Masukผ่านไปสักพักหนึ่งตอนนี้อาหารเริ่มทยอยมาวางที่โต๊ะแล้ว ฌาเมลมองและเห็นว่ามันมีของโปรดของเธออยู่ ฌาเมลเลือกที่จะไม่หยิบมันขึ้นมากิน เธอเลือกกินแค่ข้าวพัดง่าย ๆ เพราะมันอยู่ใกล้เธอมากที่สุดแล้ว“พี่เมลลองทานอันนี้นะคะ” พิมมี่หยิบเนื้อปลามาให้ฌาเมลกิน ร่างเล็กมองและเห็นว่ามันคือของโปรดของเธอ ฌาเมลก้มหน้ามองมันค้างอยู่อย่างนั้น โดยมีสายตาของเรย์มองมาทางเธออยู่ตลอดเวลาพิมมี่หยิบซอสและวาซาบิมาวางให้ ฌาเมลหยิบมันขึ้นมากินเงียบ ๆ“แค่ก แค่ก” ร่างเล็กสำลักขึ้นมาทันที เพราะเธอไม่รู้ว่าคำนี้มันมีวาซิบิอยู่ด้านในด้วย พิมมี่ที่ไม่รู้ว่าฌาเมลกินวาซาบิไม่ได้ เธอตกใจและรีบหาน้ำ รวมถึงช่วยลูบหลังฌาเมลให้ร่างเล็กใบหน้าขึ้นเป็นสีแดงจากการสำลักเมื่อครู่ เรย์มองมาฌาเมลและถอนหายใจออกมา“พี่เมลทานวาซาบิไม่ได้หรอคะ?” พิมมี่ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง“ก็ไม่เชิงค่ะ แค่พี่กินมันไม่เก่ง” ฌาเมลพยายามปรับลมหายใจตัวเองให้กลับมาปกติ คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นและพูดออกไป “ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”เรย์มองมานิ่ง ๆ จากนั้นเขาก็พยักหน้ารับ และทักไปบอกลูกน้องหน้าร้านว่าให้ตามฌาเมลไป ฌาเมลลุกขึ้นและเดินออกไปจากร้านทันทีผ่านไป
เมื่อเรย์เดินมาที่ด้านล่างร่างสูงยืนรอทั้งฌาเมลและพิมมี่ที่หายไปด้วยกัน เรย์ให้ลูกน้องเตรียมรถเอาไว้ทั้งหมดสองคัน และให้การ์ดมาด้วยจำนวนหนึ่ง ร่างสูงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างลูกน้องคนสนิทอย่างซัน“คุณพิมมี่กลับมาแล้วแบบนี้ คุณฌาเมลจะไม่เข้าใจผิดหรอครับ?” ซันพูดถามออกไปกับเจ้านายตัวเอง ที่ยืนพ่นควันสีขาวด้วยท่าทางเรียบนิ่ง เรย์พูดตอบกลับไป“เข้าใจผิดเรื่อง?”“คุณฌาเมลอาจจะคิดว่า คุณพิมมี่กับนายเป็นแฟนกันไงครับ”“ฌาเมลจะคิดยังไงมันก็เรื่องของเธอ กูไม่ได้มีเวลามาใส่ใจ”“ไม่แคร์เธอสักนิดเลยหรอครับ?”เรย์ถอนหายใจออกมา เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอัดเข้าปอด และโยนมันทิ้งลงพื้น จากนั้นก็ใช้เท้าขยี้จนไฟดับไป ร่างสูงหันมามองทางลูกน้อง และพูดต่อ“ฌาเมลไม่ได้มีค่า ไม่ได้มีความหมายอะไรกับชีวิตกูทั้งนั้น”“แบบนี้ ถ้าถึงวันที่นายต้องปล่อยเธอไป ก็คงไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหมครับ?”เรย์นิ่งชะงักเล็กน้อย แต่ไม่นานรอยยิ้มเย็นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อ “กูจะปล่อยไปทำไม ให้เธออยู่ในสถานะนี้ไปเรื่อย ๆ สนุกจะตาย”“แต่สักวัน เธอก็ต้องไปตามทางของเธอนะครับ”“ทางของฌาเมล ข้างหน้ามันมีแต่กูที่รออยู่ เธอจะไม่มีวันได้เดินไปทางไหน
