู้ ร่างสูงพาคนตัวเล็กมาหลบในซอกเล็ก ๆ ซอกหนึ่ง ตรงนี้มันมืดและยากจะมองเข้ามาเห็น สองร่างยืนหันหน้าเบียดกันอยู่ ฌาเมลหลับตาและกำเสื้อของเรย์ตรงหน้าอกไว้แน่น เธอกลั้นหายใจเพราะกลัวว่าคนด้านนอกจะได้ยิน
เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มนั้นเริ่มหายไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ ฌาเมลเริ่มหายใจไม่ออก เธอพ่นลมหายใจออกมาและรีบกอบโกยอากาศเข้าปอด
เรย์มองไปทางด้านนอก จากนั้นก็หลุบมองคนตรงอกตัวเอง ฌาเมลยังรุกรี้รุกรนมองซ้ายทีขวาที ดวงตาคมมองใบหน้าหวานใกล้ ๆ ร่างเล็กหันหน้ากลับมา เธอเงยหน้ามองเขา ทั้งสองคนมองหน้ากันท่ามกลางความเงียบ
ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะริมฝีปากของเธอมันชวนให้เขารู้สึกบางอย่าง ฌาเมลมองมาด้วยแววตาที่ทั้งเหนื่อยและกลัวในเวลาเดียวกัน ทั้งสองคนยังมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น เรย์เริ่มขยับหน้าลงไปเรื่อย ๆ ฌาเมลไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไร แต่เธอก็หยุดนิ่งอยู่ท่านั้นไม่กล้าขยับตัว
“พวกเขาน่าจะไป อื้อ~”
เสียงหวานถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่ออยู่ ๆ เรย์ก็ประกบริมฝีปากลงมาแตะที่ริมฝีปากของฌาเมล ร่างเล็กเบิกตากว้าง เธอกำเสื้อของเขาจนมันยับยู่ยี่ไปหมด เรย์ที่ไม่เคยจูบกับใครมาก่อน เขาเริ่มขยับปากตามสัญชาตญาณ ฌาเมลเก ๆ กัง ๆ ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง เธอปล่อยให้เขาทำในสิ่งที่อยากทำไม่ได้ขัดขืนออกไป
“อื้ม~”
เสียงทุ้มในลำคอของเรย์หลุดออกมา เขาเริ่มเปลี่ยนจังหวะเป็นเร็วขึ้นเล็กน้อย ฌาเมลสมองขาวโพลนไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ฌาเมลเริ่มหายใจไม่ออก เธอทุบที่อกเขารัว ๆ เรย์ได้สติกลับมา เขาผละจูบออกและไม่เข้าใจตัวเองว่าเป็นอะไรไป
ฌาเมลรีบกอบโกยอากาศเข้าปอดอีกครั้ง เธอเงยหน้ามองเขาและพูดขึ้นเบา ๆ
“มะ เมื่อกี้ พะ พี่ทำอะไร” เสียงหวานพูดติดขัดไปหมด เรย์ไม่กล้าสบสายตาเธอ เขาหันหน้าหนีไปทางอื่น ฌาเมลรู้สึกอึดอัด เธอขยับตัวและพูดต่อ
“หัวเข็มขัดพี่ มันทิ่มท้องเมล ขยับออกไปหน่อยได้ไหมคะ”
เรย์ได้ยินแบบนั้นก็ดันเธอให้ไปอีกทาง เขาหยิบกระเป๋าขึ้นมาบังด้านหน้าเอาไว้ เรย์เกาหัวเล็กน้อยเพราะรู้สึกทำตัวไม่ถูก
“เราจะออกไปไหมคะ?” ฌาเมลพูดขึ้นเบา ๆ เรย์มองสำรวจอีกรอบและเหมือนว่าตอนนี้ทุกอย่างจะปลอดภัยแล้ว
เรย์เป็นฝ่ายเดินออกมาก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดโทรไปหาลูกน้องที่บ้านให้มารับตามตำแหน่งที่บอก ฌาเมลเดินเร็วตามแผ่นหลังกว้าง เธอมองไปด้านหลังด้วยความหวาดระแวง
ทั้งสองคนเดินมาถึงริมถนนใหญ่ ไม่นานมากนัก รถหรูของที่บ้านเรย์ก็ขับมาจอดเทียบท่า เรย์เปิดประตูเข้าไปนั่ง จากนั้นก็ปิดประตูทันที ฌาเมลที่ยืนอยู่ด้านนอก เธอกำลังกลัวว่าจะโดนทิ้ง ร่างเล็กไม่กล้าเอื้อมไปจับรถด้วยซ้ำ เพราะกลัวจะไปทำรอยเข้า
ประตูรถด้านหลังถูกเปิดออก เรย์ชะโงกหน้าออกมามองเธอและพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“จะยืนให้พวกมันมาจัดการหรือไง ขึ้นมา”
ฌาเมลยิ้มกว้างออกมา เธอรีบเอาตัวเองเข้ามานั่งข้างเขาที่เบาะหลัง ร่างเล็กวางกระเป๋านักเรียนตัวเองไว้ที่เท้าและมองสำรวจภายในรถหรูนี้ ฌาเมลตื่นตาตื่นใจและมองไปทั่ว
“ไม่เคยขึ้นหรือไง ทำไมทำหน้าดีใจขนาดนั้น”
“ไม่เคยค่ะ ครั้งแรกเลย ปกติเมลนั่งแต่รถเมล์ ไม่ก็เดินเอา”
ร่างสูงนั่งมองคนตัวเล็ก ที่ยังเอาแต่ยิ้มออกมา
รถแล่นมาตามทางที่ฌาเมลบอก เพราะเรย์บอกว่าจะไปส่งเธอที่บ้าน รถหรูขับมาจอดหน้าซอยทางเข้าที่มันดูน่ากลัวไม่ต่างจากสถานที่เมื่อกี้เลย
“แน่ใจว่าที่นี้?”
“ค่ะ บ้านเมลอยู่ข้างใน เดินนิดเดียวก็ถึง”
เรย์มองเข้าไปในซอย และขมวดคิ้วแน่น “บ้านเธอเป็นประตูมิติหรือไง เดินเข้าไปและจะกลายเป็นคฤหาสน์เลยไหม”
“เป็นแบบนั้นก็คงดี” ร่างเล็กพูดกับตัวเองเบา ๆ ฌาเมลเอื้อมไปหยิบกระเป๋านักเรียนตัวเองและกำลังจะเปิดประตูรถออกไป แขนเรียวถูกคว้าดึงเอาไว้ ฌาเมลหันหน้ามาด้วยความมึนงง
“คะ?”
“เบอร์” เรย์นิ่งครู่หนึ่ง ไม่กล้าสบสายตาเธอ “เบอร์ที่ฉันเขียนไปในสมุดเธอ ตัวสุดท้ายมันไม่ใช่เลขสี่”
“ยังไงนะคะ?”
“เลขสอง”
“?” ฌาเมลขมวดคิ้วไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ “แล้วมาบอกเมลทำไม?”
“ก็เธอขอเบอร์ฉันไม่ใช่หรือไง”
“ไม่ใช่เมลไม่ได้...”
“...โทรมาด้วยแล้วกัน”
พูดจบเรย์ก็ปล่อยแขนเธอให้เป็นอิสระ ร่างสูงเอาหัวพิงที่เบาะรถ และหลับตานิ่งไป ฌาเมลแม้จะงงอยู่ แต่ตอนนี้มันดึกมากแล้ว เธอไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเรย์อีกแล้ว
ร่างเล็กเปิดประตูรถ เธอหันมาขอบคุณคนขับและลงจากรถไปทันที
...เมื่ออยู่เพียงลำพัง ร่างสูงที่เบาะหลัง อยู่ ๆ รอยยิ้มก็ปราฏบนใบหน้าหล่อ อย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ หัวใจแกร่งกำลังเต้นแรงแบบที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน
🏴 ช่วงพูดคุย 🏴
ไรท์กลับมาอ่านช่วงนี้แล้วก็รู้สึกว่ามันน่ารักมากเลย จุกเริ่มต้นของทั้งสองคน ถ้าไม่มีเรื่องเข้ามาก่อน เขาคงรักกันมาก ๆ เฮ้อ~