ร่างเล็กของฌาเมลนั่งเหม่อมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว หลังจากที่เธอได้ยินประโยคนั้นจากเรย์ ทั้งคู่ก็เงียบและไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลยตอนนี้เรย์ออกไปดูงานข้างล่าง เขาบอกให้เธอนั่งอ่านเอกสารทั้งหมดในห้องนี้ แถมยังกำชับคำสั่งชัดเจนว่า ห้ามเปิดประตูให้ใครและห้ามออกไปไหนทั้งนั้น ฌาเมลถอนหายใจออกมาอีกครั้ง จากนั้นก็ก้มอ่านเอกสารในมือต่อแกรก~ เสียงเปิดประตูห้องถูกเปิดเข้ามา ฌาเมลเงยหน้าและเผลอยิ้มออกมา เพราะคงเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่เรย์ ทว่า... เมื่อฌาเมลหันหลังกลับไปมอง เธอชะงักไม่ต่างจากคนด้านหน้าประตูที่ชะงักไปเหมือนกัน“เอ่อ... คือ” ฌาเมลงุนงงเล็กน้อยและพูดออกไป“สะ สวัสดีค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นพูดติดขัดไม่ต่างกัน เธอก้มหัวสวัสดีมาทางฌาเมลและยิ้มอย่างสดใสส่งมาให้เธอ ร่างเล็กลุกขึ้นยืนและทักทายเธอกลับไปพร้อมรอยยิ้ม“สวัสดีค่ะ พี่สาวคนสวย” หญิงสาวด้านหน้าฌาเมลยิ้มจนตาหยีส่งมาให้เธอ ฌาเมลหัวเราะออกมา และพูดกลับเธอไป“สวัสดีค่ะ น้องสาวคนสวย”“ชื่อ พิมมี่ นะคะ พี่คือ...”“…พี่ชื่อเมลค่ะ”พิมมี่เดินเข้ามาใกล้ฌาเมลและยืนมองเธอ ก่อนจะพูดออกมา “ทำไมพี่เมลสวยจังเลยคะ? ยิ่งดูใกล้ ๆ ผิวหน้าพี่เมลดีมากเลย”พ
เช้าวันต่อมาแกรก~ เสียงประตูห้องนอนเล็กถูกเปิดออก เรย์เปิดมันอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมมองไปนอนเตียงที่มีร่างเล็กนอนหลับสนิทอยู่ ร่างสูงเดินมาหยุดข้างเตียงและยืนมองนิ่ง ๆ ฌาเมลขยับตัวเล็กน้อย แต่ทว่า.. แค่ลืมตามา ฌาเมลก็ตื่นตกใจที่เจอร่างสูงของเรย์ยืนมองแบบนั้น“พี่เรย์ เข้ามาทำไมเงียบ ๆ คะ เมลตกใจนะ”“ไปกินข้าว”เสียงทุ้มพูดจบก็เดินหมุนตัว หายออกไปจากห้องทันที ฌาเมลนั่งขยี้ตาตรงนั้นพักหนึ่ง จากนั้นก็เดินลงจากเตียงและออกไปทั้งชุดนอนอย่างนั้นฌาเมลเดินมาตรงห้องนั่งเล่น บนโต๊ะอาหารมีข้าวต้มและผลไม้วางเอาไว้อยู่ ร่างเล็กมองไปทางเรย์ที่นั่งจิบกาแฟและดูงานในไอแพดอยู่ตรงโซฟา ฌาเมลหันกลับมามองอาหาร จากนั้นก็จะเดินกลับเข้าไปในห้อง เพราะรู้สึกอยากอาบก่อน“จะไปไหน?” เสียงทุ้มของเรย์ถามขึ้น“จะไปอาบน้ำค่ะ”“กิน แล้วค่อยไปอาบ”“แต่เมล…”“…นั่งลงซะฌาเมล อย่าทำให้ฉันหงุดหงิดแต่เช้า” เรย์ตวัดสายตามาออกคำสั่งเสียงเข้ม ฌาเมลถอนหายใจออกมา และเดินไปนั่งที่เก้าอี้ฌาเมลหยิบช้อนมาตักข้าวเข้าปาก นี้เป็นมื้อแรกเลยที่เธอได้นั่งกินในห้องนี้ ฌาเมลตักข้าวเข้าปากเรื่อย ๆ เพราะรู้สึกว่ามันอร่อย เรย์หันมามองทางเธอที่นั