ผ่านไปสักพักหนึ่งตอนนี้อาหารเริ่มทยอยมาวางที่โต๊ะแล้ว ฌาเมลมองและเห็นว่ามันมีของโปรดของเธออยู่ ฌาเมลเลือกที่จะไม่หยิบมันขึ้นมากิน เธอเลือกกินแค่ข้าวพัดง่าย ๆ เพราะมันอยู่ใกล้เธอมากที่สุดแล้ว“พี่เมลลองทานอันนี้นะคะ” พิมมี่หยิบเนื้อปลามาให้ฌาเมลกิน ร่างเล็กมองและเห็นว่ามันคือของโปรดของเธอ ฌาเมลก้มหน้ามองมันค้างอยู่อย่างนั้น โดยมีสายตาของเรย์มองมาทางเธออยู่ตลอดเวลาพิมมี่หยิบซอสและวาซาบิมาวางให้ ฌาเมลหยิบมันขึ้นมากินเงียบ ๆ“แค่ก แค่ก” ร่างเล็กสำลักขึ้นมาทันที เพราะเธอไม่รู้ว่าคำนี้มันมีวาซิบิอยู่ด้านในด้วย พิมมี่ที่ไม่รู้ว่าฌาเมลกินวาซาบิไม่ได้ เธอตกใจและรีบหาน้ำ รวมถึงช่วยลูบหลังฌาเมลให้ร่างเล็กใบหน้าขึ้นเป็นสีแดงจากการสำลักเมื่อครู่ เรย์มองมาฌาเมลและถอนหายใจออกมา“พี่เมลทานวาซาบิไม่ได้หรอคะ?” พิมมี่ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง“ก็ไม่เชิงค่ะ แค่พี่กินมันไม่เก่ง” ฌาเมลพยายามปรับลมหายใจตัวเองให้กลับมาปกติ คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นและพูดออกไป “ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”เรย์มองมานิ่ง ๆ จากนั้นเขาก็พยักหน้ารับ และทักไปบอกลูกน้องหน้าร้านว่าให้ตามฌาเมลไป ฌาเมลลุกขึ้นและเดินออกไปจากร้านทันทีผ่านไป
เมื่อเรย์เดินมาที่ด้านล่างร่างสูงยืนรอทั้งฌาเมลและพิมมี่ที่หายไปด้วยกัน เรย์ให้ลูกน้องเตรียมรถเอาไว้ทั้งหมดสองคัน และให้การ์ดมาด้วยจำนวนหนึ่ง ร่างสูงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างลูกน้องคนสนิทอย่างซัน“คุณพิมมี่กลับมาแล้วแบบนี้ คุณฌาเมลจะไม่เข้าใจผิดหรอครับ?” ซันพูดถามออกไปกับเจ้านายตัวเอง ที่ยืนพ่นควันสีขาวด้วยท่าทางเรียบนิ่ง เรย์พูดตอบกลับไป“เข้าใจผิดเรื่อง?”“คุณฌาเมลอาจจะคิดว่า คุณพิมมี่กับนายเป็นแฟนกันไงครับ”“ฌาเมลจะคิดยังไงมันก็เรื่องของเธอ กูไม่ได้มีเวลามาใส่ใจ”“ไม่แคร์เธอสักนิดเลยหรอครับ?”เรย์ถอนหายใจออกมา เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอัดเข้าปอด และโยนมันทิ้งลงพื้น จากนั้นก็ใช้เท้าขยี้จนไฟดับไป ร่างสูงหันมามองทางลูกน้อง และพูดต่อ“ฌาเมลไม่ได้มีค่า ไม่ได้มีความหมายอะไรกับชีวิตกูทั้งนั้น”“แบบนี้ ถ้าถึงวันที่นายต้องปล่อยเธอไป ก็คงไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหมครับ?”เรย์นิ่งชะงักเล็กน้อย แต่ไม่นานรอยยิ้มเย็นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อ “กูจะปล่อยไปทำไม ให้เธออยู่ในสถานะนี้ไปเรื่อย ๆ สนุกจะตาย”“แต่สักวัน เธอก็ต้องไปตามทางของเธอนะครับ”“ทางของฌาเมล ข้างหน้ามันมีแต่กูที่รออยู่ เธอจะไม่มีวันได้เดินไปทางไหน
ร่างเล็กของฌาเมลนั่งเหม่อมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว หลังจากที่เธอได้ยินประโยคนั้นจากเรย์ ทั้งคู่ก็เงียบและไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลยตอนนี้เรย์ออกไปดูงานข้างล่าง เขาบอกให้เธอนั่งอ่านเอกสารทั้งหมดในห้องนี้ แถมยังกำชับคำสั่งชัดเจนว่า ห้ามเปิดประตูให้ใครและห้ามออกไปไหนทั้งนั้น ฌาเมลถอนหายใจออกมาอีกครั้ง จากนั้นก็ก้มอ่านเอกสารในมือต่อแกรก~ เสียงเปิดประตูห้องถูกเปิดเข้ามา ฌาเมลเงยหน้าและเผลอยิ้มออกมา เพราะคงเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่เรย์ ทว่า... เมื่อฌาเมลหันหลังกลับไปมอง เธอชะงักไม่ต่างจากคนด้านหน้าประตูที่ชะงักไปเหมือนกัน“เอ่อ... คือ” ฌาเมลงุนงงเล็กน้อยและพูดออกไป“สะ สวัสดีค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นพูดติดขัดไม่ต่างกัน เธอก้มหัวสวัสดีมาทางฌาเมลและยิ้มอย่างสดใสส่งมาให้เธอ ร่างเล็กลุกขึ้นยืนและทักทายเธอกลับไปพร้อมรอยยิ้ม“สวัสดีค่ะ พี่สาวคนสวย” หญิงสาวด้านหน้าฌาเมลยิ้มจนตาหยีส่งมาให้เธอ ฌาเมลหัวเราะออกมา และพูดกลับเธอไป“สวัสดีค่ะ น้องสาวคนสวย”“ชื่อ พิมมี่ นะคะ พี่คือ...”“…พี่ชื่อเมลค่ะ”พิมมี่เดินเข้ามาใกล้ฌาเมลและยืนมองเธอ ก่อนจะพูดออกมา “ทำไมพี่เมลสวยจังเลยคะ? ยิ่งดูใกล้ ๆ ผิวหน้าพี่เมลดีมากเลย”พ
เช้าวันต่อมาแกรก~ เสียงประตูห้องนอนเล็กถูกเปิดออก เรย์เปิดมันอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมมองไปนอนเตียงที่มีร่างเล็กนอนหลับสนิทอยู่ ร่างสูงเดินมาหยุดข้างเตียงและยืนมองนิ่ง ๆ ฌาเมลขยับตัวเล็กน้อย แต่ทว่า.. แค่ลืมตามา ฌาเมลก็ตื่นตกใจที่เจอร่างสูงของเรย์ยืนมองแบบนั้น“พี่เรย์ เข้ามาทำไมเงียบ ๆ คะ เมลตกใจนะ”“ไปกินข้าว”เสียงทุ้มพูดจบก็เดินหมุนตัว หายออกไปจากห้องทันที ฌาเมลนั่งขยี้ตาตรงนั้นพักหนึ่ง จากนั้นก็เดินลงจากเตียงและออกไปทั้งชุดนอนอย่างนั้นฌาเมลเดินมาตรงห้องนั่งเล่น บนโต๊ะอาหารมีข้าวต้มและผลไม้วางเอาไว้อยู่ ร่างเล็กมองไปทางเรย์ที่นั่งจิบกาแฟและดูงานในไอแพดอยู่ตรงโซฟา ฌาเมลหันกลับมามองอาหาร จากนั้นก็จะเดินกลับเข้าไปในห้อง เพราะรู้สึกอยากอาบก่อน“จะไปไหน?” เสียงทุ้มของเรย์ถามขึ้น“จะไปอาบน้ำค่ะ”“กิน แล้วค่อยไปอาบ”“แต่เมล…”“…นั่งลงซะฌาเมล อย่าทำให้ฉันหงุดหงิดแต่เช้า” เรย์ตวัดสายตามาออกคำสั่งเสียงเข้ม ฌาเมลถอนหายใจออกมา และเดินไปนั่งที่เก้าอี้ฌาเมลหยิบช้อนมาตักข้าวเข้าปาก นี้เป็นมื้อแรกเลยที่เธอได้นั่งกินในห้องนี้ ฌาเมลตักข้าวเข้าปากเรื่อย ๆ เพราะรู้สึกว่ามันอร่อย เรย์หันมามองทางเธอที่นั