ทันทีที่เข้ามาในตัวลิฟต์ ฌาเมลหลุบมองมือตัวเองที่ถูกเรย์จับเอาไว้แน่น เขาไม่พูดอะไรกับเธอสักคำ และนั้นมันคือสิ่งที่ฌาเมลกำลังกังวลเมื่อเดินมาถึงลานจอดรถ เรย์ดึงให้ร่างเล็กเดินตาม เขาหันไปสั่งลูกน้องด้านหลัง“เอารถให้กูคันหนึ่ง และไม่ต้องขับตามมา”“ครับ”ฌาเมลถูกพามานั่งในรถหรูคันหนึ่ง เรย์ดึงเข็มขัดมาขาดให้ จากนั้นก็เดินอ้อมมานั่งฝั่งคนขับ ฌาเมลนั่งตัวเกร็งไม่กล้าขยับตัวรถของเรย์ขับมาเรื่อย ๆ ตามทาง ฌาเมลไม่รู้ว่าเขาจะพาเธอไปไหน ตรงข้อมือน้อย ๆ ของคนตัวเล็กมันยังมีสำลีและรอยเจาะของน้ำเกลืออยู่เลย“ไม่มีอะไรจะพูดเลยหรอฌาเมล หื้ม?” เสียงเข้มพูดขึ้นกับคนข้างกัน“พี่ไปที่นั้นได้ ก็คงรู้เรื่องมาแล้ว จะถามเมลอีกทำไมคะ”“ยังปากดีอยู่เลยนิ” เรย์หันมามองตาขว้างใส่ฌาเมล ตอนนี้ด้านนอกฝนกำลังตกลงมาอย่างนัก ฌาเมลถอนหายใจออกมาและนั่งเงียบ“ผู้ชายคนนั้น ใคร?”“เขาชื่อพี่ตะวัน” ฌาเมลหันกลับมาทางเรย์และพูดใส่เขา “เขาเป็นคนดี ดีมาก ๆ”“ดีขนาดนั้น ไปอยู่กับมันเลยไหม?”“ได้ก็ดีนะคะ เมลคงได้ขึ้นสวรรค์ ไม่ใช่ตกนรกแบบนี้”เอี๊ยด! รถของเรย์ขับเลี้ยวมาจอดตรงไหล่ทาง เรย์หันมาปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองและหันไป
เช้าวันต่อมาร่างเล็กของฌาเมลนอนขดตัวอยู่ตรงโซฟากลางห้องนั่งเล่น เธอปวดท้องรุนแรงจนไม่สามารถนอนตรงได้ ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ เรย์ยังไม่กลับเข้ามาในห้อง ฌาเมลทนความเจ็บปวดไม่ไหว เธอประคองตัวเองลุกขึ้นมายืนขาเรียวก้าวไปทางประตูทางออก ฌาเมลใส่รองเท้าและเปิดประตูห้องออกไปเมื่อออกมาด้านนอก ร่างเล็กเดินไปตามทางเดิน เธอมองไปทางลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนักฟรึบ! ร่างเล็กของฌาเมลล้มหมดสติอยู่ตรงนั้น“อ่าว คุณครับ คุณ”เสียงทุ้มของใครบางคนพูดขึ้น เขาเข้ามาเขย่าตัวฌาเมลเบา ๆ และมองซ้ายขวาหาคนมาช่วย ชายคนนั้นตัดสินใจอุ้มฌาเมลขึ้นมาและรีบเดินไปทางลิฟต์ เขากดที่ชั้นจอดรถของตัวเอง และหลุบมองฌาเมลเป็นระยะตะวัน เขาพักอยู่ที่นี้ และไม่คิดว่าวันนี้จะมาเจอเรื่องพวกนี้ ตะวันอุ้มฌาเมลมาทางรถของตัวเองที่มีลูกน้องยืนรออยู่“เปิดรถที” ตะวันพูดสั่งลูกน้องออกไป เขารีบพาฌาเมลเข้ามาในรถ Alphard ของตัวเอง และสั่งให้ลูกน้องมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด# โรงพยาบาลร่างเล็กของฌาเมลนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ตอนนี้เธอยังไม่ฟื้นขึ้นมา ตะวันที่ยืนอยู่ปลายเตียงกับหมอที่มารายงานอาการ“เธอเป็นอะไรนะครับ?”“โรคกระเ



![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