ทันทีที่เข้ามาในตัวลิฟต์ ฌาเมลหลุบมองมือตัวเองที่ถูกเรย์จับเอาไว้แน่น เขาไม่พูดอะไรกับเธอสักคำ และนั้นมันคือสิ่งที่ฌาเมลกำลังกังวลเมื่อเดินมาถึงลานจอดรถ เรย์ดึงให้ร่างเล็กเดินตาม เขาหันไปสั่งลูกน้องด้านหลัง“เอารถให้กูคันหนึ่ง และไม่ต้องขับตามมา”“ครับ”ฌาเมลถูกพามานั่งในรถหรูคันหนึ่ง เรย์ดึงเข็มขัดมาขาดให้ จากนั้นก็เดินอ้อมมานั่งฝั่งคนขับ ฌาเมลนั่งตัวเกร็งไม่กล้าขยับตัวรถของเรย์ขับมาเรื่อย ๆ ตามทาง ฌาเมลไม่รู้ว่าเขาจะพาเธอไปไหน ตรงข้อมือน้อย ๆ ของคนตัวเล็กมันยังมีสำลีและรอยเจาะของน้ำเกลืออยู่เลย“ไม่มีอะไรจะพูดเลยหรอฌาเมล หื้ม?” เสียงเข้มพูดขึ้นกับคนข้างกัน“พี่ไปที่นั้นได้ ก็คงรู้เรื่องมาแล้ว จะถามเมลอีกทำไมคะ”“ยังปากดีอยู่เลยนิ” เรย์หันมามองตาขว้างใส่ฌาเมล ตอนนี้ด้านนอกฝนกำลังตกลงมาอย่างนัก ฌาเมลถอนหายใจออกมาและนั่งเงียบ“ผู้ชายคนนั้น ใคร?”“เขาชื่อพี่ตะวัน” ฌาเมลหันกลับมาทางเรย์และพูดใส่เขา “เขาเป็นคนดี ดีมาก ๆ”“ดีขนาดนั้น ไปอยู่กับมันเลยไหม?”“ได้ก็ดีนะคะ เมลคงได้ขึ้นสวรรค์ ไม่ใช่ตกนรกแบบนี้”เอี๊ยด! รถของเรย์ขับเลี้ยวมาจอดตรงไหล่ทาง เรย์หันมาปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองและหันไป
เช้าวันต่อมาร่างเล็กของฌาเมลนอนขดตัวอยู่ตรงโซฟากลางห้องนั่งเล่น เธอปวดท้องรุนแรงจนไม่สามารถนอนตรงได้ ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ เรย์ยังไม่กลับเข้ามาในห้อง ฌาเมลทนความเจ็บปวดไม่ไหว เธอประคองตัวเองลุกขึ้นมายืนขาเรียวก้าวไปทางประตูทางออก ฌาเมลใส่รองเท้าและเปิดประตูห้องออกไปเมื่อออกมาด้านนอก ร่างเล็กเดินไปตามทางเดิน เธอมองไปทางลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนักฟรึบ! ร่างเล็กของฌาเมลล้มหมดสติอยู่ตรงนั้น“อ่าว คุณครับ คุณ”เสียงทุ้มของใครบางคนพูดขึ้น เขาเข้ามาเขย่าตัวฌาเมลเบา ๆ และมองซ้ายขวาหาคนมาช่วย ชายคนนั้นตัดสินใจอุ้มฌาเมลขึ้นมาและรีบเดินไปทางลิฟต์ เขากดที่ชั้นจอดรถของตัวเอง และหลุบมองฌาเมลเป็นระยะตะวัน เขาพักอยู่ที่นี้ และไม่คิดว่าวันนี้จะมาเจอเรื่องพวกนี้ ตะวันอุ้มฌาเมลมาทางรถของตัวเองที่มีลูกน้องยืนรออยู่“เปิดรถที” ตะวันพูดสั่งลูกน้องออกไป เขารีบพาฌาเมลเข้ามาในรถ Alphard ของตัวเอง และสั่งให้ลูกน้องมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด# โรงพยาบาลร่างเล็กของฌาเมลนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ตอนนี้เธอยังไม่ฟื้นขึ้นมา ตะวันที่ยืนอยู่ปลายเตียงกับหมอที่มารายงานอาการ“เธอเป็นอะไรนะครับ?”“โรคกระเ







